xs
xsm
sm
md
lg

ถึงเวลาที่เราจะได้ขายชาติอีกแล้ว

เผยแพร่:   โดย: ยอดธง ทับทิวไม้

ในที่สุด วันที่เรารอคอยหรือไม่ต้องรอคอยก็มาถึง!

นั่นคือวันที่เราจะต้องไปลงคะแนนเสียงเลือกตั้งผู้แทนราษฎรตามระบอบประชาธิปไตยที่เราทำกันมาเกือบครบ 100 ปีที่ผ่านมา และครั้งนี้ก็เป็นอีกครั้งหนึ่งซึ่งเราจะต้องเลือกตั้งเพื่อระบอบประชาธิปไตยกันอีก และก็จะต้องรอคอยกันอีกที่จะต้องเลือกตั้งกันใหม่ต่อไป หลังจากที่เราได้ร่วมกันฉีกรัฐธรรมนูญหรือมีเดียรัจฉานทางการเมืองเข้ามาช่วยกันฉีกรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เพื่อการเลือกตั้งครั้งใหม่ที่จะต้องเกิดขึ้นอีกในไม่ช้านี้

ผมเป็นคนไทยที่โชคดีคนหนึ่งที่มีโอกาสได้ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งหรือเห็นการเลือกตั้งเพื่อระบอบประชาธิปไตยมาตลอดชีวิตจนบัดนี้ ทั้งการสมัครรับเลือกตั้งอย่างที่นิยมทำกัน ผมก็ได้ร่วมทำกับพรรคพวกมาแล้ว ต้องถูกจับเข้าคุกไปเพราะการเลือกตั้งก็เข้าไปติดมาแล้ว ร่วมตั้งพรรคการเมืองกับคนสำคัญของบ้านเมืองก็ร่วมกันมาแล้วหลายหน หัวหน้าพรรคที่มีชื่อเสียงและมีความสำคัญสำหรับประเทศที่น่าสงสารส่วนมากเคยร่วมเป็นร่วมตายกันมาจนตายไปหลายคนแล้ว แต่ผมยังสามารถจะทนอยู่ต่อไปได้เพื่อร่วมการเลือกตั้งครั้งนี้อีก และจะมีโอกาสได้ทำหน้าที่เลือกตั้งต่อไปในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่จะมีคนรักชาติหรือเดียรัจฉานทางการเมืองกลุ่มไหนเข้ามาช่วยกันฉีกทิ้งอีกตามวัฒนธรรมประเพณีการเมืองของไทย (หมายเหตุ-คำว่า เดียรัจฉานหรือดิรัจฉานเป็นภาษาบาลี หมายถึงสัตว์เดียรัจฉานประเภทหนึ่งที่จะไม่เดินไปตรงๆ แต่จะเดินทางด้านขวางเป็นสัตว์ที่แตกต่างไปจากสัตว์อื่นๆ นอกจากทำทุกอย่างไปตามความพอใจของตนเองโดยไม่สนใจใคร ภาษาบาลีที่สอนกันมาให้แปลความหมายของศัพท์เพื่อแสดงความหมายถึงนักการเมืองในปัจจุบันซึ่งส่วนมากจะมีลักษณะและคุณธรรมทำนองนั้น จึงใช้คำว่าดิรัจฉานทางการเมืองเพื่อแสดงให้เห็นว่านักการเมืองของไทยเป็นสัตว์ที่มีชีวิตอยู่แตกต่างไปจากสัตว์อื่นในโลก เมื่อนำมาใช้เป็นคำอธิบายบอกคุณสมบัติทางการเมืองของนักการเมืองไทยแปลกันตรงๆ จากภาษาบาลีท่านแปลกันว่าสัตว์ผู้ไปขวาง ผู้อ่านที่รังเกียจหรือไม่เห็นด้วยก็ไม่จำเป็นจะต้องให้ความสนใจใดๆ ก็ไม่มีใครเดือดร้อน ถ้าเห็นว่าเหมาะสมที่ควรจะใช้ก็ใช้กันไป ไม่มีใครสงวนลิขสิทธิ์)

ไม่ต้องคิดและไม่ต้องสงสัยอะไรกันต่อไปอีกในคำบอกเล่าของผม เพราะผมพูดผมเขียนจากประสบการณ์ทางการเมืองในฐานะเป็นคนที่ต้องอยู่กับการเมือง และเขียนหนังสือเกี่ยวกับการเมืองและสังคมมาตลอดชีวิต ไม่มีอะไรที่ผมจะต้องพูดผิด!!

เฉพาะในการเลือกตั้งครั้งนี้และประชาธิปไตยที่เรากำลังจะสร้างกันขึ้นมาตามที่เรา และผู้คนในประเทศของเรากำลังโกหกและหลอกลวงตัวเองนั้นมันคือการปล้นชาติปล้นแผ่นดินที่เคยทำกันมาแล้วในหลายชาติหลายประเทศ นับตั้งแต่สมัยกรีกและโรม เป็นต้นมาจนกระทั่งเป็นแบบฉบับกับประเทศประชาธิปไตยปล้นแผ่นดินทั่วไปในประเทศเอเชียทุกชาติทุกประเทศรวมถึงประเทศไทยในปัจจุบันนี้ด้วย

หลักการของระบอบประชาธิปไตยของคนพวกนี้มีอยู่แต่เพียงว่า ขอให้ประชาชนเลือกตั้งเขาและพรรคของเขาให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำให้เขาชนะพรรคคู่แข่งอื่นๆ ได้ ไม่ว่าจะเรียกเงินมากน้อยเท่าใดหรือบริจาคเงินสร้างโบสถ์ให้วัดที่ต้องการก็เอาทั้งนั้น ขอเพียงให้พรรคของตนได้รับเลือกมามากที่สุดและจัดตั้งรัฐบาลขึ้นมาเท่านั้นเป็นพอ

เรื่องอื่นไม่ต้องพูดถึง!

ซึ่งการเลือกตั้งที่ว่านี้หลายประเทศพยายามอ้างว่าเป็นประเทศประชาธิปไตยหลายประเทศก็สามารถที่จะเป็นประชาธิปไตยกันจริงๆ ได้บ้าง ไม่ได้บ้าง แต่ทุกประเทศก็ไม่ได้ยี่หระกับการที่มันจะเป็นหรือไม่เป็น แต่สำหรับประเทศไทยนั้นเราจะเป็นประชาธิปไตยหรือยังไม่มีวันที่จะเป็นประชาธิปไตยอย่างจริงๆ จังๆ ได้ ไม่ว่าจะโดยประการใด ที่มันกำลังมีท่าว่าจะเป็นไปได้บ้างก็ตาม นั่นก็มาจากการโกหกหลอกลวงจากการซื้อเสียงเลือกตั้ง ในขณะเดียวกันคนส่วนมากที่ว่านั้น ถ้าไม่พากันวางเฉยเพราะความไม่รู้เรื่องราวของบ้านเมือง ก็เพราะยินดีที่จะขายสิทธิขายเสียงที่เป็นสิทธิในการลงคะแนนเสียงของตัวเอง เริ่มตั้งแต่เหล้าขาวขวดหนึ่งไปจนกระทั่ง 30-40 ล้านบาทอย่างที่มีท่านผู้รู้พูดกัน และตอนนี้การเลือกตั้งครั้งใหม่ก็กะกันว่าจะเป็นการซื้อขายกันครั้งใหญ่ โดยประชาชนในทุกภาคเฉพาะทางภาคเหนือและภาคอีสานซึ่งจะต้องใช้เงินไม่ต่ำกว่า 30,000 ถึง 50,000 ล้านบาท

เงินจำนวนมหาศาลนี้เป็นเงินของประชาชนคนไทยทั้งชาติที่กลุ่มเดียรัจฉานทางการเมืองเราได้มีโอกาสเข้าไปทำมาหากินทางการเมือง โดยมีความรู้ความสามารถในการโกหกปลิ้นปล้อน ซึ่งได้เก็บรวบรวมเอาในธุรกิจปล้นชาติบ้านเมืองนานัปการเพื่อที่จะนำมาใช้ซื้อขายชาติในการเลือกตั้งครั้งใหม่อีกครั้งหนึ่งในการเลือกตั้งที่จะมาถึง

ความจริงความโง่เขลาของประชาชนในชาติดังกล่าวเป็นเรื่องที่แก้ไขได้ แต่การแก้ไขอย่างถูกต้องนั้นเป็นหน้าที่ของชนชั้นปกครองหรือรัฐบาลที่จะต้องให้ความรู้ความเข้าใจแก่ประชาชนว่าบ้านเมืองมันเป็นอย่างไร มีอะไรบกพร่องหรือจะต้องเพิ่มเติมแก้ไขให้เป็นเรื่องถูกต้องดีงามขึ้นมาเพื่อเป็นพื้นฐานทางการเมืองของประเทศต่อไป หรือเป็นการกระทำที่เรียกกันว่าเราได้มีการพัฒนาทางการเมืองขึ้นมาบ้างแล้ว เพราะว่าประเทศที่จะปกครองกันระบบใดก็ตาม จะขึ้นอยู่กับการที่ประชาชนในประทศนั้นได้มีการพัฒนาทางการเมืองอย่างครบถ้วนและถูกต้องแล้วนั่นเอง

คนไทยส่วนใหญ่ที่จะต้องเลือกตั้งนั้น จะมีชีวิตอยู่อย่างหลับหูหลับตาและเลือกตั้งไปเพราะมีคนจ่ายค่าเสียเวลาซึ่งไม่ได้สนใจว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นหรือมีผลกับตัวเองและสังคมอย่างไร?

นั่นเป็นจุดหนึ่งของการขายชาติที่จะเริ่มขึ้นภายใต้รัฐธรรมนูญที่เอามาเป็นหลักในการเลือกตั้งทุกฉบับ

เราต้องพูดกันอย่างตรงไปตรงมาว่าปัญหาทั้งหมดที่กล่าวมานี้ เป็นปัญหาของชาติไม่ว่าจะเป็นความชั่วช้า ความล้าหลัง ความทรุดโทรม หรือการปล้นชาติการขายชาติที่กำลังกระทำกันอยู่ทุกวันนี้ เป็นปัญหาที่ไม่มีใครแก้และแก้ไม่ได้เอาด้วยซ้ำ นอกจากจะช่วยกันสนับสนุนและยอมให้มันเกิดขึ้นต่อไป เพราะคนที่จะต้องมาแก้นั้นก็คือคนที่เข้ามาเป็นผู้บริหารประเทศชาติ แต่เป็นที่น่าสังเวชว่าคนเหล่านั้นก็คือโมฆบุรุษทั่วไป (โมฆบุรุษหมายถึงคนที่ว่างเปล่าจากคุณงามความดีใดๆ ติดตัวหรือเป็นคนสิ้นคิด ไม่ว่าจะเป็นอะไร มาจากคำว่าโมฆะหรือโมฆียะในภาษากฎหมาย ถ้าหากคนต้องการใช้ขึ้นมาบ้างก็คงไม่เป็นเวรเป็นกรรมใดๆ)

คนเหล่านี้เป็นพวกเสนียดจัญไรพวกหนึ่งในระบอบประชาธิปไตย ภายใต้รัฐธรรมนูญแต่ละฉบับจะมาร่วมกันทำลายประเทศชาติที่ว่านี้กันต่อไป เพราะในแผ่นดินไทยทุกวันนี้มันอยู่กับความชั่วกันทั้งนั้น

เมื่อมีรัฐธรรมนูญออกมาแล้ว ก็ทำการโฆษณาสารพัดออกมาให้ประชาชนรู้ว่าเราจะเป็นประชาธิปไตยเพราะรัฐธรรมนูญแต่ละฉบับ

จากนั้นก็จะจัดให้มีการเลือกตั้งซึ่งนักเลือกตั้งที่จะเข้ามากินบ้านกินเมืองกันไปนั้น จะต้องจัดตั้งพรรคขึ้นมาพรรคหนึ่ง เพราะพรรคหรือหัวหน้าพรรคที่รวบรวมผู้คนจัดตั้งพรรคขึ้นมาเป็นผู้ทำหน้าที่ขายชาติทุกวิธีที่จะทำได้ เช่น ในรัฐบาลขายชาติชุดที่ผ่านมาจะต้องเอารัฐวิสาหกิจทั้งหมดราคาเป็นแสนล้านบาทขายให้นักธุรกิจต่างประเทศหรือบริษัทต่างประเทศที่มีทุนระดับโลกซึ่งจะได้รับค่านายหน้าประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์ หรือเอาเงินจากกระทรวงทบวงกรมไม่น้อยกว่า 4,000 ล้านบาทให้พม่ายืมไปซื้อบริษัทของตัวเอง และอื่นๆ

หรือพูดกันอย่างกำปั้นทุบดินก็คือว่าทรัพย์สินธุรกิจประเภทใดที่พอจะขายได้ก็จะขายเพื่อเรียกค่าจัดการขาย แม้แต่ผิดกฎหมายก็แก้กฎหมายให้ถูกได้อย่างการขายที่ดินสุวรรณภูมิเป็นตัวอย่าง

เงินที่ขายได้นี้ส่วนหนึ่งจะนำมาใช้จ่ายในการตั้งพรรคการเมือง และเก็บเอาไว้เป็นทรัพย์สินของตัวเองที่มีมากจนสามารถจะซื้อประเทศไทยทั้งประเทศอย่างที่เป็นอยู่ รวมทั้งผู้คนจะซื้อด้วยเงินขายชาติเหล่านี้ทั้งสิ้น

จากนั้นก็จะไปซื้อเดียรัจฉานทางการเมืองจำนวนหนึ่งที่จะต้องทำหน้าที่ลงสมัครผู้แทนราษฎรของพรรคที่จะต้องทำทุกอย่างให้คนเลือกได้มากเพียงพอที่จะจัดตั้งรัฐบาลได้ ตอนนี้ลือกันไปทั่วว่าคนที่จะถูกซื้อเพื่อลงสมัครของพรรคแต่ละคนนั้น จะมีราคาคนละ 30 ถึง 40 ล้านบาทเป็นอย่างต่ำ

เงินจะทำหน้าที่ซื้อทุกอย่างได้ในระบอบประชาธิปไตยของเรา

ความจริงการเลือกตั้งและการสมัครผู้แทนในสมัยก่อนๆ นั้น ไม่ต้องใช้จ่ายอะไรมากนัก เพียงแต่ต้องมีเงินช่วยให้ความสะดวกให้การติดต่อและเดินทางพบปะผู้คน เพื่อขอร้องให้ช่วยหาเสียงเลือกตั้ง การโฆษณาด้วยป้ายโฆษณาราคาเป็นแสนก็ไม่ต้องใช้ แต่สำหรับสมัยนี้การเลือกตั้งก็หมายถึงการค้าที่จะต้องใช้เล่ห์กระเท่ห์วิธีการนานาชนิดเพื่อต้มตุ๋นหลอกลวงหรือการเอ่ยอ้างความสำคัญที่ตนจะได้รับเลือกซึ่งก็จะขึ้นกับเงินจำนวนมหาศาลในแต่ละจังหวัด พรรคพวกคนหนึ่งที่เคยสมัครในภาคใต้และคราวที่แล้วพลาดเพราะเงินซื้อเสียงไม่พอเพราะคู่แข่งทุกคนจะลงทุนกันมาก ผู้ที่สามารถจะเอาชนะได้อย่างน้อยจะต้องใช้เงินค่าใช้จ่ายประมาณ 5-6 ล้านบาท พร้อมด้วยวิธีการสกปรกอื่นๆ

เช่น ในการเลือกตั้งคราวนี้มีข่าวเล่าลือที่ยืนยันกันว่า มีนักการเมืองในรัฐบาลเดียรัจฉานชุดก่อนนั้นรายหนึ่งเตรียมจัดการเลือกตั้งในนามพรรคขายชาติเบ็ดเสร็จชนิดต้องให้ได้ทุกคนด้วยการให้เงินผู้สมัครซื้อเสียงจังหวัดๆ หนึ่งตั้งงบประมาณไว้ประมาณ 2,000 ล้านบาท โดยการดำเนินการของกระทรวงแต่ละกระทรวงที่จะต้องตั้งองค์กรประชาชน เช่น สมาคมที่ไม่ใช่พรรคการเมืองขึ้นมามีสมาชิกจำนวนพันๆ คนจะถูกเรียกมาใช้ และเอาเงินป้อนและบังคับว่าทุกจังหวัดทุกเมืองทางกระทรวงที่รับผิดชอบในการจัดตั้งองค์กรที่ว่านี้จะมีงบประมานค่าใช้จ่ายและค่าซื้อเสียงให้อย่างไม่อั้น และจะไม่มีการลงบัญชีค่าใช้จ่ายใดๆ องค์กรหรือสมาคมที่ว่านี้จะพร้อมทุกอย่างในการให้เงินสนับสนุน เงินทุกบาททุกสตางค์จะไม่มีการกล่าวถึงเพราะถือว่าเป็นองค์กรของประชาชน และการสนับสนุนของประชาชนทั่วประเทศที่ต่างก็เป็นสมาชิกขององค์กรประชาชน ไม่ใช่พรรคการเมือง

ใครที่ยังไม่เข้าใจน่าจะลองไปถามอดีตรัฐมนตรีทางภาคอีสานคนหนึ่งที่รับผิดชอบรายนี้ได้ไม่ยาก

เป็นการเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตยอย่างหนึ่ง!
กำลังโหลดความคิดเห็น...