xs
xsm
sm
md
lg

ระวังระบอบทักษิณโฉมใหม่

เผยแพร่:   โดย: สุวัฒน์ ทองธนากุล

เมื่อวานนี้ 5 แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้รับเชิญนั่งล้อมวงในรายการพิเศษถ่ายทอดสดทางเอเอสทีวี เป็นการรำลึกถึง 1 ปี ของขบวนการ “กู้ชาติ” ในการต่อต้านระบอบทักษิณ

มีการเล่าย้อนถึงการตัดสินใจบางอย่างในการชุมนุมและเคลื่อนไหวครั้งนั้น ที่เป็นเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองไทย นับเป็นพัฒนาการต่อสู้ของภาคประชาชนที่ผนึกกำลังกันเหนียวแน่นและประสานความร่วมมืออย่างกว้างขวาง ทั้งระดับชนชั้นและความหลากหลายของอาชีพ

คนนับหมื่นนับแสนที่มาชุมนุมแต่เหตุการณ์มาเพราะทนไม่ได้ต่อพฤติกรรมการขาดคุณธรรมและการทุจริตคอร์รัปชั่นในแวดวงผู้นำนักการเมือง กลายเป็นกระแสสุกงอมจนทำให้รัฐบาลทักษิณถูกรัฐประหาร

พล.ต.จำลอง ศรีเมือง เชื่อมั่นว่า จากนี้ไปจะมีพลังเหล่านี้จะเป็นดุลย์ถ่วงนักการเมืองที่ประพฤติไม่ดี ดำเนินนโยบายที่เป็นผลร้ายต่อสังคมและประเทศชาติ การรวมตัวเพื่อต่อสู้คัดค้านจะเกิดขึ้นอีก

แต่คุณสนธิ ลิ้มทองกุล เรียกปรากฏการณ์นี้ว่า “พลังสัมมาปัญญา” คือพลังทางสังคมที่มีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องดีงาม และคัดค้านความไม่เที่ยงธรรม และถึงวันนี้ได้รับเสียงสนับสนุนอย่างกว้างขวาง ให้อยู่เพื่อส่วนรวมต่อไป ในลักษณะองค์กรภาคเอกชน ในนาม “มูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน” หรือ Thailand Watch Foundation ที่ได้เริ่มขับเคลื่อนแล้ว

เมื่อมีคนมาให้กำลังใจหรือแสดงความยินดีกับพลังของเครือข่ายพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยคุณสนธิมักบอกว่า การต่อสู้ยังไม่จบ และจะยิ่งเหนื่อยกว่าเก่าอีกด้วย

คุณสนธิอุปมาให้ฟังว่า

“เมื่อก่อนเราสู้กับทักษิณ ซึ่งเหมือน “เสือ” ที่เห็นตัวชัด แต่ตอนนี้เหมือนเราสู้กับ “ยุง”

ก็เห็นจะจริง เพราะ “สัมมาปัญญา” คือปัญหาของคนหลายกลุ่ม ที่ทำให้เกิดความสับสนและการจัดบริหารจัดการของผู้มีหน้าที่ทำได้ไม่ตรงจุด ไม่สะเด็ดน้ำก็สร้างความรำคาญได้

โจทย์ใหญ่ที่สร้างปัญหาจนถึงขั้นวิกฤติในชาติก็คือตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่ใช้อำนาจเงินมาผูกขาดอำนาจทางการเมือง แล้ว ไปครอบงำกลไกต่างๆเพื่อแสวงหาผลประโยชน์

จนทำให้ระบบและบุคคลในกลไกการบริหารทางการเมืองและระบบราชการถูกทำลายหลักธรรมาภิบาลไปในทุกวงการ

ถ้าผู้นำคณะรัฐประหารหรือคมช. และนายกรัฐมนตรี เข้าใจชัดถึงภารกิจเร่งด่วนที่เป็นวาระแห่งชาติตั้งแต่แรก การกำหนดยุทธศาสตร์ ยุทธวิธี และการคัดสรรตัวบุคคลที่ต้องตื่นตัวและเอาจริงกับการจัดการปัญหา ป่านนี้คงไม่ต้องมาคอยแก้เกมการป่วนทั้งนอกประเทศและในประเทศ

แต่ถึงอย่างไรสังคมก็ยังอยากให้ คมช.และผู้นำรัฐบาลทำภารกิจให้สำเร็จ

ที่สำคัญคือ “การปฏิรูปการเมือง”

ความเสียหายทางเศรษฐกิจและสังคม ต้นตอเริ่มจากผู้นำทางการเมืองที่ใช้อำนาจสร้างระบบเลวทางการเมือง

รัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 ซึ่งผ่านการมีส่วนร่วมของประชาชนจนจัดว่าเป็นกติกาที่อยู่ในขั้นดี แต่ก็ถูกย่ำยีจาก “คนเหลี่ยมจัด” จนใช้งานไม่ได้ดี

กลไกการตรวจสอบการทำงานของนักการเมืองเพื่อควบคุมไม่ให้ใช้อำนาจทำการทุจริตก็ทำงานไม่ได้

สื่อมวลชนซึ่งมีหน้าที่ตรวจสอบนักการเมืองซึ่งเป็นบุคคลสาธารณะ ก็ถูกแทรกแซง และกลั่นแกล้งเล่นงานทั้งโดยระบบทุนและใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือฟ้องร้อง จนทำงานด้วยความยากลำบาก ยิ่งเป็นสื่อของรัฐก็ได้แต่รับใช้แต่เรื่องบวกด้านเดียว

ดังนั้นการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ หรือการจะมีกฎหมายเพื่อส่งเสริมและควบคุมจริยธรรมของนักการเมืองและเจ้าหน้าที่รัฐที่เรียกว่า พ.ร.บ.ส่งเสริมธรรมาภิบาล จึงต้องคำนึงถึงบทเรียนจากความเป็นจริง

“แง่ดีของความไม่ดี” ที่เกิดขึ้นจากระบอบทักษิณน่าจะเป็นข้อมูลที่สามารถนำไปพิจารณา ปรับจุดอ่อนรัฐธรรมนูญฉบับ 2540

ขณะเดียวกันการแก้กฎหมายเดิมและการร่างกฎหมายใหม่เพื่อควบคุมให้เกิดจริยธรมในการบริหารของนักการเมืองและข้าราชการ ก็จะได้ประโยชน์จากตัวอย่างพฤติกรรมการฉ้อฉลและพฤติกรรมการขาดคุณธรรมในการในการบริหาร มาประกอบการร่างกฎกติกาให้รัดกุม

เพื่อให้มีผลในทางปฏิบัติ

เป็นการใช้วิกฤติให้เป็นโอกาสในการเริ่มต้นใหม่

ด้วยการสร้างกฎกติกามารยาทมาควบคุม ขณะเดียวกันก็ต้องใช้สื่อของรัฐด้านวิทยุและโทรทัศน์ในช่วงเวลาที่คนดูมาก จัดรายการสนทนาเพื่ออธิบายชี้ให้เห็นความชั่วร้ายและความเสียหายจากระบอบทักษิณ ซึ่งมีข้อมูลความผิดมากมาย

เพื่อให้สังคมระดับกว้างเข้าใจปัญหาและเกิดค่านิยมไม่ยอมรับคนทุจริตรังเกียจคนขาดคุณธรรม

ส่วนการแสดงท่าทีลาออกของพรรคเก่า แล้วรวมกลุ่มเพื่อเตรียมร่วมมือหรือร่วมตั้งพรรคใหม่ของบรรดานักการเมืองหน้าเก่า

ก็เป็นวิธีการปกติของนักการเมืองที่เคลื่อนไหวเพื่อปรับตัวเตรียมหาโอกาสกลับมาเป็นรัฐบาล

แต่ถ้ากฎกติกาใหม่ไม่สามารถป้องกันคนไม่ดี หรือควบคุมให้กลับตัวกลับใจได้ วงจรเก่าก็จะกลับมาอีก

เพราะแม้ว่าตัวคุณทักษิณ ดูจะไม่มีโอกาสกลับมาครองอำนาจได้อีก

แต่ถ้าขาดการสื่อสารรณรงค์ให้รู้ทันความเลวร้ายของนักธุรกิจการเมือง ขณะที่การสร้างรัฐธรรมนูญรวมทั้งกฎกติกาใหม่ที่แก้จุดอ่อนไม่ได้ครบถ้วน

คนที่ขาดปัญญา และยังหลงอยู่กับผลประโยชน์จากนักการเมืองแบบเก่า รวมทั้งคนที่แม้มีปัญหา แต่ติดยึดในรูปแบบโดยไม่คำนึงถึงเนื้อแท้ของความถูกต้องเป็นธรรม แล้วร่ำร้องแต่จะให้จัดการเลือกตั้ง ก็เข้าทางทักษิณ

แล้วเราก็อาจจะเจอระบอบทักษิณในรูปโฉมใหม่ให้เหนื่อยกันอีก
กำลังโหลดความคิดเห็น...