xs
xsm
sm
md
lg

อย่าแตะต้องการเมืองและนักการเมือง

เผยแพร่:   โดย: ยอดธง ทับทิวไม้

ครับ, นี่เป็นคำเตือนของพรรคพวกหลายคนที่ได้เสียคนไปเรียบร้อยแล้วน่าจะไม่มีทางกลับมาได้อีก เป็นคำเตือนต่อพรรคพวกหลายคนที่ยังไม่เสียคนเพราะการเมืองและนักการเมือง แต่ยังตั้งใจจะต้องมาเสียคนและเสียใจเพราะไปแตะต้องการเมืองทุกวันนี้เข้า ไม่ว่าจะโดยลงมือเอาจริงเอาจังหรือสนับสนุน เพียงแต่จะต้องเดินผ่านหรือจะเกิดโชคร้ายอย่างใดอย่างหนึ่งที่ทำให้หลุดเข้าไปในอาณานิคมของมัน ก็จะต้องงดเว้นเด็ดขาด เพราะการเมืองและนักการเมืองมันจะช่วยอะไรไม่ได้นอกจากทำให้เสียทุกอย่าง เสียคน เสียเงิน และเสียเกียรติถ้าใครยังมีเกียรติอยู่ เพราะการเมืองไทยหรือต่อไปนี้มันเป็นการเมืองที่จะไม่ให้เกียรติใครหรือไม่ช่วยให้ใครมีเกียรติได้ นอกจากการเป็นโจรที่พอจะปล้นบ้านปล้นเมือง และขายชาติได้อีกอย่างการเมืองที่ผ่านมา

การเมืองที่เราจะต้องพูดถึงอีกต่อไป หมายถึงระบอบประชาธิปไตยที่ต้องมีรัฐธรรมนูญรับรองว่ามันคือระบอบประชาธิปไตยนี่แหละ

ระบอบประชาธิปไตยที่ว่านี้ที่สำคัญก็คือจะต้องเปิดเสรีทุกอย่าง และให้มีการเลือกตั้ง มีพรรคการเมือง และมีนักการเมืองที่จะต้องเข้าไปสมัครรับเลือกตั้ง คนที่มีสิทธิจะได้รับเลือกตั้งได้นั้น ไม่มีทางอื่นนอกจากมีเงินอย่างเพียงพอที่จะซื้อเสียงได้เท่านั้น

เงินที่จะต้องนำมาซื้อเสียงเป็นเงินจำนวนหนึ่งที่พรรคการเมืองทุกพรรคจะต้องจัดเตรียมไว้ให้ โดยการขายชาติของตัวเองด้วยวิธีการต่างๆ ให้แก่พ่อค้า นายทุนที่มีเงินทองมากมาย เฉพาะอย่างยิ่งทรัพย์สินของประเทศชาติหรือธุรกิจที่ทำให้ได้เงินหรือสิทธิต่างๆ ที่จะได้ทำมาหากินอย่างสะดวกสบาย ตัวอย่างง่ายๆ ก็คือการขายชาติที่กระทรวงคมนาคมและกิจการรถไฟทั้งหมดที่กำลังมีปากมีเสียงกันอยู่ เพราะมีคนจำได้ว่าขายกันอย่างฉิบหายล่มจมไปเลย หรือการขายโดยวิธีให้สัมปทานอย่างเช่น สัมปทานดาวเทียมที่เราขายไปแล้วโดยยังไม่มีใครยอมจ่ายเงินค่าสัมปทานให้บ้านเมืองไปถึง 120,000 ล้านบาทที่ไม่มีใครยอมพูดถึง เป็นต้น หรืออาจจะมีการเสียไปแล้วแต่มีคนรับเอาไปในนามของนักการเมืองที่มีอำนาจอยู่

แม้แต่ตำแหน่งหน้าที่ต่างๆ ในการบริหารบ้านเมืองก็จะขายให้ผู้ต้องการได้ มากหรือน้อยแพงหรือถูกก็สามารถจะขายได้ตามความสำคัญของงานและหน้าที่ที่คนจะเอาไปใช้ทำมาหากิน

ในระบอบประชาธิปไตยของเรา พอร่างรัฐธรรมนูญสำเร็จแล้ว เราก็จะรีบให้มีการเลือกตั้งให้เร็วที่สุด เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งจะได้มีโอกาสทำมาหากินได้ก็รีบเร่งให้ประกาศวันเลือกตั้งเพื่อให้พวกมีเวลาจัดการนำเงินมาไว้ซื้อเสียงหรือจะมีโอกาสมีรายได้พิเศษที่จะร่วมมือกันขายชาติบ้านเมืองไปในรูปของการผูกขาด การให้สัมปทาน และวิธีการคอร์รัปชันนอกรีตนอกรอยสารพัดที่ทำกันมาในวงการเมืองของโลกหรือแม้แต่ยังไม่ได้ทำ นักการเมืองไทยทุกคนก็จะหาวิธีทำกันอย่างครบถ้วนเตรียมการทุกสิ่งไว้ล่วงหน้า โดยการร่วมมือในการจัดการเลือกตั้งโดยเร็วที่สุดอย่างที่คนไทยเราเห็นเรารู้กันอยู่ในขณะนี้

ทุกเวลานาทีของระบอบประชาธิปไตย เป็นเรื่องของเงินทั้งสิ้น

ประชาธิปไตยของเราจะเริ่มต้นด้วยการจัดให้มีการเลือกตั้งโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้ ถ้าทำอย่างอื่นจะไม่เกี่ยวหรือไม่ถือว่าเป็นระบอบประชาธิปไตย การจัดให้มีการเลือกตั้งเร็วก็จะได้จัดตั้งรัฐบาล หรือรัฐบาลที่จะจัดตั้งด้วยการเลือกตั้งจะสามารถทำการสร้างโครงการประชานิยมเพื่อต้มคนทั้งหลายทั้งปวงได้อย่างไรบ้าง และโครงการใหญ่ๆ ที่จะต้องทำโดยได้เงินมากอย่างโครงการสนามบินสุวรรณภูมิที่กินนอกกินในกันอยู่ หรือโครงการสร้างโรงงานไฟฟ้าถ่านหินที่ระยองและที่อีสานราคาเป็นหมื่นๆ ล้านบาท ที่คาดว่าจะได้ค่านายจะต้องรีบเอาไปแบ่งกันอย่างไร หรือออกเดินทางไปต่างประเทศเพื่อเจรจาซื้อขายหรือแสวงหาผลประโยชน์กันอย่างใดอย่างหนึ่งก็จะต้องเร่งจัดทำ ทุกอย่างเป็นเงินทั้งสิ้น

เมื่อตั้งพรรคโดยที่พรรคจ่ายเงินซื้อตัวนักการเมืองประมาณ 30 ล้านหรือ 40 ล้านบาทที่คุณจะนำไปเป็นเงินคำเนินการเองหรืองุบงิบเอาไว้สักครึ่งหนึ่งถึงจะไม่ได้รับเลือกตั้งก็ถือได้ว่าเป็นโชคลาภ

แต่โดยข้อเท็จจริงแล้ว การสมัครผู้แทนที่จะทำให้ได้รับเลือกตั้งนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะค่าใช้จ่ายสูงมาก นอกจากป้ายโฆษณาแนะนำตัวเองหรือโปสเตอร์ขนาดใหญ่ราคาเป็นหมื่นเป็นแสนที่จะต้องนำออกติดตั้งทั่วทั้งเมืองหรือทั่วเขตเลือกตั้งของแต่ละคน นักเลือกตั้งเหล่านี้ที่ผ่านการเลือกตั้งมาแล้วจะไม่ยอมลงสมัครผู้แทนอีกง่ายๆ ถ้าต้องลงทุนด้วยตนเอง เพราะผลประโยชน์ที่ได้จากการเป็นผู้แทนที่ต้องลงทุนมหาศาลนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย

ไม่มีภาระอะไรที่มันจะหนักเท่ากับการหาเสียงเลือกตั้งในแต่ละครั้งสำหรับการเมืองไทยและนักการเมืองไทย

มีคนสรุปว่า ถ้าจะเป็นนักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้งหรือเพราะระบอบประชาธิปไตยสองสิ่งที่จะต้องมีให้มากหรือมีให้พอจะต้องมีสองอย่างคือ “เงินและพวก”

คนที่จะเป็นนักการเมืองในเมืองไทยนั้น จะไม่มีการเกิดขึ้นเพราะการลงคะแนนของประชาชน แต่จะเป็นเพราะเงินที่จะต้องมีไว้ซื้อเสียงจากประชาชนเท่านั้น

การเมืองในระบอบประชาธิปไตยที่เราอ้างกันมาตลอดนั้น เกิดจากการทำตลาดอย่างเข้มแข็งหรือเกิดจากการค้าทางการเมืองเท่านั้น


นั่นแหละคือที่มาของการห้ามแตะต้องการเมืองในเมืองไทย ไม่ว่าจะเป็นการแตะต้องตัวนักการเมืองหรือกระโจนลงไปในนรกทางการเมืองของไทย ซึ่งมีเรื่องราวที่จะทำลายผู้ยุ่งเกี่ยวกับการเมืองและนักการเมืองต่อไปอีก

ประการแรกก็คือ นักการเมืองจะมีสภาพเป็นสัตว์เลี้ยงของพรรคการเมืองซึ่งมีนายทุนหรือเจ้าของเงินเป็นผู้บงการให้ประพฤติปฏิบัติทำตามกฎของพรรคหรือเจ้าของเงินทุกบาททุกสตางค์ ซึ่งดูกันดีๆ แล้วจะเห็นว่าด้านหนึ่งของนักการเมืองในระบอบประชาธิปไตยของไทยผู้มีเกียรติหรือผู้แทนของประชาชน เป็นเพียงสัตว์เลี้ยงทางการเมืองชนิดหนึ่งซึ่งไม่ว่าใครก็ตาม ถ้ามีเงินมาลงทุนซื้อพรรคการเมืองและนักการเมืองได้เพียงพอแล้ว ผู้นั้นจะประสบความสำเร็จอย่างสูงยิ่ง

รัฐบาลสัมภเวสีของไทยได้แสดงอภินิหารในการใช้เงินเลี้ยงสัตว์เดียรัจฉานทางการเมืองมาแล้วในเมืองไทยนั้น เงินตัวเดียวเท่านั้นที่จะสามารถตัดสินได้ทุกปัญหา

วันเวลาอันยาวนานของระบอบประชาธิปไตยที่มีรัฐธรรมนูญเป็นหลัก ได้พิสูจน์อย่างชัดเจนว่าแต่ละรัฐบาลนั้นมีหน้าที่อย่างเดียวเท่านั้นที่เด่นและโด่งดังไปทั่วโลก นั่นคือ นักการเมืองส่วนมากจะต้องเอาการเมืองมาหากินหรือจะต้องคอร์รัปชันเป็นหลัก

การคอร์รัปชันในระบอบประชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญแต่ละฉบับเป็นวัฒนธรรมทางการเมืองของไทยตลอดเวลาอันยาวนานมาแล้ว ปรากฏว่าเป็นวัฒนธรรมชั่วที่ไม่มีใครกล้าแตะต้อง แต่ทุกคนจะร่วมมือและสุมหัวกันไชโยโห่ร้องฟาดฟันกัน ซึ่งแน่นอนที่สุดภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับ 2550 ซึ่งมีสัตว์เลี้ยงทางการเมืองของรัฐบาลสัมภเวสีที่ถือว่าเป็นประชาธิปไตยที่สุด ก็แก้ไขและจัดการอะไรไม่ได้กับการคอร์รัปชันและวัฒนธรรมอันโสโครกนี้ แต่กลับสร้างระบบและวิธีการคอร์รัปชันให้มีความอึกทึกครึกโครมและกว้างขวางอย่างยิ่งต่อไปอีก

นี่คือปัญหาอันยิ่งใหญ่ที่สำคัญที่สุดปัญหาหนึ่งหรือเป็นปัญหาหลักของประเทศไทยและสังคมไทย การที่รัฐบาลหรือเทวดาที่ไม่รู้ว่าจะจุติมาจากสวรรค์ชั้นไหนก็ตาม ที่ขึ้นมาบริหารประเทศชาติ ถ้าไม่แก้ปัญหาการคอร์รัปชันที่ว่านี้ให้หมดสิ้นลงไปเสียก่อน จะไม่สามารถแก้ปัญหาใดๆ ในประเทศได้ นอกจากจะย่อยยับลงไปกว่าเดิม

นักการเมืองของไทยทุกคนทุกพรรคจะพากันทำตัวเป็นไม่รู้ปัญหานี้ หรือการเป็นนักการเมืองของคนไทยและประเทศไทยจึงเป็นการเมืองเพื่อการทำมาหากินกับการคอร์รัปชัน การขายชาติขายแผ่นดินอย่างที่ทำกันมาในรัฐบาลที่ผ่านมา เป็นความจริงที่สามารถใช้เป็นหลักฐานอย่างเชื่อถือได้อีกนานนัก

เพราะฉะนั้น ถ้าคนไทยยังต้องการรักษาความเป็นคนไทยอยู่ อย่าได้แตะต้องนักการเมืองและแตะต้องการเมืองในรูปใดเป็นอันขาด

การเมืองและความเป็นนักการเมืองในประเทศไทย เป็นเรื่องของการเดินทางลงนรกอันกว้างใหญ่ที่ คตส.จะใช้เวลาเป็นห้าปีสิบปีสำหรับสะสางและคุ้ยเขี่ยออกมาให้หมดยังทำไม่ได้

และที่เชื่อได้แน่นอนที่สุดก็คือการเป็นนักการเมืองไทยจะเป็นนักการเมืองที่ไม่มีโอกาสจะทำอะไรในบ้านเมืองได้นอกจากการคอร์รัปชันทุกรูปแบบ นั่นเป็นประการแรกที่ทำให้บ้านเมืองฉิบหายไม่จบไม่สิ้นกันอยู่อย่างทุกวันนี้ จนถึงกับต้องปฏิวัติครั้งแล้วครั้งเล่า และ ทุกคนรู้แต่เพียงว่าเมื่อมีอำนาจขึ้นมาแล้ว หน้าที่จะต้องทำเพื่อบ้านเมืองและเพื่อประชาชนนั้นคือการคอร์รัปชันประการเดียวเท่านั้น

เพราะฉะนั้น ทุกคนจะไม่ทำอะไรนอกจากคอร์รัปชัน

ปัญหาของคนในบ้านเมืองหรือปัญหาของประเทศชาติเป็นปัญหาใหญ่และมีความเป็นมาอย่างสลับซับซ้อน อย่างปัญหาความยากจนชนิดแทบไม่มีจะกินกันอย่างทุกวันนี้ที่เชื่อกันว่ามีคนจนประเภทนี้ไม่น้อยกว่า 8 ล้านคน ยังไม่มีใครสามารถแก้ได้หรือพร้อมที่จะแก้ นักการเมืองทุกคนเท่าที่ได้เห็นเสนอหน้ากันออกมาสลอนนั้น คนพวกนี้ส่วนมากเคยเป็นนักการเมืองกันมาหลายยุคหลายสมัยแล้ว แต่ไม่เคยมีใครเคยแสดงให้เห็นว่ามีความรู้ความสามารถใดๆ ที่จะไปแก้ไขความยากจนเหล่านั้นได้

นักการเมืองไทยส่วนมากของเราไม่รู้ว่าอะไรที่จะต้องโง่กันไปเรื่อยๆ เท่านั้น

ผมว่าคำเตือนของพรรคพวกเป็นคำเตือนที่ถูกต้อง อย่าไปแตะต้องมัน อย่าไปยุ่งกับมันเป็นอันขาด

เป็นทางเดียวเท่านั้นที่เราจะรักษาความเป็นคนเอาไว้ต่อไปได้ตลอดรอดฝั่ง!
กำลังโหลดความคิดเห็น...