xs
xsm
sm
md
lg

ข้าวหอมมะลิพุ่งเทียบทองคำ ชาวนาเข้าคิวขายแน่นโรงสี

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

ราคาข้าวเปลือกหอมมะลิพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ในรอบ 10 ปี ทะลุเกวียนละ 12,000 บาท เกือบเท่าราคาทองคำหนัก 1 บาท ชาวนาสุรินทร์แหล่งผลิตข้าวหอมฯโลกยิ้มแก้มปริ ขนข้าวส่งขายแน่นโรงสี ถึงขั้นต้องเข้าแถวรอคิวยาวเหยียด-เถ้าแก่หมดเงินรับซื้อ เผยปีนี้ส่วนใหญ่เกษตรกรนำขายให้โรงสีโดยตรงไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง ด้านพาณิชย์จังหวัด ชี้หลายปัจจัยส่งผลราคาข้าวเปลือกทะยานสูงสุด และเป็นไปตามกลไกของตลาด ทำให้ชาวนาได้รับผลประโยชน์อย่างเต็มที่

นายสิทธิพร บางแก้ว พาณิชย์จังหวัดสุรินทร์ เปิดเผยว่า ขณะนี้เกษตรกรได้ทำการเก็บเกี่ยวข้าวเปลือกหอมมะลิฤดูกาลผลิต ปี2550/2551ใกล้เสร็จสิ้นหมดแล้ว โดยปีนี้จ.สุรินทร์แหล่งผลิตข้าวหอมมะลิคุณที่สำคัญของประเทศไทยมีปริมาณข้าวเปลือกลดน้อยลงจากตัวเลขประมาณการณ์คาดว่าจะมีผลผลิต 1.2 ล้านตัน เหลือประมาณ 8 แสนตัน เนื่องจากประสบปัญหาฝนทิ้งช่วง ซึ่งเมื่อหักในส่วนข้าวที่เกษตรกรต้องเก็บไว้บริโภคภายในครอบครัวและเป็นพันธุ์ข้าวสำหรับเพาะปลูกในฤดูกาลผลิตปีหน้ารวมประมาณ 1 แสนตันแล้ว จะเหลือข้าวหอมมะลินำออกจำหน่ายสู่ตลาดทั้งจังหวัดประมาณ 7 แสนตัน

ขณะเดียวกันภาพรวมทั้งประเทศในปีนี้ก็มีปริมาณข้าวหอมมะลิออกสู่ตลาดน้อยเช่นกัน เนื่องด้วยปัจจัยหลายอย่าง ทั้งกรณี ปีที่ผ่านมาข้าวเหนียวมีราคาสูงมากถึงเกวียนละ 12,000 บาท ทำให้เกษตรกรภาคอีสานตอนบนพากันหันไปปลูกข้าวเหนียวกันมาก จึงมีพื้นที่ปลูกข้าวหอมมะลิหลักเหลืออยู่เฉพาะพื้นที่อีสานตอนล่างเท่านั้น ส่งผลให้พื้นที่ปลูกข้าวหอมมะลิโดยรวมลดลงจำนวนมาก

ประกอบกับอีกปัจจัยสำคัญ คือ พื้นที่เพาะปลูกข้าวประเทศเพื่อนบ้าน อย่าง จีน ,เวียดนาม ,ประเทศลาว ,กัมพูชา ซึ่งเป็นประเทศเกษตรกรรมเช่นเดียวกับไทย ก็ประสบปัญหาภัยธรรมชาติได้รับความเสียหายจำนวนมากส่งผลกระทบให้มีปริมาณข้าวออกสู่ตลาดโลกน้อย

"ด้วยปัจจัยต่างๆ ดังกล่าว ส่งผลให้ราคาข้าวเปลือกปีนี้ โดยเฉพาะข้าวหอมมะลิ มีราคาสูงเป็นประวัติการณ์ในรอบ 10 ปี เกษตรกรชาวนาไทยจะได้ประโยชน์ ตอบแทนอย่างเต็มที่ ซึ่งเป็นไปตามกลไกตลาด และระบบการเกษตรอย่างแท้จริง" นายสิทธิพร กล่าว

นายสิทธิพร กล่าวต่อว่า ล่าสุดขณะนี้โรงสีข้าวบางแห่ง ในจ.สุรินทร์ ทำการรับซื้อข้าวหอมมะลิราคาสูงถึงเกวียนละ 12,000 บาท หรือ กิโลกรัมละ 12 บาท ซึ่งทางสำนักงานพาณิชย์จังหวัดสุรินทร์ ร่วมกับสำนักชั่งตวงวัดจังหวัดสุรินทร์ ได้ออกตรวจสอบตาชั่งตามโรงสี และบรรดาพ่อค้าคนกลางที่ออกรับซื้อข้าวเปลือกตามไร่นาของเกษตรกรอย่างเข้มงวดเพื่อป้องกันการโกงตาชั่งเอารัดเอาเปรียบประชาชน หากพบจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเฉียบขาดทันที

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า จากการตระเวนสำรวจบรรยากาศการรับซื้อข้าวเปลือกตามโรงสีข้าวต่างๆ ในจ.สุริทร์ พบว่าเกษตรกรพากันนำข้าวเปลือกหอมมะลิที่เก็บเกี่ยวและตากแห้งแล้วขึ้นรถบรรทุก หรือรถเพื่อการเกษตรมาขายที่โรงสีกันอย่างคึกคัก หลายแห่งถึงขั้นต้องเข้าแถวรอคิวกันยาวเหยียด โดยทางโรงสีทำการรับซื้อข้าวเปลือกในราคากิโลกรัมละ 10-12 บาท หรือ เกวียนละ 10,000-12,000 บาท ซึ่งเป็นราคาที่สร้างความพอใจให้กับเกษตรกรเป็นอย่างมาก

ส่วนผู้ประกอบการโรงสี บอกว่า ช่วงนี้ทางโรงสีต้องรับซื้อข้าวเปลือกต่อวันจำนวนมากปริมาณนับสิบตันขึ้นไปและใช้เงินหมุนเวียนรับซื้ออย่างน้อยวันละ 5-10 ล้านบาท บางวันถึงกลับเงินหมดไม่เพียงพอรับซื้อข้าวได้ทันตามความต้องการของเกษตรกร และปีนี้เกษตรกรส่วนใหญ่จะนำข้าวหรือจ้างรถบรรทุกขนข้าวมาขายให้แก่โรงสีโดยตรงเอง ไม่ค่อยขายผ่านนายหน้าหรือพ่อค้าคนกลาง ทำให้เกษตรกรมีรายได้อย่างเต็มที่ไม่ถูกหักค่าใช้จ่ายจากคนกลาง
กำลังโหลดความคิดเห็น