xs
xsm
sm
md
lg

ลักษณะพรรคการเมืองที่ยิ่งใหญ่ของชาติ

เผยแพร่:   โดย: ป.เพชรอริยะ

สถาบันหรือองค์การพรรคการเมือง ที่จะได้จัดตั้งขึ้นนั้น ควรมีองค์ประกอบหลักที่สำคัญคือ

1. ธรรมาธิปไตย การถือธรรมเป็นใหญ่ ท่านสามารถพบได้ด้วยใจและปัญญาอันยิ่ง คือความบริสุทธิ์ตามธรรมชาติที่มีอยู่ในใจของมนุษยชาติทุกคนอันได้แก่ (1) สภาพที่ทรงไว้ (2) สภาวะที่ไม่ตาย (3) สภาวะสันติถาวร (4) แก่นธรรม (5) ต้นเหตุ (6) สัจธรรม (7) ความจริงแท้ (8) ความยุติธรรม (9) หลักการ (10) คุณธรรม (11) ความถูกต้อง (12) ความประพฤติชอบ (13) สัมมาทิฐิ (14) พระธรรม (15) คำสั่งสอนของพระศาสดาที่ปรากฏขึ้น ฯลฯ

2. คณะบุคคลผู้เสียสละ อุทิศตนเพื่อประเทศชาติ ประกอบด้วย

2.1 อัจฉริยะบุคคลผู้เสนอแนวทางพุทธปรัชญา

2.2 ผู้มีปัญญาให้การสนับสนุนแนวทาง

2.3 คณะผู้นำที่มีปัญญา บริหารการจัดการ ปฏิบัติให้เป็นไปตามแนวทาง

2.4 สมาชิกที่มีปัญญาเห็นด้วยในแนวทาง

3. แนวทางอุดมการณ์ คือแนวทางพระพุทธศาสนา พระมหากษัตริย์ไทย ยุทธศาสตร์ธรรมาธิปไตย แก้ไขเหตุวิกฤตชาติ

4. หลักการ คือระบบความคิดหรืออุดมการณ์ (Ideology)

5. จุดมุ่งหมายหรือยุทธศาสตร์ และยุทธวิธี หรือจุดมุ่งหมายกับวิธีการที่สอดคล้องกับความเป็นจริง

6. การจัดองค์การ และการบริหารให้บรรลุจุดมุ่งหมาย

โดยมีจุดมุ่งหมาย (อุดมคติ) ที่สูงกว่าอุดมคติทั่วไปคือมีจุดมุ่งหมายตามกฎธรรมชาติ (Nature law) และมรรคหรือวิถีที่แน่นอน อันจะนำพาประเทศชาติ ประชาชน ไปสู่จุดมุ่งหมายตามอุดมคติ ด้วยอุดมการณ์หรือระบบความคิดตามแนวทางที่คณะบุคคลศรัทธาอย่างมีปัญญา

พรรคการเมืองที่แท้จริง อันเป็นที่หวังและไว้วางใจของประเทศชาติและประชาชนได้นั้น ต้องมีแนวทาง หลักการ อุดมการณ์ การจัดระบบความคิด จุดมุ่งหมายเพื่อชาติและปวงชนอย่างแท้จริงแล้ว ควรพิจารณา ดังนี้

1. จุดยืน (Stand Point) ต้องอ่านจุดยืนบุคคลให้ออก และสามารถแก้ไขได้ด้วยพุทธธรรม

1.1 บุคคลมีจุดยืนเพื่อผลประโยชน์ส่วนรวมอันเกิดจากความรู้สึกนึกคิดจากภูมิจิตหรือภูมิธรรมของตนที่มีมาแต่เดิม และสิ่งแวดล้อมนั้นๆ

1.2 บุคคลมีจุดยืนเพื่อผลประโยชน์แห่งตน (ก็ไม่ควรที่จะเข้ามาทำกิจกรรมทางการเมือง)

2. ความคิด (Thought) ต้องอ่านความคิดบุคคลนั้นๆ ให้กระจ่างแจ้ง

2.1 บุคคลคิดเพื่อประโยชน์ส่วนตน แล้วแสวงหาความอยากใหญ่ ใช้เงินเป็นใบเบิกทาง

2.2 บุคคลคิดเพื่อประโยชน์ส่วนรวม อันเป็นผลประโยชน์ของประเทศชาติ ของปวงชนเป็นผู้มีคุณธรรม อุทิศตน จุดมุ่งหมายจึงเริ่มแสวงหา

3. แนวความคิด (Line of thought)

คือการที่บุคคลได้แสวงหา แล้วสังกัดหรือเลือกแนวทางอันเป็นแนวความคิดของลัทธิความเชื่อต่างๆ ที่ตรงกับจุดยืนและความคิดของตน เช่น

3.1 ลัทธิเผด็จการ ในรูปแบบต่างๆ เช่น เผด็จการระบบรัฐสภาหรือเผด็จการโดยรัฐธรรมนูญ

3.2 ลัทธิคอมมิวนิสต์ เผด็จการโดยชนชั้นกรรมาชีพ

3.3 ลัทธิประชาธิปไตย

3.4 ธรรมาธิปไตย การถือธรรมหรือสัจจะเป็นใหญ่ ประยุกต์จากกฎธรรมชาติหรือหลักพุทธธรรม เมื่อมีแนวคิดนั้นๆ จะนำเอาอุดมการณ์ และมรรควิธีของลัทธิอุดมการณ์นั้นไปแก้ปัญหาประเทศ แนวความคิดตามลัทธินั้นๆ ย่อมจะมีความแตกต่างกันไปตามลัทธินั้นๆ แต่โดยทั่วไปแล้ว ถ้าเป็นองค์การพรรคการเมืองที่แท้จริง สอดคล้องกับลักษณะพิเศษของประชาชนชาวไทยนั้น ควรจะมีองค์ประกอบที่สำคัญ โดยย่อดังต่อไปนี้

(1) พุทธศาสตร์หรือพุทธปรัชญา ว่าด้วยการศึกษา ปฏิบัติตามพระธรรมคำสั่งสอนของพระบรมศาสดาพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเพื่อเข้าถึงอรรถสภาวะกฎทั่วไป(อสังขตธรรม) และปรากฏการณ์ของสังขารทั้งปวง (สังขตธรรม, กฎอิทัปปัจจยตา) และกฎเฉพาะของมนุษย์ได้แก่กฎปฏิจจสมุปบาท (รูป : นาม เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ) ให้เห็นถึงภูมิจิตหรือภูมิธรรมและกระแสกรรมของมนุษย์ การรู้แจ้งแห่งกองสังขารเพื่อการดับทุกข์ทางจิตใจ เข้าถึงอริยสัจจ์ 4 (ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค) และการประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิตระหว่างมนุษย์, กฎธรรมชาติ และระบอบการเมืองให้สอดคล้องเป็นลักษณะเดียวกันได้อย่างไร

(2) ทฤษฎีปรัชญา ว่าด้วยการศึกษา รู้เข้าใจถึงอรรถสภาวะกฎทั่วไปและปรากฏการณ์ของสรรพสิ่ง เช่น พุทธปรัชญานิยมหรือสัจนิยม ย่อมเหนือกว่าปรัชญาอื่นๆ ของฝ่ายตะวันตก เช่น ปรัชญาจิตนิยม, ปรัชญาวัตถุนิยม, ปรัชญาทวินิยม, ฯลฯ อันเป็นพื้นฐานของแนวความคิดว่ามีโลกทัศน์และ “ธรรมทัศน์” เป็นอย่างไร สอดคล้องกับประชาชนไทยหรือไม่

(3) ทฤษฎีรัฐศาสตร์ ว่าด้วยการจัดระบบการเมืองการปกครอง หลักการใช้อำนาจในการปกครองบนความสัมพันธ์ระหว่างผู้ปกครองกับผู้ถูกปกครองหรือรัฐบาลกับประชาชนมีลักษณะแบบใด เช่น

- แบบเผด็จการในรูปแบบต่างๆ อำนาจอธิปไตยเป็นของคนส่วนน้อย

- แบบคอมมิวนิสต์ อำนาจอธิปไตยเป็นของคนส่วนใหญ่

- แบบประชาธิปไตย, แบบธรรมาธิปไตย อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชน

แนวความคิดของบุคคล มีพฤติกรรมการเรียนรู้และดำเนินการในสิ่งเหล่านี้ อย่างไร?

1) ลัทธิทางการเมือง (Doctrine)

2) อุดมคติทางสังคม (Idealistic Society) อุดมคติรวม

3) หลักการปกครอง (Principle of Government)

4) ระบอบ (Regime) หรือหลักการปกครอง

5) รูปการปกครอง (Form of Government)

6) วิธีการ (Method) หรือมรรควิธี

7) ระบบการเมือง (Political System)

8) หลักในการจัดความสัมพันธ์อย่างองค์รวมของประเทศชาติ

9) การสร้างการปกครองใหม่ (Government Construction)

(4) ทฤษฎีเศรษฐศาสตร์ ว่าด้วยการจัดสรรทรัพยากรแห่งชาติ ให้เกิดประโยชน์กับประเทศชาติและประชาชน อย่างเป็นธรรมได้อย่างไร เช่น การจัดระบบเศรษฐกิจแบบพอเพียง การกระจายทุนทางเกษตรกรรม และอุตสาหกรรม แทนการรวมศูนย์ทุนในปัจจุบัน การค้าระหว่างประเทศและว่าด้วยการจัดการรัฐสวัสดิการต่อสังคมหรือต่อประชาชนทุกสาขาอาชีพทั้งประเทศ

(5) หลักนโยบาย (Program) คือนโยบายทางทฤษฎีอันเป็นนามธรรมที่ได้ประมวลมาจากการศึกษา ปฏิบัติตามหลักคำสอนของลัทธิการเมืองนั้นอันเป็นระบบความคิดอยู่ในสมอง หรือในคัมภีร์ ซึ่งพร้อมที่จะแปรรูปเป็นนโยบาย

(6) นโยบาย (Policy) คือการนำหลักนโยบายมาแปรเป็นนโยบายเพื่อนำไปปฏิบัติให้เป็นรูปธรรมอันจะก่อให้เกิดผลต่อประเทศชาติและประชาชนอันประกอบด้วยมาตรการ แผนการ และวิธีการ การนำนโยบายไปปฏิบัติเป็นขั้นตอนที่ยากที่สุดเพราะจะต้องเผชิญหน้า และถูกขัดขวางกับแนวความคิดของลัทธิระบอบการเมืองเก่าอำนาจอธิปไตยเป็นของคนส่วนน้อย (เผด็จการระบบรัฐสภา) ที่ล้าหลังสร้างความหายนะให้กับชาติและประชาชนมายาวนาน โดยคณะบุคคลที่ยึดถือในรูปของผู้ปกครองได้แก่รัฐบาล พรรคคนส่วนน้อย กลไกรัฐ และองค์การมวลชน จึงต้องกำหนดแนวทางรณรงค์ (ต่อสู้)

(7) แนวทางการต่อสู้หรือการรณรงค์ (Campaign) บางลัทธิ เช่น เผด็จการ และคอมมิวนิสต์ใช้วิธีการต่อสู้รุนแรงทั้งทางกาย วาจา และวัตถุอุปกรณ์

ส่วนแนวทางธรรมาธิปไตย ใช้วิธีการต่อสู้อย่างสันติ (อหิงสา ปรโม ธัมโม) เป็นมาตรการทางธรรม ย่อมนำมาซึ่งประโยชน์ของทุกคน การต่อสู้ที่ไม่เบียดเบียนอันตั้งอยู่บนพื้นฐานแห่งความรัก ความเมตตาในเพื่อนมนุษย์และสัตว์โลกทั้งปวงอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

(8) ยุทธศาสตร์ (Strategy) คือหลักสำคัญที่ได้กำหนดขึ้นจากสภาวการณ์ และสถานการณ์ อันแท้จริงของประเทศ ด้วยการพิจารณาความสัมพันธ์ทั้งหมดทุกแง่มุม ทุกขั้นตอน ตั้งแต่ประวัติศาสตร์ของประเทศ ศาสนา การเมือง การปกครอง เศรษฐกิจ วัฒนธรรม สถาบันต่างๆ ประชาชนทุกสาขาอาชีพ ฯลฯ แล้วกำหนดเป็นจุดมุ่งหมายเพื่อดำเนินภารกิจให้บรรลุต่อจุดมุ่งหมายนั้น ยุทธศาสตร์ที่ตั้งขึ้นจะต้องครอบคลุมปัจจัยต่างๆ ที่เกี่ยวพันสัมพันธ์กันทั้งหมด รวมทั้งภายในจิตใจด้วย และยุทธศาสตร์หรือจุดมุ่งหมายที่ตั้งขึ้นนั้นจะต้องมีเพียงหนึ่งเดียวและไม่เปลี่ยนแปลง (ไม่ตาย ไม่สลาย ก็คือธรรมาธิปไตยนั่นเอง)

(9) ยุทธวิธี (Tactic) คือวิธีการดำเนินการตามแผนการที่กำหนดขึ้นตามสถานการณ์เพื่อให้บรรลุภารกิจที่ได้กำหนดไว้เป็นไปตามสถานการณ์นั้นๆ เพื่อบรรลุยุทธศาสตร์หรือจุดมุ่งหมาย

(10) มาตรการ (Measure) คือการกำหนดการดำเนินการให้เป็นรูปธรรมเป็นข้อๆ ตามยุทธวิธีนั้น

(11) วิธีการ (Method) คือลักษณะการดำเนินการภารกิจให้บรรลุในขั้นตอนต่างๆ ว่าให้ปฏิบัติอย่างไร แต่ทั้งนี้ต้องขึ้นต่อยุทธศาสตร์หรือจุดมุ่งหมายเสมอไป

(12) ตัวความคิดหรืออุดมการณ์ (Ideology) คือหัวใจหลักของระบบความคิดของลัทธิการเมืองนั้นๆ ที่พรรคหรือคณะบุคคลของพรรคนั้นๆ อันเป็นผลจากการศึกษา ค้นคว้า ปฏิบัติด้วยความเห็นแก่ตัว หรือเสียสละ ต่อสู้ ทุ่มเท อุทิศตนเพื่อแผ่นดิน จนเกิดระบบความคิดตามแนวลัทธิการเมืองของตนตามหัวข้อดังกล่าวข้างต้น

โดยพรรคนั้นๆ ยึดถือและดำเนินการอย่างเป็นระบบซึ่งแสดงออกให้เรารู้ ให้เห็น จากรูปธรรมคือการเสนอนโยบายและการแสดงออกทางพฤติกรรม เช่น การคิด การพูด การเขียน การดำเนินการ การรณรงค์ การประชาสัมพันธ์ ฯลฯ เพื่อประโยชน์ตน, พรรคและพวกพ้อง หรือเพื่อประเทศชาติและปวงชนอย่างแท้จริงหรือไม่นั้น พิจารณาจากยุทธศาสตร์เป็นสำคัญ

4. วิธีคิด (Way of thinking) คือการรวมยอดของระบบความคิดทั้งหมดของลัทธิการเมืองนั้นๆ ซึ่งได้แสดงออกทางพฤติกรรม เช่น การคิด การพูด การเขียน การรณรงค์ การดำเนินการ การประชาสัมพันธ์ การชูสโลแกน การเสนอวิธีการแก้ปัญหา อันทำให้เราได้ทราบว่าแนวทาง ทางการเมืองพรรคนั้นๆ มีสัจธรรม หรือมีปรัชญา ทฤษฎี อุดมการณ์ แนวความคิด และมีจุดยืนต่อประเทศชาติและประชาชนอย่างไร และยึดถือแนวทางการเมืองของลัทธิใด เช่น ลัทธิเผด็จการ, คอมมิวนิสต์, ประชาธิปไตย และธรรมาธิปไตย เป็นต้น

ที่กล่าวมาโดยย่อนี้ เพื่อให้ประชาชนได้มีเครื่องมือหรือไม้บรรทัดอันมีประสิทธิภาพยิ่งในการตรวจสอบพรรคการเมือง และบุคคลนั้นๆ ว่ามี 1. จุดยืน 2. ความคิด 3. แนวความคิด ปรัชญา อุดมการณ์ และลัทธิการเมืองเช่นไร เรารู้ได้จากวิธีคิดนี้เอง

ถ้าท่านเป็นหนึ่งในผู้มุ่งมั่น แสวงหาสัจธรรม ทุ่มเท เสียสละ อุทิศตนเพื่อแผ่นดิน มุ่งมั่นในอุดมการณ์เชิดชูธรรมนำชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ท่านโชคดีแล้วที่ได้รับสารธรรม ที่หาอ่านไม่ได้ในที่ใดๆ บทความนี้เพียงน้อยนิดเท่านั้น จะรู้แจ้งอย่างสมบูรณ์ยิ่งๆ ขึ้นไปจะต้องทำอย่างไร? จงใช้ปัญญาของท่านเสาะแสวงหาสัจจะเพื่อแผ่นดิน ด้วยความเมตตาอย่างยิ่งใหญ่ที่ไม่มีสิ้นสุด ต่อปวงชน ถ้าท่านเห็นด้วย ด้วยจิตใจที่ยิ่งใหญ่ พึงก้าวขาแสวงหาหลักการนี้เถิด