xs
xsm
sm
md
lg

พฤติกรรมอันชวนสมเพชเวทนา!

เผยแพร่:   โดย: ราวี เวียงพยัคฆ์

ผมก็เหมือนคนไทยอีกหลายๆ คนที่อยากเห็นบ้านเมืองของเราเป็นประชาธิปไตย ไม่อยากจะเห็นการปฏิวัติรัฐประหาร แต่เมื่อเกิดเหตุ 19 กันยายน 2549 ขึ้น ก็พูดไม่ออก เพราะรัฐบาลที่ถูกโค่นล้มไปคือรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นั้น เลวจริงๆ ชั่วจริงๆ 4-5 ปีที่เขาบริหารประเทศก็ได้เขียนหนังสือบอกกล่าวประชาชนให้รู้ถึงพฤติกรรมอันเลวร้ายของเขา

พูดกันง่ายๆ ตรงๆ ก็คือ ยุยงส่งเสริมให้ประชาชนลุกขึ้นมาโค่นล้ม หรือไม่เอารัฐบาลทักษิณ นั่นแหละครับ ทั้งๆ ที่รู้ว่ายากที่จะสำเร็จ ด้านหนึ่งเขามีอำนาจรัฐอยู่ในมือ เขาจะโฆษณาประชาสัมพันธ์ยังไงก็ได้ทั้งสื่อของรัฐ สื่อของเอกชน ทั้งผ่านการใช้งบประมาณโฆษณาธุรกิจของเขา หรือผ่านนโยบายประชานิยมที่เล่นเอาหลายต่อหลายคนเคลิ้มตาม

เมื่อเกิดเหตุ 19 กันยายน 2549 ขึ้นจึงอยู่ในสภาพที่พูดไม่ออก

ถ้าหากประเทศจะต้องเสียเวลา ถอยหลังไปตั้งหลักใหม่อีกสักปี/สองปี ก็ต้องทำใจ

แต่เมื่อมีการเลือกตั้ง 23 ธันวาคม 2550 เห็นหน้าเห็นตาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เห็นหน้าเห็นตารัฐบาลชุดใหม่ที่จะเข้ามาบริหารประเทศสืบต่อจากรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ที่มาตามคำเชิญของคณะรัฐประหาร ผมก็ยังทำใจได้อยู่อีกนั่นแหละครับ

“ประชาชนจะเอาอย่างนี้ก็เอา” ผมเชื่อว่าหลายคนก็จะต้องคิดอย่างนี้แหละครับ เพราะไม่มีทางเลือกอย่างอื่น

พรรคพลังประชาชนได้เสียงข้างมาก นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคก็ต้องได้รับการสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรี พรรคเล็กพรรคน้อยอื่นๆ ก็สนับสนุนนายสมัคร สุนทรเวช ให้เป็นนายกรัฐมนตรี

หนทางอื่นย่อมเป็นไปไม่ได้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ย่อมเป็นไปไม่ได้ เพราะพรรคประชาธิปัตย์ได้เสียงน้อยกว่าพรรคพลังประชาชนหลายสิบ ถ้าหากจะดันทุรังขอเสียงสนับสนุนจากพรรคเล็กพรรคน้อยอื่นๆ พรรคประชาธิปัตย์ก็จะต้องเอาอกเอาใจพรรคเล็กพรรคน้อยมากกว่าที่พรรคพลังประชาชนต้องเอาใจพรรคเล็กพรรคน้อยในขณะนี้เสียอีก ซึ่งจะยุ่งยากต่อการบริหารประเทศและการดำรงอยู่ของรัฐบาล

ก็ต้องให้โอกาสนายสมัคร สุนทรเวช ในการทำหน้าที่นายกรัฐมนตรี แม้ว่าจะมีความรู้สึกที่ไม่ไว้วางใจตั้งแต่การเข้ามาบริหารประเทศ ซึ่งนายสมัคร สุนทรเวช เองก็รู้ความรู้สึกส่วนหนึ่งของประชาชนคนไทยที่มีต่อเขา

จะให้ไว้วางใจอย่างไรเล่าครับ ในเมื่อ

1. รู้ก็รู้อยู่ว่า นายสมัคร สุนทรเวช เป็นนายกรัฐมนตรีที่มีสภาพที่ไม่แตกต่างไปจากมือปืนรับจ้าง หรือนอมินีของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีที่ถูกโค่นล้มไปเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549

2. รู้ก็รู้อยู่ว่า ใครจะได้ลงสมัครรับเลือกตั้งขึ้นอยู่กับการตัดสินใจที่ลอนดอน หรือฮ่องกง

3. รู้ก็รู้อยู่ว่า นายสมัคร สุนทรเวช ก่อนจะพ้นตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เซ็นสัญญาซื้อรถ ซื้อเรือดับเพลิงซึ่ง คตส.ตรวจสอบพบแล้วว่ามีกลิ่นไม่สะอาดเกิดขึ้นเกี่ยวข้องกับงบประมาณเป็นร้อยเป็นพันล้านบาท

ถ้าหากนายสมัคร สุนทรเวช ไม่ทำเรื่องนี้ให้กระจะกระจ่าง ก็ไม่มีวันที่ประชาชนทั้งหลายจะไว้วางใจได้

แต่ก็เอาเถอะ ขั้นตอนของการจัดตั้งรัฐบาลมาถึงอย่างนี้แล้ว ก็ต้องยอมรับ วันหน้าถ้าหาก ป.ป.ช.ชี้มูลความผิด นายสมัคร สุนทรเวช จะต้องลาออกหรือไม่ เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

ที่ไม่เข้าใจก็คือ พฤติกรรมของทหารหาญอย่าง พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน อดีตหัวหน้าคณะรัฐประหารที่ออกมายอมรับว่า ได้โทรศัพท์ไปหา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นัยว่าเพื่อที่จะสร้างความสมานฉันท์ หรือคุยกันอย่างรุ่นพี่รุ่นน้อง

ฟังแล้วก็ได้แต่สมเพชเวทนา

ไม่มีทางที่ประชาชนจะคิดเป็นอย่างอื่นได้ นอกจากขณะนี้ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน เห็นแล้วว่าพรรคพลังประชาชนโดยหัวหน้าพรรค นายสมัคร สุนทรเวช ที่มีเงาทะมึนของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อยู่เบื้องหลังกลับมามีอำนาจอีก

คณะปฏิวัติ คณะมนตรีความมั่นคงฯ หมดอำนาจแล้วอย่างสิ้นเชิงตั้งแต่วันที่ 23 ธันวาคม 2550 หรือก่อนหน้านี้เสียด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นจะเอาตัวรอดได้อย่างไร ไม่มีหนทางอื่นนอกจากฝากเนื้อฝากตัว ขอโทษขอโพยในสิ่งที่ได้กระทำมา

เกรงเขาจะคิดบัญชีเอา ก็เท่านั้น

ไหนเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 ชี้ความผิดของรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ 3-4 ข้อ ซึ่งล้วนแต่เป็นข้อหาฉกรรจ์ทั้งนั้น ไหนตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบการบริหารราชการของรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร บางเรื่องบางประเด็นขึ้นสู่ความผิด ส่งให้อัยการฟ้องร้องไปแล้ว รอแต่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กลับมามอบตัว และต่อสู้คดีในศาลเท่านั้น จะต้องสมานฉันท์อะไรกันอีก

หวังว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร คงจะให้ความเมตตา ให้อภัยกับปฏิบัติการ 19 กันยายน 2549 ต่อพล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน และพวกที่ได้ก่อเหตุขึ้น โดยเอาธรรมเข้าข่ม เวรย่อมระงับด้วยการไม่จองเวร

แต่สำหรับประชาชน ไม่ต้องหรอกครับ

ประชาชนไม่ได้สิ้นท่า ไม่ได้ขี้ขลาดตาขาว

คอยดูกันไปเถอะครับ!
กำลังโหลดความคิดเห็น