“สนธิ บุญยรัตกลิน”ปลุกสำนึกคนไทยรักชาติบ้านเมือง แก้ปัญหาเพลิงไหม้โรงเรียน ขณะที่ “รอง ผบ.ตร.” ห่วงมือมืดฉวยโอกาสช่วงหยุดปีใหม่ ก่อเหตุ พร้อมเผยหลังยึดอำนาจ เพลิงไหม้โรงเรียนแล้ว 34 แห่ง จับผู้ต้องหาได้แค่ 2 คน แต่สาวไม่ถึงผู้บงการ
วานนี้(26 ธ.ค.)ที่ พล.ม.2 รอ.พล.อ. สนธิ บุญยรัตกลิน ผู้บัญชาการทหารบก และประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ(คมช.)กล่าวถึงกรณีเกิดเหตุเพลิงไหม้ หลายพื้นที่ในภาคเหนือและอีสานว่า การแก้ปัญหาไฟไหม้เราคงจะทำให้มันหายหรือหมดไปไม่ได้ นอกจากทำให้คนมีความรู้สึกและนึกว่าชาติบ้านเมืองมีความสำคัญขนาดไหน และควรจะทำอย่างไร หากเราจะไปทำในทุกที่คงจะลำบาก
ผู้สื่อข่าวถามว่า คมช. จะให้เจ้าหน้าที่ ที่รับผิดชอบเป็นผู้ดูแล พล.อ.สนธิ กล่าวว่า ถูกต้อง ซึ่งแต่ละกระทรวง ทบวง กรม ต้องใช้มาตรการของตนเอง กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงศึกษาก็ต้องทำ ทั้งนี้ ขอฝากทุกคนว่าต้องช่วยกันทำให้คนไทยทุกคนมีความรู้สึกสมานฉันท์ ความสามัคคี รู้สึกห่วงแหนชาติบ้านเมือง ซึ่งน่าจะเป็นวิธีที่ดีที่สุด กองทัพบกได้ให้กำลังพลทุกหน่วยเข้าไปตามสถาบันการศึกษาที่ใกล้เคียง เพื่อสร้างจิตสำนึกให้กับประชาชนรุ่นใหม่ที่มีความรู้สึกรักชาติบ้านเมืองและห่วงแหน เราต้องใช้วิธีนี้
“หากถามว่าทำอย่างไรให้คนไทยเกิดความห่วงแหนชาติบ้านเมือง เราต้องทำกันมากเรื่องนี้ เพราะบ้านเราไม่เคยตกเป็นทาสใคร ดังนั้น ความรู้สึกจงรักภักดีต่อชาติบ้านเมือง อาจจะยังไม่เข้มแข็งเท่ากับยุคที่ประเทศเราเคยตกทุกข์ได้ยากมาในอดีต บางประเทศถูกยึดครองมาเป็นพันปี แต่ถึงวันนี้เขาเข้มแข็ง เขารักและสามัคคีกัน เพราะเขาเห็นภัยของความไม่รักกัน ความแตกแยก ทำให้รู้สึกว่าบ้านเรายังขาดตรงจุดนี้ไป”
วันเดียวกันที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.)พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองผบ.ตร.(ปป.)เรียก พล.ต.ท.จงรัก จุฑานนท์ ผู้ช่วยผบ.ตร.(ปป.1 )พล.ต.ท.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา ผู้ช่วยผบ.ตร.(ปป.2.)พล.ต.ต.ประพัฒน์ คนตรง รองผู้บัญชาการสำนักงานนิติวิทยาศาสตร์ตำรวจ(รอผบช.สนว.) และผู้บังคับการจังหวัด 18 จังหวัด ที่เกิดเพลิงไหม้โรงเรียน เข้าประชุม เพื่อประเมินสถานการณ์ หลังเกิดเหตุเพลิงไหม้โรงเรียนและสถานที่ราชการบ่อยครั้ง
พล.ต.อ.พัชรวาท เปิดเผยหลังประชุม ว่าเนื่องจากมีข้อสงสัยให้เหตุเพลิงไหม้โรงเรียนที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ที่เกิดเหตุเพลิงไหม้โรงเรียนในพื้นที่ บช.ภ. 3,4,5,6,7ไม่นับรวมภาค 9 รวมทั้งหมด 18 จังหวัด เกิดเหตุเพลิงไหม้ 34 ครั้ง เป็นการวางเพลิง 7 ครั้ง ไฟฟ้าลัดวงจร 13 ครั้ง ประมาท 5 ครั้ง และอยู่ระหว่างสืบสวนหาสาเหตุ ทั้งหมด 9 ครั้ง ซึ่งที่น่าห่วงคือเหตุเพลิงไหม้โรงเรียนในเวลาไล่เลี่ยกันถึง 5 แห่ง ใน จ.กำแพงเพชร เมื่อวันที่ 27 กันยายน ซึ่งชัดเจนว่าเป็นเหตุวางเพลิงทั้ง 5 แห่ง จับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว 2 คน ก่อเหตุวางเพลิงโรงเรียนบ้านบึงลูกนก อ.พรานกระต่าย ซึ่งขณะนี้ส่งสำนวนให้อัยการไปแล้ว ขณะที่ยังอยู่ในระหว่างการสืบสวนสอบสวนอยู่ 4 โรงเรียน คือ โรงเรียนบ้านช่อง โรงเรียนบ้านจันทิมา โรงเรียนบ้านป่าถั่ว โรงเรียนบ้านวังโขน สันนิษฐานว่าน่าจะทำเป็นเครือข่าย เพราะเกิดในเวลาไล่เลี่ยกัน จึงได้สั่งการให้ พล.ต.ท.ภาณุพงศ์ ลงไปกำกับดูแลตั้งชุดสืบสวนลงไปเร่งรัดคลี่คลายคดีเป็นพิเศษ เพื่อสืบสวนสอบสวนหาสาเหตุและขยายผลหาเครือข่าย
สำหรับในช่วงวันหยุดปีใหม่ รอง ผบ.ตร.ยอมรับว่าเป็นห่วงมาก โดยได้ออกมาตรการป้องกันและปราบปรามเหตุเพลิงไหม้โรงเรียน กำชับท้องที่ ให้สืบสวนหาข่าว และประสานผู้บริหารโรงเรียน ทั้งในการจัดเวรยาม เพื่อป้องกันเหตุ และสืบสวนสอบสวนหลังเกิดเหตุ โดยให้ผู้บังคับบัญชาลงไปตรวจสอบดูแล และซักซ้อมความพร้อมระงับเหตุ หากเกิดเหตุต้องรับติดตามและรายงาน โดยเชื่อมั่นว่ามาตรการที่วางไว้จะรับมือสถานการณ์ได้ นอกจากนี้ได้สอบถามข้อมูลด้านการข่าวไปยังสันติบาล ก็ไม่พบแนวโน้มว่าจะเกิดเหตุวางเพลิงโรงเรียนอีกแต่อย่างใด
วานนี้(26 ธ.ค.)ที่ พล.ม.2 รอ.พล.อ. สนธิ บุญยรัตกลิน ผู้บัญชาการทหารบก และประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ(คมช.)กล่าวถึงกรณีเกิดเหตุเพลิงไหม้ หลายพื้นที่ในภาคเหนือและอีสานว่า การแก้ปัญหาไฟไหม้เราคงจะทำให้มันหายหรือหมดไปไม่ได้ นอกจากทำให้คนมีความรู้สึกและนึกว่าชาติบ้านเมืองมีความสำคัญขนาดไหน และควรจะทำอย่างไร หากเราจะไปทำในทุกที่คงจะลำบาก
ผู้สื่อข่าวถามว่า คมช. จะให้เจ้าหน้าที่ ที่รับผิดชอบเป็นผู้ดูแล พล.อ.สนธิ กล่าวว่า ถูกต้อง ซึ่งแต่ละกระทรวง ทบวง กรม ต้องใช้มาตรการของตนเอง กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงศึกษาก็ต้องทำ ทั้งนี้ ขอฝากทุกคนว่าต้องช่วยกันทำให้คนไทยทุกคนมีความรู้สึกสมานฉันท์ ความสามัคคี รู้สึกห่วงแหนชาติบ้านเมือง ซึ่งน่าจะเป็นวิธีที่ดีที่สุด กองทัพบกได้ให้กำลังพลทุกหน่วยเข้าไปตามสถาบันการศึกษาที่ใกล้เคียง เพื่อสร้างจิตสำนึกให้กับประชาชนรุ่นใหม่ที่มีความรู้สึกรักชาติบ้านเมืองและห่วงแหน เราต้องใช้วิธีนี้
“หากถามว่าทำอย่างไรให้คนไทยเกิดความห่วงแหนชาติบ้านเมือง เราต้องทำกันมากเรื่องนี้ เพราะบ้านเราไม่เคยตกเป็นทาสใคร ดังนั้น ความรู้สึกจงรักภักดีต่อชาติบ้านเมือง อาจจะยังไม่เข้มแข็งเท่ากับยุคที่ประเทศเราเคยตกทุกข์ได้ยากมาในอดีต บางประเทศถูกยึดครองมาเป็นพันปี แต่ถึงวันนี้เขาเข้มแข็ง เขารักและสามัคคีกัน เพราะเขาเห็นภัยของความไม่รักกัน ความแตกแยก ทำให้รู้สึกว่าบ้านเรายังขาดตรงจุดนี้ไป”
วันเดียวกันที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.)พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองผบ.ตร.(ปป.)เรียก พล.ต.ท.จงรัก จุฑานนท์ ผู้ช่วยผบ.ตร.(ปป.1 )พล.ต.ท.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา ผู้ช่วยผบ.ตร.(ปป.2.)พล.ต.ต.ประพัฒน์ คนตรง รองผู้บัญชาการสำนักงานนิติวิทยาศาสตร์ตำรวจ(รอผบช.สนว.) และผู้บังคับการจังหวัด 18 จังหวัด ที่เกิดเพลิงไหม้โรงเรียน เข้าประชุม เพื่อประเมินสถานการณ์ หลังเกิดเหตุเพลิงไหม้โรงเรียนและสถานที่ราชการบ่อยครั้ง
พล.ต.อ.พัชรวาท เปิดเผยหลังประชุม ว่าเนื่องจากมีข้อสงสัยให้เหตุเพลิงไหม้โรงเรียนที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ที่เกิดเหตุเพลิงไหม้โรงเรียนในพื้นที่ บช.ภ. 3,4,5,6,7ไม่นับรวมภาค 9 รวมทั้งหมด 18 จังหวัด เกิดเหตุเพลิงไหม้ 34 ครั้ง เป็นการวางเพลิง 7 ครั้ง ไฟฟ้าลัดวงจร 13 ครั้ง ประมาท 5 ครั้ง และอยู่ระหว่างสืบสวนหาสาเหตุ ทั้งหมด 9 ครั้ง ซึ่งที่น่าห่วงคือเหตุเพลิงไหม้โรงเรียนในเวลาไล่เลี่ยกันถึง 5 แห่ง ใน จ.กำแพงเพชร เมื่อวันที่ 27 กันยายน ซึ่งชัดเจนว่าเป็นเหตุวางเพลิงทั้ง 5 แห่ง จับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว 2 คน ก่อเหตุวางเพลิงโรงเรียนบ้านบึงลูกนก อ.พรานกระต่าย ซึ่งขณะนี้ส่งสำนวนให้อัยการไปแล้ว ขณะที่ยังอยู่ในระหว่างการสืบสวนสอบสวนอยู่ 4 โรงเรียน คือ โรงเรียนบ้านช่อง โรงเรียนบ้านจันทิมา โรงเรียนบ้านป่าถั่ว โรงเรียนบ้านวังโขน สันนิษฐานว่าน่าจะทำเป็นเครือข่าย เพราะเกิดในเวลาไล่เลี่ยกัน จึงได้สั่งการให้ พล.ต.ท.ภาณุพงศ์ ลงไปกำกับดูแลตั้งชุดสืบสวนลงไปเร่งรัดคลี่คลายคดีเป็นพิเศษ เพื่อสืบสวนสอบสวนหาสาเหตุและขยายผลหาเครือข่าย
สำหรับในช่วงวันหยุดปีใหม่ รอง ผบ.ตร.ยอมรับว่าเป็นห่วงมาก โดยได้ออกมาตรการป้องกันและปราบปรามเหตุเพลิงไหม้โรงเรียน กำชับท้องที่ ให้สืบสวนหาข่าว และประสานผู้บริหารโรงเรียน ทั้งในการจัดเวรยาม เพื่อป้องกันเหตุ และสืบสวนสอบสวนหลังเกิดเหตุ โดยให้ผู้บังคับบัญชาลงไปตรวจสอบดูแล และซักซ้อมความพร้อมระงับเหตุ หากเกิดเหตุต้องรับติดตามและรายงาน โดยเชื่อมั่นว่ามาตรการที่วางไว้จะรับมือสถานการณ์ได้ นอกจากนี้ได้สอบถามข้อมูลด้านการข่าวไปยังสันติบาล ก็ไม่พบแนวโน้มว่าจะเกิดเหตุวางเพลิงโรงเรียนอีกแต่อย่างใด