ผู้จัดการรายวัน - ทายาทสนามกอล์ฟเมืองแก้ว ลุยโครงการอสังหาฯเชียงใหม่ หลังแนวโน้มการเมือง-กฎหมายต่างด้าวชัดเจน แบ่งที่ดิน 300 ไร่ จาก 700 ไร่ เดินหน้าโครงการที่อยู่อาศัย-คอนโดมิเนียมอีกครั้ง หวังสร้างมูลค่าเพิ่มโครงการสนามกอล์ฟ ยัน 4 -5 ปี มูลค่ารวมทั้งโครงการ ไม่ต่ำกว่า 10,000 ล้านบาท
นายวรนล สามโกเศศ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ม่อนพญาพรหม จำกัด และสนามกอล์ฟเมืองแก้ว เปิดเผยถึงแผนการลงทุนโครงการอสังหาริมทรัพย์ว่า ทางบริษัทฯได้ตัดสินใจที่จะเดินหน้าขยายโครงการบ้านจัดสรรในโครงการเชียงใหม่ ไฮแลนด์ กอล์ฟ แอนด์ สปา รีสอร์ต ในจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นรูปแบบบ้านเดี่ยวในสนามกอล์ฟที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่ที่สุดในภาคเหนือ โดยมีพื้นที่ประมาณ 700 ไร่
เชียงใหม่ ไฮแลนด์ฯ แบ่งแยกการพัฒนาออกเป็น 2 ส่วน คือ 1. พื้นที่ของสนามกอล์ฟบนเนื้อที่ประมาณ 400 ไร่ ในส่วนนี้จะร่วมทั้งรีสอร์ทและสปา และส่วนที่ 2 จะเป็นการพัฒนาบ้านพักอาศัยระดับหรูรอบสนามกอล์ฟ แบ่งเนื้อที่ประมาณ 300 ไร่ คาดว่าจะมีการพัฒนาที่อยู่เสนอขายลูกค้าประมาณ 300 ยูนิต นอกจากนี้ ยังมีส่วนของการพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมโลว์ไรส์ รวมแล้วทั้งโครงการสนามกอล์ฟและโครงการที่อยู่อาศัยจะมีมูลค่าในปัจจุบันกว่า 4,000 ล้านบาท
"โครงการสนามกอล์ฟเชียงใหม่ ไฮแลนด์ฯ เป็นผลสำเร็จที่เกิดมาจากโครงการสนามกอล์ฟเมืองแก้ว ที่ตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ โดยเข้ามารับผิดชอบโครงการสนามกอล์ฟที่เชียงใหม่ในช่วงปี 2547 และใช้เวลาประมาณ 1 ปี กว่าที่โครงการสนามกอล์ฟที่เชียงใหม่จะเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา เป็นรูปแบบของสนามกอล์ฟ 18 หลุม และมีการพัฒนาในส่วนของรีสอร์ทและสปา ในลักษณะของวิลล่า ที่ก่อสร้างแล้วเสร็จในเบื้องต้น 9 หลัง จากทั้งหมด 20 หลัง เพื่อบริการให้แก่ลูกค้า " นายวรนลกล่าวและชี้แจงเหตุผลของการขยายโครงการที่อยู่อาศัยว่า
โครงการที่อยู่อาศัยได้เกิดมาตั้งแต่ปี 2547 (ค.ศ.2004) แต่ในช่วงนั้น เศรษฐกิจของประเทศชะลอตัวลง และระหว่างปี 2550 มีการแก้ไขพระราชบัญญัติประกอบธุรกิจคนต่างด้าว(นอมินี)มาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ลูกค้าต่างชาติ ไม่มั่นใจและชะลอการตัดสินใจที่จะมีบ้านในโครงการสนามกอล์ฟ อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบัน ผลกระทบดังกล่าวเริ่มลดลง เนื่องจากในช่วงปลายปี 2550 จะมีการเลือกตั้งรัฐบาลใหม่ ซึ่งจะส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน ขณะเดียวกันการแก้ไขพ.ร.บ.ต่างด้าว อยู่ระหว่างการแก้ไขของสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)
"ในช่วง2ปีหลังจากเปิดโครงการที่อยู่อาศัย มียอดขายตามคำสั่งของลูกค้าประมาณ 10 หลัง สัดส่วนลูกค้าคนไทยและต่างประเทศเท่ากัน คาดว่าภายในต้นปี 2551 จะสามารถโอนบ้านให้แก่ลูกค้าได้ และยังมีลูกค้าที่อยู่ระหว่างการเจรจาอีกประมาณ 15 หลัง แยกเป็นลูกค้าคนไทยประมาณ 70% และ 30% เป็นลูกค้าต่างชาติ " กรรมการผู้จัดการกล่าว
ทั้งนี้ โครงการที่อยู่อาศัย จะแบ่งการพัฒนาออกเป็น 3 เฟส โดยในเฟสแรกจะมีจำนวน 120 ยูนิต และรอการอนุมัติในการพัฒนาเฟสที่ 2 ซึ่งรายละเอียดของที่อยู่อาศัยในเฟสแรก จะมีทั้งบ้านเดี่ยวชั้นเดียวและบ้านเดี่ยว2ชั้น ขนาดพื้นที่บ้านตั้งแต่ 222 ตารางเมตร(ตร.ม.)ถึง 382 ตร.ม. เนื้อที่ที่ดินประมาณ 150 ตารางวา ซึ่งมีทั้งแบบ 2 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ จนถึง 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ โดยมีราคาบ้านพร้อมที่ดินเริ่มต้นที่ 5.8-7.8 ล้านบาท
บ้านทุกหลังจะเห็นทัศนียภาพของสนามกอล์ฟเชียงใหม่ ไฮแลนด์ กอล์ฟ แอนด์ สปา รีสอร์ท ในส่วนของคอนโดมิเนียมโลว์ไรส์ เฟสแรกจะพัฒนาประมาณ 20 ยูนิต พื้นที่ใช้สอยประมาณ 76-200 ตร.ม. ราคาขายตั้งแต่ 3 ล้านบาทจนไปถึงกว่า 6 ล้านบาท
" ทางโครงการได้จัดการเปิดตัวโครงการที่อยู่อาศัยเมื่อวันศุกร์ที่ 23 ที่ผ่านมา ซึ่งมีลูกค้าทั้งคนไทยและต่างชาติเข้าร่วมงานจำนวนมาก ทั้งนี้ การพัฒนาโครงการ จะสร้างบ้านตามความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก จะมีแบบบ้านให้ลูกค้าเลือก 5 รูปแบบ เช่น บ้านทับภูคา บ้านทับเทวา เป็นต้น ขณะนี้ได้เปิดให้ลูกค้าได้ชมบ้านตัวอย่างที่ก่อสร้างแล้วเสร็จ "นายวรนลกล่าว
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของสิทธิประโยชน์ที่ลูกค้าตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัยภายในโครงการ จะได้รับการอนุมัติการเป็นสมาชิกฟรีตั้งแต่ 10-30 ปี เช่น ซื้อบ้านทับภูคา รูปแบบ 1 ชั้น พื้นที่ 2 ตร.ม. จะได้สิทธิ์การเป็นสมาชิกสนามกอล์ฟประมาณ 10-15 ปี และหากเป็นบ้านเดี่ยวระดับราคาสูง จะได้รับสิทธิ์การเป็นสมาชิก 30 ปี
ในส่วนของผลการดำเนินงานนั้น คาดว่า โครงการเชียงใหม่ ไฮแลนด์ฯจะมีรายได้มาจากสนามกอล์ฟ ในเบื้องต้นประมาณ 20 ล้านบาทต่อปี และเริ่มมีนักท่องเที่ยวเข้ามาใช้บริการ คาดว่าในช่วงฤดูการท่องเที่ยว( พ.ย.-มี.ค.)จะมีผู้เข้ามาใช้บริการประมาณ 6,000-7,000 คนต่อเดือน ปัจจุบันมีสมาชิกของสนามกอล์ฟแล้วประมาณ 20 ราย อัตราค่าสมาชิกประมาณ 7 แสนบาทต่อคนต่อ 30 ปี
มูลค่าโครงการในอนาคตหมื่นล้านบาท
นายวรนลกล่าวว่า ปัจจุบันทั้งโครงการสนามกอล์ฟและโครงการที่อยู่อาศัยที่จะเกิดขึ้นในขณะนี้ จะมีมูลค่าไม่มาก แต่คาดว่าในช่วง 4-5 ปีข้าง โครงการทั้งหมดจะถูกพัฒนาเต็มพื้นที่ มูลค่ารวมจะไม่ต่ำกว่า 10,000 ล้านบาท ซึ่งนอกจากจะรวมถึงมูลค่าโครงการแล้ว ยังรวมถึงมูลค่าเพิ่มของตราสินค้า(แบรนด์) ในอนาคต
" เราเกิดโครงการสนามกอล์ฟที่เชียงใหม่ เพราะคุณพ่อ คือ นายวิชัย สามโกเศษ รักกีฬากอล์ฟมากๆ การที่เราเข้ามานั้น ก็เพื่อสานความสุขให้แก่คุณพ่อ เราไม่คิดเรื่องของกำไร "กรรมการผู้จัดการกล่าว
อนึ่ง โครงการปรับปรุงสนามกอล์ฟและโครงสร้างอาคาร ได้รับการสนับสนุนสินเชื่อจากธนาคารนครหลวงไทย จำกัด (มหาชน) วงเงินประมาณ 200 ล้านบาท ซึ่งลูกค้ารายนี้ มีความเชี่ยวชาญในเรื่องของธุรกิจสนามกอล์ฟ และเป็นลูกค้าเก่าแก่มานาน
นายวรนล สามโกเศศ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ม่อนพญาพรหม จำกัด และสนามกอล์ฟเมืองแก้ว เปิดเผยถึงแผนการลงทุนโครงการอสังหาริมทรัพย์ว่า ทางบริษัทฯได้ตัดสินใจที่จะเดินหน้าขยายโครงการบ้านจัดสรรในโครงการเชียงใหม่ ไฮแลนด์ กอล์ฟ แอนด์ สปา รีสอร์ต ในจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นรูปแบบบ้านเดี่ยวในสนามกอล์ฟที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่ที่สุดในภาคเหนือ โดยมีพื้นที่ประมาณ 700 ไร่
เชียงใหม่ ไฮแลนด์ฯ แบ่งแยกการพัฒนาออกเป็น 2 ส่วน คือ 1. พื้นที่ของสนามกอล์ฟบนเนื้อที่ประมาณ 400 ไร่ ในส่วนนี้จะร่วมทั้งรีสอร์ทและสปา และส่วนที่ 2 จะเป็นการพัฒนาบ้านพักอาศัยระดับหรูรอบสนามกอล์ฟ แบ่งเนื้อที่ประมาณ 300 ไร่ คาดว่าจะมีการพัฒนาที่อยู่เสนอขายลูกค้าประมาณ 300 ยูนิต นอกจากนี้ ยังมีส่วนของการพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมโลว์ไรส์ รวมแล้วทั้งโครงการสนามกอล์ฟและโครงการที่อยู่อาศัยจะมีมูลค่าในปัจจุบันกว่า 4,000 ล้านบาท
"โครงการสนามกอล์ฟเชียงใหม่ ไฮแลนด์ฯ เป็นผลสำเร็จที่เกิดมาจากโครงการสนามกอล์ฟเมืองแก้ว ที่ตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ โดยเข้ามารับผิดชอบโครงการสนามกอล์ฟที่เชียงใหม่ในช่วงปี 2547 และใช้เวลาประมาณ 1 ปี กว่าที่โครงการสนามกอล์ฟที่เชียงใหม่จะเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา เป็นรูปแบบของสนามกอล์ฟ 18 หลุม และมีการพัฒนาในส่วนของรีสอร์ทและสปา ในลักษณะของวิลล่า ที่ก่อสร้างแล้วเสร็จในเบื้องต้น 9 หลัง จากทั้งหมด 20 หลัง เพื่อบริการให้แก่ลูกค้า " นายวรนลกล่าวและชี้แจงเหตุผลของการขยายโครงการที่อยู่อาศัยว่า
โครงการที่อยู่อาศัยได้เกิดมาตั้งแต่ปี 2547 (ค.ศ.2004) แต่ในช่วงนั้น เศรษฐกิจของประเทศชะลอตัวลง และระหว่างปี 2550 มีการแก้ไขพระราชบัญญัติประกอบธุรกิจคนต่างด้าว(นอมินี)มาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ลูกค้าต่างชาติ ไม่มั่นใจและชะลอการตัดสินใจที่จะมีบ้านในโครงการสนามกอล์ฟ อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบัน ผลกระทบดังกล่าวเริ่มลดลง เนื่องจากในช่วงปลายปี 2550 จะมีการเลือกตั้งรัฐบาลใหม่ ซึ่งจะส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน ขณะเดียวกันการแก้ไขพ.ร.บ.ต่างด้าว อยู่ระหว่างการแก้ไขของสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)
"ในช่วง2ปีหลังจากเปิดโครงการที่อยู่อาศัย มียอดขายตามคำสั่งของลูกค้าประมาณ 10 หลัง สัดส่วนลูกค้าคนไทยและต่างประเทศเท่ากัน คาดว่าภายในต้นปี 2551 จะสามารถโอนบ้านให้แก่ลูกค้าได้ และยังมีลูกค้าที่อยู่ระหว่างการเจรจาอีกประมาณ 15 หลัง แยกเป็นลูกค้าคนไทยประมาณ 70% และ 30% เป็นลูกค้าต่างชาติ " กรรมการผู้จัดการกล่าว
ทั้งนี้ โครงการที่อยู่อาศัย จะแบ่งการพัฒนาออกเป็น 3 เฟส โดยในเฟสแรกจะมีจำนวน 120 ยูนิต และรอการอนุมัติในการพัฒนาเฟสที่ 2 ซึ่งรายละเอียดของที่อยู่อาศัยในเฟสแรก จะมีทั้งบ้านเดี่ยวชั้นเดียวและบ้านเดี่ยว2ชั้น ขนาดพื้นที่บ้านตั้งแต่ 222 ตารางเมตร(ตร.ม.)ถึง 382 ตร.ม. เนื้อที่ที่ดินประมาณ 150 ตารางวา ซึ่งมีทั้งแบบ 2 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ จนถึง 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ โดยมีราคาบ้านพร้อมที่ดินเริ่มต้นที่ 5.8-7.8 ล้านบาท
บ้านทุกหลังจะเห็นทัศนียภาพของสนามกอล์ฟเชียงใหม่ ไฮแลนด์ กอล์ฟ แอนด์ สปา รีสอร์ท ในส่วนของคอนโดมิเนียมโลว์ไรส์ เฟสแรกจะพัฒนาประมาณ 20 ยูนิต พื้นที่ใช้สอยประมาณ 76-200 ตร.ม. ราคาขายตั้งแต่ 3 ล้านบาทจนไปถึงกว่า 6 ล้านบาท
" ทางโครงการได้จัดการเปิดตัวโครงการที่อยู่อาศัยเมื่อวันศุกร์ที่ 23 ที่ผ่านมา ซึ่งมีลูกค้าทั้งคนไทยและต่างชาติเข้าร่วมงานจำนวนมาก ทั้งนี้ การพัฒนาโครงการ จะสร้างบ้านตามความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก จะมีแบบบ้านให้ลูกค้าเลือก 5 รูปแบบ เช่น บ้านทับภูคา บ้านทับเทวา เป็นต้น ขณะนี้ได้เปิดให้ลูกค้าได้ชมบ้านตัวอย่างที่ก่อสร้างแล้วเสร็จ "นายวรนลกล่าว
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของสิทธิประโยชน์ที่ลูกค้าตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัยภายในโครงการ จะได้รับการอนุมัติการเป็นสมาชิกฟรีตั้งแต่ 10-30 ปี เช่น ซื้อบ้านทับภูคา รูปแบบ 1 ชั้น พื้นที่ 2 ตร.ม. จะได้สิทธิ์การเป็นสมาชิกสนามกอล์ฟประมาณ 10-15 ปี และหากเป็นบ้านเดี่ยวระดับราคาสูง จะได้รับสิทธิ์การเป็นสมาชิก 30 ปี
ในส่วนของผลการดำเนินงานนั้น คาดว่า โครงการเชียงใหม่ ไฮแลนด์ฯจะมีรายได้มาจากสนามกอล์ฟ ในเบื้องต้นประมาณ 20 ล้านบาทต่อปี และเริ่มมีนักท่องเที่ยวเข้ามาใช้บริการ คาดว่าในช่วงฤดูการท่องเที่ยว( พ.ย.-มี.ค.)จะมีผู้เข้ามาใช้บริการประมาณ 6,000-7,000 คนต่อเดือน ปัจจุบันมีสมาชิกของสนามกอล์ฟแล้วประมาณ 20 ราย อัตราค่าสมาชิกประมาณ 7 แสนบาทต่อคนต่อ 30 ปี
มูลค่าโครงการในอนาคตหมื่นล้านบาท
นายวรนลกล่าวว่า ปัจจุบันทั้งโครงการสนามกอล์ฟและโครงการที่อยู่อาศัยที่จะเกิดขึ้นในขณะนี้ จะมีมูลค่าไม่มาก แต่คาดว่าในช่วง 4-5 ปีข้าง โครงการทั้งหมดจะถูกพัฒนาเต็มพื้นที่ มูลค่ารวมจะไม่ต่ำกว่า 10,000 ล้านบาท ซึ่งนอกจากจะรวมถึงมูลค่าโครงการแล้ว ยังรวมถึงมูลค่าเพิ่มของตราสินค้า(แบรนด์) ในอนาคต
" เราเกิดโครงการสนามกอล์ฟที่เชียงใหม่ เพราะคุณพ่อ คือ นายวิชัย สามโกเศษ รักกีฬากอล์ฟมากๆ การที่เราเข้ามานั้น ก็เพื่อสานความสุขให้แก่คุณพ่อ เราไม่คิดเรื่องของกำไร "กรรมการผู้จัดการกล่าว
อนึ่ง โครงการปรับปรุงสนามกอล์ฟและโครงสร้างอาคาร ได้รับการสนับสนุนสินเชื่อจากธนาคารนครหลวงไทย จำกัด (มหาชน) วงเงินประมาณ 200 ล้านบาท ซึ่งลูกค้ารายนี้ มีความเชี่ยวชาญในเรื่องของธุรกิจสนามกอล์ฟ และเป็นลูกค้าเก่าแก่มานาน