xs
xsm
sm
md
lg

ทักษิณทำให้คนหาคุณธรรม

เผยแพร่:   โดย: สุวัฒน์ ทองธนากุล

ถ้าจับกระแสความสนใจของสังคมไทยขณะนี้จะพบว่า เรื่องคุณธรรมและความรักชาติ เป็นประเด็นที่ผู้ใฝ่ดีในสังคมเรียกหามากที่สุด

การที่ภาพยนตร์ “ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช” ได้รับการสนใจจากผู้คนอย่างเนืองแน่นจนคนดูเต็มทุกรอบ เพราะทุกคนอยากไปซึมซับวีรกรรมความเป็นผู้นำ และถวายสดุดีความรักชาติ และความเสียสละเพื่อรักษาความเป็นไทย

ขณะที่ข่าวการเมืองตามติดกระบวนการตรวจสอบและชี้มูลความผิดของขบวนการทุจริตโกงชาติ โกงแผ่นดินกำลังส่งผลชัดถึงการขาดคุณธรรมของผู้บริหารประเทศ

ยิ่งการฉ้อฉลและการใช้อำนาจทางการเมืองเพื่อโกงงบประมาณแผ่นดิน ยอมขายความมั่นคงของชาติเพื่อแลกกับผลประโยชน์ที่กอบโกยเข้าตระกูล และถูกเปิดโปงชัดมากขึ้นเท่าไร มันย่อมสะท้อนความบกพร่องด้านคุณธรรมและความรับผิดชอบต่อประเทศชาติมากเท่านั้น

สนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งเคยนำมาโฆษณาว่ายิ่งใหญ่และทันสมัยที่สุด แต่เพียงเปิดดำเนินการแค่ 4 เดือน อาการทรุดและแตกราวของลานบินมากมายถึงขั้นเสี่ยงอันตรายต่อการใช้งาน ก็ได้ประจานต่อโลกว่าเป็นอนุสรณ์การโกงของนักการเมืองโดยเฉพาะ หนักสุดในยุคระบอบทักษิณเรืองอำนาจ

การจัดงาน “สมัชชาคุณธรรมแห่งชาติและตลาดนัดคุณธรรม ครั้งที่ 2” ซึ่งเสร็จสิ้นไปเมื่อวานนี้ จึงเป็นงานที่ได้รับความสนใจมากขึ้นด้วย

การจัดงานระดมความคิดเพื่อกระตุ้นความตื่นตัวให้วงการต่างๆ ตระหนักในการมีคุณธรรมในการดำเนินชีวิต และการทำงาน จึงได้รับความร่วมมือไปประชุมประมาณ 1,500 คน

แต่กลไกการขับเคลื่อนที่จะมีบทบาทนำในการเกิดวัฒนธรรม “ใฝ่ดี” หรือ “ใฝ่โกง” ก็คือนักการเมือง และข้าราชการ

ก็เมื่อปลายเดือนตุลาคม 2548 มีการจัดสมัชชาคุณธรรมและตลาดนัดคุณธรรม ครั้งที่ 1 อย่างยิ่งใหญ่แบบนี้แหละ

ในพิธีปิดงานสมัชชาฯ ดังกล่าว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ในฐานะนายกรัฐมนตรีเป็นผู้รับมอบ "คำประกาศเจตนารมณ์" ในการขับเคลื่อนการสร้างสรรค์สังคมแห่งความดีซึ่งมีอยู่ 10 ข้อ

ผมขอยกตัวอย่างสัก 3 ข้อที่เด่นที่สุดคือ

ข้อ 5 ผู้นำทุกระดับ ทุกภาคส่วนควรเป็นต้นแบบด้านคุณธรรมความดี

ข้อ 6 ระบบการศึกษาควรให้ความสำคัญกับการปลูกฝังให้คนเป็นคนดีเป็นลำดับแรก โดยบูรณาการผ่านระบบการศึกษาทั้งในและนอกสถานศึกษา และผ่านสื่อการเรียนการสอนทุกรูปแบบ

ข้อ 10 ส่งเสริมให้ธรรมาภิบาลเป็นหัวใจสำคัญในระบบการเมืองการปกครองทุกระดับ

นี่ถ้าตอนนั้น พ.ต.ท.ทักษิณ ให้ความสนใจอ่านสาระ และไม่มองเป็นเพียงถ้อยคำที่ดูดี เหมือนอย่างที่เคยอ่านสุนทรพจน์ในพิธีเปิดต่างๆ ที่มีคนร่างให้

สมมติว่ามีเจตนาดีจริงที่จะสร้างสังคมให้เป็นคนดีและคนเก่ง เหมือนดังคำขวัญที่อ้างว่า “คิดใหม่ ทำใหม่” ป่านนี้เมืองไทยจะมีระบบการเมือง การศึกษา และสังคมที่พัฒนาไปในทิศทางที่ดีงาม

ป่านนี้ก็คงไม่ต้องถลำลึกในการก่อกรรม และสร้างความเสียหายจนถูกกระแสสังคมเปิดโปงและขับไล่จนคณะทหารจำเป็นต้องเข้ายึดอำนาจเพื่อเปิดโอกาสให้มีการปฏิรูปการเมืองใหม่

ขนาดผู้ถามในรายการสัมภาษณ์ของสถานีโทรทัศน์ซีเอ็นเอ็นที่ขอให้ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) ฝากถ้อยคำถึง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งคงรับชมรายการนี้อยู่ พล.อ.สนธิ ก็กล่าวยังจี้จุดว่า

“ขอฝากความระลึกถึงในฐานะที่เคยเป็นอดีตนายกรัฐมนตรี และเป็นอดีตผู้บังคับบัญชาที่เคยร่วมทำงานกันมาว่า เราเป็นคนไทย เราต้องรักชาติ เราต้องทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อชาติบ้านเมือง ไม่ว่าจะอยู่ตรงไหนก็ตาม ทำอะไรก็ให้ระลึกถึงชาติอยู่เสมอ และสงสารชาติบ้าง”

แน่ละครับ ความรักชาติ ก็เป็นคุณธรรมประการหนึ่ง

แต่การเคลื่อนไหวทางการเมืองด้วยวิธีการต่างๆ รวมทั้งการจ้างบริษัทที่ปรึกษาในสหรัฐอเมริกา บริษัท ล็อบบี้ยิสต์ ในการเจรจากับผู้นำรัฐบาล นักการเมือง และสื่อต่างประเทศ รวมทั้งบริษัทประชาสัมพันธ์ ก็เพื่อดำเนินกลวิธีกดดันประเทศไทยขณะนี้

นั่นเป็นการเลือกที่จะดิ้นรนต่อสู้แบบของคุณทักษิณผู้ไม่สำนึกผิด

ส่วนรัฐบาลปัจจุบันซึ่งเป็นคณะผู้บริหารชุดเฉพาะกิจ ก็นับว่าน่าเห็นใจเพราะต้องเผชิญกับการดิ้นรนต่อต้าน และก่อกวนของเครือข่ายอำนาจเก่า

ขณะเดียวกัน ก็น่าจะจัดการกับเรื่องสำคัญเร่งด่วนในการขจัดสิ่งชั่วร้าย และสร้างระบบที่ดีให้เกิดขึ้นเพื่อไม่ให้ “เชื้อชั่วคืนชีพ”

แกนหลักจึงอยู่ที่การปฏิรูปการเมือง และปฏิรูปการศึกษา แล้วสังคมคุณธรรมในทุกภาคส่วนจึงจะมีโอกาสเกิด

จะเห็นได้ว่าคำประกาศเจตนารมณ์ 10 ข้อ จากการจัดสมัชชาคุณธรรมแห่งชาติฯ ครั้งแรกก็แค่ “การบ่นแห่งชาติ” ยังไม่ได้รับการสนองตอบหรือไปแปลงให้เกิดผลจริงเลย ซึ่งรัฐบาลนี้ และผู้ที่เกี่ยวข้องน่าจะนำมาเป็นโจทย์เพื่อผลักดันให้เกิด

ส่วนการประชุมสมัชชาครั้งนี้จบลงด้วย “ปฏิญญาคุณธรรม” มุ่งการสร้างสังคม “รู้รัก สามัคคี” ที่หวังจะให้ชุมชนต่างๆ ทั้งในเขตเมืองและชนบทร่วมกันสร้าง

1. สังคมแห่งการเรียนรู้

2. สังคมแห่งความรัก

3. สังคมแห่งความสามัคคี

4. สังคมอยู่ดีมีสุข

น่าจะทบทวนเจตนารมณ์การประชุมสมัชชาฯ ครั้งที่ 1 มาผลักดันเพื่อให้เกิดผลจริง ก็จะหนุนให้มีสังคมที่พึงปรารถนาตามปฏิญญาครั้งนี้เป็นไปได้ง่ายขึ้น
กำลังโหลดความคิดเห็น...