xs
xsm
sm
md
lg

ตายกันไปก่อนเถอะ เดี๋ยวจะแก้ให้

เผยแพร่:   โดย: ยอดธง ทับทิวไม้

“จะให้ผมทำยังไงล่ะ?”

“ก็ตายกันเรื่อยๆ ไปก่อนสิ” คนตอบชัดถ้อยชัดคำ “เดี๋ยวรัฐบาลเขาจะมาจัดการให้เอง”

“รัฐบาลที่ไหนจะมีปัญญามาจัดการได้”

“อย่าท้อ ตายกันไปก่อนเถอะ คน 3 จังหวัดภาคใต้มันไม่มีทางเลือกแล้ว ต้องรอให้เขาแก้เพราะเป็นเรื่องของบ้านเมือง”

ที่นั่นเป็นโรงแรมเก่าๆ แห่งหนึ่งในนราธิวาส ที่ผมจะมาพักเป็นประจำเมื่อเดินทางมาถึงที่ผมมีความคุ้นเคยอย่างมากเมื่อ 10 กว่าปีก่อน ถึงกระนั้นไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรไปมากนักถ้าไม่มีกลิ่นคาวเลือดของคนที่นั่นต้องตายแล้วตายเล่า และหลั่งเลือดชโลมดินกันอยู่ทุกวันเป็นแรมปีมาแล้วโดยที่ไม่มีใครเหลียวแล และจับมือใครดมไม่ได้ ทุกรายที่ตายลงในแต่ละวันนั้นก็มีลักษณะการตายที่เรียกกันว่าตายอย่างหมาโดยไม่มีใครทำอะไรผิด จะไม่มีหมูหมาที่ไหนเสียเวลามาเอาใจดูหูใส่ เพราะฉะนั้นเมื่อพูดถึงเรื่องการตายรายวันใน 3 จังหวัดภาคใต้ว่าจะทำยังไงดี ก็จะได้รับคำตอบเช่นนี้เกือบทุกรายแล้วก็เดินหนีไป!

ที่จังหวัดนราธิวาสทุกวันนี้รวมทั้งสงขลาอีกหลายอำเภอหรือรวมเป็น 4 จังหวัดเข้าไปแล้ว

เมื่อสิบกว่าปีก่อน ภาคใต้หรือใน 3 จังหวัดภาคใต้ที่กล่าวมานี้พูดกันรวมๆ ถึงสิ่งที่น่ากลัวและน่าวิตกแล้วก็มีศัตรูของบ้านเมืองอยู่เรื่องหนึ่งคือเรื่องเกี่ยวกับคอมมิวนิสต์

คอมมิวนิสต์ไทย คอมมิวนิสต์จีน คอมมิวนิสต์มลายู คอมมิวนิสต์เหล่านี้เป็นตัวแทนของพรรคคอมมิวนิสต์ที่มีอิทธิพลมากในเอเชียและองค์การคอมมิวนิสต์ระหว่างชาติ มีการจัดตั้งองค์กรที่สมบูรณ์ในภาคใต้ พรรคคอมมิวนิสต์ปักหลักอย่างมั่นคงตั้งแต่สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราชไปจนกระทั่งถึงชายแดนที่ปาดังเบซาร์ สุไหงโก-ลก แต่ปรากฏว่าไม่มีประชาชนที่ไหนถูกฆ่ากันอย่างคนไทยที่เรียกว่าผู้ก่อการร้ายในขณะนี้

คนที่คอมมิวนิสต์พร้อมที่จะฆ่าก็มีแต่เพียงเจ้าหน้าที่หรือข้าราชการที่กดขี่ และรีดไถประชาชนเท่านั้น

ไม่มีคอมมิวนิสต์ แต่มีผู้ก่อการร้าย รัฐบาลห่วยๆ ของไทยแต่ละชุดไม่สามารถแก้ไขอะไรได้นอกจากปล่อยคนบริสุทธิ์ถูกฆ่าไปเริ่มตั้งแต่เด็กนักเรียน พระเณร เรื่อยไปจนกระทั่งครูและยังเผาโรงเรียนอีกด้วย

เมื่อผมไปถึงที่นั่น ก็ได้ยินการพูดคุยของผู้คนว่าสถานการณ์ 3 จังหวัดภาคใต้นั้น ความเด่นดังของมันก็คือการฆ่าคนรายวัน ฆ่าให้มากที่สุดเท่าที่จะฆ่าได้ ไม่มีใครดูแลสนใจแม้ว่าเมืองไทยจะยังมีกฎหมายกันเป็นเล่มเกวียนก็ตาม แต่กฎหมายก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะฉะนั้นเมื่อมีใครถามว่าเราจะทำยังไงกันต่อไป ก็เหมือนคำตอบข้างต้นของแขกโรงแรมที่ว่า “ตายไปเรื่อยๆ ก็แล้วกัน รัฐบาลเขาจะมาจัดการให้!”

คนฟังทนฟังได้ก็ฟัง ทนฟังไม่ได้ก็เดินหนีไป

ไม่มีใครสามารถจะตอบได้ เพราะไม่ทราบว่าทำไมเขาไม่ทำหรือเขาไม่มีปัญญาทำ นอกจากเป็นรัฐบาลที่เป็นพียงเศษขยะของบ้านเมืองตามที่มันเป็นอยู่เท่านั้น?

ผมเองเคยเขียนบทความเกี่ยวกับปัญหา 3 จังหวัดภาคใต้นี้ชื่อ “ผมไม่เชื่อว่าจะแก้ปัญหาภาคใต้ได้สำเร็จ” ตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวันฉบับวันศุกร์ที่ 11 มีนาคม2548 สองปีกว่ามาแล้ว ผมยืนยันว่าจะไม่มีใครปราบปรามผู้ก่อการร้ายเหล่านี้ได้สำเร็จ ลำพังรัฐบาลของเราไม่ว่าจะเป็นพวกไหน ถ้ามันมีความรู้ความสามารถและรักเพื่อนมนุษย์หรือประชาชนในประเทศอย่างมนุษย์ด้วยกันแล้ว มันอาจจะทำได้บ้าง แต่นี่การจัดการกับปัญหาทั้งหมดมันทำกันด้วยความประมาท ด้วยความโง่ หรือหลับหูหลับตาทำกันไปอย่างที่กำลังทำกันอยู่ในขณะนี้ การที่จะให้มันได้ผลอะไรขึ้นมาบ้างนั้นเป็นเรื่องยากเต็มที

เหตุผลตอนหนึ่งที่ผมเอามาอ้างว่าทำไม่ได้หรือไม่มีปัญญาทำให้สำเร็จนั้น มีข้อความว่า “ก็เพราะปัญหาที่เกิดขึ้นนั้น ไม่ใช่ปัญหาของไทยที่จะสามารถเข้าไปบังคับบัญชาไม่ให้มันเกิดขึ้นมาได้ แต่มันเป็นปัญหาของอเมริกันกับชาวมุสลิมทั้งโลกที่เคยถูกกดขี่เหยียบย่ำทำลายมาอย่างหนักเป็นเวลาพันๆ ปีมาแล้ว คนมุสลิมพวกนี้ทั้งโลกอีกเหมือนกันได้พร้อมใจกันตื่นขึ้นมาพร้อมด้วยสัจปฏิญาณที่ว่าพวกเขาทั้งหลายทั้งปวงได้ลงมติร่วมกันทั้งโลกว่าเขาจะเป็นศัตรูกับพวกคนผิวขาวหรือ “พวกนอกศาสนา” ไม่ว่าจะเป็นใคร รวมถึงพวกสมุนบริวารของพวกนอกศาสนาเหล่านี้เขาจะต้องล้างแค้นและทำลายให้หมดโลกไม่ว่าผู้หญิงหรือผู้ชาย

พวกนอกศาสนาเหล่านั้นชาวมุสลิมถือว่าเป็นแกนนำของความชั่วร้ายสำหรับคนมุสลิมที่ว่านั้นมีอยู่ 2 ชาติคือพวกอเมริกัน และอังกฤษ

ส่วนพวกผิวขาวอื่นๆ ถือเป็นเพียงสมุนบริวารและสุนัขรับใช้ของพวกคนนอกศาสนาที่กล่าวอาจจะเป็นพวกตะวันตกหรือตะวันออกที่รวมตัวกันเป็นสมาชิกส่วนหนึ่งในองค์การสหประชาชาติ” (ผู้จัดการรายวัน 11 มีนาคม 2548)

ข้อความทั้งหมดนี้เป็นเรื่องจริงหรือเป็นความลับที่เปิดเผยซึ่งรู้กันในวงการเมืองทั่วไปในต่างประเทศ เอกสารหลักฐานเกี่ยวกับความจริงนี้ ในเอเชียจะหาได้จากองค์การ CSIS ของอเมริกาที่ฮาวายหรือในสถานทูตอเมริกันในกรุงเทพฯ จะมีรายละเอียดเกี่ยวกับบทบาทของอเมริกาตามโครงการควบคุมเอเชียเป็นประเทศสมุนบริวารในรูปแบบต่างๆ มากมาย เจ้าหน้าที่จากองค์การซีไอเอของอเมริกันก็มีโอกาสเข้ามาร่วมมือกับโจรพวกนั้นด้วย รัฐบาลไทยและกองทัพไทยจึงจับมือใครดมไม่ได้

คณะอนุกรรมการดูแลควบคุมสถานการณ์ในตะวันออกกลางและเอเชียกลางของรัฐสภาของสหรัฐอเมริกา ดร.เอเรียล โคเฮน ได้เสนอรายละเอียดเรื่องนี้ทั้งหมดต่อรัฐสภาของอเมริกันเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2546 ในชื่อของ Radical Islam and U.S. Interests in Central Asia ควรเอาใจใส่และศึกษากันอาจจะทำให้การพูดถึงปัญหาการก่อการร้ายใน 3 จังหวัดภาคใต้น้อยลงแต่หาทางรับมืออย่างถูกต้องได้

ในรายงานนั้นเริ่มต้นด้วยการนำเหตุผลความต้องการที่จะครองโลก และการควบคุมเอเชียของอเมริกาว่า

“โครงการขยายอำนาจอิทธิพลของสหรัฐอเมริกาในระดับโลก เนื่องมาจากการที่จะต้องต่อสู้กับลัทธิก่อการร้ายก่อให้เกิดประเด็นหรือเรื่องราวใหม่ๆ ขึ้นในนโยบายล่าเมืองขึ้นของอเมริกา โดยเฉพาะเมื่อพูดถึงท่าทีของบรรดาประเทศในท้องถิ่น ผู้คนในท้องถิ่น ทั้งปัญญาชนและประชาชนพลเมืองต่อการที่อเมริกันเข้าไปวุ่นวายในดินแดนมีการพูดถึง และการวิพากษ์วิจารณ์กันเป็นจำนวนมากเกี่ยวกับแผนการที่จะครองโลกของอเมริกา การเข้าไปเพ่นพ่านของอเมริกันในเอเชียกลางความจริงแล้วมันคืออะไร และมันจะเปลี่ยนดุลอำนาจของประเทศในเอเชียกลางหรือมันจะมีผลกระทบต่ออนาคตของเอเชียกลางอย่างไร สถาการณ์และองค์การทางการเมืองที่คัดค้านการเข้าแผ่อำนาจอยู่ในดินแดนเหล่านั้น อเมริกาจะทำอย่างไร หรือจะมีทางต่อสู้กับมันอย่างไร องค์การมุสลิมหัวรุนแรงจะไม่มีบทบาทหรือแสดงความไม่พอใจต่อการที่อเมริกาเข้าไปมีบทบาทในภูมิภาคแห่งนั้น สงครามในอิรักจะมีอิทธิพลอย่างไรต่อการที่อเมริกาจะไปสำแดงความยิ่งใหญ่อยู่ในเอเชียกลางแบบนั้น คำถามเหล่านี้ยังเป็นคำถามรอคำตอบของพวกเขาอยู่”

นี่เป็นการเริ่มต้นของการบรรยายต่อหน้าเจ้าหน้าที่ทางการเมืองของอเมริกาซึ่งในคำอธิบายทั้งหมดจะไม่พยายามหลีกเลี่ยงความหมายของการรุกรานในรูปของเมืองขึ้นในลักษณะการล่าอาณานิคมแต่อย่างใด ในขณะที่ประเทศในเอเชียกลางทั้งหมดจะไม่กล้าเอ่ยปากพูดออกมา นอกจากการยอมรับอย่างสงบในฐานะเมืองขึ้นหรืออาณานิคมของอเมริกาตามที่เคยเป็นมาแล้วในศตวรรษก่อนๆ

จากความเชื่อมั่นในอำนาจอิทธิพลของตนเองที่มีต่อประเทศเล็กในเอเชียกลางแบบนั้น ดร.โคเฮน ก็บรรยายต่อไปว่า

“การที่อเมริกาได้เข้ามาควบคุมเอเชียกลางเป็นผลมาจากการโจมตีตึกระฟ้าของอเมริกาที่นิวยอร์กในวันที่ 11 กันยายน นั่นเอง หลังจากการบุกเข้าไประเบิดอเมริกาครั้งนั้น ปรากฏว่านักก่อการร้ายอัลกออิดะห์ยังไม่ยอมหยุดนิ่งที่จะก่อการร้ายตามที่ได้ทำให้ปรากฏมาแล้ว กลุ่มก่อการร้ายอัลกออิดะห์เป็นกลุ่มก่อการร้ายที่ใหญ่โตมาก และการเตรียมการเพื่อทำลายผลประโยชน์ของสหรัฐอเมริกาทั้งในอเมริกาเอง และในต่างประเทศนั้นยังคงเป็นเรื่องที่มีความสำคัญสำหรับสหรัฐอเมริกาอย่างมาก ผู้บังคับบัญชาระดับสูงของกลุ่มอัลกออิดะห์ต้องหนีการล้อมจับของอเมริกาถึงสองครั้งมาแล้ว

การยกกำลังทหารอเมริกาเข้าไปวุ่นวายในบริเวณดินแดนเหล่านั้น และการไปร่วมมือร่วมใจกับผู้นำทางการเมืองในท้องถิ่น และการที่สหรัฐฯ ไปเล่นงานนายซัดดัม ฮุสเซน นั้น บางทีอาจจะเพิ่มความตึงเครียดขึ้นระหว่างอเมริกันกับผู้นำท้องถิ่น เฉพาะอย่างยิ่งคนมุสลิมหรือกลุ่มการเมืองท้องถิ่นมุสลิมจะนำไปสู่ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกากับผู้นำอิสลามและองค์การชาวมุสลิมที่นั่นอาจจะเกิดขึ้นได้”

เหตุการณ์ใน 3 จังหวัดภาคใต้ที่เกิดขึ้นและขยายตัวออกไปอย่างกว้างขวาง การเข้ามานอนรอบัญชาการของนายฮัมบาลีที่อยุธยาเมื่อก่อนหน้านี้ ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่สำหรับองค์การก่อการร้ายของชาวมุสลิมที่มีการเกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดกับอัลกออิดะห์ พรรคการเมืองระหว่างประเทศของชาวอิสลามที่มีชื่อว่าอิสลามเสรีซึ่งได้มีการจัดตั้งขึ้นสำหรับคนมุสลิมทั่วโลกเพื่อต่อสู้กับอเมริกาและประเทศจักรวรรดินิยม สมาชิกพรรคนี้มีอยู่ในประเทศต่างๆ ทั่วโลก มีหน้าที่สำคัญคือทำลายอเมริกันและประเทศที่เป็นสมุนให้อเมริกัน สำหรับในเอเชียประเทศไทยเป็นประเทศหนึ่งที่พรรคมุสลิมเสรีถือว่าเป็นสมุนบริวารอเมริกัน เหตุการณ์ใน 3 จังหวัดภาคใต้เป็นเหตุการณ์แบบเดียวกันกับปัญหาขบถ 7 หัวเมืองในภาคใต้เมื่อสมัยรัชกาลที่ 5

แต่ในสมัยนั้นผู้นำของไทยและผู้รับผิดชอบภาคใต้เป็นคนไทยที่ฉลาด และมีความสามารถผิดกับผู้นำของไทยสมัยนี้
กำลังโหลดความคิดเห็น...