xs
xsm
sm
md
lg

ป้ายสีไทยเป็นเผด็จการ

เผยแพร่:   โดย: สุวัฒน์ ทองธนากุล

.
มีคำวิจารณ์จากปากอดีตนายกรัฐมนตรีท่านหนึ่ง ระบุด้วยความผิดหวังว่า “รัฐบาลชุดนี้ทำงานไม่เป็น สื่อสารไม่เป็น และไม่ทันการ”

“ทั้งๆที่ไม่น่าสงสัยเรื่องความตั้งใจดี แต่มีคนทำงานจริงจัง เพียงบางคน...”


ผมเองก็คิดเช่นนั้น และเห็นได้ว่า การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าในระยะสั้นหลายเรื่องก็ยังไม่เห็นผล การปฏิรูปแนวทางหรือปรับปรุงกฎระเบียบเพื่อสร้างพื้นฐานที่ดีในระยะยาวแทบไม่เห็นการผลักดันอย่างจริงจัง

ลองไล่เรียงผลงานเป็นรายกระทรวงดูได้

ลำพังถ้ามีผลงานดี แม้การสื่อสารประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจต่อสังคมได้ไม่ดี อย่างน้อยก็มีหลักฐานเป็นประวัติศาสตร์ที่ยืนยันเป็นเกียรติประวัติได้

แต่ถ้าเรื่องสำคัญที่ควรทำแต่กลับไม่ทำให้เห็นเป็นผลงาน ซ้ำยังสื่อสารไม่เป็น ก็เลยต้องเผชิญกับปัญหาชุลมุน

สังคมจึงได้แต่เสียดายโอกาสในการ “ปฏิรูป” สิ่งที่รัฐบาลทักษิณได้ใช้อิทธิพลบริหารแบบผูกขาดอำนาจอย่างไม่มีคุณธรรม จนระบบการเมือง และคุณค่าทางสังคมตกต่ำที่สุดแล้ว

รัฐบาลชุดเฉพาะกาลที่มีหน้าที่เฉพาะกิจในการรับไม้ต่อจากคณะรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ซึ่งเข้ามาแก้วิกฤติด้วยความจำเป็นตามกระแสสังคมที่เรียกร้องขับไล่รัฐบาลทักษิณซึ่งมีพฤติการณ์เลวร้ายสอดคล้องกับเหตุผล 4 ข้อ ในการล้มอำนาจเก่า

รัฐบาลทักษิณ แม้จะมาจากรูปแบบการเลือกตั้ง แต่ไม่อาจสรุปได้ว่ามีความเป็นประชาธิปไตย เพราะปรากฏข้อกล่าวหาเรื่องการซื้อเสียง ซื้อพรรคจนครองเสียงมากเป็นประวัติการณ์ และการเลือกตั้งครั้งหลังก็ถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้เป็นโมฆะ

ขณะที่กลุ่มทหารที่เข้ามารัฐประหารพยายามระมัดระวังการใช้อำนาจ แม้กระทั่งการกำหนดให้มีการให้ลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับซึ่งเสี่ยงต่อการถูกคว่ำ และถึงขนาดยอมปล่อยให้มีการชุมนุมประท้วงของกลุ่มที่ทำเพื่อทักษิณ และการเคลื่อนไหวสร้างแนวร่วมเพื่อหวังกู้อำนาจให้ทักษิณ ชินวัตร

ส่วนกลุ่มเคลื่อนไหวที่เรียกว่า นปก. ซึ่งดูภูมิหลัง ความเป็นเครือข่ายทักษิณ รวมทั้งข้อสงสัยในแหล่ง “น้ำเงิน”ที่หล่อเลี้ยงแล้ว จึงไม่น่าเชื่อในเจตนาจริงๆ ว่าเป็นไปตามชื่อกลุ่มที่พยายามบอกว่า ต้องการต่อต้านเผด็จการ หรือเป็นเพียงการตั้งชื่อด้วยกลยุทธ์การตลาด ให้ดูดีเชิงอุดมคติ

จนมีนักวิชาการติดกับคำว่า “ต่อต้านเผด็จการ”แล้วกลายเป็นแนวร่วมพิทักษ์ทักษิณ จะโดยรู้ตัวหรือไม่ก็ตาม

ก็ขนาดคณะทหาร คมช. และรัฐบาลยอมให้มีการชุมนุมเป็นประจำทุกวันที่สนามหลวง และถูกกลุ่มนี้ยั่วยุอยู่บ่อยๆ เพื่อหวังให้เกิดความรุนแรง แต่ทหารก็ใช้ความอดทนมาโดยตลอด

แม้แต่ก่อนหน้านี้ถึงกับมีการจัดคนเอาขวดนมเด็กไปจ่อปากทหาร และยังถูกพวกนี้ปรบมือเยาะเย้ยเพื่อยั่ว แต่ทหารก็อดทนจนผ่านพ้นความวุ่นวายมาได้

ล่าสุดมีการนำขบวนม็อบไปชุมนุมกันที่หน้าบ้านประธานองคมนตรีเพื่อเรียกร้องให้ท่านลาออก ด้วยท่าทีที่ก้าวร้าว และมีการใช้คำหยาบด่าทอ ยืดเยื้อถึง 6 ชั่วโมง เจ้าหน้าจึงตัดสินใจสลายการชุมนุม กลุ่มม็อบที่ถือไม้ ถือก้อนอิฐ และขวดน้ำ ได้ขว้างปาตำรวจจนบาดเจ็บไปนับสิบ ขณะที่มีบางคนในกลุ่มม็อบโดนของแข็งถึงเลือดไหลด้วย

ตามมาด้วยการจับกุมดำเนินคดีแกนนำ นปก. 9 คน และขณะนี้ศาลให้นำไปฝากขังอยู่ที่เรือนจำกลางกรุงเทพฯ

แต่ก็มีการตั้งแกนนำรุ่นใหม่อีก 9 คนเพื่อดำเนินการชุมนุมที่ท้องสนามหลวงต่อไป แสดงว่ายังมี “น้ำเลี้ยง”ต่อเนื่อง รวมทั้งพยายามขยายผลโดยอ้างว่าเจ้าหน้าที่ใช้ความรุนแรง

ประโยคที่ว่า “ตำรวจทำร้ายประชาชน”ซึ่งเคยปลุกความรู้สึกมวลชนได้ผลในยุคประชาชนมือเปล่าประท้วงต่อต้านเผด็จการทหารในอดีต แต่กรณีที่เกิดขึ้นนี้ตำรวจกลับเป็นฝ่ายถูกยั่วยุ และพยายามใช้ขันติ

ยุคนี้ประชาชนมีโอกาสได้รับข้อมูลข่าวสารจากเทคโนโลยีของสื่อมีหลากหลายและรวดเร็วขึ้น

ก็ด้วยเสรีภาพที่มีอยู่ ซึ่งค้านกับคำโจมตีว่า หลังการรัฐประหาร 19 กันยายน ประเทศไทยถูกปกครองแบบเผด็จการ สื่อโทรทัศน์บางช่อง จึงได้แพร่ภาพในแง่มุมที่ดูเหมือน กลุ่มผู้ประท้วงถูกตำรวจเล่นงาน

ขณะที่โทรทัศน์ผ่านดาวเทียม เอเอสทีวี ถ่ายให้เห็นภาพกลุ่มนี้ขับรถชนตำรวจ มีคนถือไม้ ถือก้อนอิฐทำร้ายตำรวจด้วย

นี่เป็นตัวอย่างจากการสื่อสารผ่านสื่อโทรทัศน์ ซึ่งเป็นสื่อหลัก แต่คมช. และรัฐบาลก็ยังไม่สามารถสร้างการรับรู้ และความเข้าใจที่ถูกต้องตรงกันได้

การสื่อสารด้วยเครื่องมือ “สื่อ”ที่หลากหลายทั้งของรัฐและเอกชน และ “สาร”คือภาพและเนื้อความที่ชัดเจน เข้าใจง่าย จะสร้างทัศนคติที่ถูกต้อง ก็จะช่วยลดความขัดแย้งได้มาก

ถ้าฝ่ายรัฐปัจจุบันสามารถสื่อสารที่ดีมีผลงานการรื้อทบทวนเรื่องราวความไม่ถูกต้อง และสร้างสิ่งใหม่ที่สนองตอบเป้าหมายการสร้างสังคมที่ดี มีคุณภาพ มีคุณธรรม และความยั่งยืน

ป่านนี้ การเคลื่อนไหวปกป้องอำนาจเก่าด้วยการโจมตีอำนาจใหม่ ด้วยข้ออ้างว่ารัฐประหาร คือ เผด็จการ รวมทั้งการรณรงค์ให้ “ไม่รับ”ร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อขัดขวางการจัดระเบียบใหม่ทางการเมือง (ซึ่งให้สิทธิประชาชนมากกว่าฉบับ 2540) ก็จะไม่มีความหมาย

แต่เพราะไม่สื่อสารเชิงรุกนี่เอง ยิ่งโดนผลการใช้เงินจ้างล็อบบี้ยิส และการใช้สื่อในต่างประเทศ รวมทั้งการปล่อยข่าวสารข้อมูลผ่านสื่ออินเทอร์เน็ตไม่หยุด เพื่อโจมตีและทำลายความชอบธรรมของคมช. และสร้างภาพให้ทักษิณ

การป้ายสีว่า ประเทศไทยปกครองแบบเผด็จการ ที่มีทหารบงการ ผ่านสื่อออนไลน์อย่าง สารานุกรมวิกีพีเดีย เป็นตัวอย่างล่าสุด

ฝรั่งรับรู้ข้อมูลแบบนี้ก็ตาโต ถึงขนาดจะขอสั่งคนมาสังเกตการณ์การเลือกตั้งของไทย
กำลังโหลดความคิดเห็น...