xs
xsm
sm
md
lg

จากตัวตรงไปจากใจตรงมา

เผยแพร่:   โดย: การุณ ใสงาม

การุณ ใสงาม
www.karoon-saingam.net

สวัสดีปีใหม่ครับ ในวาระดิถีขึ้นปีใหม่ พ.ศ. 2550 ปีหมูทอง ผมของอาราธนา คุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธ์ทั้งหลาย จงปกปักรักษาท่านผู้อ่านทุกท่าน ให้มีอายุ วรรณะ สุขขะ พละ คิดสิ่งใดสมความปรารถนาทุกประการ

ปี 2549 ที่ผ่านมา ผมได้เขียนบทความลงในคอลัมน์ตรงไปตรงมาของหนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวันทุกวันพุธ

อาจมีบางท่านอ่านบทความนี้พร้อมกับตั้งคำถามในใจเกี่ยวกับความเห็นของผม ไม่แปลกและไม่ผิดหรอกครับ ที่บางท่านจะพอใจหรือบางท่านอาจจะบอกว่าไม่ได้เรื่อง ความเห็นที่หลากหลายขอแค่เพียงแตกต่างแต่ไม่แตกแยกก็คงจะเพียงพอแล้วครับ สำหรับผม

เราลองมาทบทวนความจำกันสักนิดดีไหมครับ

เราเริ่มต้นรู้จักกันจากบทความเรื่อง 3 กกต.พ้นจากตำแหน่งด้วยเหตุขาดคุณสมบัติหรือลาออก ด้วยเหตุที่ศาลอาญาได้มีคำพิพากษาจำคุก กกต. 3 หนา ให้จำคุกคนละ 4 ปี และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งคนละ 10 ปี

แต่นายสุชน ชาลีเครือ ประธานวุฒิสภา ได้มีหนังสือถึงประธานศาลฎีกา เพื่อให้ดำเนินการสรรหากรรมการการเลือกตั้งแทนตำแหน่งที่ว่าง กกต. 3คน ได้ขอลาออกจากตำแหน่งประธานกรรมการการเลือกตั้งและกรรมการการเลือกตั้ง

เป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริงเพราะความเป็นจริง กกต. 3 หนาพ้นจากตำแหน่งเพราะขาดคุณสมบัติต่างหาก

ต่อมาเป็นเรื่อง อวสานท้ากกกสิน ที่ผมเขียนถึง 5 ตอนด้วยกัน เริ่มต้นตั้งแต่การเปรียบเทียบทักษิณกับผู้ปกครอง ตามนักปรัชญาการเมืองทางรัฐศาสตร์ มาเคียเวลลี่ ที่บางคนขนานนามว่า เป็นพ่อมดของการเมืองเลยทีเดียว

ไล่เรียงไปถึง อวสานท้ากกกสิน 2 ที่เปรียบเทียบจุดอ่อนจุดแข็งของการต่อสู้กับระบอบทักษิณ โดยใช้ SWOT Analysis และผมได้เสนอให้มีการปฏิรูปการเมืองขนานใหญ่

อวสานท้ากกกสิน 3 เขียนถึงการต่อสู้กับทักษิณเหมือนกับการเล่นทฤษฎีเกมเพื่อเอาชนะกัน ระหว่างฝ่ายประชาชนและพันธมิตรกับฝ่ายที่เชียร์ทักษิณ ผมมองว่าเป็น เกมที่มีผลรวมเป็นศูนย์ (zero-sum game) คือเกมที่ผลรวมของผลได้ของผู้ชนะมีค่าเท่ากับผลรวมความเสียหายที่ผู้แพ้ได้รับ และที่หนักที่สุดคือผู้ชนะได้ทั้งหมดที่เราเรียกว่า “The winner take all” ซึ่งผู้เสียจะสูญเสียไปทั้งหมด สุดท้ายทักษิณก็แพ้จนหมดหน้าตักจริงๆ

อวสานท้ากกกสิน 4 ตอน ป.ป.ช. + ศาลรัฐธรรมนูญ บทความนี้ผมได้ยกร่างเป็นคำร้องคัดค้านการทำหน้าที่ของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและขอให้ถอนตัวจากการพิจารณาคดี กรณีประธานรัฐสภายื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 266 เกี่ยวกับปัญหาอำนาจหน้าที่ของวุฒิสภาในการพิจารณาเลือกบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ

อวสานท้ากกกสิน ตอนจบ (ภาคที่1) ผมเขียนหลังจากที่มีการยึดอำนาจโดยคณะทหารเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 ส่วนใหญ่จะมีเสียงแสดงความดีใจที่ระบอบทักษิณได้มาถึงจุดจบ ในสภาพที่ไม่มีใครนึกถึงมาก่อน แต่ผมกลับตั้งคำถามว่า ชนะแล้วใช่หรือไม่ อวสานท้ากกกสินแล้วใช่หรือไม่ จะยาวนานแค่ไหน เป็นคำถามที่ทั้งผมและผู้อ่านต้องร่วมกันตอบ เพราะ การที่คณะปฎิรูปฯ ยังมิได้ดำเนินการกับบุคคลใกล้ชิดที่เป็นขุมข่ายกำลังของทักษิณ เป็นสิ่งที่น่ากังวลว่า ทักษิณจะมีโอกาสฟื้นฟูกำลังของตนเพื่อสถาปนาระบอบทักษิณอีกครั้ง

โปรดฟังอีกครั้งหนึ่ง
ผมเขียนบทความนี้ขึ้นเมื่อมีประกาศของคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ฉบับที่ 23 เรื่อง การตรวจสอบทรัพย์สิน ตรวจสอบการดำเนินงานและโครงการต่างๆ ที่ได้รับอนุมัติหรือเห็นชอบโดยบุคคลในคณะรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีในยุค พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ผมเล็งเห็นปัญหาที่สำคัญ 2 ประการ

ประการแรก ปรากฏบุคคลที่เป็นคณะกรรมการโดยตำแหน่งที่สำคัญยังมีหรือผู้แทนที่สามารถส่งมาทำหน้าที่คณะกรรมการแทนเจ้าตัวได้ ทำให้เจ้าตัวสามารถผลักภาระความรับผิดชอบหรือรอดพ้นจากความรับผิดได้

ประการที่สอง กรรมการบางคนดูเหมือนว่าน่าจะฝากความหวังไว้ได้ แต่ก็น่าเป็นห่วงว่าจะท่าดีทีเหลว มีแต่ลีลากับฟอร์ม ทำเป็นเท่ห์ ไม่ใช่ของจริง ไม่เคยเห็นฝีไม้ลายมือให้เป็นที่ประจักษ์ ว่าจะสามารถจัดการกับปัญหาขนาดใหญ่ที่จะต้องเผชิญในวันข้างหน้าได้หรือไม่ บางคนสมควรจะต้องเป็นจำเลยต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งการเมืองในฐานความผิดปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบและทุจริต แล้วจะไปตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ทุจริตของคนอื่นได้อย่างไร หรือเห็นว่าคนที่เคยมีผลงานการทุจริตมาแล้ว จึงจะถือได้ว่าเป็นผู้รู้ทัน

หน้ามึนตาใส ผมเปรียบเทียบการเมืองไทยกับเรื่องตาอินกับตานา หาปลากันแทบตาย สุดท้ายคนที่ได้ส่วนที่ดีที่สุดของปลาคือ “ตาอยู่” ในสังคมไทยมี ตาอยู่ อยู่มากมาย แท้จริงเป็นพวกนักฉวยโอกาส ปล้นสะดมอำนาจโดยแท้

คนเหล่านี้ แสร้งว่าตัวเองมีความเป็นกลาง มีความสมานฉันท์ ห่อหุ้มด้วยคราบนักวิชาการ หรือผู้เชี่ยวชาญแขนงต่างๆ ที่อาจกล่าวได้ว่า อยู่เฉยๆเดี๋ยวก็มีตำแหน่งเอง และดูเหมือนว่า ตาอยู่ยุคใหม่นี้ มิได้แย่งปลาครับ แต่กลับฉกฉวยเอาอำนาจและความชอบธรรมต่างหาก
จากบทความหน้ามึนตาใสนี้ทำให้ผมโดนบรรดาผู้อ่านหาว่าเปลี่ยนไปบ้าง บางคนบอกว่าหางโผล่เอากันขนาดนั้น

ผมเลยนำความเห็นของท่านผู้อ่านที่ได้มีการวิพากษ์วิจารณ์บทความเรื่องหน้ามึนตาใส มาเป็นบทความเรื่อง วิพากษ์หน้ามึนตาใส ครับ และสรุปส่งท้ายความเห็นพวกท่านทั้งหลายกับเรื่อง สองคนยลตามช่อง คนหนึ่งมองเห็นโคลนตม อีกคนตาแหลมคม มองเห็นดาวอยู่พราวพราย

การบ้านสภานิติบัญญัติแห่งชาติ
ผมมีโอกาสสัมภาษณ์ ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยเอแบคโพลล์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เกี่ยวกับโพลล์ของเอแบคที่มีการสำรวจภาคสนามเรื่อง ความคิดเห็นของสาธารณชนต่อบทบาทหน้าที่ของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ และในวันเดียวกันนี้ได้มีการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติครั้งแรก และนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ได้รับเลือกเป็นประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ผมได้ฝากการบ้านไว้ให้ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ 242 คน ทำตามที่ประชาชนต้องการไม่ว่าจะเป็น

ข้อที่ 1 การเลือกประธานสภา มีคุณสมบัติที่สอดคล้องกับโพลล์ที่ระบุว่า ต้องเป็นคนดีมีคุณธรรม ซื่อสัตย์สุจริต มีความจริงจังในการแก้ปัญหาของประเทศหรือไม่

ข้อที่ 2 ประชาชนมีความคาดหวังและมีความต้องการอันดับแรกคือ ต้องการให้มีการปรับปรุงกฎหมายรัฐสวัสดิการให้ประชาชนอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม อันดับสองคือ ต้องการให้มีการออกกฎหมายยึดทรัพย์นายทุน ข้าราชการและนักการเมืองที่ร่วมกันทุจริตคอร์รัปชัน อันดับสามคือ ต้องการให้มีกฎหมายที่ดูแลคุ้มครองสุขภาพเด็กและเยาวชนตั้งแต่ในครรภ์ไปจนถึงวัยผู้ใหญ่ตอนต้น

ข้อที่ 3 การพิจารณากฎหมาย แก้ไขหรือการออกฎหมายเพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องประชาชนมีสิทธิเป็นผู้เสียหายในการฟ้องร้องคดีที่เจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติหน้าที่มิชอบหรือทุจริตโดยไม่มีการกำหนดอายุความ เพื่อไม่ให้ใช้เป็นข้อกล่าวอ้างหรือเป็นข้อต่อสู้ว่าคดีขาดอายุความ หรือการออกกฎหมายที่เสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน รวมทั้งเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการตรวจสอบอำนาจรัฐ

บอร์ดรัฐวิสาหกิจหรือบอดสนิท เขียนให้ความเห็นที่คุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา ผู้ว่าการสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินหรือ สตง. ได้ทำการตรวจสอบผู้บริหารระดับสูงในหน่วยงานรัฐวิสาหกิจหลายแห่งหรือที่เรียกกันว่า บอร์ดในรัฐวิสาหกิจ

คุณหญิงได้ทำหนังสือรายงานเรื่องดังกล่าวไปยัง พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี และ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง

หนังสือดังกล่าวเป็นรายงานเรื่องการเป็นกรรมการรัฐวิสาหกิจและรายชื่อกรรมการรัฐวิสาหกิจที่เป็นกรรมการมากกว่า 3 แห่ง

ข้อสังเกตของคุณหญิงจารุวรรณ คือการที่ผู้บริหารระดับสูงในหน่วยงาน ทั้งราชการและรัฐวิสาหกิจนั้นเป็นคณะกรรมการชุดต่างๆ พร้อมกันมากกว่า 3 แห่ง เป็นการกระทำที่ขัดต่อมาตรา 7 ของพระราชบัญญัติคุณสมบัติมาตรฐานสำหรับกรรมการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. 2518 และมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2523 และที่สำคัญคนที่นั่งเป็นบอร์ดไม่น้อยกว่าเพื่อนเลยก็คือหม่อมอุ๋ยนั่นเอง

เชียงใหม่ดูเหมือนเพียงพอแต่ไม่พอเพียง ผมเขียนถึงการพัฒนาจังหวัดเชียงใหม่ที่ผ่านรูปแบบเมกะโปรเจกต์ผมมีคำถามว่า การดำเนินโครงการเมกะโปรเจกต์นี้เป็นเศรษฐกิจพอเพียงหรือเปล่าแต่สิ่งที่ชาวเชียงใหม่ได้รับ กลับกลายเป็นการพัฒนาแบบทุนนิยม วัตถุนิยม น่าเสียดายที่ข้าราชการที่เกี่ยวข้องไม่ได้โต้แย้งรัฐบาลชุดเก่า ไม่ได้นำกระแสพระราชดำรัสมาปรับใช้อย่างเหมาะสม

จากคำขอโทษของ พล.อ.สุรยุทธ์สู่ปากคำ พล.อ.พัลลภและของฝากจากหมอแว เริ่มต้นจากคำขอโทษของ พล.อ.สุรยุทธ์ ต่อผู้นำทางศาสนา และผู้นำชุมชนระดับต่างๆในภาคใต้ เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายนที่ผ่านมา คำสัมภาษณ์ของ พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี เรื่อง ใครสร้างเงื่อนไขไฟใต้ระอุ เห็นได้ว่าการแก้ไขปัญหาของรัฐบาลชุดที่แล้ว มองปัญหาต่างๆ ง่ายเกินไป และคิดว่าปัญหาจะสามารถจัดการได้ถ้าใช้รัฐตำรวจ หมอแว นพ.แวมะฮาดี แวดาโอะ สภานิติบัญญัติแห่งชาติที่เคยตกเป็นหนึ่งในผู้ต้องหาคดีเจไอ สมัยรัฐบาลทักษิณ ได้ฝากข้อคิดไปยังรัฐบาล 6 ข้อ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรตระหนักเพื่อนำข้อมูลนี้ไปใช้ในการแก้ไขปัญหาให้ตรงจุด

ผมเห็นด้วยครับ ยังไม่สายครับ ถ้าทุกฝ่ายพร้อมใจกันมาสมานฉันท์ในการดับไฟใต้ด้วยกัน ด้วยการเปิดหู เปิดตา เปิดใจ และน้อมรับพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ว่า “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา”

Forget me not การเกิดภาวะคลื่นใต้น้ำ
การแสดงท่าทีการจะกลับประเทศของทักษิณ และข่าวการต่อท่อน้ำเลี้ยงจากกลุ่มทุนเก่า ท่าทีดังกล่าว ทำให้ พล.อ. สุรยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ที่ชัดเจนเป็นครั้งแรกว่า ช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการให้ทักษิณสามารถเดินทางกลับเมืองไทยได้คือ 1 ปี หรือหลังจากการเลือกตั้งและได้รัฐบาลชุดใหม่แล้ว ผมวิเคราะห์ว่าการที่มีข่าวทั้งหมดของทักษิณ ทำไปเพื่อที่จะบอกกับลูกน้อง ชาวบ้าน เครือข่ายในระบอบทักษิณว่า forget me not อย่าลืมฉัน และฉันจะกลับมาเร็วๆ นี้ coming soon

หวยบนดินหรือใต้ดินแค่คิดก็ผิดแล้ว
ผมเสนอว่าเป็นไปได้ไหม กล้าไหมที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติจะถอนร่างกฎหมายดังกล่าวออกมาก่อน หรือจะดื้อรั้นดันทุรังทำต่อไป

รัฐบาลควรรีบถอนร่าง พ.ร.บ. แล้วรีบดำเนินการลงโทษผู้ที่กระทำผิดโดยด่วน เอาแต่เฉพาะพวกอดีตรัฐมนตรีและคณะกรรมการมาดำเนินคดีให้จบความก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาว่าหวย 2 ตัว 3 ตัว ควรมีหรือไม่ และเรียกร้องว่าถ้ารัฐบาลไม่ถอน ขอเรียกร้องให้ สนช. ร่วมกันคว่ำร่างกฎหมายฉบับนี้ทิ้งเสีย เพื่อจะได้ร่วมกันนำคนผิดมาลงโทษเสียก่อน

ไม่เสียภาษีกับวาระแห่งชาติ ผมได้เขียนถึงการกระทำผิดของข้าราชการกรมสรรพากรระดับผู้ใหญ่ที่ถูก ป.ป.ช. มีมติตัดสินให้มีความผิด ทั้ง 5 คนมีความผิดทางอาญา ฐานทุจริตต่อหน้าที่และเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่เก็บภาษี ละเว้นไม่เก็บภาษี หรือเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 154 และมาตรา 157 และมีความผิดร้ายแรงฐานทุจริตต่อหน้าที่ราชการและฐานประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง ตามระเบียบข้าราชการพลเรือน 2535

กรณีของ 5 คนนี้ ต้องลงโทษไล่ออกอย่างเดียวเท่านั้น แม้แต่ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ จะออกมาประกาศวาระแห่งชาติด้านจริยธรรม ธรรมาภิบาล และการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ ทำให้ข้าราชการที่เคยรับใช้ทักษิณและพวกพ้องต้องออกมากลับตัวกลับใจกันเป็นแถว

สู้ต่อไปสมัชชาหิ่งห้อย จากเหตุการณ์วุ่นวายนำไปสู่ความไม่พอใจของบรรดาสมาชิกฯ เนื่องจากเห็นว่าการลงคะแนนเลือกสมาชิกสมัชชาแห่งชาติเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2549 ไม่สุจริต จนนำไปสู่การยื่นหนังสือร้องเรียนต่อประธานสมัชชาแห่งชาติ โดยเรียกร้องขอให้จัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญใหม่ เพราะเหตุการณ์ครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ ความน่าเชื่อถือ ศรัทธาของสมาชิกสภาร่างฯ และขอให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ พร้อมทั้งเตรียมยื่นหนังสือร้องเรียนต่อศาลปกครองในข้อหาการจัดการเลือกตั้งที่ไม่บริสุทธิ์ยุติธรรม

ผมเสนอว่านายมีชัย ควรจะต้องแสดงความรับผิดชอบต่อปัญหาที่เกิดขึ้น สาเหตุของความวุ่นวายเกิดจากการที่นายมีชัยไม่เคยรับฟังคำท้วงติงของใคร มีการออกระเบียบปิดกั้นการท้วงติงทุกอย่าง

เราต้องไม่ลืมว่า การเลือกตั้ง ส.ส. วันที่ 2 เมษายน 2549 ที่ผ่านมา การหันหลังออกนอกคูหาสามารถมองเห็นการลงคะแนนได้ ถือว่าเป็นโมฆะด้วยเหตุว่าเป็นการเลือกตั้งที่ไม่บริสุทธิ์ยุติธรรมแล้วให้มีการเลือกตั้งใหม่

ดังนั้น การเลือกสมาชิกสมัชชาฯ คราวนี้จะใช้กรณีการเลือกตั้ง ส.ส. เมื่อ 2 เมษายน เทียบเคียงได้หรือไม่

ท้ายสุดผมขอมอบบทกวีที่คุณ ธ.ธงชัยส่งมาให้ผมทาง webbord ของ www.karoon-saingam.net ขอบพระคุณมากครับ บทกวีนี้สะท้อนถึงรูปแบบรายการได้ตรงไปตรงมาและตรงใจผมอย่างยิ่ง

ออกจากตัวคือตรงไป ออกจากใจคือตรงมา
เปิดประเด็นพุ่งไปข้างหน้า สะท้อนความจริงจากตัวตน

กำลังโหลดความคิดเห็น...