xs
xsm
sm
md
lg

คนไทยตื่นกันแล้ว

เผยแพร่:   โดย: ยอดธง ทับทิวไม้

.
การตื่นขึ้นมาและการรวมตัวของคนไทยที่ไม่มีบุญญาธิการของชาติในจังหวัดต่างๆ ได้เริ่มต้นมานานพอสมควรแล้ว เพื่อการต่อสู้กับความโง่และความชั่วร้ายของชนชั้นปกครองของชาติ แต่ยังไม่เป็นกลุ่มก้อนใหญ่โตที่มีความน่ากลัวเท่าไรนัก แต่มาถึงวันนี้การรวมตัวของประชาชนที่เรียกกันว่า รากหญ้า มันได้เริ่มต้นขึ้นมาในลักษณะที่ไม่แจ่มชัดนักในตอนแรกๆ นั่นคือ การรวมตัวของคนไทยทั่วไปที่เรียกตัวเองว่า พันธมิตรฯ ที่ออกมาคัดค้านการกระทำชั่วของนักการเมือง พันธมิตรฯ ได้เริ่มออกมาเปิดเผยความทรยศคดโกง และการกินบ้านกินเมืองหรือการขายชาติอย่างเปิดเผย โดยการเสนอรายการทางวิทยุ และหนังสือพิมพ์ทำให้คนไทยเจ้าของชาติทั่วประเทศยอมรับ และมองเห็นภัยอันตรายของนักการเมืองพวกนี้ขึ้นมารางๆ และเริ่มรวมตัวกันที่นั่นที่นี่ แต่ว่าผลจากการตื่นตัวของประชาชนเหล่านี้ในการรับรู้ความหายนะของชาติจากความชั่วของนักการเมือง ความไม่ยุติธรรมนานาชนิดทำให้นักการเมืองชุดที่แล้วต้องพังพินาศไปอย่างไม่มีทางได้กลับมาเหยียบแผ่นดินไทยอีก

การตื่นตัวครั้งนี้จะเป็นแบบอย่างแก่ประชาชนคนเดินดินทั่วประเทศเริ่มได้เห็นแบบอย่างภาระหน้าที่ของเจ้าของแผ่นดินที่ถูกหลอกลวงทุกคน ให้เริ่มคิดถึงสภาพที่แท้จริงของตนเองและเพื่อนร่วมชาติทุกคนมองเห็นชัดว่าจำเป็นแล้วที่ทุกคนจะต้องตื่นขึ้นมา และช่วยกันกำจัดทำลายความชั่วในประเทศชาติกันเสียที!

ในระหว่างที่พันธมิตรฯ กำลังรวมตัวกันต่อสู้อยู่นั้น พวกรากหญ้าก็เริ่มจับกลุ่มกันและรวมตัวในปัญหาต่างๆ ที่เขาเผชิญอยู่ ไม่ว่ากลุ่มคนอีสานหลายจังหวัดที่รวมตัวกันเพื่อย้ายประเทศไปอยู่ลาว เพราะในเมืองไทยทุกคนหมดหวังที่จะได้รับความเป็นธรรมจากผู้ปกครองบ้านเมืองที่ต่างก็พยายามทำมาหากินอยู่อย่างขะมักเขม้น นอกจากโง่ไม่เอาไหนแล้วยังเอาตัวรอด และกอบโกยอย่างหลับหูหลับตากันเสียส่วนใหญ่ ในกรุงเทพฯ กลุ่มประชาชนจากองค์การ ร.ส.พ.ที่ถูกยุบก็รวมตัวกันอีก พร้อมกับกลุ่มอื่นๆ ที่ทำกันมาตลอดเวลา 1 ปีที่ผ่านมา จนกระทั่งระยะสุดท้ายไม่กี่วันมานี้ การรวมตัวอย่างชัดเจนและมีพลังมากขึ้นอีกก็คือกลุ่มสหภาพแรงงานการรถไฟฯ ที่รวมตัวกันหยุดงานทั่วประเทศประท้วงเพื่อขอเจรจากับการรถไฟฯ และผู้มีอำนาจในคณะรัฐบาลปฏิวัติ ขอให้ยุติการขายชาติและการคอร์รัปชันในการไม่ยอมให้มีการประมูลที่ดินการรถไฟฯ กับบริษัทเอกชนซึ่งใช้ทรัพย์สินของการรถไฟฯ ทำมาหากินจนกระทั่งร่ำรวยมหาศาลซึ่งก็สามารถตกลงกันได้ว่าจะมีการเจรจากัน ซึ่งจะจริงเท็จแค่ไหนก็ต้องดูกันต่อไป

และคนไทยที่ถูกทำลายไม่ว่าจะเป็นกลุ่มโชวห่วยทั่วประเทศ และกลุ่มที่ต่อสู้เพื่อคุ้มครองการทำลายป่าและการต่อสู้กับโรงงานอุตสาหกรรมขายชาติในจังหวัดชายทะเลภาคตะวันออกหรือโรงงานเหมืองแร่ในภาคอีสาน อีกทั้งประเทศที่มีปัญหาและบรรดาเจ้านายและผู้ปกครองบ้านเมืองร่วมกันขายชาติขายแผ่นดิน จนกระทั่งประชาชนไม่มีที่จะซุกหัวนอนกันแล้ว ต่อนี้ไปทุกคนจะไม่นิ่งเฉยเอาตัวรอด แต่จะมีการช่วยกันคัดค้านพวกข้าราชการที่ขายชาติ และขายแผ่นดินอย่างที่คนงานการรถไฟฯ นัดหยุดงานทั่วประเทศได้สำแดงให้เห็นแล้ว ทางที่จะช่วยเหลือตัวเองและป้องกันนักการเมืองมีทางเดียวเท่านั้นคือ การรวมตัวกันประท้วงและจัดการกับมันเป็นกลุ่มเป็นก้อนไปเท่านั้นคือทางออก

ไม่มีทางอื่น!

ไม่ต้องรอเทวดาที่ไหนในโลกนี้ นอกจากประชาชนจะต้องต่อสู้ป้องกันตัวเอง และรักษาแผ่นดินของตัวเองเท่านั้น

ผมกำลังนั่งเขียนบทความชิ้นนี้อยู่ เปิดโทรทัศน์ดูรายการข่าวของ ASTV 1 ซึ่งตอนนั้นกำลังเริ่มรายการสนทนาของนักวิชาการจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ่อค้าข้าว และนายกสมาคมเกี่ยวกับข้าว ให้ตายเถอะ, ผมพึ่งทราบเดี๋ยวนี้เองว่าชาวนาไทยที่ปลูกข้าวมาช้านานนั้น กำลังจะฉิบหายแน่นอนในอนาคตอันไม่ช้านี้

ฟังท่านผู้รู้เหล่านั้นเล่าประสบการณ์ต่างๆ ที่ผ่านมา และจะต้องรับกรรมกันต่อไปนั้น มันพูดอะไรไม่ถูกว่าเราจะทำอย่างไรกับเวรกรรมที่เราเกิดมาอยู่ในประเทศที่สกปรกชั่วช้าของผู้คนเหล่านี้?

แต่นั่นแหละเรายังพอหวังกันอยู่บ้าง ถ้าคนไทยที่ตื่นกันแล้วจะสามารถรวมตัวกันให้มากกว่านี้และให้เร็วกว่านี้อีกสักเล็กน้อย
หรือถ้าจะพูดกันอย่างคนไทยก็คือว่า เป็นไปไม่ได้ที่ใครจะสร้างประเทศไทยให้นักการเมืองและคนชั่วมันมากินบ้านกินเมืองจนวอดวายสูญพันธุ์ไปได้ง่ายๆ เมืองไทยยังมีคนดีและคนที่พระสยามเทวาธิราชปั้นให้มาเกิดเพื่อที่จะรับมือกับพวกนั้นได้ เมื่อเป็นเช่นนั้นคนไทยน่าจะต้องเหลืออยู่และกอบกู้ทุกอย่างสำหรับความเป็นไทยของเราทุกคนให้อยู่ต่อไปได้แน่นอน นั่นคือเราจะต้องสู้

เราจะไม่ก้มหน้ายินยอมมันอย่างที่มันกระหยิ่มยิ้มย่องกันอยู่ในขณะนี้!

หรือพูดได้ว่า คนไทยยังมีเวลาพอที่จะแก้ไขและปรับปรุงตัวเองให้ทันการณ์ นั่นคือการพยายามรู้และเข้าใจว่าบ้านเมืองที่เริ่มแออัดคับแคบเข้ามาเป็นลำดับในระยะเกือบ 100 ปีที่ผ่านมานี้ เพราะนักการเมืองมันชั่ว การปกครองบ้านเมืองมันก็ชั่ว ทุกคนพยายามอยู่ด้วยการปล้นชิงจากประชาชนอย่างรัฐบาลที่ผ่านมา โดยที่คนไม่สนใจว่าอะไรเป็นอะไร เราคงจะเป็นคนไทยแบบนั้นอยู่ไม่ได้ ขณะนี้คนไทยทั่วประเทศของเราเริ่มตื่นขึ้นมาแล้ว รู้ต้นสายปลายเหตุแห่งความชั่วร้ายในทุกๆ ประการแล้ว และทุกคนก็เริ่มตื่นขึ้นมาแล้ว หน้าที่ของคนไทยทุกคนต่อไปนี้ก็คือการต่อสู้เพื่อรักษาแผ่นดินไว้ให้ลูกหลาน

เขาจะต้องเข้าใจนักการเมืองและชนชั้นปกครองทุกคนให้ชัดว่ามันเป็นโจรผู้ร้ายหรือเป็นสัตว์ประเภทไหน?

ถ้าคนไทยทุกคนเฉยเมยหรือหลับหูหลับตาในเรื่องนี้ ผลก็คืออันตรายอย่างที่มันเกิดขึ้นในประเทศไทยที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ ชาติทั้งชาติมีแต่ความวิบัติจะเกิดขึ้น

จะปล่อยให้มันฉกมันกัดเราอยู่เหมือนเก่าไม่ได้แล้ว

โดยสถานการณ์ที่เป็นมาในประวัติศาสตร์ชาติไทย คนไทยเป็นคนโง่ เป็นคนเงียบ เป็นคนสงบเสงี่ยม หน้าที่และสันดานคนไทยมีอย่างเดียวในการเกิดมาเป็นคน นั่นคือมีหน้าที่ฟังเขาบอก ฟังได้ก็ฟัง ฟังไม่ได้ก็เงียบเสีย ไม่มีการถกเถียงหรือไม่ออกความคิดเห็นใดๆ

เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองในปี พ.ศ. 2475 ประชาชนไม่รู้เรื่องราว และไม่มีความเข้าใจอะไร นอกจากรู้ว่ามีการแย่งอำนาจจากพระเจ้าแผ่นดินมาเป็นของประชาชน ลูกเต้าเหล่าใครก็ไม่สนใจ

ประชาชนที่ว่านั้นก็ไม่มีใครรู้อีกเหมือนกันว่ามันเป็นใครหรือมีสิทธิอะไรที่จะต้องมาแย่งอำนาจและเอาอำนาจไปไว้ในกำมือตัวเอง แต่ต่อมาก็ทราบกันว่าการเปลี่ยนแปลงการปกครองครั้งนั้นเป็นพวกทหารและพลเรือนซึ่งเป็นขุนนางเก่า ทางด้านทหารที่มีคนรู้จักหรือประกาศชื่อออกมาคือ หลวงพิบูลสงคราม หรือจอมพล ป.พิบูลสงคราม ซึ่งในสมัยนั้นคนที่ได้ยินชื่อนี้ก็จะเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นเกรงกลัวเพราะไม่ใช่ผู้คนธรรมดา แต่เป็นถึง จอมพลเอาทีเดียว ก็ไม่พูดไม่แสดงออกมาให้ใครรู้ว่าตนมีความรู้สึกอย่างไร และอีกฝ่ายหนึ่งเป็นคนธรรมดาที่มีบรรดาศักดิ์เป็นคุณหลวงคือ หลวงประดิษฐ์มนูธรรม หรือรู้กันเพียงเท่านั้น ไม่รู้อะไรมากไปกว่านั้น ทั้งสองคนนี้เป็นคนที่ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าคณะผู้เข้ามาแย่งอำนาจ

แย่งอำนาจแล้วก็ไม่มีใครสนใจและไม่มีใครรู้สึกอะไร เพราะคนไทยส่วนใหญ่มีแต่ชาวบ้านชาวช่องที่ไม่รู้อะไรมาก นอกจากทำมาหากินไปวันๆ

นั่นเป็นคนไทยสมัยนั้น

ไม่มีคำว่าประชาธิปไตย หรือประชาธิปไตยมันคืออะไร เหมือนนักการเมืองทุกวันนี้ซึ่งพูดออกมาได้คำเดียวเท่านั้นคือคำว่า ประชาธิปไตยเหมือนพระผู้เป็นเจ้าหรือเป็นอาหารมหัศจรรย์ที่พอได้แตะเข้าไปแล้วจะแก้ปัญหาทุกอย่างในโลกนี้ได้ แต่เรื่องจะกินจะโกงจะขายชาติอย่างไรก็อ้างประชาธิปไตยเดียรัจฉานนี้จะไม่มีการพูดถึงประโยชน์และโทษของมัน

และจะไม่มีการบอกกล่าวอะไรกับประชาชนให้รู้เรื่องว่าการเข้าไปแย่งอำนาจ และได้อำนาจมานั้นเอามาทำอะไร จะใช้อำนาจนั้นอย่างไร หรือใครจะเป็นผู้ใช้อำนาจ?

และประชาชนเองก็จะไม่สนใจ นอกจากหลับหูหลับตาอยู่ไปกินไปวันๆ จนกว่าจะหมดเวรหมดกรรมกันไป
นั่นคือความหมายของคำว่า ประชาธิปไตยที่บรรดาเดียรัจฉานทางการเมืองของไทยนำมาหลอกลวงประชาชนอยู่ทุกวันนี้

ระหว่างผู้ได้อำนาจกับประชาชนก็จะต่างกินต่างอยู่ ผู้มีอำนาจที่แย่งอำนาจมาได้นั้นก็เข้าครองอำนาจและเริ่มลงมือกวนเมืองด้วยการกระทำ 2 อย่างคือ

(1) สร้างศัตรูขึ้นมาและหาทางไล่ศัตรูออกไปนอกประเทศ

(2) คอร์รัปชันทรัพย์สินของแผ่นดินกรณีทรัพย์สินพระมหากษัตริย์


ศัตรูที่นักประชาธิปไตยพวกนี้ต้องการขับไล่ออกนอกประเทศคนแรกก็คือ หลวงประดิษฐ์มนูธรรมในข้อหาคอมมิวนิสต์ทำให้ต้องเดินทางไปอยู่ฝรั่งเศสระยะหนึ่ง แต่คอมมิวนิสต์ยังไม่มีในเมืองไทยในยุคนั้น แม้แต่หนังสือเกี่ยวกับคอมมิวนิสต์บรรทัดเดียวก็ยังไม่มี แต่เพราะไม่ชอบหน้าคนที่รู้ทันก็หาเรื่องเข้าไว้ก่อน จึงมีความผิดตามความต้องการ

ประชาธิปไตยชั่วร้ายนั้นก็สถิตมั่นคงในแผ่นดินไทยมาจนถึงทุกวันนี้ และแผลงฤทธิ์ไม่ยอมหยุด

คนไทยจึงจำเป็นจะต้องตื่นขึ้นมาเอาจริงเอาจังกันต่อไปอีก การนัดหยุดงานของสหภาพคนงานการรถไฟฯ คราวนี้ จึงเป็นตัวอย่างที่ดีที่ช่วยชาติไทยไว้ได้!
กำลังโหลดความคิดเห็น...