xs
xsm
sm
md
lg

เอเชียกับโอลิมปิก

เผยแพร่:   โดย: ชัยสิริ สมุทวณิช

เดือนที่แล้ว คนเอเชียได้สูญเสียนักกีฬาคนหนึ่งไปอย่างเงียบๆ

เขาชื่อ ซี.เค.หยาง (C.K.Yang) เขาเสียชีวิตด้วยอายุขัย 74 ปี ที่โรงพยาบาลในลอส แองเจลิส ประเทศสหรัฐอเมริกา

ซี.เค.หยาง ถือเป็นตำนานในกีฬาโอลิมปิกคนหนึ่งที่น่าจดจำ

การแข่งขันโอลิมปิกที่โรมเมื่อปี 1960 เขาแข่งในกีฬาที่เรียกว่าทศกรีฑาและขับเคี่ยวคู่กันมากับนักกีฬาชาวอเมริกันซึ่งเป็นตัวเก็ง ราฟเฟอร์ จอห์นสัน ซึ่งแท้จริงก็เพื่อนซี้เขาในมหาวิทยาลัยที่ลอสแองเจลิสนั่นเอง

แต่เขาเข้าเป็นที่สองแค่เสี้ยววินาทีและได้รับเหรียญเงิน แต่เป็นชัยชนะที่ถือว่ายิ่งใหญ่สำหรับบ้านเกิดในไต้หวัน

นับเป็นครั้งแรกที่มีคนจีนขึ้นแทนยืนบนที่รับเหรียญรางวัลในฐานะผู้ชนะ

พิธีศพของเขาถูกคารวะและประธานาธิบดีเฉิน สุ่ย-เปียน สดุดีเขาด้วยในฐานะบุคคลสำคัญที่เคยทำชื่อเสียงให้ประเทศ แต่เจ้าหน้าที่ไต้หวันกลับปฏิเสธคำร้องขอที่จะฝังศพเขาไว้ที่สนามฝึกกีฬาแห่งชาติที่บ้านเกิด โดยอ้างว่าไม่มีที่ว่างและพื้นที่กำลังจะเปลี่ยนไปเป็นฐานทัพทหาร

แต่เขาจะถูกไปฝังไว้ในพื้นที่ใหญ่โตกว่าในหอเกียรติยศที่บ้านเกิดเมืองไต้ถุง ซึ่งจะมีสวนสาธารณะและเขาจะมีอนุสาวรีย์ด้วยที่นี่

ก่อนเสียชีวิต หยางได้ข้ามไปยังจีนแผ่นดินใหญ่เพื่อรณรงค์ขณะที่ปักกิ่งกำลังแข่งขันที่จะเป็นเจ้าภาพโอลิมปิก เขาเสียชีวิตในเวลาที่รอคอยคำเชิญจากรัฐบาลปักกิ่งให้ไปเป็นแขกรับเชิญกิตติมศักดิ์ที่กรุงปักกิ่ง

แน่นอนว่าโอลิมปิกจะเป็นการเปิดตัวจีนในฐานะมหาอำนาจของโลก และจะเป็นเวทีสำคัญของนักกีฬาเอเชีย

จีนเองก็คาดหวังที่จะกวาดเหรียญทองให้ได้มากที่สุด

นักกีฬาในเอเชียที่ชาวต่างประเทศรู้จักทั่วโลกได้แก่ เหยาหมิงในกีฬาบาสเกตบอล อิชิโร ซูซูกิ จากเบสบอล และภราดร ศรีชาพันธุ์ จากเทนนิส


แต่ในโอลิมปิก นักกีฬา จากเอเชียมีคนรู้จักน้อยมาก

เมื่อปี 1951 หยางอยู่ในช่วงวัยรุ่น เข้าแข่งในเอเชียนเกมส์ที่กรุงนิวเดลฮี ต่อมาในปี 1954 จัดอีกที่ฟิลิปปินส์เขาต้องการเข้าร่วมแข่ง และเริ่มฝึกกระโดดสูงโดยเสาและไม้คานทำจากไม้ไผ่

ไม่นานฝีมือเขาถึงขั้นและร่วมทีมชาติ โดยอยู่ในทีมกรีฑากลุ่มเล็กๆ โดยเขาวิ่งประเภทลู่ และกระโดดสูง และเล่นกรีฑาประเภทลานโดยพุ่งแหลน ซึ่งเขาเอาชนะพวกผู้เชี่ยวชาญได้ทุกคน

“เฮ้ย...ลื้ออย่ามาแข่งในกีฬาประเภทที่อั๊วถนัดนะเว้ย” พวกนักกีฬาต่างๆ พากันผลักดันให้หยางไปเล่นกีฬาอื่นๆ เพราะรู้ว่าเขาเล่นกีฬาได้หลายประเภท และทุกประเภทเขาชนะทุกคน”

แต่เขาไม่มีอุปกรณ์กีฬา บางทีเขาต้องอาศัยเสาไฟฟ้าเป็นอุปกรณ์เพื่อเขาจะเล่นกีฬาค้ำถ่อ แค่วันเดียวเท่านั้นก็เขาก็ทำสถิติได้เท่ากับสถิติที่ดีที่สุดของประเทศแล้ว แม้จะไม่มีอุปกรณ์ดีๆ เท่า

การที่เขาเล่นกีฬาครบสิบอย่างด้วยคะแนนสูงมาก ทำให้กฎกติกาของการทำแต้มในการแข่งขันระหว่างประเทศของทศกรีฑาต้องปรับเปลี่ยนหมด

เมื่อเขามาเรียนที่มหาวิทยาลัย UCLA เขาเริ่มฝึกยกน้ำหนัก และมีคนสนับสนุนเขาคือ จอห์นสัน ซึ่งเวลานั้นถือสถิติโลกและเป็นขวัญใจของหยาง ทำให้เขาฝึกหนักกว่าเดิม

ทั้งสองกลายเป็นเพื่อนซี้เพื่อนตาย (แม้แต่วันตายของหยาง จอห์นสัน อยู่เคียงข้างเขาด้วย)

แม้ว่าทั้งคู่ต้องแข่งกันเอง แต่หลังจากเข้าเส้นชัย คนดูทั้งอัศจรรย์ก็เห็นนักกรีฑาทั้งสองคนวิ่งเข้ากอดกันเคียงบ่าเคียงไหล่

หลังจากนั้นหยางก็ทำลายสถิติโลกทุกประเภทที่จอห์นสันทำได้ และในปี 1963 เขาได้รับขนามนามจากนิตยสารสปอร์ต อัลลัสสเตเตท ให้เป็นนักกีฬาที่ดีที่สุดของโลก

สำหรับนักกีฬาเอเชียอีกคนที่ถูกกล่าวถึงมาก คือชาวเกาหลีซึ่งเป็นตำนานเหมือนหยาง

เขาคือโซน คี จุง คนนี้ชนะที่หนึ่งในการวิ่งทนมาราธอนในโอลิมปิกที่นาซีเยอรมนีจัดในเบอร์ลิน ปี 1936 เวลานั้นญี่ปุ่นยึดครองเกาหลีอยู่ โซน คี จุง จึงต้องแข่งในชื่อคิเตอิ ซอน และร่วมอยู่ในทีมชาติญี่ปุ่น

แต่ในปี 1988 เมื่อเกาหลีเป็นเจ้าภาพโอลิมปิก รัฐบาลได้ให้เกียรติเขาเป็นผู้จุดคบเพลิงในพิธีเปิดกีฬาครับ

ยังมีชื่อที่น่าจำอื่นๆ อีก เช่น ชีเช็ง นักวิ่งจากไต้หวันซึ่งไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อน

แล้วก็มีนายกุนาลิน เข้าแข่งโอลิมปิกมา 2 ครั้ง ในนามมาเลเซีย ในปี 1965 แข่งเอเชียนเกมส์ แต่พลาดเหรียญทองแค่เสี้ยววินาที เพราะคนได้ที่หนึ่งยืดคอเอาชนะไปได้ แต่ต่อมาเขาก็ชนะได้เหรียญทองวิ่ง 100 เมตรจนได้ แม้ว่าอายุจะ 33 แล้ว และแข่งต่อจนอายุ 39 จึงเลิกรา

สำหรับหยางนั้น...เขาบอกว่าเขาเริ่มจากเป็นมือสมัครเล่นก่อนและตลอดอาชีพเขาไม่เคยได้เงินจากกีฬาเลย และมาเลิกเล่นกรีฑาหลังโอลิมปิกปี 1965 ซึ่งเขาเข้าเส้นชัยเป็นที่ 5 เพราะจับไข้ แต่หน่วยข่าวกรองรายงานว่าจีนแผ่นดินใหญ่วางยาเขา

หลังมาอยู่ไต้หวันได้พักหนึ่ง เขาไม่เคยได้รับอาชีพโค้ช แต่กลับเป็นโค้ชให้กับทีมชาติเกาหลีไต้เสียฉิบ

เขามีถิ่นพำนักในแคลิฟอร์เนียและฮาวาย มีบ้านชั้นเดียว เขากล่าวว่าการเป็นนักกีฬาต้องเปิดใจให้ผู้อื่นด้วย และเวลาอยู่ในทีมก็กินข้าวกับจานสังกะสีเหมือนนักกีฬารุ่นน้อง

ครับ... ตำนานของหยาง ผู้ทำลายสถิติของเพื่อนร่วมทีมซึ่งอยู่ใกล้ชิดเขาจนวันตาย อาจเป็นแรงดลใจให้นักกรีฑาเอเชียอีกหลายคนที่กำลังเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับโอลิมปิกที่ปักกิ่งในอีกไม่นานนี้