ความจริงไม่อยากพูดถึงเรื่องนี้อีก เพราะไหน ๆ หม่อมอุ๋ยก็ได้ถอนร่างกฎหมายที่ขออำนาจให้รัฐบาลเป็นเจ้ามือสลากกินรวบ หรือหวยบนดินไปแล้ว เพราะจะกลายเป็นว่าซ้ำเติมเรื่องอันไม่ควรเป็นเรื่อง
แต่ก็จำเป็นที่จะต้องพูดถึงเรื่องนี้ เพราะกำลังมีขบวนการพลิกดำเป็นขาว แจกข่าวและมีการประสานงานผ่านสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติบางรายให้แพร่กระจายข่าวทางสื่อ เพื่อชี้นำให้เห็นความเป็นวีรบุรุษของใครบางคนอันไม่เป็นความจริงเลยแม้แต่น้อย
เรายืนยันต่อผู้คนทั้งปวงได้ว่าผู้ที่สั่งการและผลักดันให้ถอนร่างกฎหมายฉบับนี้ออกจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติคือพลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี
พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี ไม่ทำให้ประชาชนผิดหวัง ยังคงรักษาความเชื่อมั่นในหมู่พี่น้องร่วมชาติได้อย่างดียิ่ง และควรเป็นบทเรียนให้คนที่คิดไม่ดี ทำไม่ดีว่าทีหน้าทีหลังอย่าทำอย่างนี้อีก!
เราขอสดุดีจุดยืนที่ยึดมั่นในหลักปรัชญาพอเพียงและจุดยืนในการธำรงรักษาศีลธรรม คุณธรรม จริยธรรม ไว้ในบ้านเมือง นี่แล้วจึงสมกับที่ได้รับความไว้วางพระราชหฤทัย
ในตอนเย็นของวันที่ 29 พฤศจิกายน 2549 ซึ่งปรากฏผลอภิปรายกฎหมายหวยในเบื้องต้นแล้วว่าสมาชิก สนช. ส่วนใหญ่คัดค้านและได้อภิปรายด้วยเหตุด้วยผล อย่างหนักแน่นหนักหน่วงฟังได้
มีสมาชิกเพียงสองคนเท่านั้นที่อภิปรายสนับสนุน คนหนึ่งมีชนักติดหลังในคดีโกงเงินทรัสต์ที่ล้มไปแล้ว อีกคนหนึ่งกำลังจะได้รับตำแหน่งบางตำแหน่ง จึงเป็นมูลเหตุจูงใจที่ผู้สนับสนุน
หากมีการลงมติกันในวันนั้น ก็เป็นที่แน่นอนว่ากฎหมายฉบับนี้จะถูกคว่ำ และจะเป็นเหตุให้รัฐบาลต้องลาออกเพราะเป็นกฎหมายเกี่ยวกับการเงิน
สถานการณ์ทรุดหนักหน่วงถึงขนาดนั้นแล้ว หม่อมอุ๋ยยังไม่รู้ประสีประสา ได้ขออภิปรายก่อนที่จะมีการเลื่อนการประชุม ขอให้สภาผ่านร่างกฎหมายนี้ และจะไปศึกษาแก้ไขข้อท้วงติงต่าง ๆ แต่สมาชิกก็ยังคงอภิปรายคัดค้านต่อมาอีก 2-3 คน
นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติเห็นท่าจะไม่ดี และคงเห็นว่าหากใครเสนอปิดอภิปรายและลงมติก็อาจจะเกิดความเสียหายขึ้นกับบ้านเมือง จึงได้หาทางออกในทางที่จะเป็นประโยชน์ต่อบ้านเมือง โดยได้เลื่อนการอภิปรายไปเป็นวันที่ 30 พฤศจิกายน 2549 และปิดประชุมในวันนั้น
ในเย็นวันที่ 29 พฤศจิกายน 2549 นั้นเองมีการหารือในเรื่องนี้กันในฟากรัฐบาลแต่ตกลงกันไม่ได้ เราได้ทราบมาว่านายกรัฐมนตรีมีความประสงค์ให้ถอนร่างนี้ แต่ใครบางคนยืนยันไม่ถอน มิหนำซ้ำยังขู่ว่าถ้าร่างกฎหมายไม่ผ่านก็จะลาออก
จึงมีการนัดหารือกันอีกครั้งหนึ่งในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2549 ตอนกลางวันก่อนที่สภาจะเปิด
แต่ในคืนวันที่ 29 พฤศจิกายน 2549 นั้นเอง ได้มีการประชุมพิเศษ “ในระดับบน”
และลงเอยด้วยคำถามสำคัญที่ว่าถ้าสมมติร่างกฎหมายนี้ผ่านในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2549 พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ จะมีหน้านำความขึ้นกราบบังคมทูลในโอกาสอันเป็นมงคลของชาติบ้านเมือง ซึ่งควรมีแต่เรื่องดี ๆ ว่าข้าพระพุทธเจ้าจะขอจำเริญรอยตามรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มอมเมาประชาชนไทยไม่น้อยกว่า 30 ล้านคนให้หมกมุ่นเล่นหวยอันเป็นอบายมุขได้หรือ?
มันสอดคล้องกับหลักปรัชญาพอเพียง สอดคล้องกับคำสั่งสอนที่พร่ำเตือนคนไทยให้ยึดมั่นในศีลธรรม คุณธรรม จริยธรรม และความดีความงามแล้วหรือ?
นี่จึงเป็นที่มาของการตัดสินใจเด็ดขาดว่าเป็นไรก็เป็นกัน และต้องถอนกฎหมายนี้
มันไม่ใช่เจตนาที่แท้จริงของหม่อมอุ๋ยที่จะถอนร่างกฎหมายนี้ออกมา ไม่เห็นหรือว่าแม้ในวันนี้ก็ยังคงยืนยันขันแข็งอยู่ว่าจะไปปรับปรุงกฎหมายเรื่องนี้เพื่อป้องกันเด็กและเยาวชนไม่ให้เล่นหวย แล้วจะเสนอเข้ามาใหม่
ไม่สนใจในเรื่องการมอมเมาคนไทยให้หมกมุ่นในอบายมุข หรือนัยหนึ่งก็คือยังคงดึงดันบูรณาการทำให้ประเทศไทยเป็นโมหะนคร ดังที่ปรากฏความอยู่ในหนังสือพระราชนิพนธ์เรื่องพระมหาชนก
ไม่สนใจกับคำสั่งสอนของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวที่ทรงมีพระราชหัตถเลขาพระราชทานพระบรมราโชวาทแก่สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ ตลอดจนเชื้อพระวงศ์และข้าราชบริพารทั้งปวงว่าต้องกำจัดอบายมุข ต้องลดอบายมุขในหมู่ประชาชนอย่างเป็นขั้นเป็นตอนจนหมดไป
สื่อมวลชนและหนังสือพิมพ์จำนวนหนึ่งพากันตีฆ้องร้องป่าวกันเป็นการใหญ่ถึงวีรกรรมของวีรบุรุษผู้ถอนร่างกฎหมายหวย แต่กลับไม่พูดถึงมหาบุรุษซึ่งควรเป็นวีรบุรุษที่แท้จริงที่ทำให้ต้องถอนกฎหมายหวยออกจากสภา คือพลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์
หน้าไม่อาย ยังยกย่องกันได้ว่าการกระทำแบบนี้คือการกระทำที่เหมาะสมที่จะเป็นว่าที่นายกรัฐมนตรี
แต่เอาเถิด เป็นเรื่องของฐานข้อมูลความรับรู้ที่ต่างกัน ก็ย่อมนำเสนอไปตามที่มีการล็อบบี้หรือแจกข่าวแจกสารกันให้เสนอข่าวและความคิดเห็นไปในทิศทางที่ว่านั้น
แต่ความจริงก็ต้องเป็นความจริง เราต้องเคารพต่อความจริง ยืนอยู่กับความจริง และขอนำความจริงที่ว่านี้มาบอกกล่าวแก่พี่น้องร่วมชาติของเรา
จะได้รู้และเข้าใจตรงกันว่าใครคือวีรบุรุษ ใครคือวีรชน ใครคือทุรบุรุษ ใครคือ ทรชน
โชคดีของประเทศไทยเป็นอย่างยิ่งที่มีการถอนร่างกฎหมายนี้ได้ทันท่วงที มิฉะนั้นแล้วขบวนการหวยออนไลน์ที่มีส่วนได้เสียอยู่กับรัฐมนตรีบางคนคงจะไชโยโห่ร้องก้องกระหึ่มว่าจะได้ขยายลูกค้าได้กว้างขวางจนอาจทำให้คนไทยทั้งประเทศบ้าหวยกันทั้งเมือง
และอีกพวกหนึ่งที่จะไชโยโห่ฮิ้วคือพวกลิ่วล้อและนักการเมืองของอำนาจเก่าที่ได้โควต้าตู้หวยออนไลน์ว่าจังหวัดไหน เขตเลือกตั้งไหน ใครได้กี่ตู้ ก็จะได้ผลประโยชน์มหาศาลจากการออกหวยออนไลน์ ซึ่งจะใช้ออกหวยบนดินหรือสลากกินรวบด้วย
พวกคนขายหวยที่ถูกหลอกให้มาคัดค้านก็ควรจะได้รู้ความจริงด้วยว่าถูกเขาหลอก เพราะหากร่างกฎหมายนี้ผ่านพวกท่านนั่นแหละที่จะตกงาน เพราะการขายหวยแบบเขียนฉีกจะถูกยกเลิกแล้วเปลี่ยนไปเป็นหวยออนไลน์
เห็นหรือยังว่านี่คือกระบวนการต่อท่อน้ำเลี้ยงให้ระบอบเผด็จการทรราชฟื้นคืนชีพขึ้นมาใหม่ มันลึกลับและอำมหิตเพียงไหนก็ขอให้ได้รู้โดยทั่วกัน
เราเชื่อว่ากโลบายต่อน้ำเลี้ยงฟื้นระบอบทรราชใหม่ในเรื่องเกี่ยวกับหวยบนดินนั้นจบสิ้นปิดฉากแล้ว! มันจะไม่กลับไปสู่สภาอีก เว้นแต่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีจะไม่ใช่ชื่อพลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ เท่านั้น
หวยใต้ดินจะฟื้นหรือไม่ฟื้นไม่เกี่ยวกับหวยบนดิน แต่เกี่ยวกับการทำหน้าที่ของตำรวจว่าจะปล่อยหรือจะปราบหวยบนดินต่างหาก เป็นคนละเรื่องกัน.
แต่ก็จำเป็นที่จะต้องพูดถึงเรื่องนี้ เพราะกำลังมีขบวนการพลิกดำเป็นขาว แจกข่าวและมีการประสานงานผ่านสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติบางรายให้แพร่กระจายข่าวทางสื่อ เพื่อชี้นำให้เห็นความเป็นวีรบุรุษของใครบางคนอันไม่เป็นความจริงเลยแม้แต่น้อย
เรายืนยันต่อผู้คนทั้งปวงได้ว่าผู้ที่สั่งการและผลักดันให้ถอนร่างกฎหมายฉบับนี้ออกจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติคือพลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี
พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี ไม่ทำให้ประชาชนผิดหวัง ยังคงรักษาความเชื่อมั่นในหมู่พี่น้องร่วมชาติได้อย่างดียิ่ง และควรเป็นบทเรียนให้คนที่คิดไม่ดี ทำไม่ดีว่าทีหน้าทีหลังอย่าทำอย่างนี้อีก!
เราขอสดุดีจุดยืนที่ยึดมั่นในหลักปรัชญาพอเพียงและจุดยืนในการธำรงรักษาศีลธรรม คุณธรรม จริยธรรม ไว้ในบ้านเมือง นี่แล้วจึงสมกับที่ได้รับความไว้วางพระราชหฤทัย
ในตอนเย็นของวันที่ 29 พฤศจิกายน 2549 ซึ่งปรากฏผลอภิปรายกฎหมายหวยในเบื้องต้นแล้วว่าสมาชิก สนช. ส่วนใหญ่คัดค้านและได้อภิปรายด้วยเหตุด้วยผล อย่างหนักแน่นหนักหน่วงฟังได้
มีสมาชิกเพียงสองคนเท่านั้นที่อภิปรายสนับสนุน คนหนึ่งมีชนักติดหลังในคดีโกงเงินทรัสต์ที่ล้มไปแล้ว อีกคนหนึ่งกำลังจะได้รับตำแหน่งบางตำแหน่ง จึงเป็นมูลเหตุจูงใจที่ผู้สนับสนุน
หากมีการลงมติกันในวันนั้น ก็เป็นที่แน่นอนว่ากฎหมายฉบับนี้จะถูกคว่ำ และจะเป็นเหตุให้รัฐบาลต้องลาออกเพราะเป็นกฎหมายเกี่ยวกับการเงิน
สถานการณ์ทรุดหนักหน่วงถึงขนาดนั้นแล้ว หม่อมอุ๋ยยังไม่รู้ประสีประสา ได้ขออภิปรายก่อนที่จะมีการเลื่อนการประชุม ขอให้สภาผ่านร่างกฎหมายนี้ และจะไปศึกษาแก้ไขข้อท้วงติงต่าง ๆ แต่สมาชิกก็ยังคงอภิปรายคัดค้านต่อมาอีก 2-3 คน
นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติเห็นท่าจะไม่ดี และคงเห็นว่าหากใครเสนอปิดอภิปรายและลงมติก็อาจจะเกิดความเสียหายขึ้นกับบ้านเมือง จึงได้หาทางออกในทางที่จะเป็นประโยชน์ต่อบ้านเมือง โดยได้เลื่อนการอภิปรายไปเป็นวันที่ 30 พฤศจิกายน 2549 และปิดประชุมในวันนั้น
ในเย็นวันที่ 29 พฤศจิกายน 2549 นั้นเองมีการหารือในเรื่องนี้กันในฟากรัฐบาลแต่ตกลงกันไม่ได้ เราได้ทราบมาว่านายกรัฐมนตรีมีความประสงค์ให้ถอนร่างนี้ แต่ใครบางคนยืนยันไม่ถอน มิหนำซ้ำยังขู่ว่าถ้าร่างกฎหมายไม่ผ่านก็จะลาออก
จึงมีการนัดหารือกันอีกครั้งหนึ่งในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2549 ตอนกลางวันก่อนที่สภาจะเปิด
แต่ในคืนวันที่ 29 พฤศจิกายน 2549 นั้นเอง ได้มีการประชุมพิเศษ “ในระดับบน”
และลงเอยด้วยคำถามสำคัญที่ว่าถ้าสมมติร่างกฎหมายนี้ผ่านในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2549 พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ จะมีหน้านำความขึ้นกราบบังคมทูลในโอกาสอันเป็นมงคลของชาติบ้านเมือง ซึ่งควรมีแต่เรื่องดี ๆ ว่าข้าพระพุทธเจ้าจะขอจำเริญรอยตามรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มอมเมาประชาชนไทยไม่น้อยกว่า 30 ล้านคนให้หมกมุ่นเล่นหวยอันเป็นอบายมุขได้หรือ?
มันสอดคล้องกับหลักปรัชญาพอเพียง สอดคล้องกับคำสั่งสอนที่พร่ำเตือนคนไทยให้ยึดมั่นในศีลธรรม คุณธรรม จริยธรรม และความดีความงามแล้วหรือ?
นี่จึงเป็นที่มาของการตัดสินใจเด็ดขาดว่าเป็นไรก็เป็นกัน และต้องถอนกฎหมายนี้
มันไม่ใช่เจตนาที่แท้จริงของหม่อมอุ๋ยที่จะถอนร่างกฎหมายนี้ออกมา ไม่เห็นหรือว่าแม้ในวันนี้ก็ยังคงยืนยันขันแข็งอยู่ว่าจะไปปรับปรุงกฎหมายเรื่องนี้เพื่อป้องกันเด็กและเยาวชนไม่ให้เล่นหวย แล้วจะเสนอเข้ามาใหม่
ไม่สนใจในเรื่องการมอมเมาคนไทยให้หมกมุ่นในอบายมุข หรือนัยหนึ่งก็คือยังคงดึงดันบูรณาการทำให้ประเทศไทยเป็นโมหะนคร ดังที่ปรากฏความอยู่ในหนังสือพระราชนิพนธ์เรื่องพระมหาชนก
ไม่สนใจกับคำสั่งสอนของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวที่ทรงมีพระราชหัตถเลขาพระราชทานพระบรมราโชวาทแก่สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ ตลอดจนเชื้อพระวงศ์และข้าราชบริพารทั้งปวงว่าต้องกำจัดอบายมุข ต้องลดอบายมุขในหมู่ประชาชนอย่างเป็นขั้นเป็นตอนจนหมดไป
สื่อมวลชนและหนังสือพิมพ์จำนวนหนึ่งพากันตีฆ้องร้องป่าวกันเป็นการใหญ่ถึงวีรกรรมของวีรบุรุษผู้ถอนร่างกฎหมายหวย แต่กลับไม่พูดถึงมหาบุรุษซึ่งควรเป็นวีรบุรุษที่แท้จริงที่ทำให้ต้องถอนกฎหมายหวยออกจากสภา คือพลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์
หน้าไม่อาย ยังยกย่องกันได้ว่าการกระทำแบบนี้คือการกระทำที่เหมาะสมที่จะเป็นว่าที่นายกรัฐมนตรี
แต่เอาเถิด เป็นเรื่องของฐานข้อมูลความรับรู้ที่ต่างกัน ก็ย่อมนำเสนอไปตามที่มีการล็อบบี้หรือแจกข่าวแจกสารกันให้เสนอข่าวและความคิดเห็นไปในทิศทางที่ว่านั้น
แต่ความจริงก็ต้องเป็นความจริง เราต้องเคารพต่อความจริง ยืนอยู่กับความจริง และขอนำความจริงที่ว่านี้มาบอกกล่าวแก่พี่น้องร่วมชาติของเรา
จะได้รู้และเข้าใจตรงกันว่าใครคือวีรบุรุษ ใครคือวีรชน ใครคือทุรบุรุษ ใครคือ ทรชน
โชคดีของประเทศไทยเป็นอย่างยิ่งที่มีการถอนร่างกฎหมายนี้ได้ทันท่วงที มิฉะนั้นแล้วขบวนการหวยออนไลน์ที่มีส่วนได้เสียอยู่กับรัฐมนตรีบางคนคงจะไชโยโห่ร้องก้องกระหึ่มว่าจะได้ขยายลูกค้าได้กว้างขวางจนอาจทำให้คนไทยทั้งประเทศบ้าหวยกันทั้งเมือง
และอีกพวกหนึ่งที่จะไชโยโห่ฮิ้วคือพวกลิ่วล้อและนักการเมืองของอำนาจเก่าที่ได้โควต้าตู้หวยออนไลน์ว่าจังหวัดไหน เขตเลือกตั้งไหน ใครได้กี่ตู้ ก็จะได้ผลประโยชน์มหาศาลจากการออกหวยออนไลน์ ซึ่งจะใช้ออกหวยบนดินหรือสลากกินรวบด้วย
พวกคนขายหวยที่ถูกหลอกให้มาคัดค้านก็ควรจะได้รู้ความจริงด้วยว่าถูกเขาหลอก เพราะหากร่างกฎหมายนี้ผ่านพวกท่านนั่นแหละที่จะตกงาน เพราะการขายหวยแบบเขียนฉีกจะถูกยกเลิกแล้วเปลี่ยนไปเป็นหวยออนไลน์
เห็นหรือยังว่านี่คือกระบวนการต่อท่อน้ำเลี้ยงให้ระบอบเผด็จการทรราชฟื้นคืนชีพขึ้นมาใหม่ มันลึกลับและอำมหิตเพียงไหนก็ขอให้ได้รู้โดยทั่วกัน
เราเชื่อว่ากโลบายต่อน้ำเลี้ยงฟื้นระบอบทรราชใหม่ในเรื่องเกี่ยวกับหวยบนดินนั้นจบสิ้นปิดฉากแล้ว! มันจะไม่กลับไปสู่สภาอีก เว้นแต่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีจะไม่ใช่ชื่อพลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ เท่านั้น
หวยใต้ดินจะฟื้นหรือไม่ฟื้นไม่เกี่ยวกับหวยบนดิน แต่เกี่ยวกับการทำหน้าที่ของตำรวจว่าจะปล่อยหรือจะปราบหวยบนดินต่างหาก เป็นคนละเรื่องกัน.


