xs
xsm
sm
md
lg

เกือบจะถึงเทศกาลไทยฆ่าไทยอีกแล้วเตรียมตัวฆ่ากันได้โดยไม่ต้องกลัวติดคุก?

เผยแพร่:   โดย: ปราโมทย์ นาครทรรพ

ท่านผู้อ่านที่เคารพ พลเอกกฤษณ์ สีวะรา เป็นคนแรกที่บอกผมว่า อีกไม่นานผมจะเห็นคนไทยฆ่ากันตายโดยไม่ต้องติดคุกเหมือน 14 ตุลาอีก

ท่านทำนายว่าตุลามหาโหดจะต้องเกิดขึ้นแน่ๆ เพียงแต่ไม่ทราบวันเดือนปีที่แน่นอนเท่านั้น ทั้งนี้เพราะความล้มเหลวทางการเมือง และความขี้ขลาดของผู้นำ ที่ปล่อยให้ประชาชนผู้บริสุทธิ์เอาชีวิตไปเสี่ยงเป็นเครื่องทดลอง เพื่อตนเองจะได้ไม่ต้องเดือดร้อนสามารถเอาประโยชน์จากทุกสถานการณ์

พลเอกกฤษณ์ เป็น ผบ.ทบ. ก่อน 14 ตุลาคม 2516 เพียงไม่กี่วัน และไม่ยอมทำตามคำสั่งผู้บังคับบัญชาที่ให้กองทัพใช้กำลังปราบปรามนักศึกษา

ต่อมาพลเอกกฤษณ์ได้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของรัฐบาลหม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช และถึงแก่อสัญกรรมในตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมคนต่อๆ มา คือ พลเรือเอกสงัด ชลออยู่ เป็นหัวหน้าคณะทหารยึดอำนาจจากรัฐบาลของตนเสียเอง ภายหลังการก่อจลาจล เพื่ออ้างเป็นเหตุเข่นฆ่านักศึกษาอย่างทารุณโหดร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองไทย

พลเอกกฤษณ์บอกผมว่า ถ้าหากมีการปฏิวัติยึดอำนาจคืนโดยอำนาจเก่า ท่านจะถูกสังหารเป็นคนแรกฐานเป็นผู้ทรยศ ถ้าท่านไม่ตายเสียก่อน ก็อาจจะจริง ดูได้จากมือขวาของท่านคือพลโทวิทูรย์ ยะสวัสดิ์ที่หนีไปญี่ปุ่นแทบไม่ทัน พี่วิทูรย์บอกผมว่าถ้าครูเกรียง (พลเอกเกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์) ไม่ช่วยไว้อาจเอาชีวิตไม่รอด

พี่วิทูรย์กับผมเป็นสองในห้าของบุคคลที่ยังมีชีวิตอยู่ อีกสามท่านคือพลเอกกฤษณ์ พลเอกประจวบ สุนทรางกูร และอาจารย์ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์จากไปแล้ว คืนสุดท้ายเราพูดกันที่บ้านซอยพาสนา ถนนเอกมัย ของพลเอกประจวบ อาจารย์ป๋วยยืนกรานปฏิเสธไม่ยอมรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ตามข้อเสนอของคณะทหารและอาจารย์สัญญา ที่ต้องการให้อาจารย์ป๋วยใช้บารมีและความสามารถตัดวงจรอุบาทว์ของการปฏิวัติรัฐประหารให้ขาดจากเมืองไทยเสียที

นอกจากพี่วิทูรย์ ที่อาจเป็นพยานให้ผมได้ ยังมีดร.ชัยอนันต์ สมุทวณิชกับดร.เอื้อย มีสุข ที่เข้าร่วมปรึกษาหารือหลายครั้ง

อาจารย์ป๋วยให้เหตุผลว่าท่านไม่เหมาะที่จะเป็นนักการเมือง แต่ท่านมีศรัทธาในความดีของคนไทยทั้งที่เป็นนักการเมืองและประชาชนว่าจะสามารถช่วยกันสร้างประชาธิปไตยให้กับประเทศชาติได้ อาจารย์ป๋วยบอกว่าถ้ารัฐธรรมนูญไม่บังคับให้สังกัดพรรคท่านอาจสมัครผู้แทนราษฎร

นี่เป็นเหตุที่ทำให้เพื่อนๆและผมถูกหวย ต้องพากันไปตั้งพรรคพลังใหม่ ต่อรองไม่ให้พลเอกกฤษณ์ปฏิวัติป้องกันตนเองจากอำนาจเก่ากลับมาแก้แค้น

พรรคพลังใหม่ได้รับเทียบเชิญเข้าร่วมรัฐบาลทุกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นอาจารย์คึกฤทธิ์ อาจารย์เสนีย์ หรือพี่ชาติ ต่างก็กรุณายกคณะมาเกลี้ยกล่อมพวกเราถึงบ้าน

ไม่ทราบว่าพวกพลังใหม่ฉลาดหรือโง่ หรือวาสนาไม่ถึงก็ไม่รู้ที่ปฏิเสธไม่ยอมร่วมรัฐบาลสักครั้ง แต่ลึกๆผมเองรู้ ว่าถ้าหากเราเข้าร่วมมีความรับผิดชอบในรัฐบาลเมื่อใด หากมีการยึดอำนาจหรือสงครามกลางเมือง การต่อสู้สูญเสียจะดุเดือดเลือดพล่าน เพราะถึงแม้จะไม่ใช่ศิษย์เก่าจปร. เราก็มีวิทยายุทธ์เล่าเรียนวิชาฆ่าคนมาไม่น้อยเหมือนกัน ผมทำไม่ได้

และลึกๆ ผมก็เชื่ออย่างอาจารย์ป๋วยว่า กรุงศรีอยุธยาไม่สิ้นคนดี และประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศไทยเป็นคนดี ย่อมจะหาทางออกตามวิถีทางประชาธิปไตยได้

พลเอกกฤษณ์มีวิธีหัวเราะเยาะโดยไม่ให้ผมโกรธ ท่านดูถูกแต่มิได้ดูหมิ่นว่า เราจะร่างรัฐธรรมนูญดีอย่างไร ไม่นานก็จะต้องมีปฏิวัติอีกแน่ๆ ท่านให้เหตุผลว่า (1) เราออกแบบการเมืองให้ดีไม่ได้ (2) เราสร้างนักการเมืองให้ดีไม่ได้ (3) เราหาผู้นำประเทศที่ดีไม่ได้

ผมมานึกทบทวนถึง 3 ข้อของพลเอกกฤษณ์อยู่เสมอ ความจริงเรื่องที่ (1) ผมเชื่อโดยไม่มีสงสัย ระบบการเมืองและการบริหารราชการแผ่นดินของเราถูกครอบงำโดยอำนาจนิยม เป็นระบบที่กินตัวเอง ทำลายคนดี และไม่ให้โอกาสผู้อื่น ระบบพรรคหรือรัฐบาลเรียกง่ายๆว่า เป็นแบบ “รวมศูนย์-รวบอำนาจ-เป็นทาสหัวหน้า” ถ้าเป็นระบบบริหารก็เรียกว่า เป็นแบบ “รวมศูนย์-รวบอำนาจ-เป็นทาสส่วนกลาง”

รัฐธรรมนูญที่ร่างขึ้นมาแต่ละฉบับ ไม่สามารถแก้ปัญหา การขาดสมดุลในการแบ่งและแย่งอำนาจกันของแต่ละฝ่ายได้ ฝ่ายบริหารและบริวารรวมทั้งนักวิชาการมักจะขาดขันติธรรม ทนผู้แทนราษฎรไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นผู้แทนน้ำดีที่ทำการตรวจสอบตามหน้าที่ หรือผู้แทนน้ำเน่าที่ตามรุมตามทึ้ง เพราะถูกเลี้ยงไว้แบบชนะไหนเข้าด้วยช่วยกระพือ ซ้ำนักวิชาการยังคอยสรรหาทฤษฎีมาปกป้องผู้มีอำนาจ จนคนไทยเชื่อไม่ลืมหูลืมตาว่ารัฐบาลหรือฝ่ายบริหารจะต้องเข้มแข็ง รัฐบาลผสมหรือรัฐบาลเสียงข้างน้อยเป็นไปไม่ได้ (ซึ่งก็จริงสำหรับเมืองไทย แต่ตรงกันข้ามในยุโรปตะวันตกหรือสแกนดิเนเวีย) ร่างรัฐธรรมนูญทีไรจึงประเคนแต่อำนาจให้รัฐบาล จนผิดหลักการที่รัฐธรรมนูญมีไว้เพื่อจำกัดอำนาจรัฐบาล (2)พรรคการเมืองเป็นแบบหัวหน้าตั้งหรือหัวหน้าสั่งให้ตั้งจึงไม่มีความยั่งยืนตามวาสนาชะตากรรมของหัวหน้าซึ่งผันแปรไปไม่คงที่ ซ้ำประชาชนยังถูกล้างสมองว่าอยากให้นักการเมืองมีวินัยต้องบังคับให้สังกัดพรรค นักการเมืองดีจึงเกิดได้ยาก หากไม่ยอมเป็นทาสหัวหน้าเสียก่อน (3) ทั้งข้อ (1) และข้อ (2) คือกำแพงที่ป้องกันมิให้มีการระดมคนดีเข้ามาสู่ระบบการเมือง เพื่อแข่งขันกันเป็นผู้นำตามจังหวะและขั้นตอน แบบ”หนทางพิสูจน์ม้า-เวลาพิสูจน์คน” ผลที่สุดประเทศก็ขาดผู้นำการเมืองชูใจที่สามารถอย่างประเทศอื่นๆ ที่เขาเป็นระบบเปิด

ทีแรกผมก็ไม่เชื่อคำทำนายของพลเอกกฤษณ์ จนกระทั่งได้เห็นวิวัฒนาการการรวมพรรคและระบบการเลือกตั้ง ซึ่งพลเอกกฤษณ์สามารถทายได้อย่างแม่นยำยิ่งกว่าโพล ว่าใครบ้างจะได้เป็นผู้แทนและพรรคใดจะได้กี่ที่นั่ง ทั้งหมดนี้ผมไม่สามารถพึ่งวิชารัฐศาสตร์ที่เรียนมาจากตะวันตกได้

เมื่ออาจารย์คึกฤทธิ์ประกาศยุบสภา และตนเองไม่ได้รับเลือกตั้งในเขตดุสิต ปล่อยให้อาจารย์เสนีย์ พี่ชายของท่านนำพรรคประชาธิปัตย์กลับมาตั้งรัฐบาล ผมก็เริ่มเห็นจริง พลเอกกฤษณ์เข้าร่วมรัฐบาลเป็นรัฐมนตรีกลาโหมจนถึงอสัญกรรม มีการโจษจันว่าท่านถูกลอบวางยา จริงเท็จอย่างไร ผมสืบไม่ได้

แต่ผมก็แน่ใจและทำนายได้ว่าการยึดอำนาจกำลังจะเกิดขึ้น ในไม่ช้า คนไทยจะต้องฆ่ากันตายอีกครั้ง

ภายหลังการยึดอำนาจไม่นาน พลเอกฉลาดสังหารพลโทอรุณจนตนเองต้องถูกยิงเป้า หลังจากนั้นไม่ถึงปี มีการยึดอำนาจ 2 ครั้งในวันเดียวกัน สังคมไทยน้อยคนนักจะทราบ ผู้ที่ถูกปฏิวัติซ้อนก็คือพลเรือเอกสงัดที่ยังถูกเชิด แต่เลขาธิการคณะปฏิรูปคือพลเอกเกรียงศักดิ์ได้เป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป

การต่อสู้ระหว่างทหารกับทหารในครั้งนั้นหวุดหวิด นับเวลาได้เป็นนาที
พลเอกเกรียงศักดิ์เป็นนายกฯ ได้ไม่นาน คืนสุดท้ายก่อนที่นายกฯจะประกาศลาออกกลางสภาในวันรุ่งขึ้น ทูตโซเวียตมากินข้าวที่บ้าน คุณหมอเสม พริ้งพวงแก้วกับผมเป็นแขกคู่สุดท้ายที่ลากลับ คืนนั้นเรารู้แล้วว่าถ้านายกฯไม่ลาออก ก็จะต้องถูกบังคับด้วยกำลัง หากพลเอกเกรียงศักดิ์ตัดสินใจสู้ อะไรจะเกิดขึ้น

การต่อสู้ที่อาจจะเกิดขึ้นและน่าขนหัวลุกที่สุดคงไม่มีอะไรเกิน 42 กองพันของฝ่ายยังเติร์กในกบฏเมษาฮาวายที่ต้องการโค่นพลเอกเปรม หากมิได้พึ่งในหลวง อะไรจะเกิดขึ้น

วันนี้ ผมกำลังเกรงว่าประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยพฤษภาทมิฬ ผลพวงของการยึดอำนาจของ รสช. ทำให้นักศึกษาและประชาชนผู้บริสุทธิ์สังเวยชีวิตไปมาก จำนวนที่แน่นอนไม่มีผู้ใดยืนยันได้

ที่ยืนยันได้และน่าเศร้าใจยิ่งก็คือผมและเพื่อนได้ทราบก่อนที่รสช.จะยึดอำนาจ และหลังจากที่ รสช.ยึดอำนาจแล้วมีการร่างรัฐธรรมนูญมีการตั้งและรวมตัวของพรรคการเมืองใหม่คือพรรคสามัคคีธรรมทำนองเดียวกับพรรคพลังประชาชน ต่างกันแต่ว่าสามัคคีธรรมอยู่ฝ่ายชนะการปฏิวัติ แต่พลังประชาชนอยู่ฝ่ายขี้แพ้ จ้องจะเอาคืน

ในเดือนพฤศจิกายน 2534 เราแน่ใจแล้วว่าเมืองไทยจะต้องนองเลือดอีกครั้ง จึงกราบไหว้วิงวอนทุกฝ่ายให้รับการปฏิรูป เพราะนั่นคือวิธีเดียวที่จะป้องกันการนองเลือด แต่ไม่มีใครทำอะไรได้ ทุกคนก็อ้างว่าเลือกตั้งแล้วจะดีเอง ขอให้เชื่อใจประชาชน

จากพฤษภาทมิฬ 2534 มาจนกระทั่งถึงทุกวันนี้ โลกได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเทคโนโลยีด้านการสื่อสาร และพัฒนาการอาวุธ เทคโนโลยีในการฆ่าคนนั้นถูกประยุกต์ก้าวหน้าสุดหลายรูปแบบ รวมทั้งการเข้าไปผนวกกับเทคโนโลยีสื่อสาร อุปกรณ์หาซื้อได้ง่ายซ่อนเร้นได้สะดวก และราคาถูกเหมือนของเล่นเด็ก ต่อไป ความขัดแย้งทางการเมืองของไทยจะเป็นสิ่งที่น่ากลัวยิ่ง ขอให้ดูตัวอย่างที่สามจังหวัดภาคใต้

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงเตือนครั้งแล้วครั้งเล่า ถึง”สถานการณ์ที่ไม่น่าไว้วางใจ” และขอให้คนไทยสามัคคีปรองดองกันให้ดี

แต่จนกระทั่งบัดนี้คนไทยก็ยังฟังและพูดกันไม่รู้เรื่อง และไม่มีทางจะรู้เรื่อง เพราะผลประโยชน์ที่ล้ำลึกของผู้นำที่นำไปผูกเข้ากับผลประโยชน์ของนักการเมืองและประชาชนรากหญ้า เป็นผลประโยชน์ที่มากับตัณหาและอุปาทานของแต่ละฝ่ายซึ่งไม่มีทางจะปรองดองกันได้

การเลือกตั้งในวันที่ 23 ธันวาคม 2550 นี้เป็นแต่เพียงข้ออ้างและพิธีกรรมในการต่อสู้ทางการเมืองอย่างหนึ่งเท่านั้น การยุบหรือไม่ยุบพรรคการเมือง หาได้มีเนื้อหาในทางประชาธิปไตยแท้จริงไม่

ปัญหา 3 ประการ ของพลเอกกฤษณ์จะยังคงมีอยู่ ตราบเท่าที่ยังไม่มีการปฏิรูประบบการเมือง ระบบพรรคและการเลือกตั้งใหม่ ที่เป็นประชาธิปไตยและสอดคล้องกับลักษณะของสังคมไทยอย่างแท้จริง

รัฐธรรมนูญกับระบบบริหารเป็นการออกแบบในการแบ่งอำนาจที่ยังไม่ลงตัวจะทำให้มีการต่อสู้กันไปในแบบเดิมอีกไม่มีที่สิ้นสุด หนึ่ง

นักการเมืองไม่ดีมีแต่แสวงหาผลประโยชน์ของตนกับพวก หนึ่ง

และ ผู้นำประเทศไม่ดี เห็นแก่ตัว กลัวแต่จะสูญเสียฐานะของตนเอง หนึ่ง

ย่อมจะทำให้ทางเลือกทางการเมืองถูกจำกัด

หากทางเลือกทางการเมืองมีมาก โอกาสที่จะขัดแย้งกันถึงนองเลือดก็มีน้อย หากทางเลือกหมดลงหรือไม่มีเหลือเลย โอกาสที่จะขัดแย้งกันถึงนองเลือดก็มีมาก

ความเชื่อในคนดีกรุงศรีอยุธยา และความศรัทธาในประชาชนประชาธิปไตยยังคงเป็นเพียงความฝัน เลือกตั้งน้ำเน่า เราจะพากันไปตาย

ฤาเกือบจะถึงเทศกาลไทยฆ่าไทยอีกแล้ว เตรียมตัวฆ่ากันได้โดยไม่ต้องกลัวติดคุก เชิญครับ
กำลังโหลดความคิดเห็น...