นายธีรยุทธ บุญมี ออกมาแถลงเปรียบเทียบการทำงานของรัฐบาลพลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ ว่าชึกชักเชื่องช้ายิ่งกว่ารัฐบาลนายชวน หลีกภัย แล้วเปรียบเทียบว่าเป็นเหมือนกับฤาษีเลี้ยงเต่า
พร้อมกับได้ยกเหตุการณ์เมื่อครั้งรัฐบาลหม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช ซึ่งในครั้งนั้นได้รับการขนานนามว่าเป็นรัฐบาลฤาษีเลี้ยงลิง เนื่องจากในยุคนั้นบรรดา ส.ส. ต่างทำอะไรกันตามอำเภอใจ และไม่มีใครว่าอะไรกัน ชุลมุนกันไปหมด
พฤติกรรมเช่นนั้นจึงได้รับการขนานนามจากสื่อมวลชนว่าเป็นพฤติกรรมฤาษีเลี้ยงลิง
โดยเฉพาะหนังสือพิมพ์สยามรัฐในยุคนั้น หากจะเขียนภาพการ์ตูนเกี่ยวกับท่านอาจารย์หม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช คราวใดก็จะเขียนเป็นรูปฤาษีเลี้ยงลิงคราวนั้นทุกครั้งไป
หม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช เป็นครูบาอาจารย์ทางกฎหมาย เป็นเชื้อพระวงศ์ เป็นนักประชาธิปไตย เป็นนักการทูต เป็นผู้มีจิตใจอันบริสุทธิ์งดงามและซื่อสัตย์สุจริต ทั้งต่อหน้าและลับหลังผู้คน
ด้วยบุคลิกลักษณะดังกล่าว ท่านจึงปล่อยให้บรรดา ส.ส. ทำอะไรได้ตามใจ และท่านก็ไม่เคยตำหนิติเตียน ส.ส. คนใด เมื่อเป็นเช่นนี้พวกผู้แทนก็ได้ใจ ทำอะไรตามอำเภอใจมากขึ้นเรื่อย ๆ
แม้ ส.ส. ในพรรคของท่านเองก็ไม่มีใครเกรงอกเกรงใจท่าน คิดจะพูด คิดจะทำอะไรก็ทำตามอำเภอใจ
พฤติกรรมดังนี้จึงทำให้หม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช ถูกเรียกขานว่าเป็นฤาษีเลี้ยงลิง
และในที่สุดรัฐบาลของท่านก็ถูกรัฐประหาร โดยพลเรือเอกสงัด ชลออยู่ ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แล้วเกิดรัฐบาลหอยขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย
เอาเป็นว่า ณ เวลานี้ประเทศไทยมีรัฐบาลที่มีพฤติกรรมแบบฤาษีมาแล้วถึง 3 แบบ คือ แบบฤาษีเลี้ยงลิง ฤาษีเลี้ยงเต่า และที่ไม่ค่อยพูดถึงกันก็คือฤาษีเลี้ยงเหี้ย
รัฐบาลบางยุค หัวหน้ารัฐบาลดูทีท่าเป็นสุภาพบุรุษ ทำทีว่าเข้มแข็ง ทำทีว่าซื่อสัตย์สุจริต พฤติกรรมอย่างนี้คนเขาก็เรียกว่าเป็นฤาษี และเรียกรัฐบาลว่าเป็นรัฐบาลฤาษี ดังที่มีเรียกขานว่ารัฐบาลฤาษีเลี้ยงลิงหรือฤาษีเลี้ยงเต่านั่นเอง
แต่ปรากฏว่ารัฐบาลนั้นกลับเป็นแหล่งซ่องสุมเสวนาของบรรดาเหล่าคนชั่ว มีพฤติกรรมมือถือสากปากถือศีล ต่อหน้าทำท่าเป็นสุภาพบุรุษ แต่ลับหลังเป็นคนทุศีล
ต่อหน้าทำท่าว่าซื่อสัตย์สุจริต แต่ลับหลังกลับเป็นพวกฉ้อราษฎร์บังหลวง กินทั้งสินบน กินทั้งสินล่าง
ดังนั้นรัฐบาลแบบนี้จึงถูกเรียกว่าเป็นรัฐบาลฤาษีเลี้ยงเหี้ย
ฤาษีเลี้ยงลิง ฤาษีเลี้ยงเต่า และฤาษีเลี้ยงเหี้ย รวมเป็น 3 จำพวกนี้ หากพิเคราะห์ดูกันให้ดีแล้วก็จะเห็นว่าฤาษีเลี้ยงเหี้ยออกจะร้ายแรงและเสียหายมากกว่าเพื่อน เหมือนกับลักษณะของฤาษีที่เลี้ยงเหี้ยนั่นเอง
เพราะคนทั้งหลายย่อมนับถือฤาษีว่าเป็นผู้ทรงศีล เป็นผู้บริสุทธิ์ เป็นผู้มีเมตตาปรานี เป็นผู้รังเกียจความสกปรกโสมมทั้งหลาย
แต่ฤาษีกลับทำให้คนผิดหวัง เพราะเมื่อเป็นฤาษีเลี้ยงเหี้ยแล้วความเป็นฤาษีก็คุ้มครองเหี้ย ทำให้เหี้ยซึ่งเป็นสัตว์สกปรก ขี้ขโมย และฉ้อฉลได้รับการคุ้มครองป้องกันจากฤาษี
ผู้คนเห็นพฤติกรรมของเหี้ยว่าไม่ดีไม่งามด้วยประการต่าง ๆ ถึงจะชิงชังรังเกียจและเกลียดชังประการใดก็ไม่กล้าตีเหี้ย เพราะตีเหี้ยเมื่อใดก็
อาจกระทบไปถึงฤาษี และบางทีคนที่ตีเหี้ยกลับถูกชาวบ้านว่าขานกล่าวหาเสียอีก เพราะชาวบ้านเมื่อเชื่อฤาษีแล้วก็หลงผิดคิดว่าเหี้ยเป็นสัตว์ที่ดีงามประเสริฐไปด้วย
ฤาษีที่เลี้ยงเหี้ยแบบนี้จึงเป็นอันตรายและร้ายกว่าฤาษีที่เลี้ยงลิงและเลี้ยงเต่า
เพราะฤาษีเลี้ยงลิงอย่างมากก็เกิดความรำคาญ เพราะคนก็เห็นลิงเป็นลิง เห็นฤาษีเป็นฤาษี ยิ่งเป็นฤาษีเลี้ยงเต่าก็ไม่เกิดความเสียหายหรืออันตรายกับใคร
แต่อย่างว่านั่นแหละ เรื่องของบ้านเมืองไม่ใช่เรื่องของฤาษี รัฐบาลไหนก็ตามที่ทำตัวเป็นฤาษีแล้วก็คงพาบ้านเมืองไปไม่รอด
รัฐบาลฤาษีเลี้ยงลิงทำให้เกิดความแตกแยกในบ้านเมืองและเกิดความระส่ำระสายไม่รู้เหนือใต้ถูกผิด ในที่สุดก็เป็นเหตุให้มีการยึดอำนาจ
ฤาษีเลี้ยงเต่าก็คงไม่เบาไปกว่าฤาษีเลี้ยงลิง เพราะเมื่อเชื่องช้าชึกชักไม่แก้ไขปัญหา ไม่ทำอะไร และไม่รู้อะไรถูกอะไรผิด กระทั่งคิดให้ พระกับโจรมานั่งสมานฉันท์กัน ก็ย่อมเป็นเรื่องชอบกล
เพราะหากคิดสมานฉันท์กันแบบนี้ก็คงจะลุกลามไปถึงเรื่องคนค้ายาเสพติดกับผู้ปราบยาเสพติดว่าต่อไปนี้มาสมานฉันท์กันเถิด แล้วอะไรจะเกิดขึ้น
หากสมานฉันท์แบบนี้ลุกลามบานปลายออกไป กฎหมายบ้านเมืองก็คงจะใช้บังคับอะไรกันไม่ได้ การสั่งสอนคุณธรรมศีลธรรมและการเผยแผ่หลักธรรมคำสอนในศาสนาทั้งหลายก็คงจะใช้ไม่ได้
เพราะต้องสมานฉันท์กันระหว่างความดี ความชั่ว ความถูก ความผิด จนเป็นช่องโอกาสให้คนผิดคิดชั่วเรียกหาความสมานฉันท์เอาความชั่วกับความดีมาหารสอง
ความจลาจลและความเป็นอนาธิปไตยคงจะเกิดขึ้นในบ้านเมืองเป็นแน่นอน
ทั้งจะเป็นแบบอย่างที่ผิดพลาดเสียหายให้ปรากฏไว้ในบ้านเมือง จนในที่สุดอะไรดี อะไรชั่ว อะไรถูก อะไรผิด อะไรขาว อะไรดำ ก็จะพร่ามัวไปหมดสิ้น
แล้วอย่างนี้ความสงบสุขจะมีขึ้นในบ้านเมืองได้อย่างไร เพราะผลที่แท้จริงก็คือคนผิดคิดชั่วจะลอยนวลและไม่มีใครเอาผิด ส่วนคนดีก็จะถูกย่ำยีต่อไป เพราะดีกับชั่วเมื่อมั่วเข้าด้วยกันแล้ว ความชั่วก็จะครอบงำชักให้ไหลไปในทางต่ำอย่างไม่ต้องสงสัย
เหมือนกับการเอาสีขาวผสมกับสีดำ ไม่ว่าดำมากหรือดำน้อยก็ตาม ผลของการผสมนั้นไม่มีทางทำให้ความขาวเพิ่มขึ้นได้ มีแต่จะทำให้หมองคล้ำดำมืดมากและน้อยเท่านั้น
ดูไปแล้วสังคมไทยคงจะเป็นปัญหาเป็นจลาจลเสียเป็นแน่
นายธีรยุทธ บุญมี ออกมาวิพากษ์วิจารณ์กล่าวเป็นนิทรรศน์อุทาหรณ์เตือนใจในคราวนี้ ถึงแม้จะเจือปนด้วยความเกรงอกเกรงใจอยู่เป็นอันมาก แต่ก็เป็นเรื่องที่น่าคิด น่าพิจารณา
ดูเอาจากผลการตรวจสอบความนิยมในปัจจุบันนี้ก็จะเห็นได้ชัดแล้วว่าความนิยมนับถือในรัฐบาลก็ดี ปัญหาความแตกแยกในสังคมไทยก็ดี ความเชื่อถือศรัทธาในระบบเศรษฐกิจและในการบริหารบ้านเมืองก็ดี อยู่ในสภาพร่อแร่ย่ำแย่ขนาดไหน
จะปล่อยให้เป็นไปอย่างนั้นต่อไปหรือจะเร่งรีบแก้ไขเสียในเร็ววันก็ต้องรีบตัดสินใจกันแล้ว
ก็ต้องบอกกันตรง ๆ ว่าหากคิดจะอ่านจะแก้ไขก็ไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องเร่งปรับคณะรัฐมนตรีครั้งใหญ่ อย่างน้อยเอาพวกไม่เอาไหนออกไปสักครึ่งหนึ่ง แผ่นดินประเทศไทยก็คงจะมีหวังว่าจะถูกยับยั้งความจลาจลวุ่นวายไว้ได้
ขอวิงวอนพลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ เร่งพินิจพิจารณาและตัดสินใจก่อนที่ความเสียหายจะเกิดขึ้นกับบ้านเมืองมากกว่านี้.
พร้อมกับได้ยกเหตุการณ์เมื่อครั้งรัฐบาลหม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช ซึ่งในครั้งนั้นได้รับการขนานนามว่าเป็นรัฐบาลฤาษีเลี้ยงลิง เนื่องจากในยุคนั้นบรรดา ส.ส. ต่างทำอะไรกันตามอำเภอใจ และไม่มีใครว่าอะไรกัน ชุลมุนกันไปหมด
พฤติกรรมเช่นนั้นจึงได้รับการขนานนามจากสื่อมวลชนว่าเป็นพฤติกรรมฤาษีเลี้ยงลิง
โดยเฉพาะหนังสือพิมพ์สยามรัฐในยุคนั้น หากจะเขียนภาพการ์ตูนเกี่ยวกับท่านอาจารย์หม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช คราวใดก็จะเขียนเป็นรูปฤาษีเลี้ยงลิงคราวนั้นทุกครั้งไป
หม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช เป็นครูบาอาจารย์ทางกฎหมาย เป็นเชื้อพระวงศ์ เป็นนักประชาธิปไตย เป็นนักการทูต เป็นผู้มีจิตใจอันบริสุทธิ์งดงามและซื่อสัตย์สุจริต ทั้งต่อหน้าและลับหลังผู้คน
ด้วยบุคลิกลักษณะดังกล่าว ท่านจึงปล่อยให้บรรดา ส.ส. ทำอะไรได้ตามใจ และท่านก็ไม่เคยตำหนิติเตียน ส.ส. คนใด เมื่อเป็นเช่นนี้พวกผู้แทนก็ได้ใจ ทำอะไรตามอำเภอใจมากขึ้นเรื่อย ๆ
แม้ ส.ส. ในพรรคของท่านเองก็ไม่มีใครเกรงอกเกรงใจท่าน คิดจะพูด คิดจะทำอะไรก็ทำตามอำเภอใจ
พฤติกรรมดังนี้จึงทำให้หม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช ถูกเรียกขานว่าเป็นฤาษีเลี้ยงลิง
และในที่สุดรัฐบาลของท่านก็ถูกรัฐประหาร โดยพลเรือเอกสงัด ชลออยู่ ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แล้วเกิดรัฐบาลหอยขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย
เอาเป็นว่า ณ เวลานี้ประเทศไทยมีรัฐบาลที่มีพฤติกรรมแบบฤาษีมาแล้วถึง 3 แบบ คือ แบบฤาษีเลี้ยงลิง ฤาษีเลี้ยงเต่า และที่ไม่ค่อยพูดถึงกันก็คือฤาษีเลี้ยงเหี้ย
รัฐบาลบางยุค หัวหน้ารัฐบาลดูทีท่าเป็นสุภาพบุรุษ ทำทีว่าเข้มแข็ง ทำทีว่าซื่อสัตย์สุจริต พฤติกรรมอย่างนี้คนเขาก็เรียกว่าเป็นฤาษี และเรียกรัฐบาลว่าเป็นรัฐบาลฤาษี ดังที่มีเรียกขานว่ารัฐบาลฤาษีเลี้ยงลิงหรือฤาษีเลี้ยงเต่านั่นเอง
แต่ปรากฏว่ารัฐบาลนั้นกลับเป็นแหล่งซ่องสุมเสวนาของบรรดาเหล่าคนชั่ว มีพฤติกรรมมือถือสากปากถือศีล ต่อหน้าทำท่าเป็นสุภาพบุรุษ แต่ลับหลังเป็นคนทุศีล
ต่อหน้าทำท่าว่าซื่อสัตย์สุจริต แต่ลับหลังกลับเป็นพวกฉ้อราษฎร์บังหลวง กินทั้งสินบน กินทั้งสินล่าง
ดังนั้นรัฐบาลแบบนี้จึงถูกเรียกว่าเป็นรัฐบาลฤาษีเลี้ยงเหี้ย
ฤาษีเลี้ยงลิง ฤาษีเลี้ยงเต่า และฤาษีเลี้ยงเหี้ย รวมเป็น 3 จำพวกนี้ หากพิเคราะห์ดูกันให้ดีแล้วก็จะเห็นว่าฤาษีเลี้ยงเหี้ยออกจะร้ายแรงและเสียหายมากกว่าเพื่อน เหมือนกับลักษณะของฤาษีที่เลี้ยงเหี้ยนั่นเอง
เพราะคนทั้งหลายย่อมนับถือฤาษีว่าเป็นผู้ทรงศีล เป็นผู้บริสุทธิ์ เป็นผู้มีเมตตาปรานี เป็นผู้รังเกียจความสกปรกโสมมทั้งหลาย
แต่ฤาษีกลับทำให้คนผิดหวัง เพราะเมื่อเป็นฤาษีเลี้ยงเหี้ยแล้วความเป็นฤาษีก็คุ้มครองเหี้ย ทำให้เหี้ยซึ่งเป็นสัตว์สกปรก ขี้ขโมย และฉ้อฉลได้รับการคุ้มครองป้องกันจากฤาษี
ผู้คนเห็นพฤติกรรมของเหี้ยว่าไม่ดีไม่งามด้วยประการต่าง ๆ ถึงจะชิงชังรังเกียจและเกลียดชังประการใดก็ไม่กล้าตีเหี้ย เพราะตีเหี้ยเมื่อใดก็
อาจกระทบไปถึงฤาษี และบางทีคนที่ตีเหี้ยกลับถูกชาวบ้านว่าขานกล่าวหาเสียอีก เพราะชาวบ้านเมื่อเชื่อฤาษีแล้วก็หลงผิดคิดว่าเหี้ยเป็นสัตว์ที่ดีงามประเสริฐไปด้วย
ฤาษีที่เลี้ยงเหี้ยแบบนี้จึงเป็นอันตรายและร้ายกว่าฤาษีที่เลี้ยงลิงและเลี้ยงเต่า
เพราะฤาษีเลี้ยงลิงอย่างมากก็เกิดความรำคาญ เพราะคนก็เห็นลิงเป็นลิง เห็นฤาษีเป็นฤาษี ยิ่งเป็นฤาษีเลี้ยงเต่าก็ไม่เกิดความเสียหายหรืออันตรายกับใคร
แต่อย่างว่านั่นแหละ เรื่องของบ้านเมืองไม่ใช่เรื่องของฤาษี รัฐบาลไหนก็ตามที่ทำตัวเป็นฤาษีแล้วก็คงพาบ้านเมืองไปไม่รอด
รัฐบาลฤาษีเลี้ยงลิงทำให้เกิดความแตกแยกในบ้านเมืองและเกิดความระส่ำระสายไม่รู้เหนือใต้ถูกผิด ในที่สุดก็เป็นเหตุให้มีการยึดอำนาจ
ฤาษีเลี้ยงเต่าก็คงไม่เบาไปกว่าฤาษีเลี้ยงลิง เพราะเมื่อเชื่องช้าชึกชักไม่แก้ไขปัญหา ไม่ทำอะไร และไม่รู้อะไรถูกอะไรผิด กระทั่งคิดให้ พระกับโจรมานั่งสมานฉันท์กัน ก็ย่อมเป็นเรื่องชอบกล
เพราะหากคิดสมานฉันท์กันแบบนี้ก็คงจะลุกลามไปถึงเรื่องคนค้ายาเสพติดกับผู้ปราบยาเสพติดว่าต่อไปนี้มาสมานฉันท์กันเถิด แล้วอะไรจะเกิดขึ้น
หากสมานฉันท์แบบนี้ลุกลามบานปลายออกไป กฎหมายบ้านเมืองก็คงจะใช้บังคับอะไรกันไม่ได้ การสั่งสอนคุณธรรมศีลธรรมและการเผยแผ่หลักธรรมคำสอนในศาสนาทั้งหลายก็คงจะใช้ไม่ได้
เพราะต้องสมานฉันท์กันระหว่างความดี ความชั่ว ความถูก ความผิด จนเป็นช่องโอกาสให้คนผิดคิดชั่วเรียกหาความสมานฉันท์เอาความชั่วกับความดีมาหารสอง
ความจลาจลและความเป็นอนาธิปไตยคงจะเกิดขึ้นในบ้านเมืองเป็นแน่นอน
ทั้งจะเป็นแบบอย่างที่ผิดพลาดเสียหายให้ปรากฏไว้ในบ้านเมือง จนในที่สุดอะไรดี อะไรชั่ว อะไรถูก อะไรผิด อะไรขาว อะไรดำ ก็จะพร่ามัวไปหมดสิ้น
แล้วอย่างนี้ความสงบสุขจะมีขึ้นในบ้านเมืองได้อย่างไร เพราะผลที่แท้จริงก็คือคนผิดคิดชั่วจะลอยนวลและไม่มีใครเอาผิด ส่วนคนดีก็จะถูกย่ำยีต่อไป เพราะดีกับชั่วเมื่อมั่วเข้าด้วยกันแล้ว ความชั่วก็จะครอบงำชักให้ไหลไปในทางต่ำอย่างไม่ต้องสงสัย
เหมือนกับการเอาสีขาวผสมกับสีดำ ไม่ว่าดำมากหรือดำน้อยก็ตาม ผลของการผสมนั้นไม่มีทางทำให้ความขาวเพิ่มขึ้นได้ มีแต่จะทำให้หมองคล้ำดำมืดมากและน้อยเท่านั้น
ดูไปแล้วสังคมไทยคงจะเป็นปัญหาเป็นจลาจลเสียเป็นแน่
นายธีรยุทธ บุญมี ออกมาวิพากษ์วิจารณ์กล่าวเป็นนิทรรศน์อุทาหรณ์เตือนใจในคราวนี้ ถึงแม้จะเจือปนด้วยความเกรงอกเกรงใจอยู่เป็นอันมาก แต่ก็เป็นเรื่องที่น่าคิด น่าพิจารณา
ดูเอาจากผลการตรวจสอบความนิยมในปัจจุบันนี้ก็จะเห็นได้ชัดแล้วว่าความนิยมนับถือในรัฐบาลก็ดี ปัญหาความแตกแยกในสังคมไทยก็ดี ความเชื่อถือศรัทธาในระบบเศรษฐกิจและในการบริหารบ้านเมืองก็ดี อยู่ในสภาพร่อแร่ย่ำแย่ขนาดไหน
จะปล่อยให้เป็นไปอย่างนั้นต่อไปหรือจะเร่งรีบแก้ไขเสียในเร็ววันก็ต้องรีบตัดสินใจกันแล้ว
ก็ต้องบอกกันตรง ๆ ว่าหากคิดจะอ่านจะแก้ไขก็ไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องเร่งปรับคณะรัฐมนตรีครั้งใหญ่ อย่างน้อยเอาพวกไม่เอาไหนออกไปสักครึ่งหนึ่ง แผ่นดินประเทศไทยก็คงจะมีหวังว่าจะถูกยับยั้งความจลาจลวุ่นวายไว้ได้
ขอวิงวอนพลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ เร่งพินิจพิจารณาและตัดสินใจก่อนที่ความเสียหายจะเกิดขึ้นกับบ้านเมืองมากกว่านี้.


