xs
xsm
sm
md
lg

"แม้ว"จ้างเจมส์เบเกอร์สู้ คมช. ล็อบบี้สหรัฐฯ ช่วยกลับไทย

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

ผู้จัดการรายวัน - "กอร์ปศักดิ์"แฉ"แม้ว"จ้าง ล็อบบี้ยีสต์ บริษัท เบเกอร์ บ๊อทส์ ของนายเจมส์ เอ.เบเกอร์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯ ที่มีความใกล้ชิดกับนายจอร์จ บุช อดีตประธานาธบดีสหรัฐฯ อ้างเป็นนายกฯที่ได้รับการเลือกตั้งโดยเสรี วิ่งพล่านหาทางกลับไทย แนะคมช.-รัฐบาล เรียกตัวกลับจัดการข้อหากบฎ ทนายแม้วแก้ต่างยันระบุชัดว่าจ้างโดยตำแหน่งนายกฯที่ถูกให้ออกจากตำแหน่งด้วยการยึดอำนาจ ด้านหมอประเวศอัดทักษิณไม่รู้สำนึก ชี้ตั้งอัยการพิเศษสอบ

นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ กรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ แถลงพร้อมนำเอกสารการว่าจ้างบริษัทล็อบบี้ยีสต์ บริษัทที่ 2 ของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกณัฐมนตรีมาเปิดเผยด้วย โดยนายกอร์ปศักดิ์ระบุว่า เมื่อช่วงปลายเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา ได้นำรายละเอียดการว่าจ้างบริษัทล็อบบี้ยีสต์ ของพ.ต.ท.ทักษิณ ให้มาช่วยงานการเมือง ในระหว่างที่ยังเป็นนายกรัฐมนตรีอยู่ โดยได้จ้าง บริษัทบาร์เบอร์ กริฟฟิธ แอนด์ โรเจอร์ส จำกัด เมื่อวันที่ 7 ก.ย. 2549 ซึ่งพ.ต.ท.ทักษิณไม่เคยให้คำตอบว่าเป็นนายกรัฐมนตรีแล้วเหตุใดจึงต้องไปจ้างบริษัทล็อบบี้ยีสต์เป็นการส่วนตัวด้วย และหลังจากนั้นเมื่อวันที่ 11 ธ.ค.2549 พ.ต.ท.ทักษิณ จ้างบริษัทล็อบบี้ยีสต์เพิ่มอีกหนึ่งบริษัท ชื่อบริษัท BAKER BOTTS L.L.P. (เบเกอร์ บ๊อทส์ จำกัด) ของนายเจมส์ เอ.เบเกอร์ ซึ่งเคยป็นอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯ ที่มีความใกล้ชิดกับนายจอร์จ บุช อดีตประธานาธบดีสหรัฐฯ

นายกอร์ปศักดิ์ กล่าวต่อว่า วันที่จ้างบริษัทเบเกอร์ บ๊อทส์ จำกัด คือวันที่ 11 ธ.ค. 2549ซึ่งขณะนั้นพ.ต.ท.ทักษิณ เริ่มตระเวณไปยังต่างประเทศแล้วเข้าใจว่าอยู่ที่ประเทศจีน และในประเด็นที่พ.ต.ท.ทักษิณ ใช้ที่อยู่ละเอียดชัดเจนว่า 55 พาร์คเลน ลอนดอน ประเทศอังกฤษ ขณะเดียวกันพ.ต.ท.ทักษิณ ก็มีสำนักงานอยู่ที่สหรัฐฯ ด้วย ที่น่าสนใจคือแบบฟอร์มดังกล่าวต้องรายงานต่อสภาของสหรัฐฯ ซึ่งการรายงานครั้งนี้ต้องรายงานด้วยว่าผู้ว่าจ้างบริษัทล็อบบี้ยีสต์คือใคร มีสถานะภาพเป็นอย่างไร โดยพ.ต.ท.ทักษิณได้อธิบายว่าเป็นนายกรัฐมนตรีที่ได้รับการเลือกตั้งโดยเสรี แต่ไม่ได้บอกว่าเคยเป็นนายกรัฐมนตรี

เขา กล่าวว่าในส่วนงานของนายเจมส์ เอ. เบเกอร์ ผู้รับทำเรื่องนี้มีเขียนระบุไว้ว่าทำเกี่ยวกับเรี่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและเรื่องที่เกี่ยวกับรัฐบาล โดยพ.ต.ท.ทักษิณได้จ้างนายเจมส์ เอ. เบเกอร์ให้ช่วยพัฒนาวางแผนยุทธศาสตร์และปฏิบัติการให้เป็นไปตามแผนที่วางไว้ ในหลายเรื่องที่เกี่ยวกับกฎหมายระหว่างประเทศ รวมทั้งปัญหาทางการเมืองที่พ.ต.ท.ทักษิณ กำลังเผชิญอยู่ขณะนี้หลังการปฏิวัติ นอกจากนั้นบริษัทเบเกอร์ บ๊อทส์ จำกัด ยังบอกด้วยว่าจะทำหน้าที่คอยตรวจสอบการปรับเปลี่ยนนโยบายของสหรัฐที่มีต่อรัฐบาลชั่วคราวของไทย คือรัฐบาลพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ว่าจะมีการปรับเปลี่ยนอย่างไร

นายกอร์ปศักดิ์ กล่าวต่อว่านอกจากนั้นยังมีเรื่องที่พ.ต.ท.ทักษิณต้องการกลับประเทศไทยโดยนาย เจมส์ เอ.เบเกอร์รับปากว่าจะทำทุกวิถีทางที่จะไม่ให้นโยบายของสหรัฐที่เกี่ยวกับการกลับประเทศมีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งตนก็ไม่รู้ว่าพ.ต.ท.ทักษิณจะกลับมาประเทศไทยหรือไม่กลับ ไปเกี่ยวอะไรกับสหรัฐด้วย แต่เชื่อว่าในสายตาของรัฐบาลสหรัฐมีจุดยืนของเขาอยู่ ในขณะนี้คือรัฐบาลสหรัฐไม่ได้ยอมรับรัฐบาลชั่วคราวของไทยร้อยเปอร์เซ็นต์

ดังนั้นหน้าที่ของนาย เจมส์ เอ. เบเกอร์ คือ คอยเฝ้าดูและให้เกิดความมั่นใจว่าจะไม่เกิดการยอมรับในรัฐบาลชั่วคราวของไทย ทั้งนี้การบอกสถานะของตัวเองว่า ฉันนั้นยังเป็นนายกรัฐมนตรีอยู่ กับการไปจ้างต่างชาติ ที่เป็นคนสำคัญใกล้ชิดกับครอบครัวของประธานาธิบดีบุชมาก ให้คอยช่วยเฝ้าระวัง เพราะรู้ว่าขณะนี้รัฐบาลสหรัฐมีนโยบายชัดเจนในรัฐบาลของเราว่ายอมรับอยู่ เพียงแต่บางเรื่องยังไม่ร้อยเปอร์เซ็นเช่น เรื่องเอฟทีเอ ก็จะไม่เจราจาด้วย ซึ่งนายเบเกอร์มีหน้าที่อย่างเดียวคือคอยเฝ้าดูและไม่ให้นโยบายนี้เปลี่ยนแปลง

“การที่ผมนำเรื่องนี้ออกมาเปิดเผยเพื่อที่จะให้ช่วยกันบอกกับประชาชนทั้งประเทศว่า คุณทักษิณยังไม่เลิกเล่นการเมือง คุณทักษิณพูดอย่างหนึ่งทำอย่างหนึ่ง คุณทักษิณต้องการกลับมาเมืองไทยโดยเร็วที่สุดและกำลังพยายามที่จะกลับมาเมืองไทย โดยจะใช้รัฐบาลต่างชาติให้ช่วยสนันสนุนว่าคุณทักษิณมีสิทธิ์ร้อยเปอร์เซ็น แต่ไม่ได้กลับมาในฐานะคนไทยธรรมดา คุณทักษิณกำลังจะบอกว่าเขากลับมาในฐานะเป็นนายกรัฐมนตรีที่ได้รับการเลือกตั้งโดยเสรี และเขายังเชื่อมั่นว่ายังเป็นนายกรัฐมนตรีอยู่”

เขา กล่าวว่า อยากฝากถามไปยังเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำประเทศไทย ให้ช่วยบอกว่านโยบายของสหรัฐฯ ที่เกี่ยวกับการกลับมาของพ.ต.ท.ทักษิณ เป็นอย่างไร ซึ่งคนไทยมีสิทธิ์ที่จะต้องรับรู้ และข้อมูลตรงนี้คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์สำหรับคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช) )และรัฐบาลจะนำไปพิจารณา ส่วนจะนำไปดำเนินการอย่างไรนั้นตนจะคอยติดตามดู ทั้งนี้ข้อมูลที่นำมาเปิดเผยครั้งนี้ถือเป็นข้อมูลใหม่สุด แต่ตัวแทนของพ.ต.ท.ทักษิณ กลับปิดเงียบไม่เคยบอกอะไร บอกแต่เพียงว่าไม่อยากให้เรื่องนี้ยืดเยื้อต่อไป แต่ข้อเท็จจริงมันไม่ใช่ เพราะในขณะที่เขาบอกพวกเราอย่างหนึ่งเขาก็ทำอีกอย่างหนึ่ง หากเรื่องนี้เปิดเผยออกไปประชาชนคนไทยจะตัดสินใจอะไรที่เกี่ยวกับตัวพ.ต.ท.ทักษิณได้ดีขึ้น เพราะการจ้างบริษัทล็อบบี้ยิสต์ ครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องของการเผยแพร่ข่าวหรือประชาสัมพันธ์ แต่สำคัญมากกว่านั้น

นายกอร์ปศักดิ์ กล่าวว่า ตนไม่ใช่นักกฎหมาย แต่คิดว่าน่าจะผิดกรณีที่นายกรัฐมนตรีได้รับโปรดเกล้ามาแล้ว แต่คนที่เป็นอดีตนายกรัฐมนตรียังไปรายงานรัฐสภาสหรัฐฯว่า ตัวเองยังเป็นนายกรัฐมนตรีอยู่ กบฎหรือเปล่าตนไม่ทราบ แต่คิดว่าจริง ๆ น่าจะเรียกตัวพ.ต.ท.ทักษิณ กลับมาได้แล้ว เพราะอย่างนี้มันไม่ได้ เนื่องเอกสารดังกล่าวจะบอกว่าติ๊กผิดติ๊กถูกไม่ได้ เพราะเป็นเอกสารที่รายงานต่อรัฐสภาสหรัฐฯ ซึ่งถือเป็นเอกสารเปิดเผยไม่มีอะไรปิดบัง ใครก็เข้าไปตรวจสอบได้ เมื่อถามว่า การที่ระบุว่าพ.ต.ท.ทักษิณ เป็นกบฎหมายความว่าอย่างไร นายกอร์ปศักดิ์ กล่าวว่า อยู่ดีๆไปเป็นนายกรัฐมนตรีพลัดถิ่น ซึ่งไม่ได้พูดเฉยๆ แต่เขียนไว้ชัดเจนว่าเป็นนายกรัฐมนตรี หากเขียนว่าเป็นอดีตนายกรัฐมนตรี ตนก็จะไม่นำเรื่องนี้มาพูดเพราะเป็นเรื่องจริงที่มีสิทธิ์ทำอะไรได้

นายกอร์ปศักดิ์กล่าว่ารัฐบาลไม่ควรไปสนใจว่าพ.ต.ท.ทักษิณไปพูดอะไรที่ต่างประเทศเพราะเป็นเรื่องที่ไร้สาระทั้งนั้นถูกต้องแล้ว แต่การกระทำที่เกี่ยวกับรัฐบาลสหรัฐฯและรัฐบาลไทยในเรื่องของนโยบายนั้น รัฐบาลสหรัฐฯ ต้องออกมายืนยันว่านายเจมส์ เบเกอร์ ไม่มีอิทธิพลทางความคิดกับการดำเนินนโยบายของประธานาธิบดีสหรัฐ แต่ ที่ตนกังวลมากคือ การล็อบบี้ในสหรัฐฯ สามารถทำได้ถูกกฎหมาย บางครั้งมีผลตามมาด้วย เพราะเงินที่ล็อบบี้ยีสต์ใช้ในแต่ละปีมหาศาลมาก ซึ่งตนต้องไปดูในเรื่องของเงินที่พ.ต.ท.ทักษิณใช้ว่าจ้างบริษัทดังกล่าว เพราะคนระดับนี้ว่าจ้างใครคงต้องใช้เงินมากพอสมควร และคงปิดเป็นความลับไม่ได้ แต่ต้องใช้เวลาอีก 6 เดือนจึงจะทราบ ทั้งนี้ในเรื่องของเม็ดเงินที่บริษัทล็อบบี้ยีสต์รายงานก็ต่อเมื่องานแล้วเสร็จ

**บัวแก้วยันเป็นสิทธิ์เอกชน

นายกิตติ วะสีนนท์ อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงถึงกรณีการว่าจ้างบริษัทเบเกอร์ บอตส์ ของพ.ต.ท.ทักษิณ ว่าในเรื่องนี้ขอตรวจสอบก่อน แต่การว่าจ้างบริษัทเอกชนนั้นคงเป็นสิทธิและเป็นเสรีภาพที่คงจะเข้าไปห้ามบริษัทไม่ให้รับจ้างได้ แต่หากมีการดำเนินการใดที่กระทบกระเทือนต่อความมั่นคงเป็นเรื่องที่ทางการไทยต้องเข้าไปพิจารณา

สำหรับท่าทีของสหรัฐฯที่มีกับไทย นายกิตติกล่าวว่ามีความสัมพันธ์ที่ดีและมีความร่วมมือที่ต่อเนื่องซึ่งคงไม่ต้องย้ำเกี่ยวกับการพบปะระหว่างผู้นำ โดยการติดต่อในช่วงที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ทางสหรัฐฯคงมีความสนใจในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ซึ่งในแง่ของกระทรวงต่างประเทศมีบทบาทในการชี้แจงข้อเท็จจริงให้ทั้งภาคธุรกิจ ภาคเอกชนและสาธารณชนทราบถึงสถานการณ์ที่แท้จริง ซึ่งสามารถพูดได้อย่างชัดเจนว่าสหรัฐฯก็มีความต้องการที่จะมีความสัมพันธ์ที่ดีกับประเทศไทย

**ขอบคุณจีนยืนข้างรัฐบาลไทย

นายกิตติ กล่าวถึงกรณีนายจาง จิ่ว หวน เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย ให้สัมภาษณ์ว่าจะไม่ให้พ.ต.ท.ทักษิณ ใช้ประเทศจีนเป็นฐานในการใช้สื่อและจะมีการถ่ายสอดกลับมายังประเทศไทย ว่า ต้องขอบคุณทูตจีนที่ยืนยันเรื่องดังกล่าวต่อสาธารณะชนไทยซึ่งทางการไทยโดยเฉพาะกระทรวงการต่างประเทศได้รับทราบนโยบายที่ชัดเจนของจีนและมีความร่วมมือที่ดีมาโดยตลอด โดยทางไทยพอใจท่าทีของจีน

เมื่อถามว่ากระทรวงจะขอความร่วมมือจากจีนเพิ่มเติมหรือไม่เพื่อไม่ให้เกิดกรณีอย่างไทยกับสิงคโปร์ นายกิตติกล่าวว่า ทูตจีนมีความแอ็คทีฟและเป็นนักการทูตอาวุโส และมีการติดต่อกับกระทรวงต่างประเทศอย่างต่อเนื่องจึงไม่มีช่องว่างในเรื่องการติดต่อ

**ทนายแม้วแก้ต่างตามเคย

นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมายส่วนตัวของพ.ต.ท. ทักษิณ กล่าวว่า การจ้างบริษัท เบเกอร์ บ็อทส์ มาให้คำปรึกษาด้านกฎหมายระหว่างประเทศ และตรวจสอบข้อมูลส่วนตัวนั้น ยืนยันว่าไม่ได้เป็นบริษัทล็อบบี้ยิสต์ และตามระเบียบข้อมูลที่ทางบริษัทดำเนินการทั้งหมดจะต้องแจ้งต่อสภาของสหรัฐฯ เราจึงคาดหมายอยู่แล้วว่าข้อมูลดังกล่าวจะมีคนนำมาเปิดเผย ส่วนประเด็นที่นายกอร์ปศักดิ์ ระบุว่าพ.ต.ท.ทักษิณอ้างตำแหน่งนายกรัฐมนตรีว่าจ้างบริษัทดังกล่าวทั้งที่พ้นจากตำแหน่งไปแล้วนั้น นายกอร์ปศักดิ์อ่านประโยคไม่ครบถ้วนแล้วนำมาเสนอ กังวลว่าจะทำให้เกิดความสับสน เพราะถ้าอ่านประโยคนั้นทั้งหมดจะเข้าใจว่าในเอกสารระบุว่าพ.ต.ท.ทักษิณเป็นอดีตนายกฯที่ถูกให้ออกจากตำแหน่งด้วยการยึดอำนาจ ถือเป็นประโยคอดีต และถ้าดูโครงสร้างไวยากรณ์ของประโยคแล้ว คำว่า was depos ถือเป็นอดีตที่ผ่านมาแล้ว และประโยคดังกล่าวนั้นเขียนเพื่อขยายชื่อพ.ต.ท.ทักษิณเท่านั้น และพ.ต.ท.ทักษิณก็ไม่ได้เป็นผู้ระบุประโยคนี้ แต่เป็นการดำเนินการของบริษัทเบเกอร์ บ็อทส์ ส่วนข้อกล่าวหาว่าพ.ต.ท.ทักษิณจ้างสื่อต่างประเทศนำเสนอข่าวตัวเองนั้น ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง พ.ต.ท.ทักษิณไม่เคยใช้เงินซื้อสื่อทั้งในและต่างประเทศ เรามั่นใจว่าสื่อมีจิตวิญญาณซื้อไม่ได้

**แนะตั้งอัยการพิเศษเชือดแม้ว

นพ.ประเวศ วะสี  ราษฎรอาวุโส กล่าวถึงกรณี พ.ต.ท.ทักษิณ เรื่องเศรษฐกิจพอเพียง ว่าประการแรกแสดงว่าพ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ได้สำนึกว่าตัวเองผิด คนที่สำนึกว่าตัวเองผิด จะต้องถ่อมตัว เงียบ สงบ เหมือนเมื่อก่อนมีรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม ของประเทศอังกฤษ ไปร่วมประเวณีกับโสเภณี และถูกจับได้เขาก็ลาออกและไปทำงานต่ำกว่าเดิม คือ ลงโทษตัวเองด้วยไปเป็นเจ้าหน้าที่ห้องสมุดประธานาธิบดีเกาหลี ถูกจับว่าคอรัปชั่น ก็ไปบวชสงบจิตใจ

นพ.ประเวศ กล่าวต่อว่า ประการที่สอง พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี และพล.อ.สนธิ บุญรัตกลิน ประธานคมช. ไม่ควรไปพูดโต้ตอบรายวัน การที่ทั้งสองออกมาพูดจะเป็นการให้ความสำคัญ แสดงความหวั่นไหว  ควรให้คนอื่นเป็นผู้โต้ตอบ ซึ่งมีกลไกอื่นของรัฐบาล ก็มีเยอะมาก ให้ทูตที่อยู่ในทุกประเทศชี้แจง  และในเมืองไทยก็ให้ทูตแต่ละประเทศมาฟังคำชี้แจง ว่าคุณทักษิณ ทำผิดอย่างฉกรรจ์ อย่างไรบ้าง จนกระทั่งต้องถูกขับไล่ออกไปนอกประเทศ หรือเชิญผู้สื่อข่าวต่างประเทศ มารับฟังโดยเชิญคนรู้ทันคุณทักษิณ ให้มาพูดกับสื่อต่างประเทศ  เพราะนายกฯและประธานคมช.นั้น พูดไม่เก่ง

นพ.ประเวศ กล่าวต่อว่า นายกฯ ควรต้องมีคณะที่ปรึกษาทำงาน 24 ชั่วโมง ที่จะคอยดูเหตุการณ์ในประเทศ นอกประเทศ เพื่อตามสถานการณ์ให้ทัน เพราะนายกฯ พูดผิดไม่ได้ตอนนี้กอดคอกันอยู่ 3 คน พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี นายกฯและประธานคมช.

“คุณทักษิณ นั้นชำนาญการพูดและปล่อยมายากลเก่ง และการที่สื่อต่างประเทศเอาไปลงแสดงว่าไม่เก่งจริง เพราะหากเก่งจริงก็ต้องรู้ละเอียดว่าคุณทักษิณ ทำอะไรที่ไม่ถูกต้องบ้างในเมืองไทยจนถูกขับไล่ออกนอกประเทศไป และก็ไม่รู้ว่า ใช้อำนาจเงินไปเท่าไหร่ เพราะมีเป็นหมื่นเป็นแสนล้าน เอาเงินไปทุ่มตรงไหนบ้าง ทำให้เกิดความเอียงขึ้นได้  ล็อบบี้สื่อไปเท่าไหร่ จ้างให้ทำข่าวมากแค่ไหน”

ส่วนข้อเสนอที่มีคนแนะนำว่า ควรทำสมุดปกขาว สมุดปกดำนั้น ก็เป็นแนวทางที่ดี เพราะการพูดต่อๆกัน บางครั้งอาจจะเพี้ยน การที่ไปปฏิวัติมา ก็ต้องมีเอกสารชี้แจงและต้องแจกให้ทั่วทั้ง ทูต ผู้สื่อข่าวต่างประเทศ ซีเอ็นเอ็น หนังสือไทม์ ประการต่อมา คือ เป็นสิ่งที่คนพูดกันมาก ว่า ก่อนที่จะเป็นคมช.นั้น อาจจะเรียกว่าใจดี หรือไม่รู้ทัน หรือยึดอำนาจไม่เป็น เพราะหากยึดเป็น ก็ต้องทราบว่า หากผู้นำถูกกล่าวหานั้นจะใช้วิธีธรรมดาไม่ได้

“อย่างประธานาธิบดีถูกกล่าวหาก็ต้องใช้วิธีพิเศษ ตั้งอัยการพิเศษขึ้นมาสอบสวนประธานาธิบดี ซึ่งอัยการพิเศษ มีอำนาจตามกฎหมาย  สามารถเรียกใครมาสอบสวนก็ได้ หากไม่มาจะถือว่าผิดกฎหมายจำคุกทันที ซึ่งในต่างประเทศจะให้งบประมาณมาก เพราะสามารถเรียกใครมาสอบสวนได้โดยอิสระ การจะใช้วิธีพิเศษกับคนที่มีอำนาจมากจะไม่สามารถทำได้ เพราะเคยอยู่ใต้อำนาจคนนั้นมาก่อน”

**"ทักษิณ"โผล่ที่เกาะบาหลี

ด้านพ.ต.ท.ทักษิณเดินทางไปถึงเกาะบาหลี ประเทศอินโดนีเซียเมื่อวานนี้(7) อ้างว่าไปเล่นกอล์ฟและช็อปปิ้ง นับเป็นการเยือนเกาะรีสอร์ตของแดนอิเหนาแห่งนี้เป็นเที่ยวที่ 2 ภายหลังเขาถูกรัฐประหารยึดอำนาจในเดือนกันยายนปีที่แล้ว ทั้งนี้เป็นรายงานของสำนักข่าวเอเอฟพี ซึ่งอ้างเว็บไซต์ข่าว เดติกคอม ของอินโดนีเซีย

เดติกคอมบอกว่า พ.ต.ท.ทักษิณเดินทางไปบาหลีด้วยเครื่องบินส่วนตัว และต่อมาก็ได้ไปเล่นกอล์ฟที่สนามกอล์ฟตาบานัน โดยได้บอกกับผู้สื่อข่าวว่า เขาชอบเล่นกอล์ฟ และชอบเกาะบาหลี จึงไปพักที่นั่นเพื่อเล่นกอล์ฟ

พ.ต.ท.ทักษิณกล่าวว่า ในครั้งนี้เขาไม่มีแผนการที่จะพบปะกับเพื่อนของเขา นายอะบูริซัล บาครี รัฐมนตรีกิจการสังคมของอินโดนีเซีย ทั้งนี้มีรายงานว่านายบาครีกำลังพัลวันอยู่กับการแก้ปัญหาน้ำท่วมอยู่ที่กรุงจาการ์ตา