xs
xsm
sm
md
lg

ดูสามก๊ก-แล้วย้อนดูขุนทหารไทย!

เผยแพร่:   โดย: เชี่ยวชวนะ

การเมืองไทยกำลังร้อนฉ่าด้วยประเด็นคอขาดบาดตายของชาติบ้านเมือง

รัฐบาลสมัคร สุนทรเวช นอมินีของ ทักษิณ ชินวัตร มหาเศรษฐีคนเดียวที่ทำให้ผู้คนและสถาบันหลักของชาติ แตกแยกกันอย่างหนักเป็นประวัติการณ์ ชนิดที่ยากต่อการสมานฉันท์ได้อีกต่อไปแล้วด้วยเหตุและผลที่...

คนเป็นนายกรัฐมนตรีมีคดีความทุจริตติดตัว แถมมีพฤติกรรมปากสุนัขไม่รับประทาน วันๆ เอาแต่แกว่งปากหาเสี้ยน ด่าคนโน้นทีคนนี้ที ไม่ใส่ใจกับการแก้ไขปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจ ที่กำลังทำความเดือดร้อนอย่างแสนสาหัสให้กับประชาชนอยู่ในขณะนี้

รัฐบาลนอมินีที่ขี้เหร่ที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติไทยชุดนี้ เลยถูกพันธมิตรฯ และประชาชนต่อต้านคัดค้านอย่างหนัก ถึงขนาดผู้คนหลายแสนคนเดินขบวนกันอย่างคึกคัก ก่อนจะปักหลักพักค้างกันบนถนนราชดำเนินฯ มากว่า 50 วันแล้ว

โถ..ใครในโลกนี้จะทนกับรัฐบาลขี้เหร่ ที่นายกรัฐมนตรีปากไม่เอาถ่าน แถมรัฐมนตรีแต่ละคนก็แสนห่วย..ไร้คุณภาพ รัฐมนตรีบางคนมีพฤติกรรมจาบจ้วงเบื้องสูง และเหิมเกริมเลยเถิดถึงขนาดเป็นอันตรายต่อระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขด้วยซ้ำไป

ทั้งๆ ที่สื่อมวลชนเปิดโปงเผยแพร่จนรู้กันทั่วประเทศ แต่นายสมัครกลับแอ่นอกออกมาปกป้องรัฐมนตรี ที่มีพฤติกรรมเป็นอันตรายต่อเบื้องสูงหน้าตาเฉย

เท่านั้นไม่พอ..นายกรัฐมนตรีผู้มีปากไว้ทำร้ายชาติ ยังดันรู้เห็นเป็นใจให้รัฐมนตรีต่างประเทศ นพดล ปัทมะ ลักลอบไปเที่ยวเซ็นแถลงการณ์ร่วมกัมพูชา -ไทย ต่อหน้ายูเนสโก เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2551 โดยยังไม่ได้ผ่านมติ ครม.และรัฐสภาฯ

ทำให้ประเทศชาติเสียอธิปไตย และเสียดินแดนให้กับต่างชาติอีกครั้งหนึ่งจนถูกประชาชนผู้รักชาติทุกสาขาอาชีพ ออกมาต่อต้านคัดค้านขยายวงกว้างออกไปจนทั่วประเทศ

แต่นายกรัฐมนตรีกับพรรคพวกก็หาฟังไม่ กลับนำแถลงการณ์ฯ ขายชาติดังกล่าว ไปผ่านมติ ครม.อย่างหน้าตาเฉย ก่อนจะใช้สื่อของรัฐปกปิด-บิดเบือน-บิดเบน-เฉไฉ-ฯลฯ กรณีปราสาทพระวิหารอย่างน่าเกลียด โดยตัวนายกรัฐมนตรีสมัครเองได้ออกมาลอยหน้าลอยตาพล่ามว่า รัฐบาลและรัฐมนตรีของตนทำถูกต้องแล้ว

การกระทำของรัฐบาลสมัครดังกล่าว ทำให้กัมพูชานำปราสาทพระวิหาร ขึ้นเป็นมรดกโลกแต่เพียงฝ่ายเดียวได้สำเร็จ

แต่ในที่สุด..ศาลปกครองได้ตัดสินให้คุ้มครอง มิให้แถลงการณ์ร่วมฯ มีผลบังคับใช้ และตุลาการรัฐธรรมนูญก็ตัดสินตามมาว่า แถลงการณ์ร่วมฯ ดังกล่าวเป็นสนธิสัญญา อันจะต้องให้รัฐสภาเห็นชอบก่อนไปเซ็นแถลงการณ์ร่วมฯ กับทางเขมร..

โอ้ย..นั่นเป็นแค่เศษเสี้ยวความชั่วร้าย ที่รัฐบาลนอมินีสมัครกระทำด้วยมือตนเอง จนถูกเปิดโปงแฉโพย..แถมโดนกระบวนการยุติธรรมตัดสินชี้ขาดว่า การกระนั้นดังกล่าวผิดรู้กันอื้ออึงไปทั่วประเทศแล้วครับ

ที่สำคัญ..กองทัพพันธมิตรฯ ที่ชุมนุมกันอย่างเหนียวแน่นมากว่า 50 วันบนถนนราชดำเนินฯ ได้กลายเป็นหอกปักคาอกรัฐบาลสมัคร ชนิดที่นายสมัครเองไม่มีหนทางใดจะถอนหอกออกจากอกได้เลย

เฮ้อ..คอการเมืองในสภากาแฟมองปุ๊บ..ก็รู้ปั๊บเลยว่า ณ นาทีนี้..รัฐนาวานอมินีสมัครที่โคลงเคลงไปมากลางพายุซัดกระหน่ำกำลังจะอับปางลงในกี่อึดใจหน้าแล้วครับ

เขียนมาถึงตรงนี้ทำให้ผมนึกถึงหนังเรื่องหนึ่ง ที่บังเอิญเกี่ยวข้องกับนาวาหรือเรือขึ้นมาในทันทีทันใด

ปกติผมกับครอบครัวมักดูหนังในวันหยุด พักนี้ต้องยอมรับตรงๆ ว่า ไม่ได้ดูหนังมาเกือบสามเดือนแล้วเพราะฤทธิ์การเมือง เรื่องไล่รัฐบาลห่วยแตกสมัครนั่นเอง

เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา..ผมเลยขอแวบไปพักกายคลายใจเลี้ยวเข้าโรงหนัง หวังจะเอาหนังเรื่อง Red Cliff หรือสามก๊ก ตอนโจโฉแตกทัพเรือ เป็นที่พึ่งยามเมฆฟ้าอึมครึม

ท่านผู้อ่านครับ..หนังเรื่องนี้มีอะไรน่าสนใจมากมาย หากท่านได้ดู..คงต้องดูอย่างตั้งใจหน่อยนะครับ

จอห์น วู ผู้กำกับจากแดนมังกร ผู้ให้กำเนิดตำนาน โหด เลว ดี และโด่งดังในฮอลลีวูดกับการกำกับภาพยนตร์เรื่อง Mission Impossible 2 และ Face Off

หนังเรื่อง Red Cliff หรือสามก๊ก ตอนโจโฉแตกทัพเรือ ที่ใช้ทุนสร้างสูงที่สุดในเอเชีย โดยใช้เงินไปถึง 2,800 ล้านบาท เป็นภาพยนตร์ที่ประเทศจีน ยอมให้ปิดเมืองถ่ายภาพยนตร์ยาวนานถึง 2 ปีทีเดียวเชียวนะ

Red Cliff หรือ สามก๊ก ตอนโจโฉแตกทัพเรือ เป็นภาพยนตร์ที่สร้างขึ้นเพื่อนำออกฉายต้อนรับกีฬาโอลิมปิกในประเทศจีนแผ่นดินใหญ่ ซึ่งกำลังจะมาถึงในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้ครับ

ฝีมือกำกับชั้นพระกาฬของ จอห์น วู ทำให้หนังเรื่องสามก๊กตอนนี้เต็มไปด้วยมุมสวยในเชิงศิลปะภาพที่ปรากฏบนจอสีสันงดงามสมจริง ในขณะที่นักแสดงแต่ละคนก็คัดได้เหมาะสมเหมาะเจาะสมจริงกับบทที่ได้รับครับ

จางเฟิ่งอี้ รับบทเป็น โจโฉ, เหลียงเฉา เหว่ย เป็น จิวยี่, ทาเคชิ คาเนชิโร่ เป็นขงเบ้งสุดหล่อ , ฮูจุน เป็น จูล่ง, จ้าวเหว่ย รับบท ซุนฮูหยิน, หลินจื้อหลิง นางเอก นางแบบดังของจีน สวย-ซึ้งในบท “เสี่ยวเกี้ยว”

ฉากในภาพยนตร์ก็ยิ่งใหญ่สุดประทับใจ ชนิดที่ต้องปรบมือให้ทีมงานสร้างสรรค์ของ จอห์น วู ดังๆ ทีเดียวเชียวแหละ โดยเฉพาะผู้กำกับเลือดมังกรผู้นี้ ได้สวมวิญญาณผู้กำกับที่ “อัจฉริยะ-ละเอียดอ่อน” เหลือเกิน

ฉากเรือรบ 2,000 ลำ ถ้าใครเคยดูสงครามเมืองทรอย ก็จะเห็นว่าเทียบชั้นไม่ด้อยกว่ามหากาพย์ของกรีก เพียงแต่หนังสามก๊กตอนนี้สงครามเรือของสองฝ่าย ยังไม่ได้รบกันนะครับ

ทว่า..ฉากกองทัพโจโฉสัปยุทธ์กับกองทัพผสมของจิวยี่และขงเบ้ง มันส์..เพราะเป็นทั้งศิลปะในการรบและการแปรขบวนทัพ ที่เต็มไปด้วยพลังแห่งค่ายกลพราวพราย ตามด้วยฉากพายุเกาทัณฑ์ของกองทัพจิวยี่และขงเบ้ง ระดมยิงใส่ทหารโจโฉเต็มท้องฟ้า..คนและม้าล้มคว่ำคะมำหงายต่อหน้าต่อตา ดูสมจริงเป็นธรรมชาติเหลือเกิน

ฉากแม่นางเสี่ยวเกี้ยวผู้เป็นนางเอก ในบทเลิฟซีนกับจิวยี่ผู้สามี...ทำได้อ่อนหวานสวยงาม เร้าใจ แต่ไม่น่าเกลียด!

ฉากการเล่นขิมโต้ตอบกันระหว่างจิวยี่กับขงเบ้ง สุดยอด..แห่งเสียงดนตรีอันมีเอกลักษณ์ของชาติจีน ปราชญ์อย่างขงเบ้งและจิวยี่ใช้เสียงขิม และท่วงทำนองเพลงสื่อสารความคิด สะท้อนความในใจถึงอีกฝ่ายหนึ่งได้ โดยไม่ต้องใช้ปากพูดจาต้าอ่วยทางการเมืองกันสักแอะเดียว

เสียงขิมและคลื่นดนตรี พลานุภาพแห่งดนตรี..คือ..ภาษาที่ลึกซึ้งยิ่งใหญ่เสียนี่กระไร!!!

เหล่าทหารใหญ่แต่ละคนในสามก๊ก ทั้งขุนทหารฝ่ายโจโฉ-ซุนกวน-เล่าปี่นั้น..สุดยอด จิวยี่-กวนอู-เตียวหุย-จูล่ง-ฯลฯ ล้วนเป็นทหารที่มีจิตใจกล้าหาญ และรับผิดชอบในการรบยิ่งนัก

ฉากสู้รบของ จอห์น วู นั้น แม้นจะเต็มไปด้วยเลือดกระเซ็นสาดจอ แต่เขาทำได้โดยไม่รู้สึกทารุณจิตใจคนดู ทว่า..ให้ความรู้สึกระทึกราวเราอยู่ในสนามรบแห่งนั้นโดยไม่รู้ตัวครับ

เห็นความเป็นผู้นำของแม่ทัพในสามก๊กแต่ละคน ในหนังเรื่อง Red Cliff หรือสามก๊ก ตอนโจโฉแตกทัพเรือแล้ว อดที่จะหันมามองผู้นำทหารประเทศของเราในยามนี้....

พอชมความกล้าหาญของขุนทหารในสามก๊กแล้ว อดคิดถึงบรรดาขุนทหารบางคนในบ้านเมืองเราไม่ได้...

รู้ๆ กันอยู่แล้วว่า..ขุนทหารไทยบางคนวันนี้ ไม่ยอมทำหน้าที่หลักของกองทัพ ที่ต้องพิทักษ์ปกป้องชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ด้วยชีวิตครับ

แต่กลับปล่อยให้พันธมิตรฯ และประชาชน ทั้งผู้หญิง คนชรา เด็ก คนพิการ ทำหน้าที่พิทักษ์ปกป้องชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ด้วยการนั่งหลังขดหลังแข็งตากแดดตากฝน ชุมนุมคัดค้านต่อต้านรัฐบาลนอมินีสมัคร ที่มีทักษิณบงการอยู่เบื้องหลังอย่างต่อเนื่องมากว่า 50 วันแล้ว

ขุนทหารบางคนที่เป็นทหารเสือพระราชาและพระราชินี หายไปไหนกันหมด?

บ้างบอกว่าขุนทหารบางคนเอาแต่ตีกอล์ฟ บ้างก็เอาแต่ตามก้นนักการเมืองเลวๆ ไร้ซึ่งศักดิ์ศรีแห่งความเป็นทหารกล้าของชาติ

อีกทั้งมีคำถามมากมายว่า ไฉนไยขุนทหารใหญ่บางคนปล่อยปละละเลย ให้มีการโจมตีทำร้ายสถาบันหลัก ที่ประชาชนรักเคารพเทิดทูนอย่างกว้างขวางในสื่อแทบทุกชนิด

แถมชาติไทยต้องเสียอธิปไตยให้กับเขมร เพราะมีคนไทยกลุ่มหนึ่งทั้งที่อยู่ในและอยู่นอกอำนาจรัฐ กระทำตนเป็นเป็นไส้ศึกให้เขมรไงล่ะครับ

อืมมม...ประเทศชาติและพระมหากษัตริย์ไทยถูกย่ำยีขนาดนี้ ขุนทหารใหญ่บางคนยังทำตัวเป็นทองไม่รู้ร้อนได้อย่างหน้าตาเฉย เฮ้อ..เวรกรรมประเทศไทยจริงๆ ครับ

ดูขุนทหารในหนังสามก๊กแล้ว ครานี้ต้องหันกลับมาดูขุนทหารไทย ยุค 2551 ต้องบอกว่า..ผิดหวังอย่างแรงเลยล่ะ

ผมต้องขอให้ขุนทหารใหญ่บางคน รีบไปดูสามก๊ก สไตล์ จอห์น วู เผื่อจะเพิ่มขวัญและความกล้าให้สมองได้บ้าง..อ้อ..ดูโดยด่วนนะคร๊าบบบบ!!!
กำลังโหลดความคิดเห็น...