xs
xsm
sm
md
lg

ถ้ายังโง่กันอยู่ ก็ยกชาติไทยให้มันไปเสีย

เผยแพร่:   โดย: ยอดรัก ตะวันรอน

เมื่อกรุงศรีอยุธยาแตกหลายร้อยปีก่อน คนไทยทุกคนไม่มีการศึกษา แม้แต่จบชั้นประถม 4 ซึ่งมันยังไม่มี คนไทยไม่มีผู้นำหรือประชาชนที่คิดว่าตนเองเป็นเจ้าของชาติทุกคนไม่เคยเรียนวิชาการด็อกเตอร์หรือไม่ได้เป็น ฯพณฯ อย่างในปัจจุบันนี้ แต่ก็ถือว่าเป็นหน้าที่ของคนทุกคนจะต้องสู้กับพม่า เมื่อพม่าเข้ามาถึงกรุงศรีอยุธยาและเผากรุง เผาวัดวาอารามและโบสถ์วิหาร คนไทยยุคนั้นพาหนีตายกันมาตั้งหลักที่กรุงเทพฯ และธนบุรีเพื่อเตรียมตัวฟาดฟันกับพม่าและขับไล่พม่าออกไปจากผืนแผ่นดินไทยจนทุกวันนี้พม่ายังไม่กล้ากลับมาอีก

เฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อพากันหนีออกจากกรุงศรีอยุธยามานั้น ไม่มีใครได้เตรียมตัวใดๆ ทั้งสิ้น นอกจากดาบและม้าเป็นเพื่อนเดินทาง แต่ข้าวปลาอาหารการกินหรือเครื่องยังชีพไม่ได้เอามา เมื่อมาถึงกรุงเทพฯ ก็ได้พ่อค้าคนจีนที่ค้าขายอยู่ในเมือง นำข้าวสารมาบริจาคเลี้ยงดูนักรบ 500 คน ที่จะต้องเดินทางรบกับพม่าต่อไป

คนจีนยุคนั้น ไม่ได้เป็นเจ้าของแผ่นดิน แต่ทุกคนก็ช่วยกันคนละไม้คนละมืออย่างน่าอเนจอนาถที่เราเห็นกันอยู่ ไม่นั่งคอยเขมือบอย่างเดียวเหมือนพวกที่รักชาติใจจะขาดที่เรามีอยู่ทุกวันนี้

การมาเตรียมตัวสู้ของคนไทยครั้งนั้น ประวัติศาสตร์บอกว่ามีเพียง 500 คน มีแต่คนธรรมดา ไม่เคยเป็น ฯพณฯ ไม่มีพลเอก ไม่มีจอมพล หรือไม่มีตำแหน่งหน้าที่อะไรทั้งนั้นแม้แต่เงินเดือนที่จะมีโอกาสได้เขมือบเป็นฟ่อนเหมือนทุกวันนี้ แต่ที่ทุกคนรวมตัวกันสู้โดยไม่ได้ต่อรองนั้นเพราะเหตุผล 3 ประการคือ

(1) แผ่นดินนี้เป็นของไทย คนไทยทุกคนถือว่าป็นหน้าที่ที่จะต้องรักษาบ้านเมืองและผู้คนในแผ่นดินของตัวเอง

(2) สิ่งที่มีชีวิตที่เกิดขึ้นในเมืองไทยและอยู่ในเมืองไทยไม่ว่าจะเป็นสัตว์ประเภทใดทุกชีวิตพร้อมที่จะต่อสู้ คนไทยที่เป็นผู้นำในยุคนั้นมีอยู่คนเดียวเท่านั้นคือ นายสิน หรือพระยาวชิรปราการเจ้าเมืองเล็กๆ แห่งหนึ่งทางภาคเหนือ ที่พร้อมจะนำคนไทยยอมทำตามคำสั่งทุกอย่างเพราะทุกคนถือว่าแผ่นดินไทยในยุคนั้น มีขึ้นมาได้ก็เพราะพ่อแม่ปู่ย่าตายายและหมูหมาทุกตัวบนแผ่นดินไทยช่วยกันสร้างมันขึ้นมา

การสู้กับพม่านั้นก็ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม และมั่นคงมาถึงทุกวันนี้

แต่ทุกคนจะทำอะไรไม่ได้ ทั้งๆ ที่เป็นผู้ปกครองบ้านเมือง ทุกคนจะไม่ทำอะไรนอกจากพูดหรือให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ด้วยความสิ้นคิดออกมา นั่งรอการประจบสอพลอเขมือบเงินเดือนเรือนแสนเรือนล้านกันอยู่ในขณะที่ลูกเมียก็พากันเดินหลาอยู่ตามร้านเพชรร้านทองอย่างมีความสุข

เรื่องของความไม่รู้และทำอะไรไม่เป็น หวังแต่ความร่ำรวยจากการคอร์รัปชันน่าทุเรศที่สุดในขณะนี้ ก็คือความไม่รู้และการไม่ยอมทำงานของบรรดา ฯพณฯ ทั้งหลายทั้งปวงที่มีหน้าที่รับผิดชอบนั้นก็คือเหตุที่ทำให้พนักงานการรถไฟเกือบ 400 คนนัดหยุดงานประท้วงการเตรียมขายชาติให้แก่ญี่ปุ่นที่สภาได้ทักท้วง และร้องขอมานานแล้วว่าประเทศไทยนั้นเป็นของคนไทย ขอให้ดูแลไว้อย่าให้เป็นเหยื่อของต่างชาติ แต่นักคอร์รัปชันทุกคนจะไม่พูดถึงจะพูดแต่กับญี่ปุ่นเพื่อตกลงหากินกันเป็นทางการ ซึ่งมีผลให้สหภาพแรงงานนัดหยุดงานทั่วประเทศทำให้รถไฟหยุดวิ่งกันหมด เนื่องจากขอร้องการประท้วงไม่ให้รัฐบาลปฏิวัติของไทยขายชาติให้ญี่ปุ่น เนื่องจากตามข้อตกลงเอฟทีเอซึ่งเป็นความจริงที่จะบอกกันทั้งชาติว่าข้อตกลงชิ้นนี้คือการขายชาติให้ญี่ปุ่นโดยสมบูรณ์

ไม่ต้องปฏิเสธ!

เรื่องที่มีค่าคอมมิชชันในการขายชาติครั้งนี้ราคาเท่าไรไม่มีใครทราบ และใครบ้างที่เป็นคนได้เงินจำนวนที่คาดว่ามหาศาลก้อนนี้ไม่มีใครรู้ แต่ว่ากันว่าไม่มีอะไรต้องสงสัย มีแต่เจ้าเศษมนุษย์ในวงการเมืองปล้นชาติพวกนี้เองที่เป็นคนขายมันไป!

เพราะฉะนั้น จึงไม่จำเป็นต้องสงสัยว่าเมืองไทยทำไมมีแต่เรื่องชั่วร้ายทำนองนี้ไม่หยุด ไม่เรื่องนั้นก็เรื่องนี้เกิดความวิบัติครั้งแล้วครั้งเล่า

การนัดหยุดงานครั้งนี้ พนักงานของการรถไฟได้หยุดงานประท้วงด้วยการขอร้องอ้อนวอน และกระทำทุกอย่างเพื่อให้พวกที่มีอำนาจช่วยกันคิด และระงับการกระทำอันเป็นการทรยศต่อแผ่นดินนั้นเสียมีความผิดพลาดอยู่อย่างเดียวคือก่อนที่จะหยุดงานนั้น สหภาพไม่ได้ประกาศบอกกล่าวล่วงหน้าถึงเหตุผลว่าเพราะอะไรจึงต้องประท้วง เมื่อประท้วงแล้วคนจำนวนแสนทั่วประเทศที่จะต้องเดินทางโดยรถไฟนั้นควรจะทำอย่างไรในปัญหาความจำเป็นที่จะต้องใช้บริการรถไฟ

ความเข้าใจในปัญหานี้ สหภาพการรถไฟรีบร้อนไปหน่อย

การนัดหยุดงานครั้งนี้ มันคือการสร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชน ขอให้จำไว้เป็นบทเรียน

แต่ว่าเหตุการณ์ครั้งนี้ในระยะยาวจะเป็นประโยชน์แก่ชาติไทยโดยรวม เพราะมันแสดงถึงการตื่นตัวของประชาชนส่วนใหญ่ในชาติ

การตื่นตัวในปัญหาต่างๆ ของประชาชนในประเทศจะเพิ่มปริมาณมากขึ้น และแผ่กว้างออกไปในหมู่ประชาชน

บรรดา ฯพณฯ และนักขายชาติชั้นนำของไทยอาจจะลดน้อยลงไปเรื่อยๆ และสูญพันธุ์ไปได้ง่ายๆ

ก็ขอสาธุร่วมกับพนักงานการรถไฟทั้งหมดด้วย

เราจะต้องพูดกันต่อไปถึงเรื่องการปฏิวัติและการจัดตั้งรัฐบาลขึ้นมาบริหารประเทศ เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 ซึ่งได้มีการประกาศบอกกล่าวออกมาถึงความผิดนานาประการของรัฐบาลสัมภเวสีที่หอบเงินของแผ่นดินไปหาที่ซุกหัวนอนในต่างประเทศ รัฐบาลและคณะปฏิวัติที่ถูกจัดตั้งขึ้นมาโดยหยิบยกปัญหาหนักหลายประการเกี่ยวกับการขายชาติ ไม่ว่าจะเป็นคอร์รัปชันหรือการทุจริตต่อหน้าที่และการร่วมมือกันปล้นชาติที่ทำให้ประชาชนทั้งชาติมีความหวังว่าชาติไทยจะเป็นชาติที่เริ่มมีความสะอาด และความเป็นคนของชนชั้นปกครองขึ้นมาบ้าง

เมืองไทยล้วนแต่มีปัญหามากมายและเป็นปัญหาหนักยิ่งขึ้นไปอีกนานัปการโดยที่ไม่รู้ว่าจะแก้ไขยังไงกัน ทุกคนจะร่วมกันโง่และบัดซบน่าสังเวชกันไปหมด

ปัญหาหนักที่ว่านั้นคือปัญหาความแตกแยกในสังคมไทยที่ไม่เคยมีมาก่อน

แต่มันก็มีและมันก็เกิดขึ้นโดยคนสองกลุ่ม

กลุ่มที่สำคัญหรือตัวการของมันก็คือนักการเมืองเก่าหรือนักปล้นชาติที่หนีระเห็จออกไปซุกหัวนอนอยู่ในต่างประเทศปล่อยให้ลูกสาวติดคุกแทนไปก่อน โดยที่พ่อแม่ไม่กล้ากลับเมืองไทยดังที่เป็นข่าวอึกทึกทั่วบ้านเมือง กลุ่มนี้มีความเชื่อมั่นว่าการปกครองบ้านเมืองนั้นจะต้องปล้นทุกสิ่งทุกอย่างในบ้านเมืองให้หมดถึงจะประเสริฐที่สุด เพราะฉะนั้นการคอร์รัปชันและการขายชาติจำเป็นจะต้องกระทำติดต่อกันไป

มีคนไทยพวกหนึ่งซึ่งทำตัวเป็นสัตว์เลี้ยงทางการเมืองที่กินไม่อิ่มของโจรกลุ่มนี้ให้การสนับสนุนด้วยหัวใจและวิญญาณด้วยความเคารพเชื่อฟังเสมือนทาส

และกลุ่มนี้ได้จัดตั้งพรรคการเมืองขึ้นในประเทศโดยตัวแทนซึ่งเป็นเดียรัจฉานทางการเมืองที่หากินแบบเดียรัจฉานรายหนึ่งทำหน้าที่เป็นตัวแทนหรือเป็นผู้จัดการพรรคขึ้น เพื่อก่อกวนใส่ใข่ป้ายสี และโฆษณาชวนเชื่อโกหกมดเท็จทุกรูปแบบ และกล่าวว่าพรรคของตนจะได้รับเลือกตั้งตั้งแต่ 200-300 คนหรืออาจจะ 500 คนที่สามารถจะจัดตั้งรัฐบาลได้ แต่ประชาชนอีก 60 กว่าล้านคนที่เป็นเจ้าของประเทศหรือคนไทยที่มีชีวิตอยู่อย่างสุจริตที่ถูกปล้นทุกสิ่งทุกอย่างของบ้านเมืองไปแทบไม่มีอะไรเหลือ มีความคิดเห็นตรงข้ามและมีความต้องการจะเห็นบ้านเมืองมีความสะอาดบริสุทธิ์ ไม่มีโจรผู้ร้ายใดๆ ในแผ่นดินไทย

การแตกแยกความคิดเห็นของคนไทยสองจำพวกนี้ ทำให้เกิดเหตุการณ์ 2 ประการเป็นปัญหาที่จะต้องแก้ไขคือ;

(1) รัฐบาลปล้นชาติและบรรดาสัตว์เลี้ยงทางการเมืองภายในประเทศพร้อมที่จะทำลายประเทศชาติโดยการวิ่งเข้าสนับสนุนอดีตโจรปล้นแผ่นดินและครอบครัวรายนั้นให้กลับมาปกครองประเทศชาติและมีอำนาจในบ้านเมืองจะต้องปล้นหรือคอร์รัปชันสถานเดียว เป็นเรื่องที่จะต้องทำลายทางการเมืองหรือโดยกฎหมายเด็ดขาด

การปล้นชาติหรือการคอร์รัปชันในประเทศชาติเป็นเรื่องที่จะต้องเทิดทูน และให้การสนับสนุนกลับมาคอร์รัปชันกันต่อไปนั้น จะไม่มีการปล่อยปละละเลยกันอีก

(2) ทั้งๆ ที่เป็นรัฐบาลคอร์รัปชัน ตราบใดที่รัฐบาลคณะปฏิวัติของเรายังจัดการอะไรกับพวกมันไม่ได้ หรือตกลงร่วมมือช่วยเหลือกันเอาบ้านเมืองไปทำมาหากินอยู่ด้วยวิธีการสมานฉันท์อย่างที่เคยพร่ำมานั้น พวกมันก็จะตั้งพรรคการเมืองส่งคนชั่วไปสมัครผู้แทน และจัดตั้งรัฐบาลขึ้น และใช้อำนาจปราบปรามผู้ที่ขัดขวางพวกเขาต่อไป

ตอนนี้บ้านเมืองและคนไทยทั้งชาติกำลังจะฉิบหายอยู่แล้ว มันจะลงเอยอย่างไร?

มีคนมาบอกผมว่าเอายังงี้ดีกว่า ถ้าหากชนชั้นปกครองที่มีอำนาจวาสนาของเรามันโง่กันจนไม่เอาไหนอย่างนี้ เราก็ยกแผ่นดินให้โจรมันเสียให้เรียบร้อยไม่ดีกว่าหรือ?

คนไทยทั้งชาติจะไม่ต้องมาเสียเวลากังวลในเรื่องบ้าๆ กันอยู่

ความจริงการต่อสู้และการแก้เกมของคนพวกนี้ไม่ได้มีอะไรมาก ไม่ต้องใช้ความรู้และสติปัญญาอะไรมาก เพียงแต่เราสู้กับมันโดยการตอบโต้โดยวิธีมาไม้ไหนก็ซัดกลับไปให้ชัดเจน สำหรับการโฆษณาชวนเชื่อ การบอกให้ชัดๆ พอให้คนไทยเข้าใจและให้โลกมันรู้ว่าอะไรเป็นอะไร ไม่ต้องไปใช้ความรู้ความสามารถอะไรมากนักหรอก วิธีการแก้เกมแบบนี้ลองไปขอความช่วยเหลือจากอาจารย์เสรี วงษ์มณฑา ขอให้ท่านช่วยแก้ให้สักสองสามชั่วโมงเท่านั้น มันก็พังราบไม่มีอะไรเหลือ

หรือถ้าจะโง่กันจนกระทั่งอาจารย์เสรี วงษ์มณฑา ไม่เอาด้วย ก็ถือว่ากรรมเวรก็แล้วกัน

พาคนไทยฉิบหายกันไปเถอะ!
กำลังโหลดความคิดเห็น...