xs
xsm
sm
md
lg

คำถามสำหรับนายกรัฐมนตรี จากคนไทยต่างแดน

เผยแพร่:   โดย: ปราโมทย์ นาครทรรพ

ท่านผู้อ่านที่เคารพ ผมคงจะต้องเขียนถึงท่านผู้อ่านถี่และมากพอสมควรก่อนจะถึงวันที่ 23 ธันวาคม นี้ ในกรณีที่เรามีการเลือกตั้ง หรือถ้าหากเราไม่มี แต่มีอะไรรู้นอกลู่นอกทาง ก็อาจจะยิ่งต้องเขียนมากขึ้น

ถ้าท่านผู้อ่านกรุณาติดตามผมมาแต่ต้น ก็อาจจะทราบดีว่า คอลัมน์ของผมเป็นการเคลื่อนไหวทางความคิด ที่หวังผลจะให้นำไปสู่การกระทำ ในการปฏิบัติหน้าที่เช่นนี้ ผมต้องเคารพวิจารณญาณของท่านผู้อ่านถึงที่สุด และไม่เรียกร้องให้ท่านผู้ใดมาเชื่อผมโดยปราศจากการไตร่ตรองอันรอบคอบของตนเองเลย

ขอเรียนข้อเท็จจริงว่า แม้แต่บุคคลที่อยู่ในบ้าน คือพี่เลี้ยงของลูกที่อยู่กันมานานจนกลายเป็นคุณป้า กับคนขับรถที่ได้ไปจอง และมีความฝันเรื่องบ้านเอื้ออาทร ผมก็ไม่เคยห้ามหรือชี้แนะว่า อย่าเลือกพรรคพลังประชาชน เพราะเป็นพรรคเดียวกับพรรคไทยรักไทยของทักษิณ เขาพากันถามผมว่า พรรคใหม่ของทักษิณชื่ออะไร เขาจะได้เลือกไม่ผิด!

สองคนนี้ก็เหมือนกับคนส่วนมากที่ไม่ได้อ่านหรือได้ยินสิ่งเดียวกันกับที่พวกเราได้ยิน เพราะเขามีความเพลิดเพลินอยู่กับสื่อที่เราอยากจะเรียกว่าน้ำเน่า แต่สังคมเรายังไม่มีสิ่งทดแทนอื่นที่ดีกว่าให้เขาได้

ผมเองรู้ดีว่าเราวิ่งแข่งกับเวลา ต้องเรียนท่านผู้เขียนตรงๆ ว่าผมเป็นคนมีเครือข่าย แต่การรณรงค์เพื่อให้เปลี่ยนเงื่อนไขหรือเงื่อนเวลาหรือทั้งสองอย่างในการเลือกตั้งครั้งนี้ ผมมิได้ใช้เครือข่ายใดๆเลย นอกจากสื่อตีพิมพ์และโทรทัศน์ ซึ่งมีความจำกัดอย่างยิ่งที่รู้ๆ กัน นอกจากนั้นก็เป็นการขายตรง ดังตัวอย่างที่ผมเล่าให้ฟังเรื่องนายกรัฐมนตรี

อยากเรียนอีกว่า เวลานี้จดหมายที่ผมขอร้องให้ส่งไปถึง “สมัชชาประชาธิปไตย” ตู้ปณ. 19 ปณ.ทำเนียบรัฐบาล กทม. 10302 ขอให้ (1) แก้พระราชกฤษฎีกาเลื่อนการเลือกตั้ง (2) ขอพระราชทานพระบรมราชวินิจฉัย เรื่องสมัชชาแห่งชาติฯ กำลังทยอยมาเรื่อยๆ จากต่างจังหวัดและต่างประเทศ มองดูผาดๆ ผมยังไม่เห็นชื่อคนที่ผมรู้จักสักคนเดียว ทำให้ผมดีใจมาก พร้อมทั้งตระหนักดีด้วยว่า ถ้าขืนเป็นอย่างนี้ไปเรื่อยๆ กว่าจะถึง ห้าหมื่นรายชื่อคงจะต้องรอไปถึงชาติหน้า

ผมก็เหมือนกับคนไทยส่วนใหญ่ที่คอยเปล่งเสียงทรงพระเจริญด้วยความปีติและน้ำตาที่กลั้นไม่อยู่ที่บ้าน ผมคอยฟังพระราชดำรัสอย่างใจจดใจจ่อว่า พระเจ้าอยู่หัวจะทรงสบายพระราชหฤทัย คลายห่วง และทรงกำชับพวกเราให้หุบปาก ตั้งหน้าสามัคคีปรองดอง บ้านเมืองเดินมาถูกทางแล้ว ใส่เกียร์หน้าเร่งเดินเต็มสูบ

ในที่สุด ผมก็ต้องเชื่อว่า ปัจจุบันนี้เหตุการณ์ยังไม่น่าไว้วางใจ ถ้าประมาทชาติอาจจะเจอหายนะ

ผมจึงต้องตระหนักในพระบรมราโชวาท “ผู้ที่มีความรู้ก็ควรที่จะคิดให้มากหน่อย แล้วก็พยายามที่จะจัดการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีพอสมควร”

ท่านผู้อ่านออนไลน์ท่านหนึ่งอยู่ต่างประเทศ เป็นห่วงบ้านเมืองอย่างจริงจัง อ่านคอลัมน์ผมแล้ว ส่งความคิดเห็นมายาวๆ ทุกครั้ง เป็นความคิดเห็นที่มีคุณค่า คราวนี้คุณ “คนผ่านทาง” มีคำถามถึงนายกรัฐมนตรี ผมต้องกราบขออภัย ท่านนายกฯ อ่าน ผมหวังลึกๆ ว่า บางทีเราอาจจะได้รับคำตอบจากท่านนายกฯ ก็เป็นได้ คำตอบนั้นบางครั้งยิ่งเข้ากับภาษิตว่า “การกระทำดังกว่าคำพูด” ก็ยิ่งดี

ต่อไปนี้คือคำถามของ “คนผ่านทาง”

“วันนี้ผมขอใช้คอลัมน์ของท่านอาจารย์ถามท่านนายกรัฐมนตรีหน่อยครับ ในบทความเรื่อ ง “จะเลือกตั้ง หรือจะฝังประชาธิปไตย” ที่ท่านอาจารย์บอกว่า “ไปรณรงค์เรื่องเดียวกัน (สมัชชาประชาธิปไตย) กับท่านนายกรัฐมนตรี และคณะที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิ ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันอย่างกว้างขวาง และมีการตอบสนองอย่างดียิ่ง ท่านนายกฯ ยังยืนยันที่จะปฏิบัติหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญคือจัดการเลือกตั้ง ส่วนการเปลี่ยนเงื่อนไขและเงื่อนเวลานั้นเป็นสิทธิเสรีภาพในระบอบประชาธิปไตยของประชาชน และมีปัจจัยตัดสินเหนือขึ้นไป จำต้องมีข้อมูลและเหตุผลที่ไม่มีทางปฏิเสธได้ ซึ่งคำตอบของท่านนายกฯ ที่ท่านอาจารย์กล่าวถึงก็ คือ ท่านนายกฯ ต้องปฏิบัติหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ ที่จะต้องจัดให้มีการเลือกตั้งเท่านั้น จะเปลี่ยนแปลงได้ต้องมีข้อมูลและเหตุผลที่ไม่มีทางปฏิเสธได้

ถ้าท่านนายกฯ ตอบอย่างนี้คงไม่มีประโยชน์อะไรครับ เพราะเหตุการณ์ความวุ่นวายที่จะเกิดยังไม่เกิดระหว่างนี้แน่ แต่จะเกิดหลังจากการเลือกตั้งไปแล้วเท่านั้น แต่นั่นแหละทุกอย่างเป็นเพียงการคาดการณ์ว่า น่าจะเกิด โดยพิจารณาจากเหตุปัจจัยในขณะนี้ เหมือนสมัยที่นายสมิทธิ์ ธรรมสโรช อดีตอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา เคยเตือนว่า ประเทศไทยอาจจะเกิดคลื่นสึนามิ ให้เตรียมการป้องกัน ท่านก็วิเคราะห์จากเหตุปัจจัยที่เป็นไปได้ แต่ในขณะนั้นมีแต่คนก่นด่าว่า คนระดับผู้ว่าราชการจังหวัดและรัฐมนตรียังออกมาด่าและตำหนิว่า เพ้อเจ้อ ทำให้เสียบรรยากาศการท่องเที่ยว กลายเป็นเรื่องเหลวไหลไร้สาระ แต่ในที่สุดประเทศนี้ก็ต้องเก็บศพไม่ทันกับคำเตือนในครั้งนั้น และที่น่าตลกทุเรศ คือ ในที่สุดก็ต้องเชิญท่านสมิทธิ์ มาเป็นประธานคณะกรรมการเกี่ยวกับป้องกันอุบัติภัยธรรมชาติ ส่วนคำเตือนของท่านอาจารย์และผู้รู้ต่างๆ ในกรณีการเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นเช่นเดียวกับกรณีสึนามิหรือไม่ คงต้องคอยดูกันไป แต่ถ้าเกิดขึ้นจริง ท่านนายกรัฐมนตรี ก็คงหนีความรับผิดชอบไม่พ้นแน่

และอยากจะฝากถามท่านนายกรัฐมนตรีอีกด้วยว่า ที่ท่านเคยกล่าวกับท่านอาจารย์ว่า ท่านจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ให้ท่านนายกฯ ช่วยกลับไปอ่านพระบรมราโชวาทขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงพระราชทานแก่นายทหารชั้นผู้ใหญ่ที่เข้าเฝ้าฯ และทหารรักษาพระองค์ ในการเสด็จพระราชดำเนินทรงตรวจพลสวนสนามครั้งที่ผ่านมา ความว่า

“ข้าพเจ้าและพระราชินีมีความยินดียิ่งนัก ที่ได้มาอยู่ในท่ามกลางทหารรักษาพระองค์ในพิธีตรวจพลสวนสนามในวันนี้ ขอขอบใจในไมตรีจิตของทุกคน และขอสนองพรกับทั้งไมตรีนั้นด้วยใจจริงเช่นกัน ไทยเรารักษาเอกราชและผืนแผ่นดินให้มั่นคงเป็นปึกแผ่นมาได้ ก็เพราะเราทุกคนมีความสำนึกตระหนักในความเป็นไทย และหน้าที่ที่จะธำรงรักษาชาติประเทศไว้ให้เป็นอิสระ มั่นคง ตามประวัติการณ์ที่ปรากฏมา คนไทยจึงมีจิตใจผูกพัน ปรองดองอันหนึ่งอันเดียวกัน ไม่แยกพวกแยกเหล่า มีปกติสามัคคี พร้อมเพรียงกันเสมอ

*** แต่สถานการณ์บ้านเมืองเราในทุกวันนี้ เป็นที่ทราบแก่ใจของเราทุกคนที่สุดแล้วว่า ไม่น่าไว้วางใจ พูดได้ว่าหากคนไทยขาดความสำนึกในชาติ ขาดความสามัคคี ก็อาจจะประสบเคราะห์กรรมกันทั้งชาติ***

จึงขอให้ทหารทุกคน และชาวไทยทุกคน ทุกหมู่ ทุกเหล่า ได้พิจารณาตัดสินใจว่าประเทศชาติของเรานั้น สำคัญควรที่เราจะรักษาไว้ให้ยั่งยืนต่อไปหรือไม่ ถ้าเห็นว่าสำคัญ มั่นใจ ก็ขอให้สังวรระวังกาย ใจ ให้ตั้งมั่นอยู่ในความสัตย์สุจริต พยายามลดอคติ และสร้างเสริมความเมตตาสามัคคีในกันและกัน ไม่ว่าจะทำการสิ่งใดให้ยึดเอาความมั่นคงปลอดภัยของชาติเป็นที่หมายสูงสุด ขออานุภาพแห่งคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ กับทั้งอำนาจแห่งความภักดี โดยบริสุทธิ์ใจในชาติบ้านเมือง จงดลบันดาลให้ทุกๆ ท่าน ประสบแต่ความสุข สวัสดี และความสำเร็จสมประสงค์จงทั่วกัน”

ผมอัญเชิญมาให้ท่านนายกฯ อ่าน และช่วยอ่านตรงที่ผมใส่ดาว *** ไว้หลายๆ เที่ยว แล้วช่วยตอบตัวเองด้วยว่า นับตั้งแต่ท่านได้มารับตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรี หลังจากที่ได้มีการปฏิวัติยึดอำนาจขับไล่รัฐบาลทรราชที่โกงชาติ บ้านเมืองไปแล้ว ท่านได้บริหารบ้านเมืองอย่างไร บ้านเมืองนี้ถึงยังมีบรรยากาศ...ไม่น่าไว้วางใจ พูดได้ว่าหากคนไทยขาดความสำนึกในชาติ ขาดความสามัคคี ก็อาจจะประสบเคราะห์กรรมกันทั้งชาติ...... สิ่งที่ผมอัญเชิญมานี้ไม่ใช่การเอาพระราชดำรัสของพระองค์ท่านมาเป็นเครื่องมือในการโจมตีการทำงานของท่านนายกฯ แต่ผมจำเป็นต้องถามท่าน เพราะท่านขึ้นมาทำงานแล้วต้องตอบผมในฐานะประชาชนคนไทย และตอบตัวท่านเองให้ได้ ถึงวันนี้ผมถือว่า ความพยายามที่จะทำงานให้ดีที่สุดของท่านนายกฯ ในวันนี้ยังไม่ดีพอ ต้องรอให้หลังเลือกตั้งแล้ว บ้านเมืองนี้จึงจะมี...บรรยากาศไว้วางใจได้...อย่างนั้นใช่ไหมครับ ท่านนายกฯ

และผมมีความเห็นแย้งกับท่านอาจารย์เรื่องหนึ่ง ที่ท่านอาจารย์มักกล่าวถึงบุคคล 2 คนในบทความ ที่ได้ปรารภกับท่านอาจารย์ด้วยความเป็นห่วงบ้านเมือง คือ พลเอกจารุภัทร อดีต กกต. ยุค สามหนา และนายสุชิน (ชื่อเก่า.. นายสุชน) อดีตประธานวุฒิสมาชิก ซึ่งท่านอาจารย์ได้พูดถึงบุคคลทั้งสองนี้มาสองครั้ง ในลักษณะเหมือนยกย่องบุคคลทั้งสองว่า ช่างมีความห่วงใยบ้านเมือง ซึ่งก็น่าจะยินดีที่คนไทยและเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ต่างแสดงความห่วงใยบ้านเมือง แต่เผอิญความจำผมยังดี เพราะทุรกรรมที่บุคคลทั้งสองต่างทำขึ้นในยุครัฐบาลทรราช ไม่ว่าจะเป็นพลเอกจารุภัทร ที่ร่วมกับสามหนาจัดการเลือกตั้งและร่วมโกงการเลือกตั้ง จนศาลต้องตัดสินให้เป็นโมฆะ ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านั้นคนทั่วไปต่างวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่ถูกต้องเหมาะสม แต่ กกต. ทั้งสี่คนก็ยังดันทุรังทำจนต้องขึ้นศาล แต่พลเอกจารุภัทรรอดตัวเพราะยอมลาออกเสียก่อน หลังจากที่ร่วมทุรกรรมจนบ้านเมืองเสียหาย

ส่วนกรณีนายสุชิน อดีตประธานวุฒิสมาชิก ที่นับตั้งแต่ได้ตำแหน่งก็อื้อฉาวตั้งแต่เรื่อง สตง. เรื่องของวุฒิสภาผัวเมีย การซื้อเสียง เรียกง่ายๆ ว่า หาความสะอาดหมดจดในการทำงานแทบจะไม่ได้ มีแต่เรื่องเสื่อมเสียตลอด สิ่งที่บุคคลทั้งสองทำในยุคสมัยรัฐบาลทรราชที่เขามีอำนาจ ช่วยบอกผมหน่อยครับท่านอาจารย์ว่า มีประโยชน์ต่อประเทศชาติอย่างไรบ้าง และวันนี้ท่านอาจารย์ยังเอามายกตัวอย่างให้ฟังว่า สองคนนี้ช่างห่วงใยบ้านเมืองเหลือเกิน วันก่อนท่านอาจารย์ยังตำหนิคนไทยว่า ช่างลืมง่าย ต่างลืมกันไปแล้วว่า นายสมัคร สุนทรเวช เคยทำอะไรไว้ในยุค 6 ตุลาคม แล้ววันนี้ท่านอาจารย์กำลังจะบอกให้ผู้อ่านอย่างผม ลืมสิ่งที่พลเอกจารุภัทรและนายสุชิน ทำปู้ยี้ปู้ยำกับชาติบ้านเมืองของผมแล้วหรือครับ

สุดท้ายนี้ ผมได้แต่หวังว่า คำคาดการณ์ทั้งหลายของท่านอาจารย์และผู้รู้ทั้งหลาย จงอย่าได้เกิดขึ้น เมื่อพระบารมีได้ส่องแสงสว่างชี้นำปัญญา ย่อมขับไล่ความมืดบอดของอวิชชา ก็ขอให้คนไทยมีสติ มีปัญญาที่เป็นสัมมาทิฐิ น้อมรับเอาพระบรมราโชวาทที่ทรงพระราชทานแก่คนไทยทั้งชาติในวันที่ 4 ธันวาคม 2550 และแก้ปัญหาลุล่วงไปได้ด้วยดี และโปรดอย่าตีความพระบรมราโชวาทกันแบบผิดๆ ว่า ...ความสามัคคีของพระองค์ท่านนั้น หมายถึง ไม่แบ่งแยกถูก-ผิด จนกลายเป็นการสมานฉันท์กับโจร ซึ่งนั่นไม่ใช่พระบรมราโชวาทขององค์พระมหากษัตริย์ที่ทรงทศพิธราชธรรมอย่างแน่นอน

ขอพระองค์ทรงพระเจริญพระชนมายุพร้อมด้วยพระพลานามัยแข็งแรงสมบูรณ์ ยิ่งยืนนานเทอญ” (คนผ่านทาง)

ขอพระองค์ทรงพระเจริญพระชนมายุพร้อมด้วยพระพลานามัยแข็งแรงสมบูรณ์ ยิ่งยืนนานเทอญ

ข้าวรพุทธเจ้า พสกนิกรในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
กำลังโหลดความคิดเห็น...