xs
xsm
sm
md
lg

ฆ่าโหด 2 ตร.คาป้อมเผาซ้ำ "พัลลภ"ลงใต้วันนี้ลุยงานมวลชน

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ ทรงพระราชทานพวงหรีดร่วมงานศพ เพื่อไว้อาลัย 7 ทหารกล้า หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษเตรียมเสนอกองทัพบกรับลูกสาวทหารที่เสียชีวิต เป็นทหารตามความประสงค์ ด้านโจรใต้ยังก่อเหตุสุดเหี้ยมกราดยิงตำรวจประจำป้อมจุดตรวจที่ระแงะเสียชีวิต 2 นายแล้วใช้น้ำมันราดจุดไฟเผาซ้ำก่อนฉกอาวุธปืนหลบหนีลอยนวล ขณะเดียวกันยิง นศ.ราชภัฏยะลา-ถล่มผู้ใหญ่บ้านระแงะดับอีก 2 นายกฯลั่นรัฐบาลพร้อมหนุนฝ่ายความมั่นคงปฏิบัติการกับโจรใต้เต็มที่ "สนธิ" ยังมั่นใจเจ้าหน้าที่ยังแก้ปัญหาได้ "พัลลภ" ลงใต้วันนี้ เตรียมเดินหน้ารุกงานด้านมวลชนแก้ปัญหาใต้

สถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ยังคงเกิดขึ้นไม่หยุด และดูเหมือนว่ากลุ่มผู้ก่อความไม่สงบจะได้ใจหลังปฏิบัติการลอบวางระเบิดทหารของกองพันจิตวิทยาหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ จ.ลพบุรี เสียชีวิตทั้งหมด 7 นายได้สำเร็จเมื่อวันที่ 9 พ.ค.ที่ผ่านมา โดยวานนี้ (11) เวลาประมาณ 11.30 น.กลุ่มคนร้ายก็ได้ก่อเหตุสะเทือนขวัญขึ้นอีก โดยได้ขับรถกระบะไมตี้เอ็กซ์ สีบรอนซ์ ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน เป็นพาหนะ ขับมาจอดใกล้ป้อมจุดตรวจสามแยกน้ำตกซีโป เขตเทศบาลตำบลตันหยงมัส อ.ระแงะ จ.นราธิวาส แล้วขว้างระเบิดมือเข้าใส่

จากนั้นได้ใช้อาวุธปืนสงครามกราดยิงซ้ำจนเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งปฏิบัติหน้าที่ในป้อมจุดตรวจชีวิตทันที 2 นาย คือ ส.ต.ต.วิทยา ขุนทอง และ ส.ต.ต.สถาพร นุ่นแจ้ง สังกัดหน่วยปฏิบัติการพิเศษ นอกจากนี้คนร้ายยังลงจากรถนำน้ำมันเบนซินราดใส่ร่างเจ้าหน้าที่ทั้ง 2 นายแล้วจุดไฟเผาจนร่างไหม้เกรียม ก่อนหยิบอาวุธปืนประจำตัวเจ้าหน้าที่หลบหนีไปทางบ้านซีโป ต.เฉลิม อ.ระแงะ

ต่อมาเวลา 13. 00 น. คนร้ายได้ขี่รถจักรยานยนต์ตามประกบยิงนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา ที่บริเวณถนนเทศปฐม เขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก จนนายสะอารี ตะยาตี อายุ 21 ปี ได้รับบาดบาดเจ็บ ส่วนนายมูฮำหมัด ยูโซ๊ะ อายุ 35 ปี เสียชีวิตที่โรงพยาบาลสุไหงโก-ลก เหตุเกิดขณะที่ทั้ง 2 คนขับรถจักรยานยนต์กลับจากทำพิธีละหมาดที่มัสยิด

ก่อนหน้านี้เวลา 10.30 น.คนร้ายได้ใช้รถยนต์กระบะตอนเดียวเป็นพาหนะ พร้อมอาวุธปืนสงครามกราดยิงรถยนต์ฮอนด้าซีวิคสีฟ้า 4 ประตู ทะเบียน กข 4909 นราธิวาส ขณะแล่นอยู่บนถนนสายนราธิวาส-ระแงะบ้านทุ่งขนุน ม.3 ต.ลำภู อ.เมืองนราธิวาส จนรถเสียหลักไถลลงทุ่งนาข้างทาง ส่วนคนขับถูกกระสุนปืนเสียชีวิตคาที่ คือ นายเจ๊ะมุ สะมะแอ อายุ 54 ปี ผู้ใหญ่บ้าน ม.8 ต.บาโงสะโต อ.ระแงะ นอกจากนี้ยังมีผู้บาดเจ็บอีก 2 คน ซึ่งสามารถวิ่งหนีเอาชีวิตรอดมาได้หวุดหวิด คือ นายอัมรี อุมา รองนายก อบต.บาโงสะโต และนายอับดุลรอนิง จาเงาะ สมาชิก อบต.บาโงสะโต

**นายกฯหนุนความมั่นคงโต้โจรใต้

พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้ที่ทวีความรุนแรงขึ้นว่า เป็นเรื่องที่ทางฝ่ายความมั่นคงกำลังพิจารณาแก้ไข ในส่วนรัฐบาลพยายามอย่างเต็มที่ที่จะให้การสนับสนุนในทุก ๆ ด้านที่ทางฝ่ายความมั่นคงขอการสนับสนุนมา คงเป็นการแบ่งงานกันที่รัฐบาลเองก็คงจะลงไปดูด้วยว่าอะไรที่น่าจะเพิ่มเติมกันได้ เรื่องการทำงานในพื้นที่เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายดำเนินการอยู่แล้ว

ส่วนที่มีกระแสเรียกร้องให้ใช้มาตรการเด็ดขาดเข้าแก้ไขปัญหานั้น ก็เป็นเรื่องของฝ่ายปฏิบัติในพื้นที่ที่จะตัดสินใจ ในส่วนของรัฐบาลนั้นมองภาพในเรื่องของนโยบายอย่างที่ได้กล่าวไว้แล้วว่านโยบายนั้นคงต้องยืนหยัดอยู่ในเรื่องของการสร้างความปรองดอง ความสามัคคีในชาติของเราคืนมาให้ได้ หากเราทำให้เกิดความแตกแยกขึ้นมาในชาติ นั่นไม่ใช่นโยบายของรัฐบาล รัฐบาลที่ดีนั้นต้องมีนโยบายที่จะทำให้เกิดความสามัคคีของคนในชาติขึ้นมาให้ได้

พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผู้บัญชาการทหารบก ในประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) และผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (ผอ.รมน.) กล่าวว่า ขณะนี้กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบได้เปลี่ยนยุทธวิธีการ จากการลอบทำร้ายประชาชนทั้งชาวไทยพุทธและมุสลิม มาเป็นเจ้าหน้าที่ของทางราชการ ซึ่งผู้ก่อเหตุส่วนใหญ่จะเป็นคนในพื้นที่ ซึ่งเป็นคนดีและเก่ง ทำให้คนในพื้นที่ไม่เชื่อว่าจะเป็นผู้ปฏิบัติการ เมื่อเจ้าหน้าที่รัฐเข้าควบคุมตัว ทำให้ชาวบ้านออกมาต่อต้านชุมนุม ซึ่งต่อไปจะมีการชุมนุมในลักษณะดังกล่าวเกิดขึ้นอีก ซึ่งเชื่อว่าจะสามารถแก้ไขสถานการณ์ได้ ดังนั้น ทางการจะต้องสร้างความเข้าใจกับประชาชน โดยอาศัยผู้นำทางศาสนาและผู้นำท้องถิ่น ซึ่งต้องใช้เวลาระยะหนึ่ง

**"พัลลภ"เตรียมลงภาคใต้วันนี้

พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี ที่ปรึกษา ผอ.รมน.ให้สัมภาษณ์หลังเข้าพบ ผอ.รมน.เพื่อรับมอบนโยบายการทำงานที่ กอ.รมน.ว่า การแก้ไขปัญหาความไม่สงบในภาคใต้นั้น ผอ.รมน.ได้มอบให้รอง ผบ.ทบ.รับผิดชอบดูแล ดังนั้น ตนจะให้คำแนะนำในฐานะที่เป็นที่ปรึกษาเท่านั้นโดยจะใช้ประสบการณ์จากการทำงานที่ผ่านมา ซึ่งในวันนี้ (12) ตนจะเริ่มดำเนินการโดยลงไปตรวจสอบในพื้นที่ภาคใต้ ทั้งนี้ งานด้านมวลชนในภาคใต้นั้นตนได้หารือกับ ผอ.รมน.แล้วว่าจำเป็นต้องเพิ่มจำนวนมวลชนให้มากขึ้นเพื่อให้พอเพียงในการที่จะเข้าไปคลุกคลีกับประชาชนซึ่งมีกว่า 18,000 หมู่บ้าน

ส่วนการเพิ่มมวลชนจะต้องพิจารณาจากจุดใดนั้น พล.อ.พัลลภ กล่าวว่า วันนี้เราสามารถชี้ชัดได้ว่า ในจำนวนหมู่บ้านทั้งหมดนั้นแบ่งพื้นที่ออกเป็น 3 พื้นที่ คือ พื้นที่ที่เป็นของเรา 100 เปอร์เซ็นต์ พื้นที่สีชมพูและพื้นที่สีแดงที่มีอยู่กว่า 300 หมู่บ้าน งานมวลชนที่ผ่านมาเราเดินมาถูกทางแล้ว แต่ปัญหาในภาคใต้เป็นปัญหาที่เรื้อรังมาเป็นร้อยปีแล้ว ตนพูดเสมอว่า วันใดที่ประเทศมีปัญหาหรืออำนาจรัฐอ่อนแอ จะมีการก่อการในภาคใต้ตลอด จึงเป็นเรื่องต้องใจเย็นและใช้เวลาในการทำงานด้านมวลชน

"ผมเคยพูดกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรว่า ตัวแกนหลักของขบวนการ จบการทหารมาจากตะวันออกกลาง แต่ไม่มีใครเชื่อ แล้ววันนี้ก็เป็นความจริงและยุทธวิธีที่เขาใช้ในวันนี้ เป็นยุทธวิธีที่เขาลอกแบบมาจากอัฟกานิสถาน ที่ตอลิบานสู้กับรัสเซีย ขณะนี้ภาคใต้ตกอยู่ในสภาพสงครามกองโจรแบบเต็มรูปแบบ และเป็นสงครามแย่งชิงประชาชน เพราะฉะนั้นเราจะรักษาความสงบของภาคใต้ไว้ได้ การทหาร การเมือง และการพัฒนาต้องไปพร้อมกัน" พล.อ.พัลลภ กล่าว และว่า

อย่างไรก็ตาม ประชาชนในพื้นที่ที่มีความคิดอยากจะแบ่งแยกดินแดนนั้นมีไม่ถึง 5% อีก 95% ยังอยู่กับเรา แต่ที่เขาไม่สามารถให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่รัฐได้ เพราะเขาไม่มั่นใจในความปลอดภัยของเขา เราให้ความคุ้มครองเขาไม่ได้ เมื่อเราให้ความคุ้มครองเขาไม่ได้ เขาก็ไม่กล้าบอกเรา ก็เลยเฉยดีกว่า เพราะจากสถิติของการสูญเสีย มุสลิมจะมากกว่าไทยพุทธถึงวันนี้ก็เกือบ 6,000 คนแล้ว

พล.อ.พัลลภ กล่าวอีกว่า ส่วนปัญหาม็อบปิดถนนได้หารือกับ ผอ.รมน.ว่าเป็นม็อบจัดตั้งเพื่อต่อรองเรื่องต่าง ๆ ซึ่งต่อไปไม่ควรจะมี เรามีมาตรการที่จะสลายม็อบพวกนี้ โดยจะไม่ให้คนเหล่านี้ต้องได้รับบาดเจ็บหรือเกิดการปะทะกัน แต่ที่เจ้าหน้าที่รัฐยังไม่ดำเนินการ เพราะเกรงว่าจะเกิดการปะทะและบาดเจ็บ

**รับลูกทหารกล้าสวมสีเขียว

ด้านบรรยากาศงานศพของทหารกล้าทั้ง 7 นายของกองพันจิตวิทยาหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ ที่ถูกคนร้ายลอบวางระเบิดเสียชีวิตทั้งที่ จ.ลพบุรี และนครศรีธรรมราช เป็นไปด้วยความเศร้า โดยที่ จ.ลพบุรีนั้นศพทหารทั้ง 5 นายถูกตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดเสาธงทอง ต.ท่าหิน อ.เมืองลพบุรี โดยวานนี้จ้าหน้าที่รับผิดชอบในการจัดงานศพของทหารทั้งหมดได้เชิญครอบครัวของทหารทั้งหมดมาพูดคุยว่า ศพของทหารทั้งหมด 5 นายจะมีการสวดรวมกันที่วัดเสาธงทอง และพระราชทานเพลิงพร้อมกัน เพราะในเบื้องต้นทางครอบครัวของทหารทั้งหมดมอบหมายให้ทางหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ เป็นผู้จัดพิธีทางศาสนาทั้งหมด

พล.ท.สุนัย สัมปัตตะวนิช ผบ.หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ เปิดเผยเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า ในการจัดสวดพระอภิธรรมศพของทหารทั้งหมดที่ตั้งสวดอยู่ที่วัดเสาธงทองลพบุรีนี้จะสวดในช่วงเวลา 19.30 น.ของทุกคืนจนถึงวันที่ 14 พ.ค.50 และวันที่ 15 พ.ค.50 เวลา 16.00 น.จะมีการพระราชทานเพลิงอย่างเป็นทางการ

สำหรับการช่วยเหลือครอบครัวของทหารผู้กล้าทั้ง 5 นาย ทางหน่วยจะดูแลเต็มที่ โดยในเบื้องต้นได้มอบเงินช่วยเหลือครอบครัวทหารที่เสียชีวิตไปก่อน 2 ส่วน คือ จากหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ และจากสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขาหน่วยบัญชากาสงครามพิเศษ เพื่อใช้จ่ายในช่วงพิธีศพนี้ก่อน หลังจากนั้นจะดูแลอย่างดีอีกครั้ง

ส่วนที่ภรรยาและลูกของทหารที่เสียชีวิตอยากเข้ารับราชการทหารแทนพ่อที่เสียชีวิตนั้น ขณะนี้ได้มีการแจ้งความจำนงแล้ว 3 ราย คือลูกของ พ.ต.วีระพล แย้มอำพล, ลูกสาว ส.อ.สมศักดิ์ ฝ่ายทะแสง และลูกสาว ส.อ.นรินทร์ เครือโสม ซึ่งทางหน่วยจะทำหนังสือถึงกองทัพบกเพื่อพิจารณาและหาแนวทางรับบุตรของทหารทั้งหมดเข้ามาเป็นทหารต่อไป ส่วนอีก 2 ครอบครัวนั้นจะมีการสอบถามอีกครั้งหนึ่งว่า อยากเป็นทหารหรือไม่ และที่ทางหน่วยจัดทำให้นี้เป็นการช่วยเหลือในเบื้องต้นเท่านั้น

**พระราชทานหรีด 7 ทหารกล้า

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในเวลา 18.00 น.ผู้แทนพระองค์ในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สมายมกุฎราชกุมาร ได้นำพวงหรีดพระราชทานเดินทางมาวางหน้าศพของทหารกล้าทั้ง 5 นายเพื่อเป็นขวัญและกำลังในแก่ครอบครัวของทหารกล้าทั้งหมด

ส่วนที่ จ.นครศรีธรรมราช เวลา 19.00 น.นายวิชม ทองสงค์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้เป็นผู้แทนพระองค์อัญเชิญพวงมาลาพระราชทานจากสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมงกุฎราชกุมาร มาวางเคารพศพ จ.ส.อ.วีระชน ศรีเกิด และ จ.ส.ต.สมเกียรติ จงจิตร ที่บริเวณศาลาวัดชะเมา อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ขณะเดียวกันได้มีกลุ่มโรงเรียนและนักเรียนใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ที่ทหารทั้ง 7 นายเคยไปฝึกอบรมเดินทางมาร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลศพด้วย ทั้งนี้ สำหรับศพทหารทั้ง 2 นายจะมีพิธีพระราชทานเพลิงศพในวันที่ 14 พ.ค.นี้ในเวลา 14.00 น.โดยศพ จ.ส.อ.วีระชน จะมีพิธีพระราชทานเพลิงศพที่ฌาปนสถานวัดสวนขัน หมู่ที่ 1 ต.สวนขัน กิ่ง อ.ช้างกลาง ส่วนศพ จ.ส.ต.สมเกียรติ จะมีพิธีพระราชทานเพลิงศพที่ฌาปณสถานวัดมังคลาราม ต.พิปูน อ.พิปูน จ.นครศรีธรรมราช