สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เตรียมชงนายกฯบริหารจัดการหวยบนดิน โดยเสนอให้ภาคเอกชนเป็นผู้ดำเนินการภายใต้กฎเกณฑ์ของรัฐ ระบุหากรัฐบาลดำเนินการเองจะทำให้เยาวชนเข้าใจผิดคิดว่าอบายมุขและการพนันเป็นสิ่งที่ดี เผยผลสำรวจพบเยาวชนซื้อหวยถึง 1.5 ล้านคน คิดเป็นเงิน 3,600 ล้านบาทต่อปี
แหล่งข่าวจากสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สป.) เปิดเผยว่า คณะทำงานเรื่องหวยบนดิน เตรียมเสนอแนะความเห็นการบริหารจัดการสลากพิเศษแบบ เลขท้าย 2 ตัว 3 ตัว ให้ พล.อ.สุ รยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี พิจารณา เพื่อสร้างความเป็นธรรม และความโปร่งใส ในการนำรายได้มาช่วยเหลือประชาชนที่ยากจนให้มีชีวิตที่ดี เช่น เกษตรกร, ผู้พิการ, กลุ่มผู้ด้อยโอกาส และผู้สูงอายุ เป็นต้น รวมถึงจะเสนอว่าภาครัฐไม่ควรทำธุรกิจหวยบนดินเอง แต่ให้เอกชน เป็นผู้ดำเนินการภายใต้กฎเกณฑ์ของรัฐ เพราะหากรัฐบาลเป็นเจ้ามือเอง ทำให้กลุ่มเยาวชนเข้าใจผิดว่าอบายมุขและการพนันเป็นสิ่งที่ดี จนเกิดพฤติกรรมเลียนแบบตามมาภายหลัง
สำหรับรายได้จากการจำหน่ายหวยรัฐบาลไม่ควรชัดสรรให้กับกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง โดยตรง โดยเฉพาะทุนการศึกษา แต่รัฐควรนำรายได้เข้าสู่งบประมาณแผ่นดิน แล้วจึงจัดสรรงบประมาณไปสู่ภาคสังคม และกลุ่มคนยากจนในสัดส่วนที่มากกว่าเดิม เพราะหากนำเงินรายได้จากหวยโดยตรง ทำให้ผู้ที่รับเงินไม่มีความภูมิใจ หรือไม่เห็นคุณค่า มากนัก เนื่องจากเป็นเงินอบายมุข ซึ่งไม่เหมือนกับเงินของแผ่นดินที่มาจากภาษีประชาชน
“ก่อนหน้านี้ สป.ได้นำเสนอข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการดำเนินนโยบาย หวยบนดินให้รัฐบาลพิจารณาแล้ว 3 ครั้ง โดยครั้งที่ 1เมื่อวันที่ 19 ส.ค.2546 ครั้งที่ 2 วัน ที่ 1 พ.ย 2547 และ ครั้งที่ 3 วันที่ 27 พ.ย. 2549 เช่นรัฐบาลควรบริหาร รายได้ด้วยความโปร่งใส และ สามารถตรวจสอบได้ พร้อมทั้งมีคำเตือนเผยแพร่ ในสลากให้ประชาชนได้พิจารณา เช่น “การซื้อหวยเป็นการสูญเสียเงิน ไม่ก่อให้เกิดผลตอบแทนที่แท้จริง และควรหลีกเลี่ยงการซื้อหวย” เป็นต้น โดย 2 ครั้งแรกเสนอให้รัฐบาลชุดเก่า แต่ยังไม่ได้ตอบรับเท่าที่ควร ขณะที่ครั้งที่ 3 เสนอให้รัฐบาลชุดนี้ก็มีการเปลี่ยนแปลงระดับที่ดี และเชื่อว่าการเสนอครั้งที่ 4 จะมีส่วนช่วยให้ ประชาชนลดการซื้อหวยลดได้”
แหล่งข่าวเปิดเผยด้วยว่า สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้รับผลสำรวจพบว่าครัวเรือนที่เล่นหวย ซื้อหวยบนดิน เฉลี่ย คนละ 502 บาทต่อเดือน ขณะที่หวยใต้ดินเฉลี่ยคนละ1,347 บาทต่อเดือน นอกจากนี้ยังพบว่าคนอีสาน เล่นหวยมากที่สุด รองลงมาคือคนกรุงเทพฯ โดยกลุ่มที่นิยมเล่นหวยใต้ดินมากสุด มีอายุมากกว่า 50 ปีขึ้นไป และมีรายได้ เฉลี่ยเดือนละ 5,000-10,000 บาท ซึ่งมีอาชีพรับจ้างทั่วไปหรือผู้ใช้แรงงาน
นอกจากนี้ยังเป็นห่วงการนิยมซื้อหวยของกลุ่มเด็ก และเยาวชนจากข้อมูล พบว่าคนกลุ่มนี้ซื้อหวยรัฐบาลประมาณ 1.5 ล้านคน คิดเป็นเงิน 3,600 ล้านบาท ต่อปี หรือเฉลี่ย คนละ 200 บาทต่อเดือน เมื่อแบ่งเป็นระดับการศึกษาพบว่าเด็กประถมเล่นหวย 6 % มัธยมศึกษาตอนต้น 12 % มัธยมศึกษาตอนปลาย 17 % อาชีวะศึกษา 25% และระดับอุดมศึกษา 27%
แหล่งข่าวจากสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สป.) เปิดเผยว่า คณะทำงานเรื่องหวยบนดิน เตรียมเสนอแนะความเห็นการบริหารจัดการสลากพิเศษแบบ เลขท้าย 2 ตัว 3 ตัว ให้ พล.อ.สุ รยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี พิจารณา เพื่อสร้างความเป็นธรรม และความโปร่งใส ในการนำรายได้มาช่วยเหลือประชาชนที่ยากจนให้มีชีวิตที่ดี เช่น เกษตรกร, ผู้พิการ, กลุ่มผู้ด้อยโอกาส และผู้สูงอายุ เป็นต้น รวมถึงจะเสนอว่าภาครัฐไม่ควรทำธุรกิจหวยบนดินเอง แต่ให้เอกชน เป็นผู้ดำเนินการภายใต้กฎเกณฑ์ของรัฐ เพราะหากรัฐบาลเป็นเจ้ามือเอง ทำให้กลุ่มเยาวชนเข้าใจผิดว่าอบายมุขและการพนันเป็นสิ่งที่ดี จนเกิดพฤติกรรมเลียนแบบตามมาภายหลัง
สำหรับรายได้จากการจำหน่ายหวยรัฐบาลไม่ควรชัดสรรให้กับกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง โดยตรง โดยเฉพาะทุนการศึกษา แต่รัฐควรนำรายได้เข้าสู่งบประมาณแผ่นดิน แล้วจึงจัดสรรงบประมาณไปสู่ภาคสังคม และกลุ่มคนยากจนในสัดส่วนที่มากกว่าเดิม เพราะหากนำเงินรายได้จากหวยโดยตรง ทำให้ผู้ที่รับเงินไม่มีความภูมิใจ หรือไม่เห็นคุณค่า มากนัก เนื่องจากเป็นเงินอบายมุข ซึ่งไม่เหมือนกับเงินของแผ่นดินที่มาจากภาษีประชาชน
“ก่อนหน้านี้ สป.ได้นำเสนอข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการดำเนินนโยบาย หวยบนดินให้รัฐบาลพิจารณาแล้ว 3 ครั้ง โดยครั้งที่ 1เมื่อวันที่ 19 ส.ค.2546 ครั้งที่ 2 วัน ที่ 1 พ.ย 2547 และ ครั้งที่ 3 วันที่ 27 พ.ย. 2549 เช่นรัฐบาลควรบริหาร รายได้ด้วยความโปร่งใส และ สามารถตรวจสอบได้ พร้อมทั้งมีคำเตือนเผยแพร่ ในสลากให้ประชาชนได้พิจารณา เช่น “การซื้อหวยเป็นการสูญเสียเงิน ไม่ก่อให้เกิดผลตอบแทนที่แท้จริง และควรหลีกเลี่ยงการซื้อหวย” เป็นต้น โดย 2 ครั้งแรกเสนอให้รัฐบาลชุดเก่า แต่ยังไม่ได้ตอบรับเท่าที่ควร ขณะที่ครั้งที่ 3 เสนอให้รัฐบาลชุดนี้ก็มีการเปลี่ยนแปลงระดับที่ดี และเชื่อว่าการเสนอครั้งที่ 4 จะมีส่วนช่วยให้ ประชาชนลดการซื้อหวยลดได้”
แหล่งข่าวเปิดเผยด้วยว่า สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้รับผลสำรวจพบว่าครัวเรือนที่เล่นหวย ซื้อหวยบนดิน เฉลี่ย คนละ 502 บาทต่อเดือน ขณะที่หวยใต้ดินเฉลี่ยคนละ1,347 บาทต่อเดือน นอกจากนี้ยังพบว่าคนอีสาน เล่นหวยมากที่สุด รองลงมาคือคนกรุงเทพฯ โดยกลุ่มที่นิยมเล่นหวยใต้ดินมากสุด มีอายุมากกว่า 50 ปีขึ้นไป และมีรายได้ เฉลี่ยเดือนละ 5,000-10,000 บาท ซึ่งมีอาชีพรับจ้างทั่วไปหรือผู้ใช้แรงงาน
นอกจากนี้ยังเป็นห่วงการนิยมซื้อหวยของกลุ่มเด็ก และเยาวชนจากข้อมูล พบว่าคนกลุ่มนี้ซื้อหวยรัฐบาลประมาณ 1.5 ล้านคน คิดเป็นเงิน 3,600 ล้านบาท ต่อปี หรือเฉลี่ย คนละ 200 บาทต่อเดือน เมื่อแบ่งเป็นระดับการศึกษาพบว่าเด็กประถมเล่นหวย 6 % มัธยมศึกษาตอนต้น 12 % มัธยมศึกษาตอนปลาย 17 % อาชีวะศึกษา 25% และระดับอุดมศึกษา 27%


