xs
xsm
sm
md
lg

8 ผู้นำ “ว้า” ได้สัญชาติไทยสมัย “ทักษิณ”

เผยแพร่:   โดย: สปายหมายเลขหก

.
ภาพชุดทางทหารที่เมืองยอน และในเขตรัฐว้า เมื่อวันศุกร์สัปดาห์ที่แล้ว ได้สร้างความรู้สึกและเสริมการรู้ลึกของรายงานชุดนี้ได้มาก นั่นเป็นสิ่งที่ออกมาจากเขตว้าได้ยาก

ขณะนี้, มีผลสะท้อนออกมาจากแดนว้าที่ผู้นำของว้า แสดงความไม่พอใจนักเพราะมีความวิตกว่า จะมีอะไรที่เป็นรายงานออกมาอีก โดยเฉพาะสิ่งที่เขาปกปิดเป็นความลับสุดยอด คือรายละเอียดเกี่ยวกับการผลิตยาเสพติด และภาพผู้นำทางทหารของว้า ซึ่งอย่างหลังนี้เป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะผู้นำทางทหารของว้านั้น มีหลายที่ได้ “สัญชาติไทย” มีความเป็นคนไทยอย่างสมบูรณ์ โดยแอบแปลงสัญชาติ และบุคคลเหล่านี้ได้ทำธุรกิจอยู่ในไทย มีบ้านช่องทรัพย์สินอยู่ที่จังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ รวมทั้งในกรุงเทพมหานคร

คนเหล่านี้ได้สัญชาติไทยมาอย่างไร?
ต้องถามกระทรวงมหาดไทยในสมัย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร

ที่ทำให้ว้าเป็นคนไทย...โดยเฉพาะระดับผู้นำนั้น มีอยู่ถึง 8 คนที่มีหลักฐานเป็นคนไทยแล้ว และ 2 คนในจำนวนนี้

เป็นระดับ บูริตบิวโร หรือ คณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์แห่งชนชาติว้า

เพื่อคลายความวิตกและความสงสัยของผู้นำว้าในเรื่องนี้ “ลึก-หกสิบ, ลับ-สี่สิบ” จึงขอบอกว่า ภาพของผู้นำทั้งการเมืองและการทหารของว้าทั้งหมด มีอยู่ในมือแล้ว และพร้อมที่จะตีพิมพ์

มีหมู่บ้านจัดสรรในเขตอำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่แห่งหนึ่ง ที่เครือญาติของ “ทักษิณ” เป็นเจ้าของ หมู่บ้านแห่งนี้ บ้านแต่ละหลังคือบ้านพักระดับหรู หรือเป็นคฤหาสน์อยู่บนภูเขา มีอ่างเก็บน้ำที่กรมชลประทานสร้างไว้ ตามโครงการของพระราชดำริที่ชาวบ้านได้เคยใช้สอย แต่เวลานี้หมู่บ้านดังกล่าวที่มีอาณาเขตล้อมรอบอ่างเก็บน้ำแห่งนี้ ได้เป็นเจ้าของอ่างเก็บน้ำตามโครงการสนองพระราชดำริไปโดยปริยาย กลายเป็นทะเลสาบส่วนตัวอยู่กลางหมู่บ้าน และพื้นที่ในหมู่บ้านนั้น ทั้งหมู่บ้านที่เคยเป็นป่าสงวนแห่งชาติ ได้ถูกถอนสภาพเป็นป่าเสื่อมโทรม และเวลานี้สามารถออกเอกสารสิทธิ์ นส. 3 ก. ได้แล้ว โดยที่หมู่บ้านอื่นที่อยู่ติดกันยังคงเป็นเขตป่าสงวนแห่งชาติอยู่

หมู่บ้านของเครือญาติ “ทักษิณ” ที่ว่านี้ มีผู้นำว้าเป็นเจ้าของ โดยผ่านตัวแทนอยู่ 4 หลัง และกำลังเพิ่มจำนวนขึ้น โดยเงินที่นำมาซื้อบ้านนี้ก็เป็นเงินจากการค้ายาเสพติดนั่นเอง

ผู้ร้ายที่มี “หมายจับ” อย่าง นายสุรชัย ทองเงินฟู “บังรอน” นั้น เวลานี้, เขาเป็นทหารยศร้อยเอกอยู่ในกองทัพว้า สังกัดกรมทหารประชาชนที่ 36 ที่มี “เหว่ย เซี๊ยะ กัง” เป็นผู้บังคับการกรม “บังรอน” มีหมายจับคดีค้ายาเสพติดรายใหญ่ เขาหลบหนีคดีอยู่เกือบสิบปีแล้ว และใช้ชีวิตอย่างสนุกสนานอยู่ในกองทัพว้า โดยที่ผู้มีหมายจับของศาลในคดีอาญา หากว่าจะใช้วิธีการแบบ “บังรอน” ใครก็มาเอาตัวไปไม่ได้ เพราะว้ามิใช่รัฐที่มีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดน และทางรัฐบาลพม่าก็ปฏิเสธการดำเนินการใดๆ เพราะเหตุผลที่ว่า เป็นเรื่องของว้าที่จะจัดการเอง พม่าจะไม่แทรกแซงกิจการของว้า แม้ว่าพม่าจะมีอธิปไตยเหนือดินแดนก็ตาม

ผู้มีหมายจับอย่างที่เรารู้กัน, คงจะไม่ต้องซอกซอนหลบหนีไปซุกปีกของว้าหรอก เพราะยังมีอีกหลายแห่งในโลกที่ผู้มีหมายจับจะอยู่ได้ อย่างเช่น เขมรที่อยู่ติดบ้านเรานี่เอง ที่ นายสมชาย คุณปลื้ม “กำนันเป๊าะ” ก็อยู่ในเขมรได้โดยไม่มีใครรบกวน ทั้งๆ ที่เป็นผู้ที่ศาลพิพากษาจำคุกแล้วก็ตาม

สำหรับกรมทหารประชาชนที่ 36 ของกองทัพว้านั้น ทหารหน่วยนี้มิใช่หน่วยรบโดยตรง แต่จัดให้อยู่ในสายการผลิตและพัฒนาเหมือนๆ กับทหารพัฒนาของเรา

หรือเรียกกันอีกครั้งหนึ่งว่า-กองทหารเศรษฐกิจ กองทัพประชาชน โดยใช้แนวทางหน่วยการผลิตมาจากกองทัพประชาชนจีน แต่การผลิตของว้านั้นกลายเป็นการผลิตยาเสพติดที่เป็นปัญหาใหญ่ของโลก ที่ยาเสพติดของว้าได้กลายเป็นยาเสพติดทางสากลไปแล้ว

การผลิตยาเสพติดของว้าดำเนินการโดยทหาร มิใช่มี “มาเฟียเจ้าพ่อ” องค์กรใดองค์กรหนึ่งเป็นตัวการหรือเป็นเจ้าของเหมือนในอเมริกาใต้ แต่ “เหว่ย เซี๊ยะ กัง” ที่มีสัญชาติไทยถูกจัดเป็นตัวการใหญ่ เพราะเขารับผิดชอบในการผลิต และคุมธุรกิจการค้าทั้งสกปรก และการฟอกเงินในรูปธุรกิจอื่นๆ

ก็เป็นที่น่าประหลาดอยู่ที่ว่า ว้าเป็นเสมือนบริวารหรือเป็นคอมมิวนิสต์นอกดินแดนที่มีสายสัมพันธ์อย่างเต็มที่กับปักกิ่ง แต่ว้าก็มีธุรกิจในไต้หวัน และบุคคลชั้นนำส่งลูกหลานไปเรียนที่ไต้หวัน และมีสิ่งที่ยืนยันได้ในเรื่องนี้คือ เมื่อไม่นานมานี้ ตำรวจไต้หวันจับคนไทยหลบหนีคดีอยู่ในไต้หวัน โดยคนผู้นี้เป็นลูกน้องของ “บังรอน”

บริษัท หงปัง จำกัด ซึ่งเป็นบริษัททำธุรกิจของว้า มีสำนักงานจดทะเบียนอยู่ที่จังหวัดท่าขี้เหล็กในพม่า ตรงข้ามกับอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ก็มีการทำธุรกิจในไทย โดยเฉพาะที่จังหวัดเชียงราย และในแขวงภาคเหนือของลาว รวมทั้งทำธุรกิจเกี่ยวกับอัญมณีที่สิงคโปร์ และศรีลังกา

ในเขตรัฐว้ามีการให้สัมปทานการทำพลอย มีพ่อค้าพลอยจากจันทบุรีและตราดเข้าไปทำพลอยในเขตว้ามาก แต่ขุมพลอยใหญ่ๆ ที่สายแร่พลอยดี ทางทหารพม่าเป็นผู้ดำเนินการเอง และทำธุรกิจการค้าพลอยกับคนไทย ที่พลอยจากว้าได้แปลงสัญชาติเป็นพลอยไทย และออกไปยังตลาดโลกได้

สำหรับบ่อ “หยก” ในว้าที่ได้รายงานไปแล้วว่า “ทักษิณ” มีการร่วมทุนกับนักธุรกิจจีนที่จะไปสัมปทานทำหยกในว้านั้น, มีการยืนยันว่า บ่อหยกที่มีหินหยกขนาดใหญ่อยู่เป็นปริมาณมหาศาลนั้น มีอยู่ด้วยกัน 6 แห่ง และมี 2 แห่งที่ผู้นำว้าปล่อยมือให้นักธุรกิจจีนเข้าไปทำให้ เป็นบ่อหยกสีขาวแห่งหนึ่ง และหยกเขียวอีกแห่งหนึ่ง

หยกขาวนั้นเป็นของหายากมากกว่าหยกเขียว ในจีนทั้งประเทศก็มีแหล่งหยกขาวอยู่เพียงแห่งเดียว

การที่ว้าปล่อยแหล่งหยกขาวให้นั้น เป็นไปตามข้อตกลงคือ จะใช้ “น้ำมัน” แลกเปลี่ยนกับสัมปทาน เพราะว้าขาดแคลนน้ำมันดีเซลสำหรับรถยนต์มาก แต่เดิมนั้น ว้าได้รับน้ำมันจากไทยโดยลำเรียงผ่านด่านสันต้นดู่ แต่ต่อมา กองทัพภาคที่ 3 สั่งปิดด่านนี้ด้วยเหตุผลทางความมั่นคง และถือว่าน้ำมัน ปูนซีเมนต์เป็นสินค้ายุทธปัจจัย จากนั้นว้าก็ใช้น้ำมันที่ท่าขี้เหล็ก ซึ่งเป็นน้ำมันที่ส่งจากไทยเช่นกัน แต่การลำเรียงน้ำมันจากท่าขี้เหล็กมายังเมืองยอน เป็นไปด้วยความยากลำบาก

เรื่องของน้ำมันที่อยู่ในข้อตกลงกัน คือ น้ำมันจากจีนจะลำเรียงมาจากท่าเรือเมืองเชียงรุ้งในยูนนาน มาที่ท่าเรือเชียงแสน จังหวัดเชียงราย, น้ำมันที่ลำเรียงมาโดยเรือจีนตามแม่น้ำโขง จะถือเป็นสินค้าผ่านแดน ที่จะลำเรียงโดยการบรรทุกน้ำมันไปที่สันต้นดู่ และเข้าเมืองยอน อันเป็นเส้นทางที่สะดวกที่สุด การลำเรียงสินค้าผ่านแดนเช่นนี้ ไม่ต้องเสียภาษี และไทยจะอนุญาตให้เป็นสินค้าควบคุม-ภายใต้หลักมนุษยธรรม โดยการอ้างเพื่อมนุษยธรรมนั้น เป็นนโยบายของรัฐบาลที่จะทำให้ และถ้าหากว่ารัฐบาล “ทักษิณ” ยังอยู่ ว้าก็จะได้รับน้ำมันที่ส่งผ่านไทย

แต่เหตุการณ์ทางการเมืองเปลี่ยนไปแล้ว-ไม่มี “ทักษิณ”
การอ้างมนุษยธรรมที่เตรียมจะทำกัน โดยเกี่ยวข้องกับแหล่งหยกขาว คอยดำเนินต่อไปได้ยาก หรือว่ารัฐบาลหน้าจะมาสานต่อให้กับ “ทักษิณ” ก็ต้องรอดูกันต่อไป

การโค่นล้มรัฐบาล “ทักษิณ” ทำให้ว้าต้องร้องไห้ด้วย, ทั้งๆ ที่นโยบายการปราบปรามยาเสพติดสมัย “ทักษิณ” นั้น บอกว่าไม่ใช่การปราบปรามธรรมดา แต่เป็นการประกาศสงครามกับยาเสพติด แต่ว้าก็ไม่ร้องไห้กับการทำสงครามที่ว่านั้น เพราะเขาไม่ได้รับความกระทบกระเทือนอะไรมากนัก มีแต่สภาพของ “ความลำบาก” เพิ่มขึ้นมาเล็กน้อยเท่านั้นเอง

รายงานเกี่ยวกับพม่าส่งกำลังทหารมายึดคุมพื้นที่เหนือบ้านท่าตอน จังหวัดเชียงใหม่ ได้ขยายผลออกไปเป็นการให้ข้อเท็จจริงของเรื่องพรมแดนไทย-พม่าที่ดอยลาง ที่ไทยควรจะได้อาณาเขตเพิ่มขึ้นตามสนธิสัญญาสยาม-อังกฤษ แล้วมาเกี่ยวข้องกับความเป็นไปของว้า ที่พบว่ากลุ่มอำนาจเก่ามีความเกี่ยวข้องด้วยในการทำธุรกิจร่วมกับว้า และรายงานที่เกี่ยวกับความเป็นไปของรัฐว้าล้วนๆ นั้น

การรายงานด้วยภาพประกอบได้ทำให้มองเห็นภาพได้อย่างชัดเจน สะท้อนถึงความเป็นจริงที่มีอยู่ในรัฐว้าได้อย่างลึกซึ้ง ดังภาพมุมสูงของเมืองยอน ภาพของเขื่อนยักษ์ที่ว้าใช้ยาเสพติดหาเงินมาสร้างเพื่อการชลประทาน และผลิตกระแสไฟฟ้า

รวมทั้งภาพกิจกรรมทางทหารของว้า เช่น ในสมัยที่แล้ว

ภาพประกอบที่เป็นภาพชุดที่จะนำมาตีพิมพ์ในฉบับวันศุกร์หน้า จะเป็นภาพที่เข้าไปถึงเหมืองพลอย ที่ทหารว้าเป็นคนดำเนินการ และหากว่าโชคดีที่ภาพของโรงงานยาเสพติดหลุดจากแดนว้าออกมาได้ ก็จะนำมาเสนอพร้อมกัน

กำลังโหลดความคิดเห็น...