ผู้จัดการรายวัน - น้ำมันงา ผลิตภัณฑ์ที่กำลังได้รับความนิยมในกลุ่มของคนรักสุขภาพ แหล่งผลิตน้ำมันงาฝีมือชาวบ้าน ก็ต้องที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน การลงพื้นที่เพื่อติดตามดูความคืบหน้าของโครงการโอทอปภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ได้มีโอกาสพบกับผู้ผลิตน้ำมันงาที่มีจุดขายที่แตกต่างจากกรรมวิธีการผลิต 2 กลุ่ม กลุ่มแรกเป็นผลิตภัณฑ์น้ำมันงาตรากล้วยไม้ ใช้การผลิตโดยพึ่งพาเครื่องจักร ส่วนกลุ่มที่ 2 กลุ่มที่ผลิตโดยเน้นความเป็นธรรมชาติ ทั้งขั้นตอนการผลิตและวัตถุดิบที่ปลอดสาร
จุดเด่นของน้ำมันงา"กล้วยไม้"
ผลิตแบบมาตรฐานเครื่องจักร
ผลิตภัณฑ์น้ำมันงา ตรากล้วยไม้ เป็นของนายมนตรี แซ่หย่าง เป็นโรงงานผลิตขนาดเล็กเจ้าของคนเดียว โดยใช้เครื่องจักรในการผลิต นายมนตรี เล่าให้ฟังว่า ได้ทำน้ำมันงามาได้ 6 ปี เริ่มจากเดิมทำฟาร์มเลี้ยงไก่และซื้อเครื่องมาใช้กับการผสมอาหารไก่เอง เพื่อจะได้ต้นทุนถูก แต่ประสบปัญหาเรื่องไข้หวัดนก และเราไม่ใช่ฟาร์มปิดจึงควบคุมได้ยาก ทำให้ต้องเลิกกิจการไป และเครื่องที่ซื้อมาบดถั่วเหลืองสำหรับผสมอาหารไก่สามารถทำดัดแปลงทำน้ำมันถั่วเหลืองได้ ซึ่งมีคนมาแนะนำให้ทำน้ำมันถั่วเหลืองขาย แต่ต้นทุนน้ำมันถั่วเหลืองราคาถูก ไม่น่าทำ
" ตรงจุดนี้เองมองว่า เมื่อทำน้ำมันถั่วเหลืองได้น่าจะทำน้ำมันงาได้ เพราะที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนเป็นแหล่งผลิตงาอยู่แล้ว จึงได้ทดลองทำน้ำมันงาขายมาตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา เริ่มแรกฝากขายกับญาติพี่น้องในจังหวัดแม่ฮ่องสอน และฝากขายตามร้านขายของฝาก แต่ระยะหลังในจังหวัดแม่ฮ่องสอนมีคนทำน้ำมันงากันเพิ่มมากขึ้น จึงต้องเริ่มมองหาตลาดใหม่ โดยการตระเวนไปฝากขายตามร้านขายของฝาก ซึ่งเดินทางไปแล้วเกือบทุกภาค ยกเว้นภาคใต้ และภาคตะวันออกที่ยังลงไปถึง ซึ่งก็มีแผนจะลงไปเช่นกัน
ทั้งนี้ ใช้วิธีการตะเวนไปตามจังหวัดต่างๆ และนำสินค้าไปฝากขายพอขากลับก็มาเก็บเงิน และถ้าเขาขายได้ก็ลงสินค้าเอาไว้ให้อีก เหมือนกับว่าเป็นการให้ลูกค้าขายก่อนและค่อยเก็บเงินที่หลัง การเดินทางในแต่ละครั้งเสียค่าใช้จ่ายต่างๆ รวมทั้งค่าน้ำมันประมาณวันละ 20,000 บาท แต่หลังจากนั้น ให้เบอร์โทรศัพท์ลูกค้าไว้ ถ้าสินค้าหมดจะโทรมาสั่งและเราก็จะจัดส่งไปให้ทางรถทัวร์
ปัจจุบันเริ่มมีลูกค้ามากขึ้น เริ่มแรกใช้การให้ทดลองนำสินค้าไปใช้ก่อนเพื่อเป็นการการันตีว่าสินค้าของเราดีจริง และเป็นของแท้แน่นอนเมื่อลูกค้าได้ซื้อไปใช้ก็จะกลับมาซื้ออีก นอกจากกลยุทธ์ที่ตะเวนหาลูกค้าอาศัยแบบฝากแล้ว สิ่งที่ทำให้ลุกค้าตัดสินใจเลือกซื้อผลิตภัณฑ์น้ำมันงาจากเรามาจากการใช้กลยุทธ์ราคาที่ถูกกว่ารายอื่นๆ อาศัยกำไรน้อย แต่ขายเอาปริมาณมากๆ
สำหรับราคาน้ำมันงาตรากล้วยไม้ ขายเป็นกิโลกรัม ๆละ 180 บาท รายอื่นๆ กิโลกรัมละ 220 -240 บาท ส่วนเป็นขวด มีขนาด 500 ซีซี ราคาขวดละ 100 บาท ขนาด 300 ซีซี ขวดละ 60 บาท และ200 ซีซีขวดละ 50 บาท ส่วนงาที่นำมาใช้เป็นงาในท้องที่ โดยเราจะซื้อมาตุนไว้ ครั้งละประมาณ 4,000 ถัง หรือ 60,000 กิโลกรัม ราคางากิโลกรัมละประมาณ 25 บาท สำหรับงา 3 กิโลกรัม สามารถทำน้ำมันงาได้ประมาณ 1 กิโลกรัม
ที่ผ่านามีลูกค้า 2 กลุ่ม กลุ่มที่ซื้อเพื่อใช้ในสปา หรือ เพื่อนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อื่นๆ เช่น สบู่หรือ แชมพู เป็นต้น กลุ่มนี้จะมาสั่งซื้อไปเป็นปี๊บ และกลุ่มที่ซื้อเพื่อนำไปรับประทาน หรือ เป็นของฝาก จะซื้อเป็นขวด
นายมนตรี เล่าว่า ได้เริ่มทำน้ำมันงามาได้ 6 ปี ซึ่งทำแบบค่อยเป็นค่อยไป ปัจจุบันได้มีการลงทุนด้านเครื่องจักร และโรงผลิตเพื่อให้ได้มาตรฐานมากขึ้น เพราะเราเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ และเป็นอาหารกรรมวิธีการผลิตต้องได้มาตรฐาน ซึ่งทางเจ้าหน้าของกระทรวงสาธารณสุขก็ต้องมาตรวจโรงงานเป็นประจำ ในส่วนของกรรมวิธีการผลิตต่างได้มีลงทุนซื้อเครื่องจักรไปกว่า 4 แสนบาท และปรับปรุงอื่นๆ อีก ทำให้ต้องมีหนี้สินอยู่ขณะนี้ประมาณ 8 แสนบาท ทำมาก็ต้องมาใช้หนี้ ทำให้ได้เงินไม่เต็มที่
น้ำมันงา"อินทรีย์"เน้นปลอดสาร
ผลิตแบบภูมิปัญญาชาวบ้าน
กลุ่มผลิตภัณฑ์ชุมชน น้ำมันงาดำ อินทรีย์ กลุ่มผู้ผลิตน้ำมันงาด้วยกรรมวิธีแบบโบราณ ไม่พึ่งพาเครื่องจักร ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งกลุ่มผลิตน้ำมันงาในลักษณะนี้ ก็ยังมีกระจายให้เห็นกันอยู่ทั่วไป ซึ่งเป็นการใช้โม่และครกที่ทำขึ้นจากไม้ และใช้แรงงานจากวัวหรือควายมาช่วยลาก ซึ่งในการผลิตในลักษณะนี้จะช่วยให้สูญเสียสารอาหารในระหว่างการผลิตน้อย แต่ปริมาณที่ได้จากการผลิตแต่ละครั้งน้อยกว่าการใช้เครื่องจักร และน้ำมันที่ได้จากขบวนการผลิตก็จะหายไปประมาณ 10%-15% เมื่อคิดต้นทุนการผลิตจึงกว่าการใช้เครื่องจักร แต่ที่ชาวบ้านยังคงผลิตในลักษณะนี้อยู่เพราะต้องการจะอนุรักษ์ภูมิป้ญญาดั้งเดิมเอาไว้
อย่างไรก็ตามในระยะหลังการใช้แรงงานสัตว์ทำให้ได้ปริมาณน้ำมันงาน้อยไม่เพียงพอในการทำตลาด ชาวบ้านจึงเริ่มเปลี่ยนมาใช้มอเตอร์แทนแรงงานจากวัว หรือ ควายมากขึ้น แต่ยังคงการใช้โม่และครกอยู่ ในส่วนความโดดเด่นของน้ำมันงาดำอินทรีย์ ที่ใช้การผลิตแบบดั้งเดิมนั้นอยู่ที่การคัดเลือกวัตถุดิบที่ไม่ใช่สารเคมี หรือ ยาฆ่าแมลง เป็นผลิตภัณฑ์ที่เป็นธรรมชาติและปลอดจากสารพิษ
นางสาวสุดาณี คำดี ที่ปรึกษากลุ่มผู้ผลิตน้ำมันงาดำอินทรีย์ เล่าว่า ด้วยต้นทุนการผลิตที่สูงทำให้ราคาน้ำมันงาดำอินทรีย์จะสูงกว่าน้ำมันงาบางยี่ห้อ โดยราคาขายกิโลกรัมละ 250 บาท เป็นขวดขนาด 300 ซีซี ราคา 100 บาท 500 ซีซี ราคา 150 บาท ปัจจุบันกลุ่มผู้ผลิตน้ำมันงาอินทรีย์มีสมาชิกจำนวน 19 คน ซึ่งทำเป็นอาชีพเสริมจากการทำไร่ ทำนา สมาชิกมีรายได้เฉลี่ยประมาณ 800 บาท ถึง 1000 บาทต่อเดือน
สนใจโทร.0-1992-4971
จุดเด่นของน้ำมันงา"กล้วยไม้"
ผลิตแบบมาตรฐานเครื่องจักร
ผลิตภัณฑ์น้ำมันงา ตรากล้วยไม้ เป็นของนายมนตรี แซ่หย่าง เป็นโรงงานผลิตขนาดเล็กเจ้าของคนเดียว โดยใช้เครื่องจักรในการผลิต นายมนตรี เล่าให้ฟังว่า ได้ทำน้ำมันงามาได้ 6 ปี เริ่มจากเดิมทำฟาร์มเลี้ยงไก่และซื้อเครื่องมาใช้กับการผสมอาหารไก่เอง เพื่อจะได้ต้นทุนถูก แต่ประสบปัญหาเรื่องไข้หวัดนก และเราไม่ใช่ฟาร์มปิดจึงควบคุมได้ยาก ทำให้ต้องเลิกกิจการไป และเครื่องที่ซื้อมาบดถั่วเหลืองสำหรับผสมอาหารไก่สามารถทำดัดแปลงทำน้ำมันถั่วเหลืองได้ ซึ่งมีคนมาแนะนำให้ทำน้ำมันถั่วเหลืองขาย แต่ต้นทุนน้ำมันถั่วเหลืองราคาถูก ไม่น่าทำ
" ตรงจุดนี้เองมองว่า เมื่อทำน้ำมันถั่วเหลืองได้น่าจะทำน้ำมันงาได้ เพราะที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนเป็นแหล่งผลิตงาอยู่แล้ว จึงได้ทดลองทำน้ำมันงาขายมาตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา เริ่มแรกฝากขายกับญาติพี่น้องในจังหวัดแม่ฮ่องสอน และฝากขายตามร้านขายของฝาก แต่ระยะหลังในจังหวัดแม่ฮ่องสอนมีคนทำน้ำมันงากันเพิ่มมากขึ้น จึงต้องเริ่มมองหาตลาดใหม่ โดยการตระเวนไปฝากขายตามร้านขายของฝาก ซึ่งเดินทางไปแล้วเกือบทุกภาค ยกเว้นภาคใต้ และภาคตะวันออกที่ยังลงไปถึง ซึ่งก็มีแผนจะลงไปเช่นกัน
ทั้งนี้ ใช้วิธีการตะเวนไปตามจังหวัดต่างๆ และนำสินค้าไปฝากขายพอขากลับก็มาเก็บเงิน และถ้าเขาขายได้ก็ลงสินค้าเอาไว้ให้อีก เหมือนกับว่าเป็นการให้ลูกค้าขายก่อนและค่อยเก็บเงินที่หลัง การเดินทางในแต่ละครั้งเสียค่าใช้จ่ายต่างๆ รวมทั้งค่าน้ำมันประมาณวันละ 20,000 บาท แต่หลังจากนั้น ให้เบอร์โทรศัพท์ลูกค้าไว้ ถ้าสินค้าหมดจะโทรมาสั่งและเราก็จะจัดส่งไปให้ทางรถทัวร์
ปัจจุบันเริ่มมีลูกค้ามากขึ้น เริ่มแรกใช้การให้ทดลองนำสินค้าไปใช้ก่อนเพื่อเป็นการการันตีว่าสินค้าของเราดีจริง และเป็นของแท้แน่นอนเมื่อลูกค้าได้ซื้อไปใช้ก็จะกลับมาซื้ออีก นอกจากกลยุทธ์ที่ตะเวนหาลูกค้าอาศัยแบบฝากแล้ว สิ่งที่ทำให้ลุกค้าตัดสินใจเลือกซื้อผลิตภัณฑ์น้ำมันงาจากเรามาจากการใช้กลยุทธ์ราคาที่ถูกกว่ารายอื่นๆ อาศัยกำไรน้อย แต่ขายเอาปริมาณมากๆ
สำหรับราคาน้ำมันงาตรากล้วยไม้ ขายเป็นกิโลกรัม ๆละ 180 บาท รายอื่นๆ กิโลกรัมละ 220 -240 บาท ส่วนเป็นขวด มีขนาด 500 ซีซี ราคาขวดละ 100 บาท ขนาด 300 ซีซี ขวดละ 60 บาท และ200 ซีซีขวดละ 50 บาท ส่วนงาที่นำมาใช้เป็นงาในท้องที่ โดยเราจะซื้อมาตุนไว้ ครั้งละประมาณ 4,000 ถัง หรือ 60,000 กิโลกรัม ราคางากิโลกรัมละประมาณ 25 บาท สำหรับงา 3 กิโลกรัม สามารถทำน้ำมันงาได้ประมาณ 1 กิโลกรัม
ที่ผ่านามีลูกค้า 2 กลุ่ม กลุ่มที่ซื้อเพื่อใช้ในสปา หรือ เพื่อนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อื่นๆ เช่น สบู่หรือ แชมพู เป็นต้น กลุ่มนี้จะมาสั่งซื้อไปเป็นปี๊บ และกลุ่มที่ซื้อเพื่อนำไปรับประทาน หรือ เป็นของฝาก จะซื้อเป็นขวด
นายมนตรี เล่าว่า ได้เริ่มทำน้ำมันงามาได้ 6 ปี ซึ่งทำแบบค่อยเป็นค่อยไป ปัจจุบันได้มีการลงทุนด้านเครื่องจักร และโรงผลิตเพื่อให้ได้มาตรฐานมากขึ้น เพราะเราเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ และเป็นอาหารกรรมวิธีการผลิตต้องได้มาตรฐาน ซึ่งทางเจ้าหน้าของกระทรวงสาธารณสุขก็ต้องมาตรวจโรงงานเป็นประจำ ในส่วนของกรรมวิธีการผลิตต่างได้มีลงทุนซื้อเครื่องจักรไปกว่า 4 แสนบาท และปรับปรุงอื่นๆ อีก ทำให้ต้องมีหนี้สินอยู่ขณะนี้ประมาณ 8 แสนบาท ทำมาก็ต้องมาใช้หนี้ ทำให้ได้เงินไม่เต็มที่
น้ำมันงา"อินทรีย์"เน้นปลอดสาร
ผลิตแบบภูมิปัญญาชาวบ้าน
กลุ่มผลิตภัณฑ์ชุมชน น้ำมันงาดำ อินทรีย์ กลุ่มผู้ผลิตน้ำมันงาด้วยกรรมวิธีแบบโบราณ ไม่พึ่งพาเครื่องจักร ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งกลุ่มผลิตน้ำมันงาในลักษณะนี้ ก็ยังมีกระจายให้เห็นกันอยู่ทั่วไป ซึ่งเป็นการใช้โม่และครกที่ทำขึ้นจากไม้ และใช้แรงงานจากวัวหรือควายมาช่วยลาก ซึ่งในการผลิตในลักษณะนี้จะช่วยให้สูญเสียสารอาหารในระหว่างการผลิตน้อย แต่ปริมาณที่ได้จากการผลิตแต่ละครั้งน้อยกว่าการใช้เครื่องจักร และน้ำมันที่ได้จากขบวนการผลิตก็จะหายไปประมาณ 10%-15% เมื่อคิดต้นทุนการผลิตจึงกว่าการใช้เครื่องจักร แต่ที่ชาวบ้านยังคงผลิตในลักษณะนี้อยู่เพราะต้องการจะอนุรักษ์ภูมิป้ญญาดั้งเดิมเอาไว้
อย่างไรก็ตามในระยะหลังการใช้แรงงานสัตว์ทำให้ได้ปริมาณน้ำมันงาน้อยไม่เพียงพอในการทำตลาด ชาวบ้านจึงเริ่มเปลี่ยนมาใช้มอเตอร์แทนแรงงานจากวัว หรือ ควายมากขึ้น แต่ยังคงการใช้โม่และครกอยู่ ในส่วนความโดดเด่นของน้ำมันงาดำอินทรีย์ ที่ใช้การผลิตแบบดั้งเดิมนั้นอยู่ที่การคัดเลือกวัตถุดิบที่ไม่ใช่สารเคมี หรือ ยาฆ่าแมลง เป็นผลิตภัณฑ์ที่เป็นธรรมชาติและปลอดจากสารพิษ
นางสาวสุดาณี คำดี ที่ปรึกษากลุ่มผู้ผลิตน้ำมันงาดำอินทรีย์ เล่าว่า ด้วยต้นทุนการผลิตที่สูงทำให้ราคาน้ำมันงาดำอินทรีย์จะสูงกว่าน้ำมันงาบางยี่ห้อ โดยราคาขายกิโลกรัมละ 250 บาท เป็นขวดขนาด 300 ซีซี ราคา 100 บาท 500 ซีซี ราคา 150 บาท ปัจจุบันกลุ่มผู้ผลิตน้ำมันงาอินทรีย์มีสมาชิกจำนวน 19 คน ซึ่งทำเป็นอาชีพเสริมจากการทำไร่ ทำนา สมาชิกมีรายได้เฉลี่ยประมาณ 800 บาท ถึง 1000 บาทต่อเดือน
สนใจโทร.0-1992-4971


