xs
xsm
sm
md
lg

การเมืองในอนาคตของไทย

เผยแพร่:   โดย: ยอดธง ทับทิวไม้

เป็นอันแน่นอนแล้ว อีกไม่กี่วันข้างหน้า เมืองไทยก็จะมีการเมืองชุดใหม่และการเปลี่ยนโฉมหน้าของการเมืองไทยใหม่ นั่นคือการเลือกตั้งวันที่ 23 ธันวาคม 2550 ที่จะทำให้มีทั้งนักการเมืองใหม่และรัฐบาลใหม่เข้ามาปกครองประเทศ จากนักการเมืองและพรรคการเมืองที่กำลังเกิดขึ้นเต็มบ้านเต็มเมืองในขณะนี้ ซึ่งอย่างน้อยก็ว่ากันว่าน่าจะมีไม่น้อยกว่า 60 พรรคหรือ 80 พรรค ซึ่งไม่เคยมีชาติไหนที่มีนักการเมืองมากมายถึงขนาดนี้ แต่ก็จะมีในเมืองไทยเป็นครั้งแรกและประเทศแรกในโลกนี้

นักการเมืองใน 60 พรรคหรือ 80 พรรคที่ว่านี้ จะมาจากคนไทยทุกสาขาอาชีพ ไม่รู้ว่าใครเป็นใคร มีความรู้ความสามารถประการใด และจะมาทำอะไรในวงการเมืองไทยนอกจากคอร์รัปชันซึ่งก็ไม่มีใครทราบ แต่ทุกคนก็จะสมัครเข้ามาเป็นนักการเมืองซึ่งจะเริ่มต้นมีบุญวาสนาอย่างใหญ่หลวงกันขึ้นอีกในไม่กี่วันนี้

เกือบ 100 ปีที่ผ่านมา เราได้มีการเลือกตั้งและมีนักเลือกตั้งมาแล้ว มันพิสูจน์ชัดเจนว่านักการเมืองเหล่านั้นไม่เคยทำอะไรเพื่อประเทศชาติมาก่อน บางคนที่คิดอยากจะทำแต่ก็ไม่รู้ว่าจะทำอะไร รู้แต่เพียงว่าการเมืองคือการสมัครผู้แทน

โลกสมัยใหม่เปลี่ยนแปลงไปอย่างมากมาย ปัญหาระหว่างประเทศทั้งทางการเมือง สังคม และการค้าทุกด้านเปลี่ยนแปลงและแข่งขันกัน นักการเมืองทุกประเทศ เช่น เวียดนาม เขมร และลาวจะได้รับการสร้างขึ้นมาเป็นนักการเมืองระดับโลกกันอย่างมีศักดิ์ศรี แต่นักการเมืองไทยหลายคนที่พยายามจะเป็นผู้แทนของประชาชน แม้ว่าจะทุ่มเทเงินทองติดสินบนเพื่อดึงดูดน้ำใจเพื่อนไปเท่าไรก็ไม่เคยได้ผล ไม่มีใครยอมรับ เพราะฐานะทางการเมืองระหว่างชาติเป็นเพียงเต่านาที่ไม่มีใครยี่หระนักการเมืองไทยบางคนอาจจะมีการศึกษาเป็นถึงด็อกเตอร์ ส่วนมากจะมีความรู้ทางการเมืองและการต่างประเทศน้อยมาก

นักการเมืองไทยส่วนมากยังไม่พร้อมสำหรับการทำงานเพื่อประเทศชาติที่กำลังพัฒนา นอกจากคอยรับบัญชาจากต่างประเทศในเรื่องที่ต่างประเทศต้องการ ความรู้ความสามารถของนักการเมืองไทยต่อให้มีการเลือกตั้งหรือมีรัฐธรรมนูญดีขนาดไหน ก็ทำได้เพียงการคอร์รัปชันชนิดล้างแผ่นดินเท่านั้น!

เพราะฉะนั้น เราสามารถจะยืนยันลงไปได้เลยว่า เมื่อมีการเลือกตั้งเสร็จและตั้งรัฐบาลขึ้นมาแล้ว เมืองไทยจะไม่มีมหกรรมที่ยิ่งใหญ่อะไรอีกนอกจากการคอร์รัปชัน

จะต้องขายชาติให้แก่บริษัทตัวแทนของบริษัทนายทุนต่างชาติ เช่น การขายกิจการรถไฟหรือทรัพย์สินของรถไฟให้แก่บริษัทต่างชาติโดยมีนายทหารชั้นผู้ใหญ่ และนักการเมืองในคณะรัฐบาลที่กล้าอ้างตัวเองว่ารักชาติเป็นตัวแทนของรัฐบาลสนับสนุน หรือการรวมหัวกันออกกฎหมายการค้าปลีกโดยการสนับสนุนทางการเงินของบริษัทที่หลบซ่อนอยู่เบื้องหลังของพรรคการเมืองใหญ่แต่ละพรรค

ไม่ต้องสงสัยว่าพรรคการเมืองที่ว่าจะมีการจัดตั้งกันขึ้นถึง 60 พรรค หรือ 80 พรรคเพื่อส่งเข้าเลือกตั้งคราวนี้ พรรคการเมืองพวกนี้จะมีความประสงค์เหมือนกันเพียง 2 อย่างเท่านั้นคือ

(1) เป็นตัวแทนของบริษัทนายทุนต่างชาติ เพื่อเข้ามาปกครองชาติไทยเหมือนที่เป็นอยู่และทำกันอยู่ในเวลานี้

(2) ตั้งขึ้นมาเพียงแต่ใช้ชื่อพรรคพวกหรือลูกน้องไม่กี่ราย เพื่อนำมาอ้างในการที่จะเรี่ยไรเงินไปเข้ากระเป๋าตัวเอง แต่ไม่ได้ตั้งขึ้นจริงๆ หรือจะนำคนในพรรคไปลงสมัครรับเลือกตั้ง เพราะคนที่มีชื่อเสียงมีความสามารถจะไม่มีใครเข้าไปเกี่ยวข้องกับพรรคประเภทนี้เมื่อจดทะเบียนพรรคเรียบร้อย และสามารถเรี่ยไรเงินชาวบ้านชาวช่องได้พออยู่พอกินแล้วก็จะหายตัวลงนรกไปเลย

ที่แน่นอนก็คือ นักการเมืองพวกนี้ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลหรือไม่ได้เป็นเมื่อได้รับเลือกตั้งมาแล้ว ประการแรกที่คนพวกนี้จะกระทำเป็นประเพณีก็คือ การเห่าและกัดซึ่งกันและกันเป็นการแสดงอภินิหารเพื่อบอกให้ประชาชนรู้ว่า “เฮ้ย, กูนี่แหละโว้ยแน่กว่าใคร” เท่านั้น แล้วก็จะเที่ยวเห่าหอนต่อไป!

ไม่ใช่เป็นการพูดเพื่อใส่ร้ายป้ายสี แต่จากประวัติความเป็นมาของคนพวกนี้ไม่ว่าจะเป็น ฯพณฯ ประเภทไหน ไม่มีคนไหนไม่ทราบความชั่วช้าของคนพวกนี้ในด้านคุยโม้โอ้อวดในสิ่งที่ตนไม่รู้ ไม่เคยมีและทำไม่ได้ รวมถึงการโกหกหลอกลวงนานาประการที่ติดพันกับชะตาชีวิตของพวกเขาแต่ดั้งเดิม

และที่ร้ายที่สุดก็คือ เมืองไทยเป็นเมืองที่มีปัญหาใหญ่หลวงอยู่ปัญหาหนึ่งคือ ปัญหาความชั่วร้ายของคนไทยในสังคมไทยเอง ซึ่งจะเกิดขึ้นมาเพื่อความชั่วร้ายไม่จบสิ้น

สิ่งที่ว่านี้จะปรากฏชัดเจนในการเมืองยุคใหม่ของเราที่จะเกิดจากผลการเลือกตั้งวันที่ 23 ธันวาคม 2550 เมื่อการเลือกตั้งสิ้นสุดลง หรืออาจจะเป็นได้ว่าการเลือกตั้งสกปรกของเมืองไทยในครั้งนี้ น่าจะสกปรกยุ่งเหยิงมากไปทุกเรื่องอาจจะไม่ประสบความสำเร็จหรือเลือกตั้งอาจจะพังทลายลงไปก็ได้ ซึ่งอาจจะคาดคะเนได้ดังต่อไปนี้

1. การจัดการเลือกตั้งที่ไม่มีความพร้อมหรือทำกันเล่นๆ เป็นเพียงงานของเด็กอมมือพยายามเอาดีเอาเด่นในการกำหนดนโยบายที่ทุกประเทศในโลกไม่มีที่ไหนทำกันมาก่อน เพียงเลือกตั้งให้ถูกใจตรงกับความต้องการของอดีตนักปล้นชาติที่บงการอยู่เบื้องหลังรัฐบาลรับจ้าง และสมุนบริวารที่ต้องการเข้ามาเป็นรัฐบาลต่อไปอีกเป็นพอ

2. ระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง ซึ่งเป็นเรื่องที่เลวร้ายกว่าความคิดความอ่านของเด็กอมมือ เพราะกฎเกณฑ์ในการเลือกตั้งและการหาเสียงของผู้สมัครรับเลือกตั้งที่กำหนดออกมาไม่สามารถปฏิบัติตามได้ และจะไม่มีใครยอมทำตามหรือจะมีการกระทำทดแทนในประการอื่นๆ ที่คณะกรรมการพวกนี้ไม่มีทางจัดการอะไรได้

3. การใช้เล่ห์กระเท่ห์นานาประการในการหาเสียงที่ผู้สมัครต้องการเป็นผู้แทนจริงๆ จะหาทางเอาตัวรอดหรือใช้เงินจ้างผู้สนับสนุนตนเองให้เอาเงินไปให้ผู้ลงคะแนนเสียงโดยไม่ให้ใครรู้ ซึ่งวิธีการนี้ผู้สมัครอาจจะใช้ญาติพี่น้อง เพื่อนฝูง หรือนักหาเสียงรับจ้างในหมู่บ้านหรือในเขตเลือกตั้งในแต่ละเขตเที่ยวเดินกระซิบผู้เลือกตั้งในท้องที่ต่างๆ พร้อมกับเงินซื้อเสียงตามที่ตกลงกัน โดยที่คณะกรรมการการเลือกตั้งอาจจะไม่มีวันรู้หรือไม่ได้ยินการเจรจาซื้อเสียงหรือการตกลงกัน

4. คนไทยจำนวนมากไม่ได้รับการศึกษาทางการเมือง และไม่ได้รับการพัฒนาทางการเมือง เพราะนักการเมืองไทยทุกคนทุกพรรคที่ได้รับเลือกตั้งเข้ามาจัดตั้งรัฐบาลส่วนมากจะเข้ามาหาความสุขสำราญกับการคอร์รัปชันทุกรูปแบบ และพอใจที่จะให้ประชาชนที่ไม่ได้รับการพัฒนาทางการเมืองอยู่กับความไม่รู้เพื่อความสะดวกแก่การปกครอง และการหลอกลวงทุกอย่างที่นักการเมืองและชนชั้นปกครองต้องการ เฉพาะอย่างยิ่งเป็นการเปิดโอกาสให้การเลือกตั้งของประเทศชาติกลายเป็นอาชีพของทั้งผู้ขายเสียงและผู้ซื้อเสียง

ไม่ว่าจะเป็นบ้านไหนเมืองไหนที่พากันเจริญก้าวหน้า และมีวัฒนธรรมประเพณีที่ดีงามหรือถูกต้องได้นั้น จะอยู่ที่การศึกษาอบรมของสังคมที่ถ่ายทอดสืบต่อกันมา และผู้นำของสังคมนั้นๆ สามารถทำให้คนมีความรู้ความเข้าใจหลักการของสังคมและบ้านเมืองว่าความต้องการนั้นเป็นอย่างไร อยู่อย่างไร เช่นเดียวกับการเมืองของไทย เมื่อเราต้องการอย่างไร เราก็อบรมศึกษาและพัฒนากันให้เป็นเรื่องเป็นราวขึ้นมา แต่เราไม่ยอมทำกัน เพราะผู้นำของเราไม่ว่าจะเป็นใครมาจากไหนมันโง่ด้วยกันทั้งนั้น ไม่ยอมรับรู้ความเป็นจริงเหล่านี้จนแล้วจนรอดปฏิวัติมา 17 ครั้งเกือบ 100 ปี แต่ไม่ยอมแก้ปัญหานี้

5. การซื้อเสียงจะเพิ่มมากขึ้นเพราะการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการประมูลซื้อขายประเทศไทย และคนไทยของบริษัทการค้าขนาดใหญ่จากกลุ่มอุตสาหกรรมสำคัญทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งต่างก็จะเข้ามาเป็นเจ้าของพรรคการเมืองที่มีการซื้อเสียงทุกพรรคที่เป็นพรรคใหญ่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ เพราะฉะนั้นไม่ต้องสงสัยเรื่องการซื้อเสียงไม่ว่าจะกี่หมื่นกี่พันล้านบาท จะสามารถถอนทุนคืนได้ไม่กี่ชั่วพริบตา นายทุนเหล่านี้จะทุ่มเงินแข่งขันกันในการซื้อเสียงเลือกตั้งเพื่อให้ได้ผู้แทนราษฎรมากพอที่จะจัดตั้งรัฐบาลเข้ามาผูกขาดประเทศได้ เพื่อจะใช้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการค้าระหว่างประเทศและทำหน้าที่แลกเปลี่ยนซื้อขายชาติกันในทุกๆ เรื่องต่อไป

หลังจากนั้น เมื่อประเทศไทยมีการปฏิวัติใหม่มีโจรกลุ่มใหม่เข้ามามีอำนาจอีก และจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ออกรัฐธรรมนูญใหม่ เราก็จะขายชาติต่อไป

สนุกสนานไม่สิ้น!

เรื่องราวของการเมืองไทยที่ผมเขียนมาทั้งหมด อาจจะไม่ถูกใจท่านผู้หนึ่งผู้ใดก็ได้ แต่ผมจะไม่อ้อนวอนขอโทษขอโพยใดๆ ว่าผมพูดผิดหรือไม่เป็นความจริง ผมใช้เวลานานมากว่า 50 ปีในการคลุกคลีอยู่กับการเมือง ทั้งการเมืองของไทยและของต่างประเทศซึ่งหลายประเทศอาจจะมีบทบาทในการสร้างความฉิบหายให้แก่ตนเองด้วยประการต่างๆ จึงสามารถเอาประเทศให้อยู่รอดได้ แต่ในเมืองไทยไม่ต้องทำอะไร คนไทยถูกเหยียบย่ำลงไปว่าเป็นเพียงพวกรากหญ้านั้นก็จะอยู่กันอย่างรากหญ้าจริงๆ เติบโตได้ก็เติบโต อดอยากได้ก็อดอยาก ทุกพรรคทุกคนจะพรรณนาจากความรักมนุษย์เหมือนเทพเจ้าลงมาเกิด หลังจากประสบความสำเร็จตามมีตามเกิดของแต่ละพรรคแต่ละคนแล้ว ทุกพรรคทุกคนก็จะพากันคอร์รัปชันทำไปตามปกติ ไม่มีอะไรใหม่ในเมืองไทย

นอกจากถนนหนทาง สะพาน รถไฟฟ้าใต้ดิน และรถถังยูเครน เพราะทุกอย่างมันทำด้วยเงิน นักการเมืองของเราทุกคนจะหากินจากเปอร์เซ็นต์หรือค่านายหน้าจากการซื้อขายสินค้าเหล่านี้ เราจะทำกันทุกอย่างหากินกับทุกสิ่งที่ทำด้วยเงิน

ยกเว้นแต่ห้องน้ำที่สนามบินสุวรรณภูมิเท่านั้น
เป็นสุขๆ เถอะครับ!
กำลังโหลดความคิดเห็น...