กรมสุขภาพจิตเผยอาการ “หมอประกิตเผ่า”ดีขึ้น พร้อมให้ความร่วมมือในการรักษาเยี่ยม ระบุในอเมริกามีผู้เสียชีวิตจากการใช้“เอฟรีดีน”แล้ว 155 ราย ด้านครอบครัว “ทมทิตชงค์”เข้าร้องกองปราบฯ หาที่มาของสารร้าย พร้อมยันน้องชายไม่ได้กินยาเพาะกาย กินเพียงวิตามินเท่านั้น ขณะที่"เปมิกา"ยอมรับเคยทำศัลยกรรม แต่ทำมานานกว่า 9 ปีก่อนที่จะพบหมอประกิตเผ่า พร้อมปฏิเสธให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับเพื่อนชายคนสนิท อ้างคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล ด้านอย.สั่งตรวจเยาวราชหา "มาฮวง"ว่ามีจริงหรือไม่
วานนี้ (5 มี.ค.)นพ.ประกิตพันธ์ ทมทิตชงค์ พร้อมด้วย รศ.เพลินจิต มารดา และนางอลิสาภรรยาของนพ.ประกิตเผ่า ทมทิตชงค์ เจ้าของและผู้บริหารสถาบันกวดวิชา แอพพลายด์ฟิสิกส์ เข้าร้องต่อตำรวจกองปราบปราม เพื่อให้ดำเนินการช่วยเหลือในการตรวจสอบสาร “เอฟรีดีน”ว่าเข้าสู่ตัวนพ.ประกิตเผ่าได้อย่างไรในปริมาณสูงถึง 200 เท่า และมีที่มาอย่างไร เนื่องจากสารดังกล่าวเป็นสารตั้งต้นที่ใช้ผลิตยาหลายชนิดโดยเฉพาะยาเสพติดที่มีการผลิตในประเทศปากีสถาน อินเดีย และจีน
ทั้งนี้ ขอยืนยันว่านพ.ประกิตเผ่า ไม่ได้รับประทานยาเพาะกายตามที่เป็นข่าว แม้นพ.ประกิตเผ่าจะเคยเพาะกายแต่เป็นเรื่องเมื่อ 7 ปีก่อน และยาที่รับประทานเป็นเพียงวิตามินเท่านั้น
นพ.ประกิตพันธ์ ยังเรียกร้องให้กลุ่มที่นั่งสมาธิพร้อมกับนพ.ประกิตเผ่า และน.ส.เปมิกา วีรชัชรักษิต เพื่อนสาวของนพ.ประกิตเผ่า เปิดเผยตัวและแสดงความบริสุทธิ์ใจ รวมถึงให้ข้อมูลต่อเจ้าหน้าที่ โดยจะให้ความรับรองทางกฎหมายอย่างเต็มที่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร.ศ.เพลินจิต ได้ให้การกับพนักงานสอบสวนกองปราบปรามว่า ช่วงเดือนก.ย.49 นพ.ประกิตเผ่า ได้ถูก น.ส.เปมิกา และเพื่อนชักนำให้เชื่อว่ามีความสามารถในการนั่งสมาธิ หลังจากนั้นบุตรชายก็เริ่มมีอาการผิดปกติ ซึ่งทางครอบครัวได้สันนิษฐานว่าอาจเกิดจากการถูกกระตุ้นด้วยยาเอฟรีดีนอย่างต่อเนื่อง จนเกิดอาการทางจิต หลังจากนั้นตั้งแต่วันที่ 14 ก.พ.ที่ผ่านมา บุตรชายได้หลบหน้าครอบครัว แต่ยังมีการติดต่อกับ นพ.ประกิตพันธ์ ทางโทรศัพท์ ซึ่งในช่วงเวลานั้นครอบครัวก็เริ่มมีความมั่นใจมากขึ้นว่า นพ.ประกิตเผ่า ต้องได้รับสารเอฟรีดีนในปริมาณที่สูงมาก
“ทุกครั้งที่พูดคุยกันทางโทรศัพท์ หมอเผ่าจะมีอาการเหนื่อยหอบ และพูดจาวกวน สลับกับอาการปกติโดยเป็นแทบจะทุก 6-8 ชั่วโมง ครอบครัวจึงได้พร้อมใจกันช่วยหาวิธีติดตามตัวหมอเผ่าให้เข้าไปตรวจรักษาอาการผิดปกติดังกล่าวอย่างเร่งด่วน เพราะเกรงว่าอาจจะเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิต" ร.ศ.เพลินจิตกล่าว
ด้าน น.ส.เปมิกา วีรชัชรักษิต เพื่อนสาวสนิทของ นพ.ประกิตเผ่า ยอมรับว่า ได้ทำศัลยกรรมใบหน้ามานานกว่า 9 ปี แล้ว ก่อนคบหากับ นพ.ประกิตเผ่า เพื่อให้บุคลิกภาพดูดีขึ้น พร้อมปฏิเสธจะให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนเกี่ยวกับ นพ.ประกิตเผ่า เพราะอยู่ระหว่างการเตรียมเรื่องเรียนที่กำลังใกล้จบการศึกษาจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และที่สำคัญ คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล ซึ่งการตัดสินคดีเป็นที่สิ้นสุด แต่พร้อมจะให้รายละเอียดทั้งหมด ในวันที่ 9 มี.ค.50 วันที่ศาลอาญานัดไต่สวนเป็นครั้งที่ 2 และนัดดูอาการของ นพ.ประกิตเผ่า หลังส่งไปรับการรักษาและดูอาการที่สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์
นพ.อภิชัย มงคล รองอธิดีกรมสุขภาพจิต กล่าวถึงความคืบหน้าอาการป่วยของ นพ.ประกิตเผ่า ภายหลังจากศาลสั่งให้นำตัว นพ.ประกิตเผ่า จากโรงพยาบาลศรีธัญญา เข้ารักษาที่สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ว่า มีอาการดีขึ้น สังเกตได้จากผู้ป่วยให้ความร่วมมือกับแพทย์ผู้ให้การรักษาเป็นอย่างดี โดยนพ.ประกิตเผ่า อาจจะหายขาดเป็นปกติได้ในเวลาประมาณ 1 เดือน ทั้งนี้ สาเหตุจาการผิดปกติทางสมองหรือจิตใจ นั้นหากไม่ทราบสาเหตุ ถือว่ารักษาให้หายเป็นปกติยากกว่า
สำหรับการตรวจเจอเอฟรีดีน ซึ่งมีการตกค้างในร่างกายเกินกว่า 200 มิลลิกรัม ในครั้งแรกนั้น ขณะนี้ร่างกายได้ขับสารนี้ออกไปหมดแล้ว ประเด็นที่ต้องติดตามคือ นพ.ประกิตเผ่า ได้รับสารนี้ได้อย่างไร เพราะสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ถือเป็นผลิตภัณฑ์ห้ามขาย แต่อาจมีการเล็ดลอดนำเข้ามาได้ เนื่องจากมีขายอย่างแพร่หลายในอเมริกาในลักษณะของยาเม็ดบำรุงร่างกาย แต่ต้องมีข้อคำเตือนเช่น เลิกรับประทานยาภายใน 7 วัน อีกทั้งเป็นที่นิยมกลุ่มนักกีฬา ใช้ลดน้ำหนัก แต่ต้องใช้ในปริมาณไม่มาก แต่หากใช้ไปในทางผิดวัตถุประสงค์ ติดต่อกันเป็นเวลานาน อาจทำให้มีอาการดื้อยา หรือ มีความต้องการที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งในอเมริกาพบว่ามีผู้เสียชีวิตจากการใช้ยาเอฟรีดีนถึง 155 ราย จากอาการกล้ามเนื้อหัวใจตาย หัวใจวายเฉียบพลัน นอกจากนี้ยังพบผู้มีอาการทางจิตด้วย
“ส่วนข้อสันนิษฐานในการฉีดสารดังกล่าวเข้าร่างกายไม่น่าเป็นไปได้เนื่องจากตามหลักทางการแพทย์หากผู้ที่ไม่เคยใช้สารชนิดนี้มาก่อนแล้วฉีดเข้าไป อาจทำให้หัวใจวายได้ อย่างไรก็ตาม เมื่อผู้ป่วยมีสติสามารถตอบคำถามได้น่าจะเป็นผู้ให้คำตอบได้ชัดที่สุดว่า สารชนิดนี้มีที่มาที่ไปอย่างไร”นพ.อภิชัย กล่าว
ขณะที่ นพ.ม.ล.สมชาย จักรพันธุ์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า สำหรับพ.ร.บ. สุขภาพจิตขณะนี้มีความพร้อมที่จะ เสนอ นพ.มงคล ณ สงขลา รมว.สธ.เพื่อผลักดันออกมาเป็นกฎหมาย แต่เนื่องจากสธ.มีกฎหมายหลายฉบับที่เตรียมนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ประกอบกับไม่มีผู้ให้ความสำคัญกับกฎหมายฉบับนี้มากนักเพราะเห็นว่าเป็นเรื่องของคนบ้า ทั้งนี้หากมี พ.ร.บ.สุขภาพจิต ก็จะช่วยให้ไม่เกิดปัญหาดังเช่น กรณีของนพ.ประกิตเผ่า เพราะกฎหมายจะให้การคุ้มครองสิทธิของผู้ป่วยโรคทางจิตที่ต้องได้รับการรักษา ไม่เฉพาะญาติเท่านั้น เจ้าหน้าที่ของรัฐ เช่น ตำรวจ ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน สามารถนำตัวผู้ป่วยที่อาจจะเป็นอันตรายต่อตัวเองและผู้อื่นมาบังคับรับการรักษาชั่วคราวได้
นพ.ศิริวัฒน์ ทิพย์ธราดล เลขาธิการ อย. กล่าวว่า สารเอพฟรีดีน เป็นสารออกฤทธิ์ต่อจิต และประสาท ประเภท 2 ปีที่ผ่านมา อย.นำเข้า 1 กิโลกรัมเศษ และมั่นใจว่า ไม่มีการจำหน่ายยาฉีด หรือยาในรูปแบบผง และเม็ด อยู่ในท้องตลาด แต่พบสารนี้ได้ในสมุนไพรจีน ชื่อ มาฮวง แต่ปัจจุบันไม่ค่อยมีใครใช้แล้ว แต่เพื่อความไม่ประมาท วันนี้(6 มี.ค.)จะส่งเจ้าหน้าที่ออกไปตรวจสบอย่านเยาวราช ว่ามีสมุนไพรมาฮวง จำหน่ายอยู่หรือไม่ รวมทั้งสุ่มตรวจผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ที่มักพบว่ามีการลักลอบผสมสารเอพฟรีดีนในยาลดน้ำหนัก แพทย์ระบุ สารเอพฟรีดีน ถ้าใช้ในปริมาณมาก จะทำให้ใจสั่น นอนไม่หลับ แต่ถ้าใช้ติดต่อกันเป็นเดือน จะทำให้ประสาทหลอน หวาดระแวง คล้ายกับกินยาบ้าได้
วานนี้ (5 มี.ค.)นพ.ประกิตพันธ์ ทมทิตชงค์ พร้อมด้วย รศ.เพลินจิต มารดา และนางอลิสาภรรยาของนพ.ประกิตเผ่า ทมทิตชงค์ เจ้าของและผู้บริหารสถาบันกวดวิชา แอพพลายด์ฟิสิกส์ เข้าร้องต่อตำรวจกองปราบปราม เพื่อให้ดำเนินการช่วยเหลือในการตรวจสอบสาร “เอฟรีดีน”ว่าเข้าสู่ตัวนพ.ประกิตเผ่าได้อย่างไรในปริมาณสูงถึง 200 เท่า และมีที่มาอย่างไร เนื่องจากสารดังกล่าวเป็นสารตั้งต้นที่ใช้ผลิตยาหลายชนิดโดยเฉพาะยาเสพติดที่มีการผลิตในประเทศปากีสถาน อินเดีย และจีน
ทั้งนี้ ขอยืนยันว่านพ.ประกิตเผ่า ไม่ได้รับประทานยาเพาะกายตามที่เป็นข่าว แม้นพ.ประกิตเผ่าจะเคยเพาะกายแต่เป็นเรื่องเมื่อ 7 ปีก่อน และยาที่รับประทานเป็นเพียงวิตามินเท่านั้น
นพ.ประกิตพันธ์ ยังเรียกร้องให้กลุ่มที่นั่งสมาธิพร้อมกับนพ.ประกิตเผ่า และน.ส.เปมิกา วีรชัชรักษิต เพื่อนสาวของนพ.ประกิตเผ่า เปิดเผยตัวและแสดงความบริสุทธิ์ใจ รวมถึงให้ข้อมูลต่อเจ้าหน้าที่ โดยจะให้ความรับรองทางกฎหมายอย่างเต็มที่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร.ศ.เพลินจิต ได้ให้การกับพนักงานสอบสวนกองปราบปรามว่า ช่วงเดือนก.ย.49 นพ.ประกิตเผ่า ได้ถูก น.ส.เปมิกา และเพื่อนชักนำให้เชื่อว่ามีความสามารถในการนั่งสมาธิ หลังจากนั้นบุตรชายก็เริ่มมีอาการผิดปกติ ซึ่งทางครอบครัวได้สันนิษฐานว่าอาจเกิดจากการถูกกระตุ้นด้วยยาเอฟรีดีนอย่างต่อเนื่อง จนเกิดอาการทางจิต หลังจากนั้นตั้งแต่วันที่ 14 ก.พ.ที่ผ่านมา บุตรชายได้หลบหน้าครอบครัว แต่ยังมีการติดต่อกับ นพ.ประกิตพันธ์ ทางโทรศัพท์ ซึ่งในช่วงเวลานั้นครอบครัวก็เริ่มมีความมั่นใจมากขึ้นว่า นพ.ประกิตเผ่า ต้องได้รับสารเอฟรีดีนในปริมาณที่สูงมาก
“ทุกครั้งที่พูดคุยกันทางโทรศัพท์ หมอเผ่าจะมีอาการเหนื่อยหอบ และพูดจาวกวน สลับกับอาการปกติโดยเป็นแทบจะทุก 6-8 ชั่วโมง ครอบครัวจึงได้พร้อมใจกันช่วยหาวิธีติดตามตัวหมอเผ่าให้เข้าไปตรวจรักษาอาการผิดปกติดังกล่าวอย่างเร่งด่วน เพราะเกรงว่าอาจจะเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิต" ร.ศ.เพลินจิตกล่าว
ด้าน น.ส.เปมิกา วีรชัชรักษิต เพื่อนสาวสนิทของ นพ.ประกิตเผ่า ยอมรับว่า ได้ทำศัลยกรรมใบหน้ามานานกว่า 9 ปี แล้ว ก่อนคบหากับ นพ.ประกิตเผ่า เพื่อให้บุคลิกภาพดูดีขึ้น พร้อมปฏิเสธจะให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนเกี่ยวกับ นพ.ประกิตเผ่า เพราะอยู่ระหว่างการเตรียมเรื่องเรียนที่กำลังใกล้จบการศึกษาจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และที่สำคัญ คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล ซึ่งการตัดสินคดีเป็นที่สิ้นสุด แต่พร้อมจะให้รายละเอียดทั้งหมด ในวันที่ 9 มี.ค.50 วันที่ศาลอาญานัดไต่สวนเป็นครั้งที่ 2 และนัดดูอาการของ นพ.ประกิตเผ่า หลังส่งไปรับการรักษาและดูอาการที่สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์
นพ.อภิชัย มงคล รองอธิดีกรมสุขภาพจิต กล่าวถึงความคืบหน้าอาการป่วยของ นพ.ประกิตเผ่า ภายหลังจากศาลสั่งให้นำตัว นพ.ประกิตเผ่า จากโรงพยาบาลศรีธัญญา เข้ารักษาที่สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ว่า มีอาการดีขึ้น สังเกตได้จากผู้ป่วยให้ความร่วมมือกับแพทย์ผู้ให้การรักษาเป็นอย่างดี โดยนพ.ประกิตเผ่า อาจจะหายขาดเป็นปกติได้ในเวลาประมาณ 1 เดือน ทั้งนี้ สาเหตุจาการผิดปกติทางสมองหรือจิตใจ นั้นหากไม่ทราบสาเหตุ ถือว่ารักษาให้หายเป็นปกติยากกว่า
สำหรับการตรวจเจอเอฟรีดีน ซึ่งมีการตกค้างในร่างกายเกินกว่า 200 มิลลิกรัม ในครั้งแรกนั้น ขณะนี้ร่างกายได้ขับสารนี้ออกไปหมดแล้ว ประเด็นที่ต้องติดตามคือ นพ.ประกิตเผ่า ได้รับสารนี้ได้อย่างไร เพราะสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ถือเป็นผลิตภัณฑ์ห้ามขาย แต่อาจมีการเล็ดลอดนำเข้ามาได้ เนื่องจากมีขายอย่างแพร่หลายในอเมริกาในลักษณะของยาเม็ดบำรุงร่างกาย แต่ต้องมีข้อคำเตือนเช่น เลิกรับประทานยาภายใน 7 วัน อีกทั้งเป็นที่นิยมกลุ่มนักกีฬา ใช้ลดน้ำหนัก แต่ต้องใช้ในปริมาณไม่มาก แต่หากใช้ไปในทางผิดวัตถุประสงค์ ติดต่อกันเป็นเวลานาน อาจทำให้มีอาการดื้อยา หรือ มีความต้องการที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งในอเมริกาพบว่ามีผู้เสียชีวิตจากการใช้ยาเอฟรีดีนถึง 155 ราย จากอาการกล้ามเนื้อหัวใจตาย หัวใจวายเฉียบพลัน นอกจากนี้ยังพบผู้มีอาการทางจิตด้วย
“ส่วนข้อสันนิษฐานในการฉีดสารดังกล่าวเข้าร่างกายไม่น่าเป็นไปได้เนื่องจากตามหลักทางการแพทย์หากผู้ที่ไม่เคยใช้สารชนิดนี้มาก่อนแล้วฉีดเข้าไป อาจทำให้หัวใจวายได้ อย่างไรก็ตาม เมื่อผู้ป่วยมีสติสามารถตอบคำถามได้น่าจะเป็นผู้ให้คำตอบได้ชัดที่สุดว่า สารชนิดนี้มีที่มาที่ไปอย่างไร”นพ.อภิชัย กล่าว
ขณะที่ นพ.ม.ล.สมชาย จักรพันธุ์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า สำหรับพ.ร.บ. สุขภาพจิตขณะนี้มีความพร้อมที่จะ เสนอ นพ.มงคล ณ สงขลา รมว.สธ.เพื่อผลักดันออกมาเป็นกฎหมาย แต่เนื่องจากสธ.มีกฎหมายหลายฉบับที่เตรียมนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ประกอบกับไม่มีผู้ให้ความสำคัญกับกฎหมายฉบับนี้มากนักเพราะเห็นว่าเป็นเรื่องของคนบ้า ทั้งนี้หากมี พ.ร.บ.สุขภาพจิต ก็จะช่วยให้ไม่เกิดปัญหาดังเช่น กรณีของนพ.ประกิตเผ่า เพราะกฎหมายจะให้การคุ้มครองสิทธิของผู้ป่วยโรคทางจิตที่ต้องได้รับการรักษา ไม่เฉพาะญาติเท่านั้น เจ้าหน้าที่ของรัฐ เช่น ตำรวจ ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน สามารถนำตัวผู้ป่วยที่อาจจะเป็นอันตรายต่อตัวเองและผู้อื่นมาบังคับรับการรักษาชั่วคราวได้
นพ.ศิริวัฒน์ ทิพย์ธราดล เลขาธิการ อย. กล่าวว่า สารเอพฟรีดีน เป็นสารออกฤทธิ์ต่อจิต และประสาท ประเภท 2 ปีที่ผ่านมา อย.นำเข้า 1 กิโลกรัมเศษ และมั่นใจว่า ไม่มีการจำหน่ายยาฉีด หรือยาในรูปแบบผง และเม็ด อยู่ในท้องตลาด แต่พบสารนี้ได้ในสมุนไพรจีน ชื่อ มาฮวง แต่ปัจจุบันไม่ค่อยมีใครใช้แล้ว แต่เพื่อความไม่ประมาท วันนี้(6 มี.ค.)จะส่งเจ้าหน้าที่ออกไปตรวจสบอย่านเยาวราช ว่ามีสมุนไพรมาฮวง จำหน่ายอยู่หรือไม่ รวมทั้งสุ่มตรวจผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ที่มักพบว่ามีการลักลอบผสมสารเอพฟรีดีนในยาลดน้ำหนัก แพทย์ระบุ สารเอพฟรีดีน ถ้าใช้ในปริมาณมาก จะทำให้ใจสั่น นอนไม่หลับ แต่ถ้าใช้ติดต่อกันเป็นเดือน จะทำให้ประสาทหลอน หวาดระแวง คล้ายกับกินยาบ้าได้


