สำนักพระราชวังออกแถลงการณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงบริหารพระวรกายได้มากขึ้น เสวยพระกระยาหารได้ดี ด้านสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทรงรู้พระองค์ พระวรกายด้านขวายังคงอ่อนแรง ทรงเคลื่อนไหวพระวรกายด้านซ้ายได้ตามพระประสงค์ คณะแพทย์ฯ จะถวายพระโอสถรักษาต่อเนื่อง และเฝ้าติดตามพระอาการอย่างใกล้ชิดต่อไป
วานนี้ (26 ต.ค.) สำนักพระราชวังได้ออกแถลงการณ์ ฉบับที่ 14 ความว่าคณะแพทย์ผู้ถวายการรักษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้รายงานว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงบริหารพระวรกายได้มากขึ้น เสวยพระกระยาหารได้ดี
วันเดียวกัน สำนักพระราชวังได้ออกแถลงการณ์เกี่ยวกับพระอาการประชวรของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ว่า คณะแพทย์ผู้ถวายการรักษาฯ รายงานว่า สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทรงรู้พระองค์ พระวรกายด้านขวายังคงอ่อนแรง ทรงเคลื่อนไหวพระวรกายด้านซ้ายได้ตามพระประสงค์ คณะแพทย์ฯ จะถวายพระโอสถรักษาต่อเนื่อง และเฝ้าติดตามพระอาการอย่างใกล้ชิดต่อไป
อนึ่ง สำนักพระราชวังขอแจ้งให้ทราบว่า คณะแพทย์ฯ ได้รายงานเพิ่มเติมว่า มะเร็งที่ตรวจพบในช่องพระนาภี เป็นชนิดเดียวกับมะเร็งพระถันที่ทรงเคยได้รับการถวายตรวจรักษาเมื่อ 10 ปีก่อน ระหว่างช่วงเวลาหลังการถวายรักษาดังกล่าว ทรงมีพระสุขภาพดี ในการถวายตรวจติดตามพระสุขภาพ ได้ตรวจพบมะเร็งเกิดขึ้นใหม่เมื่อสองปีก่อน ซึ่งคณะแพทย์ได้ถวายการตรวจรักษาอย่างต่อเนื่องตลอดมา
ภายหลังสำนักพระราชวังได้มีแถลงการณ์เกี่ยวกับพระอาการประชวรของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิราชนครินทร์ ประชาชนที่เฝ้ารอติดตามพระอาการต่างก็รู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก
นางรวินันท์ ภู่ระหงษ์ อายุ 58 ปี ชาวกรุงเทพฯ กล่าวว่า ตอนที่ได้รับทราบแถลงการณ์ฉบับที่ 1 ของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิราชนครินทร์ รู้สึกเศร้าใจและตกใจ กังวลไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร รีบเดินมาอ่านแถลงการณ์แล้วน้ำตาก็ไหลออกมาเองโดยไม่รู้ตัว แต่พอได้อ่านแถลงการณ์ฉบับที่ 2 รู้สึกใจชื้นขึ้นมา เพราะตั้งแต่ได้รับข่าวเมื่อคืนนอนไม่หลับ ซึ่งที่ผ่านมา ตนเองมาเข้าเฝ้าฯ ตั้งแต่วันแรก และกลับบ้านไปอาบน้ำ จากนั้นมาใหม่ในตอนเช้า แต่เมื่อคืนวันที่ 25 ต.ค.ไม่ได้กลับเพราะต้องการเฝ้าติดตามพระอาการอย่างใกล้ชิด
“ที่ตกใจมากเพราะไม่รู้มาก่อน พอเห็นแถลงการณ์จึงช็อค การรับทราบข่าวของพระองค์ส่วนมากได้ชมทางโทรทัศน์ ก็เห็นว่าพระองค์ทรงงานหนัก อีกทั้งพระองค์ก็มีอายุมาก ไปต่างจังหวัดบ่อยๆ เมื่อเช้าก็ได้สักการะพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เพื่อขอให้ทั้ง 2 พระองค์ ช่วยให้ทั้ง 2 พระองค์ทรงหายจากอาการประชวรในเร็ววัน ส่วนอาการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวซึ่งดีขึ้นมาก ทุกคนก็ดีใจมากเช่นกัน วันนี้ก็จะนำของที่ได้รับพระราชทานไปทำบุญ ตักบาตรถวายเป็นพระราชกุศลให้กับทั้ง 2 พระองค์ และจะกลับมาอีก และจะอยู่จนกว่าทั้งสองพระองค์จะเสด็จพระราชดำเนินกลับ”นางรวินันท์ กล่าว
ปชช.โทรฯ สอบถามพระอาการประชวรพระพี่นางฯ
สำหรับบรรยากาศการลงนามถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ในช่วงเช้าที่โรงพยาบาลศิริราช ทางสำนักพระราชวังเปิดให้ประชาชนลงนามตั้งแต่ 06.00 น. โดยประชาชนทยอยเดินทางมาลงนามอย่างต่อเนื่อง สำหรับมีบุคคลสำคัญ และคณะบุคคลที่มาลงนามถวายพระพร ได้แก่ พล.ต.องอาจ พงษ์ศักดิ์ ผู้บัญชาการกองบัญชาการช่วยรบที่ 1 จ.ชลบุรี พร้อมคณะนายทหาร 10 คน, นายศานิต ร่างน้อย อธิบดีกรมสรรพากร,นายธนินทร์ เจียรวนนท์ ประธานกรรมการบริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์,นายปกรณ์ มาลากุล ณ อยุธยา ประธานกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย,นายถิรชัย วุฒิธรรม ประธานมูลนิธินักฟุตบอลทีมชาติไทย,นายเกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ฯลฯ
นายธนินทร์ กล่าวภายหลังลงนามถวายพระพรและทูลเกล้าฯ ถวายแจกันดอกไม้ว่า รู้สึกดีใจที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงแข็งแรงขึ้น คิดว่า ชาวไทยทั่วประเทศก็มีความรู้สึกยินดีเช่นเดียวกัน ทั้งนี้ตลอด 60 ปีแห่งการครองราชย์พระองค์ทรงทำเพื่อแผ่นดินไทย โดยเฉพาะทรงช่วยประชาชนคนยากจน
ด้าน นายปกรณ์ กล่าวหลังนำแจกันดอกไม้ 2 แจกันทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ว่าขอถวายพระพรทรงหายจากพระอาการประชวรและมีพลานามัยแข็งแรงโดยเร็ว โดยมั่นใจว่า ไม่มีประเทศใดในโลกที่ประชาชนจะรวมใจถวายความจงรักภักดีให้กับพระเจ้าแผ่นดินเหมือนกับประเทศไทย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นับแต่มีแถลงการณ์สำนักพระราชวังฉบับที่ 1 เรื่องพระอาการประชวรของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ก็มีประชาชนจำนวนมากโทรศัพท์เข้ามาสอบถามรายละเอียดที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ของโรงพยาบาลศิริราช
12 กงสุลลงนามถวายพระพร
เมื่อเวลา 09.40 น.นายวัชรินทร์ พลับแก้ว อายุ 56 ปี นายท้ายเรือ "เสือคำรณสินธุ์" และนายสายชล เกตุกุล อายุ 60 ปี นายท้ายเรือแซง "แซงห้า" ตัวแทนข้าราชการพลเรือนทหารเรือในขบวนพยุหยาตราชลมารคถวายผ้าพระกฐินวัดอรุณราชวราราม เดินทางมาลงนามถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
นายวัชรินทร์ กล่าวว่า ขบวนเรือจะมีการซ้อมใหญ่ในวันนี้เวลา 15.23 น. ซึ่งเป็นการซ้อมใหญ่ครั้งแรก การซ้อมใหญ่จะมีทั้งหมด 3 ครั้ง ครั้งที่ 2 จะจัดขึ้นในวันที่ 29 ต.ค. และในครั้งที่ 3 จะจัดขึ้นในวันที่ 2 พ.ย.
“ขณะนี้การเตรียมความพร้อมในการซ้อมถือว่าอยู่ในระดับ 100% แล้ว มั่นใจว่าวันที่ 5 พ.ย.นี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะมีพระพลานามัยดีขึ้นและเสด็จพระราชดำเนินได้ โดยข้าราชการกองทัพเรือทุกคนดีใจที่ทรงแข็งแรงขึ้น”นายวัชรินทร์ กล่าว
เมื่อเวลา 10.05 น.นายศรีภูมิ ศุขเนตร ประธานคณะกงสุลกิตติมศักดิ์แห่งประเทศไทยนำคณะกงสุลกิตติมศักดิ์จำนวน 12 ประเทศ ได้แก่ โมนาโก,เอสโทเนีย,เยเมน,สโลวาเนีย,กาน่า,ซีเรีย,นามีเบีย,ปานามา,ซูดาน,ซิมบับเว,เบนิน,มอลต้า ได้นำแจกัน และพานพุ่มมาทูลเกล้าฯ ถวาย และร่วมลงนามถวายพระพร
ด้าน นายศรีภูมิกล่าวว่า ได้รวบรวมกงสุลกิตติมศักดิ์จากประเทศต่างๆ ที่ไม่ได้สร้างสถานกงสุลในประเทศไทย เพื่อเป็นตัวแทนแต่ละประเทศมาลงนามถวายพระพร ซึ่งพระเกียรติของพระเจ้าอยู่หัว ได้ปรากฏพระบารมีไปทั่วทุกสารทิศ และรวมไปถึงความสัมพันธ์อันดีในหมู่ประเทศเหล่านี้ที่มีต่อประเทศไทย เมื่อทราบข่าวว่าพระอาการดีขึ้น ทุกคนก็รู้สึกดีใจ ถวายพระพรให้ทรงเป็นมิ่งขวัญต่อปวงชนชาวไทย ตราบนานเท่านาน โดยหลังจากกงสุลกิตติมศักดิ์แต่ละประเทศลงนามถวายพระพรแล้ว จะนำความดีที่พระอาการดีขึ้น ไปนำเสนอให้แก่ประเทศของตนได้ทราบ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 10.30 น.พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ โปรดให้ผู้แทนพระองค์เชิญแจกันดอกไม้มาทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์
จัดจุดลงนามถวายพระพรพระพี่นางฯ
เวลา 10.30 น. สำนักพระราชวัง ได้จัดโต๊ะสำหรับลงนามถวายพระพรสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ที่บริเวณโถงศาลาศิริราช 100 ปี โดยจัดโต๊ะลงนามถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ด้านซ้ายของศาลาศิริราช 100 ปี และสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ฝั่งขวามือ อย่างไรก็ตาม ในช่วงบ่ายสำนักพระราชวังได้ปรับระบบใหม่โดยให้ลงนามถวายพระพรในเล่มเดียวกัน
ต่อมาในเวลา 11.30 น. พระราชครูวามเทพมุนี หัวหน้าคณะพราหมณ์ประจำสำนักพระราชวัง เดินทางมาลงนามถวายพระพรสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ โดยพระราชครูเปิดเผยว่าจะทำพิธีทางพราหมณ์ในการสวดถวายพระพรพร้อมอธิษฐานจิตให้พระพี่นางฯ ทรงมีพระพลานามัยแข็งแรง โดยประชาชนสามารถร่วมตั้งจิตอธิษฐานได้ทุกที่ทุกเวลา
จากนั้นเวลา 11.40 น.นายโอ ยัง ซัน เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี (เกาหลีเหนือ) เดินทางมาลงนามถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยได้สอบถามพระอาการประชวรของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวว่ามีพระอาการอย่างไร ฝ่ายสำนักพระราชวังได้แจ้งว่าพระอาการดีขึ้น นายโอ ยัง ซันจึงถวายพระพรว่าขอให้พระอาการดีขึ้นโดยเร็ววัน
สมเด็จพระพุฒาจารย์นำพระ-ปชช.ถวายพระพร
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ในช่วงเช้า สมเด็จพระพุฒาจารย์(เกี่ยว อุปเสโณ) ประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช วัดสระเกศ นำพระสงฆ์และพุทธศาสนิกชนที่มาทำบุญใส่บาตรไหว้พระ เนื่องในวันออกพรรษา พร้อมใจกันนั่งเจริญสมาธิภาวนาเพื่ออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสากลโลก คุ้มครองให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทรงหายจากพระอาการประชวร มีพระพลานามัยแข็งแรงขึ้นเร็ววัน
นำพระฉายาลักษณ์พระพี่นางฯ ตั้งศาลาศิริราช 100 ปี
สำหรับบรรยากาศการลงนามถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ในช่วงบ่าย ณ บริเวณศาลาศิริราช 100 ปียังคงมีประชาชนและคณะบุคคลเดินทางมาอย่างไม่ขาดสาย ได้แก่ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ,นายนคร ศิลปอาชา รองปลัดกระทรวงแรงงานฯ,พล.ต.ชาย คำวงษา รองแม่ทัพภาคที่ 1,พล.ร.ต.เริงฤทธิ์ บุญส่งประเสริฐ เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารเรือ,นายทวีป ผุกโพธิ์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านหม้อ จ.สิงห์บุรีและคณะ,นายจักรพรรณ์ อาบครบุรี,กลุ่มชาวไทยเชื้อสายซิกซ์ ในสมาคมนามธารีสังคัตแห่งประเทศไทย ,พล.ร.อ.สถิรพันธุ์ เกยานนท์ ผู้บัญชาการทหารเรือ,คณะพยาบาลศาสตร์ ม.ขอนแก่น , ตัวแทนจากมูลนิธิเด็กโรงหัวใจ
คณะนักเรียนโรงเรียนศึกษานารี,คณะมนุษยศาสตร์ ม.เชียงใหม่, พล.ท.ประยุทธ จันทร์โอชา แม่ทัพภาคที่ 1 , คณะนายทหารกองบัญชาการกองทัพภาคที่ 1, นายนคร ศิลปอาชา รองปลัดกระทรวงแรงงาน,รศ.นพ.นิเวศน์ นันทจิต คณบดีคณะแพทยศาสตร์ ม.เชียงใหม่,พระครูวินัยธรช่าง กิตติธรรมโม,น.ส.ศิริลักษณ์ ผ่องโชค ,คุณหญิงบุพพัณห์ นิมมานเหมินทร์ จากมูลนิธิชีวิตใหม่ ในพระบรมราชูปถัมภ์ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี,เด็กจากศูนย์เยาวชนไทย-ญี่ปุ่น,พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก ฯลฯ
ต่อมาในเวลา 13.15 น. สำนักพระราชวังได้นำพระฉายาลักษณ์ของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ มาประดิษฐ์สถานไว้ด้านข้างพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งตั้งอยู่ด้านหน้าพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ณ บริเวณโถงศาลาศิริราช 100 ปี
นางสุวันนี วงศ์พิทยาดิศัย อาสากาชาดสภากาชาดไทย เป็นตัวแทนอาสากาชาดมาถวายพระพร กล่าวว่าที่ผ่านมาสมเด็จพระพี่นางฯ ทรงเสียสละปฏิบัติพระราชกรณียกิจแบ่งเบาพระราชภารกิจในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แม้จะองค์จะมีพระชนมายุมากแล้ว และพระสุขภาพก็ไม่ใคร่สู้ดี ที่ผ่านมาพระองค์ก็ทรงเป็นกำลังใจให้แก่เหล่าอาสากาชาดมาโดยตลอด
นพ.เฉลิมพงศ์ โกมารกุล ณ นคร อดีตแพทย์อาสมัครเคลื่อนที่ (พอ.สว.) พร้อมข้าราชบริพาร วังสระปทุม กล่าวว่า ได้ถวายงานพระพี่นางฯ มาตั้งแต่ปี 2520 รู้สึกประทับใจในพระราชกรณียกิจของทั้ง 2 พระองค์มาก ทั้งด้านการศึกษา สาธารณสุข และสังคม โดยเฉพาะพระพี่นางฯ ได้ติดตามทำงานอย่างใกล้ชิด ได้เห็นภาพที่พระองค์ทรงเสียสละ เสด็จพระราชดำเนินไปยังท้องถิ่นทุรกันดาร ช่วยเหลือประชาชนที่ตกทุกข์ได้ยาก ให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ขออัญเชิญสิ่งศักดิ์สิทธิดลบันดาลให้ทั้ง 2 พระองค์เกษมสำราญ มีพลานามัยแข็งแรงสมบูรณ์โดยเร็ว
รศ.นพ.เทอดชัย ชีวะเกตุ เลขาธิการมูลนิธิขาเทียม ในสมเด็จพระศรีนครินทราพระบรมราชชนนี กล่าวว่า ทราบข่าวการประชวรของพระพี่นางฯ รู้สึกตกใจ แต่เมื่อได้ทราบความคืบหน้าล่าสุดจากคณะแพทย์ว่าน่ามีอาการดีขึ้น รู้สึกเบาใจ ที่ผ่านมาตนได้ทำงานรับใช้ใกล้ชิดพระพี่นางฯ เนื่องจากมูลนิธิฯ ที่ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2535 โดยสมเด็จย่า ซึ่งมีพระพี่นางฯ ทรงเป็นประธานมูลนิธิ
ทั้งนี้ พระพี่นางฯ จะทรงมีพระราชดำริ ที่เป็นประโยชน์ เป็นกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ โดยเสด็จเยี่ยมเยียนเจ้าหน้าที่สม่ำเสมอเสมอ รวมทั้งเสด็จไปยังถิ่นทุรกันดาร เพื่อพระราชทานขาเทียมให้แก่ผู้พิการด้วยพระองค์เอง ซึ่งผู้พิการได้รับขาเทียม รู้สึกปลาบปลื้มในพระมหากรุณาธิคุณ
ด้านนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าฯ กทม. พร้อมคณะผู้บริหารกทม. ลงนามถวายพระพรสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ โดยผู้ว่าฯ กทม.ได้ถวายพระพรว่า อยากให้พระองค์หายในเร็ววัน และเชื่อมั่นว่าพสกนิกรชาวไทยจะเดินทางมาลงนามมากขึ้นเรื่อยๆ และทางกทม.จะคอยประสานกับ รพ.ศิริราช เจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่ออำนวยความสะดวก ดูแลความปลอดภัย ให้แก่ผู้ที่มาลงนาม ทั้งนี้ กทม.มีโอกาสได้ถวายงานพระองค์ ทั้งในพื้นที่เขตพระราชฐาน และรวมถึงพระราชกรณียกิจต่างๆ เช่น โครงการขาเทียมพระราชทาน และได้มีโอกาสจัดงานเฉลิมพระชนมพรรษา 84 พรรษา เมื่อเร็วๆ นี้ อีกด้วย
สมเด็จพระบรมฯ พระราชทานกล้วยน้ำว้า-ทองม้วน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พล.อ.อ.สถิตย์พงศ์ สุวิมล ราชเลขาธิการในพระองค์ นำกล้วยน้ำว้า และทองม้วน จำนวน 4,000 ชุด พระราชทานแก่ประชาชนผู้เฝ้ารอรับเสด็จฯ และรอติดตามพระอาการประชวร
จากนั้นเมื่อเวลา 15.57 น.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอฯ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เสด็จยังอาคารเฉลิมพระเกียรติเพื่อเข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ และเมื่อเวลา 17.05 น. สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เสด็จลงจากอาคารเฉลิมพระเกียรติ แย้มพระสรวลพระราชทานแก่ประชาชนผู้เฝ้าส่งเสด็จ ก่อนเสด็จประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จกลับ
สำหรับยอดผู้มาลงนามถวายพระพรวานนี้ ( 26 ต.ค.) จนถึงเวลา 20.00 น.มีจำนวนทั้งสิ้น 49,176 คน รวม 13 วันมีจำนวนทั้งสิ้น 641,626 คน
สธ.ตั้งโต๊ะลงนามทุก รพ.
นพ.ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) กล่าวว่า หลังจากที่มีประกาศสำนักพระราชวังสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ จ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทรงประชวรและเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลศิริราชนั้น กระทรวงได้ให้โรงพยาบาลในสังกัดทุกระดับทั่วประเทศตั้งโต๊ะหมู่บูชาและพระฉายาลักษณ์ เพื่อให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุข กว่า 200,000 คน และประชาชนทั่วไปได้ร่วมลงนามถวายพระพร อธิฐานจิต ถวายความจงรักภักดีขอให้พระองค์ทรงหายจากพระอาการประชวร
วานนี้ (26 ต.ค.) สำนักพระราชวังได้ออกแถลงการณ์ ฉบับที่ 14 ความว่าคณะแพทย์ผู้ถวายการรักษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้รายงานว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงบริหารพระวรกายได้มากขึ้น เสวยพระกระยาหารได้ดี
วันเดียวกัน สำนักพระราชวังได้ออกแถลงการณ์เกี่ยวกับพระอาการประชวรของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ว่า คณะแพทย์ผู้ถวายการรักษาฯ รายงานว่า สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทรงรู้พระองค์ พระวรกายด้านขวายังคงอ่อนแรง ทรงเคลื่อนไหวพระวรกายด้านซ้ายได้ตามพระประสงค์ คณะแพทย์ฯ จะถวายพระโอสถรักษาต่อเนื่อง และเฝ้าติดตามพระอาการอย่างใกล้ชิดต่อไป
อนึ่ง สำนักพระราชวังขอแจ้งให้ทราบว่า คณะแพทย์ฯ ได้รายงานเพิ่มเติมว่า มะเร็งที่ตรวจพบในช่องพระนาภี เป็นชนิดเดียวกับมะเร็งพระถันที่ทรงเคยได้รับการถวายตรวจรักษาเมื่อ 10 ปีก่อน ระหว่างช่วงเวลาหลังการถวายรักษาดังกล่าว ทรงมีพระสุขภาพดี ในการถวายตรวจติดตามพระสุขภาพ ได้ตรวจพบมะเร็งเกิดขึ้นใหม่เมื่อสองปีก่อน ซึ่งคณะแพทย์ได้ถวายการตรวจรักษาอย่างต่อเนื่องตลอดมา
ภายหลังสำนักพระราชวังได้มีแถลงการณ์เกี่ยวกับพระอาการประชวรของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิราชนครินทร์ ประชาชนที่เฝ้ารอติดตามพระอาการต่างก็รู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก
นางรวินันท์ ภู่ระหงษ์ อายุ 58 ปี ชาวกรุงเทพฯ กล่าวว่า ตอนที่ได้รับทราบแถลงการณ์ฉบับที่ 1 ของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิราชนครินทร์ รู้สึกเศร้าใจและตกใจ กังวลไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร รีบเดินมาอ่านแถลงการณ์แล้วน้ำตาก็ไหลออกมาเองโดยไม่รู้ตัว แต่พอได้อ่านแถลงการณ์ฉบับที่ 2 รู้สึกใจชื้นขึ้นมา เพราะตั้งแต่ได้รับข่าวเมื่อคืนนอนไม่หลับ ซึ่งที่ผ่านมา ตนเองมาเข้าเฝ้าฯ ตั้งแต่วันแรก และกลับบ้านไปอาบน้ำ จากนั้นมาใหม่ในตอนเช้า แต่เมื่อคืนวันที่ 25 ต.ค.ไม่ได้กลับเพราะต้องการเฝ้าติดตามพระอาการอย่างใกล้ชิด
“ที่ตกใจมากเพราะไม่รู้มาก่อน พอเห็นแถลงการณ์จึงช็อค การรับทราบข่าวของพระองค์ส่วนมากได้ชมทางโทรทัศน์ ก็เห็นว่าพระองค์ทรงงานหนัก อีกทั้งพระองค์ก็มีอายุมาก ไปต่างจังหวัดบ่อยๆ เมื่อเช้าก็ได้สักการะพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เพื่อขอให้ทั้ง 2 พระองค์ ช่วยให้ทั้ง 2 พระองค์ทรงหายจากอาการประชวรในเร็ววัน ส่วนอาการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวซึ่งดีขึ้นมาก ทุกคนก็ดีใจมากเช่นกัน วันนี้ก็จะนำของที่ได้รับพระราชทานไปทำบุญ ตักบาตรถวายเป็นพระราชกุศลให้กับทั้ง 2 พระองค์ และจะกลับมาอีก และจะอยู่จนกว่าทั้งสองพระองค์จะเสด็จพระราชดำเนินกลับ”นางรวินันท์ กล่าว
ปชช.โทรฯ สอบถามพระอาการประชวรพระพี่นางฯ
สำหรับบรรยากาศการลงนามถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ในช่วงเช้าที่โรงพยาบาลศิริราช ทางสำนักพระราชวังเปิดให้ประชาชนลงนามตั้งแต่ 06.00 น. โดยประชาชนทยอยเดินทางมาลงนามอย่างต่อเนื่อง สำหรับมีบุคคลสำคัญ และคณะบุคคลที่มาลงนามถวายพระพร ได้แก่ พล.ต.องอาจ พงษ์ศักดิ์ ผู้บัญชาการกองบัญชาการช่วยรบที่ 1 จ.ชลบุรี พร้อมคณะนายทหาร 10 คน, นายศานิต ร่างน้อย อธิบดีกรมสรรพากร,นายธนินทร์ เจียรวนนท์ ประธานกรรมการบริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์,นายปกรณ์ มาลากุล ณ อยุธยา ประธานกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย,นายถิรชัย วุฒิธรรม ประธานมูลนิธินักฟุตบอลทีมชาติไทย,นายเกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ฯลฯ
นายธนินทร์ กล่าวภายหลังลงนามถวายพระพรและทูลเกล้าฯ ถวายแจกันดอกไม้ว่า รู้สึกดีใจที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงแข็งแรงขึ้น คิดว่า ชาวไทยทั่วประเทศก็มีความรู้สึกยินดีเช่นเดียวกัน ทั้งนี้ตลอด 60 ปีแห่งการครองราชย์พระองค์ทรงทำเพื่อแผ่นดินไทย โดยเฉพาะทรงช่วยประชาชนคนยากจน
ด้าน นายปกรณ์ กล่าวหลังนำแจกันดอกไม้ 2 แจกันทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ว่าขอถวายพระพรทรงหายจากพระอาการประชวรและมีพลานามัยแข็งแรงโดยเร็ว โดยมั่นใจว่า ไม่มีประเทศใดในโลกที่ประชาชนจะรวมใจถวายความจงรักภักดีให้กับพระเจ้าแผ่นดินเหมือนกับประเทศไทย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นับแต่มีแถลงการณ์สำนักพระราชวังฉบับที่ 1 เรื่องพระอาการประชวรของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ก็มีประชาชนจำนวนมากโทรศัพท์เข้ามาสอบถามรายละเอียดที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ของโรงพยาบาลศิริราช
12 กงสุลลงนามถวายพระพร
เมื่อเวลา 09.40 น.นายวัชรินทร์ พลับแก้ว อายุ 56 ปี นายท้ายเรือ "เสือคำรณสินธุ์" และนายสายชล เกตุกุล อายุ 60 ปี นายท้ายเรือแซง "แซงห้า" ตัวแทนข้าราชการพลเรือนทหารเรือในขบวนพยุหยาตราชลมารคถวายผ้าพระกฐินวัดอรุณราชวราราม เดินทางมาลงนามถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
นายวัชรินทร์ กล่าวว่า ขบวนเรือจะมีการซ้อมใหญ่ในวันนี้เวลา 15.23 น. ซึ่งเป็นการซ้อมใหญ่ครั้งแรก การซ้อมใหญ่จะมีทั้งหมด 3 ครั้ง ครั้งที่ 2 จะจัดขึ้นในวันที่ 29 ต.ค. และในครั้งที่ 3 จะจัดขึ้นในวันที่ 2 พ.ย.
“ขณะนี้การเตรียมความพร้อมในการซ้อมถือว่าอยู่ในระดับ 100% แล้ว มั่นใจว่าวันที่ 5 พ.ย.นี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะมีพระพลานามัยดีขึ้นและเสด็จพระราชดำเนินได้ โดยข้าราชการกองทัพเรือทุกคนดีใจที่ทรงแข็งแรงขึ้น”นายวัชรินทร์ กล่าว
เมื่อเวลา 10.05 น.นายศรีภูมิ ศุขเนตร ประธานคณะกงสุลกิตติมศักดิ์แห่งประเทศไทยนำคณะกงสุลกิตติมศักดิ์จำนวน 12 ประเทศ ได้แก่ โมนาโก,เอสโทเนีย,เยเมน,สโลวาเนีย,กาน่า,ซีเรีย,นามีเบีย,ปานามา,ซูดาน,ซิมบับเว,เบนิน,มอลต้า ได้นำแจกัน และพานพุ่มมาทูลเกล้าฯ ถวาย และร่วมลงนามถวายพระพร
ด้าน นายศรีภูมิกล่าวว่า ได้รวบรวมกงสุลกิตติมศักดิ์จากประเทศต่างๆ ที่ไม่ได้สร้างสถานกงสุลในประเทศไทย เพื่อเป็นตัวแทนแต่ละประเทศมาลงนามถวายพระพร ซึ่งพระเกียรติของพระเจ้าอยู่หัว ได้ปรากฏพระบารมีไปทั่วทุกสารทิศ และรวมไปถึงความสัมพันธ์อันดีในหมู่ประเทศเหล่านี้ที่มีต่อประเทศไทย เมื่อทราบข่าวว่าพระอาการดีขึ้น ทุกคนก็รู้สึกดีใจ ถวายพระพรให้ทรงเป็นมิ่งขวัญต่อปวงชนชาวไทย ตราบนานเท่านาน โดยหลังจากกงสุลกิตติมศักดิ์แต่ละประเทศลงนามถวายพระพรแล้ว จะนำความดีที่พระอาการดีขึ้น ไปนำเสนอให้แก่ประเทศของตนได้ทราบ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 10.30 น.พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ โปรดให้ผู้แทนพระองค์เชิญแจกันดอกไม้มาทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์
จัดจุดลงนามถวายพระพรพระพี่นางฯ
เวลา 10.30 น. สำนักพระราชวัง ได้จัดโต๊ะสำหรับลงนามถวายพระพรสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ที่บริเวณโถงศาลาศิริราช 100 ปี โดยจัดโต๊ะลงนามถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ด้านซ้ายของศาลาศิริราช 100 ปี และสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ฝั่งขวามือ อย่างไรก็ตาม ในช่วงบ่ายสำนักพระราชวังได้ปรับระบบใหม่โดยให้ลงนามถวายพระพรในเล่มเดียวกัน
ต่อมาในเวลา 11.30 น. พระราชครูวามเทพมุนี หัวหน้าคณะพราหมณ์ประจำสำนักพระราชวัง เดินทางมาลงนามถวายพระพรสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ โดยพระราชครูเปิดเผยว่าจะทำพิธีทางพราหมณ์ในการสวดถวายพระพรพร้อมอธิษฐานจิตให้พระพี่นางฯ ทรงมีพระพลานามัยแข็งแรง โดยประชาชนสามารถร่วมตั้งจิตอธิษฐานได้ทุกที่ทุกเวลา
จากนั้นเวลา 11.40 น.นายโอ ยัง ซัน เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี (เกาหลีเหนือ) เดินทางมาลงนามถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยได้สอบถามพระอาการประชวรของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวว่ามีพระอาการอย่างไร ฝ่ายสำนักพระราชวังได้แจ้งว่าพระอาการดีขึ้น นายโอ ยัง ซันจึงถวายพระพรว่าขอให้พระอาการดีขึ้นโดยเร็ววัน
สมเด็จพระพุฒาจารย์นำพระ-ปชช.ถวายพระพร
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ในช่วงเช้า สมเด็จพระพุฒาจารย์(เกี่ยว อุปเสโณ) ประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช วัดสระเกศ นำพระสงฆ์และพุทธศาสนิกชนที่มาทำบุญใส่บาตรไหว้พระ เนื่องในวันออกพรรษา พร้อมใจกันนั่งเจริญสมาธิภาวนาเพื่ออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสากลโลก คุ้มครองให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทรงหายจากพระอาการประชวร มีพระพลานามัยแข็งแรงขึ้นเร็ววัน
นำพระฉายาลักษณ์พระพี่นางฯ ตั้งศาลาศิริราช 100 ปี
สำหรับบรรยากาศการลงนามถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ในช่วงบ่าย ณ บริเวณศาลาศิริราช 100 ปียังคงมีประชาชนและคณะบุคคลเดินทางมาอย่างไม่ขาดสาย ได้แก่ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ,นายนคร ศิลปอาชา รองปลัดกระทรวงแรงงานฯ,พล.ต.ชาย คำวงษา รองแม่ทัพภาคที่ 1,พล.ร.ต.เริงฤทธิ์ บุญส่งประเสริฐ เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารเรือ,นายทวีป ผุกโพธิ์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านหม้อ จ.สิงห์บุรีและคณะ,นายจักรพรรณ์ อาบครบุรี,กลุ่มชาวไทยเชื้อสายซิกซ์ ในสมาคมนามธารีสังคัตแห่งประเทศไทย ,พล.ร.อ.สถิรพันธุ์ เกยานนท์ ผู้บัญชาการทหารเรือ,คณะพยาบาลศาสตร์ ม.ขอนแก่น , ตัวแทนจากมูลนิธิเด็กโรงหัวใจ
คณะนักเรียนโรงเรียนศึกษานารี,คณะมนุษยศาสตร์ ม.เชียงใหม่, พล.ท.ประยุทธ จันทร์โอชา แม่ทัพภาคที่ 1 , คณะนายทหารกองบัญชาการกองทัพภาคที่ 1, นายนคร ศิลปอาชา รองปลัดกระทรวงแรงงาน,รศ.นพ.นิเวศน์ นันทจิต คณบดีคณะแพทยศาสตร์ ม.เชียงใหม่,พระครูวินัยธรช่าง กิตติธรรมโม,น.ส.ศิริลักษณ์ ผ่องโชค ,คุณหญิงบุพพัณห์ นิมมานเหมินทร์ จากมูลนิธิชีวิตใหม่ ในพระบรมราชูปถัมภ์ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี,เด็กจากศูนย์เยาวชนไทย-ญี่ปุ่น,พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก ฯลฯ
ต่อมาในเวลา 13.15 น. สำนักพระราชวังได้นำพระฉายาลักษณ์ของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ มาประดิษฐ์สถานไว้ด้านข้างพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งตั้งอยู่ด้านหน้าพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ณ บริเวณโถงศาลาศิริราช 100 ปี
นางสุวันนี วงศ์พิทยาดิศัย อาสากาชาดสภากาชาดไทย เป็นตัวแทนอาสากาชาดมาถวายพระพร กล่าวว่าที่ผ่านมาสมเด็จพระพี่นางฯ ทรงเสียสละปฏิบัติพระราชกรณียกิจแบ่งเบาพระราชภารกิจในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แม้จะองค์จะมีพระชนมายุมากแล้ว และพระสุขภาพก็ไม่ใคร่สู้ดี ที่ผ่านมาพระองค์ก็ทรงเป็นกำลังใจให้แก่เหล่าอาสากาชาดมาโดยตลอด
นพ.เฉลิมพงศ์ โกมารกุล ณ นคร อดีตแพทย์อาสมัครเคลื่อนที่ (พอ.สว.) พร้อมข้าราชบริพาร วังสระปทุม กล่าวว่า ได้ถวายงานพระพี่นางฯ มาตั้งแต่ปี 2520 รู้สึกประทับใจในพระราชกรณียกิจของทั้ง 2 พระองค์มาก ทั้งด้านการศึกษา สาธารณสุข และสังคม โดยเฉพาะพระพี่นางฯ ได้ติดตามทำงานอย่างใกล้ชิด ได้เห็นภาพที่พระองค์ทรงเสียสละ เสด็จพระราชดำเนินไปยังท้องถิ่นทุรกันดาร ช่วยเหลือประชาชนที่ตกทุกข์ได้ยาก ให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ขออัญเชิญสิ่งศักดิ์สิทธิดลบันดาลให้ทั้ง 2 พระองค์เกษมสำราญ มีพลานามัยแข็งแรงสมบูรณ์โดยเร็ว
รศ.นพ.เทอดชัย ชีวะเกตุ เลขาธิการมูลนิธิขาเทียม ในสมเด็จพระศรีนครินทราพระบรมราชชนนี กล่าวว่า ทราบข่าวการประชวรของพระพี่นางฯ รู้สึกตกใจ แต่เมื่อได้ทราบความคืบหน้าล่าสุดจากคณะแพทย์ว่าน่ามีอาการดีขึ้น รู้สึกเบาใจ ที่ผ่านมาตนได้ทำงานรับใช้ใกล้ชิดพระพี่นางฯ เนื่องจากมูลนิธิฯ ที่ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2535 โดยสมเด็จย่า ซึ่งมีพระพี่นางฯ ทรงเป็นประธานมูลนิธิ
ทั้งนี้ พระพี่นางฯ จะทรงมีพระราชดำริ ที่เป็นประโยชน์ เป็นกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ โดยเสด็จเยี่ยมเยียนเจ้าหน้าที่สม่ำเสมอเสมอ รวมทั้งเสด็จไปยังถิ่นทุรกันดาร เพื่อพระราชทานขาเทียมให้แก่ผู้พิการด้วยพระองค์เอง ซึ่งผู้พิการได้รับขาเทียม รู้สึกปลาบปลื้มในพระมหากรุณาธิคุณ
ด้านนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าฯ กทม. พร้อมคณะผู้บริหารกทม. ลงนามถวายพระพรสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ โดยผู้ว่าฯ กทม.ได้ถวายพระพรว่า อยากให้พระองค์หายในเร็ววัน และเชื่อมั่นว่าพสกนิกรชาวไทยจะเดินทางมาลงนามมากขึ้นเรื่อยๆ และทางกทม.จะคอยประสานกับ รพ.ศิริราช เจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่ออำนวยความสะดวก ดูแลความปลอดภัย ให้แก่ผู้ที่มาลงนาม ทั้งนี้ กทม.มีโอกาสได้ถวายงานพระองค์ ทั้งในพื้นที่เขตพระราชฐาน และรวมถึงพระราชกรณียกิจต่างๆ เช่น โครงการขาเทียมพระราชทาน และได้มีโอกาสจัดงานเฉลิมพระชนมพรรษา 84 พรรษา เมื่อเร็วๆ นี้ อีกด้วย
สมเด็จพระบรมฯ พระราชทานกล้วยน้ำว้า-ทองม้วน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พล.อ.อ.สถิตย์พงศ์ สุวิมล ราชเลขาธิการในพระองค์ นำกล้วยน้ำว้า และทองม้วน จำนวน 4,000 ชุด พระราชทานแก่ประชาชนผู้เฝ้ารอรับเสด็จฯ และรอติดตามพระอาการประชวร
จากนั้นเมื่อเวลา 15.57 น.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอฯ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เสด็จยังอาคารเฉลิมพระเกียรติเพื่อเข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ และเมื่อเวลา 17.05 น. สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เสด็จลงจากอาคารเฉลิมพระเกียรติ แย้มพระสรวลพระราชทานแก่ประชาชนผู้เฝ้าส่งเสด็จ ก่อนเสด็จประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จกลับ
สำหรับยอดผู้มาลงนามถวายพระพรวานนี้ ( 26 ต.ค.) จนถึงเวลา 20.00 น.มีจำนวนทั้งสิ้น 49,176 คน รวม 13 วันมีจำนวนทั้งสิ้น 641,626 คน
สธ.ตั้งโต๊ะลงนามทุก รพ.
นพ.ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) กล่าวว่า หลังจากที่มีประกาศสำนักพระราชวังสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ จ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทรงประชวรและเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลศิริราชนั้น กระทรวงได้ให้โรงพยาบาลในสังกัดทุกระดับทั่วประเทศตั้งโต๊ะหมู่บูชาและพระฉายาลักษณ์ เพื่อให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุข กว่า 200,000 คน และประชาชนทั่วไปได้ร่วมลงนามถวายพระพร อธิฐานจิต ถวายความจงรักภักดีขอให้พระองค์ทรงหายจากพระอาการประชวร


