รมว.ไอซีที ลั่นใน 1 ปี ล้างภาพพจน์กระทรวงได้ ยันไม่คิดล้างบางคน ระบอบทักษิณ แต่จะให้โอกาสปรับตัว พร้อมแฉโครงการคอมพิวเตอร์เอื้ออาทร แค่นโยบายหาเงินและหาเสียง ขนาดฝรั่งยังหัวเราะเยาะนโยบาย ระบุ ของดีราคาถูกไม่มี มีแต่คอมพ์ขีดความสามารถต่ำ แถมตกรุ่นไว้ จึงต้องเปลี่ยนมาใช้ของดีมีคุณภาพได้มาตรฐาน
นายสิทธิชัย โภไคยอุดม รมว.เทคโนโลยีสาร สนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) กล่าวถึงการปรับภาพพจน์ของกระทรวงไอซีทีว่า ขอสัญญาว่าภายในปีนี้กระทรวงไอซีที จะสร้างภาพพจน์ที่ดี ข้าราชการจะมีภาพพจน์ที่มีคุณภาพ มีความโปร่งใส พนักงานและเจ้าหน้าที่จะมีความสุขในการทำงานที่กระทรวง
“คำว่าล้างบางผมไม่คิดเพราะไม่เชื่อว่าคนเราจะมีจิตใจที่ไม่ดีทุกคน แต่คนเราบางทีก็เลือกที่จะมีแรงต่อต้านและมีผลร้ายต่ออาชีพของตัวเองน้อยที่สุด ผมเชื่อว่าคนไทย 99 % อยากจะเดินในทางที่ถูกต้องมากกว่า และเท่าที่ดูตอนนี้ข้าราชการในกระทรวงมีความสุขขึ้นเยอะ”
นายสิทธิชัย กล่าวถึงโครงการ One laptop per child (โครงการเด็กนักเรียน 1 คน แล็ปท็อป 1 เครื่อง) สมัยรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ว่า การดำเนินการ โครงการคอมพิวเตอร์จะต้องทำด้วยความระมัดระวัง เพราะคอมพิวเตอร์เป็นอุปกรณ์ที่ประหลาด ถ้าล้าสมัยไปนิดหนึ่งคุณสมบัติไม่ดีไปนิดนึงก็จะใช้กับอุปกรณ์สมัยใหม่ไม่ได้ ทำให้ไม่มีใครอยากจะใช้ ฉะนั้น ถ้าราคาถูกเกินไปก็ไม่มีใครใช้ ทำให้เสียเงินเปล่าๆ
ทั้งนี้ ตนทราบดี เพราะเป็นเจ้าของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร ทุกๆ 3-4 ปี เราจะต้องเปลี่ยนคอมพิวเตอร์เป็น 1,000 เครื่อง ซึ่งเราคิดว่าเราบริจาค ให้เด็กตามโรงเรียนต่างจังหวัดอาจจะได้ผลดี ปรากฎว่าไม่ค่อยมีใครอยากรับบริจาค เพราะพอตกรุ่นแล้วมันใช้ไม่ได้ ซึ่งถ้าราคาถูกเกินไปก็จะเจอปัญหาขีดความสามารถ ในเครื่องมันน้อย ขณะเดียวกัน เราจะพยายามให้เยาวชน มีขีดความสามารถที่จะได้รับคอมพิวเตอร์ได้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม จะต้องทำด้วยความระมัดระวังและค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป เพราะถ้าสั่งเยอะ ทีละหลายแสนเครื่อง อย่างคอมพิวเตอร์เอื้ออาทร ถ้าผิดก็มีปัญหา ดีอย่างเดียวเวลาจัดซื้อมันใช้เงินเยอะ
ส่วนโครงการนี้จะเดินหน้าต่อไปหรือไม่นั้น นายสิทธิชัย กล่าวว่า โครงการที่จะให้เยาวชนไทยมีโอกาสเข้าสู่เทคโนโลยีมีต่อไป แต่จะต้องเป็นคอมพิวเตอร์ ที่ได้คุณภาพและมีมาตรฐาน ผู้ใช้พร้อมรับได้
ผู้สื่อข่าวถามว่าชื่อโครงการใหม่จะเป็นอะไร รมว.ไอซีที กล่าวว่า ยังไม่มีชื่อ ตนตั้งชื่อไม่เก่ง ส่วนปริมาณแต่ละปีจะเป็นเท่าใดนั้น ขึ้นอยู่กับงบประมาณ ซึ่งขณะนี้กำลังสำรวจว่าแต่ละโรงเรียนที่ขาดแคลนจริงๆ มีเท่าไหร่ และที่สำคัญคือ กระทรวงไอซีทีจะต้องผ่านหน่วยงานซีบราสอนครูให้มากขึ้นด้วย เพราะ 2-3 ปีที่แล้ว หลายๆ โรงเรียน ได้คอมพิวเตอร์ไป 12 เครื่องแต่ยังไม่มีไฟเลย ฉะนั้น จะต้องวางแผนในเชิงบูรณาการ เพื่อไม่ให้เสียเงินไปโดยเปล่าประโยชน์
ผู้สื่อข่าวถามว่าทางกระทรวงได้คุยกับผู้ประกอบการต่างประเทศ ที่เคยคุยกับรัฐบาลชุดที่แล้วหรือไม่ รมว.ไอซีที กล่าวว่า ตนไม่ทราบ แต่เคยมาคุยแล้วเขาหัวเราะ ซึ่งไม่รู้ว่าเป็นคนนี้หรือเปล่า จำไม่ได้ เพราะตนไม่ค่อยอยากให้บริษัทเข้าพบ ยิ่งมาเชิญตนยิ่งไม่รับเชิญ ส่วนของเก่าตนไม่ค่อยรู้ข้อมูล
“การกำหนดสเปคคอมพิวเตอร์มันง่ายมากเลย แต่คอมพิวเตอร์ที่ดี สเปคไม่มีทางทำให้ต่างกัน ไม่มีทางไปล็อคกันได้เลย แต่การจัดซื้อจัดหาคอมพิวเตอร์ โดยไปกำหนดสเปคที่ไม่มีความหมายกับขีดความสามารถคอมพิวเตอร์ เช่น ปลั๊กไฟต้องมี 3 ขา ต้องมีรูปทรงไข่แทนรูปทรงสี่เหลี่ยม เราไปคุ้นเคยกับการล็อคสเปค อย่างนี้มากกว่า ทำให้เกิดการล็อคสเปคง่าย และถ้าผู้จัดซื้อ มีจิตใจที่ต้องการ ให้เกิดความโปร่งใสจริงๆ การล็อคสเปคไม่น่าจะเกิดขึ้นได้”
นายสิทธิชัย โภไคยอุดม รมว.เทคโนโลยีสาร สนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) กล่าวถึงการปรับภาพพจน์ของกระทรวงไอซีทีว่า ขอสัญญาว่าภายในปีนี้กระทรวงไอซีที จะสร้างภาพพจน์ที่ดี ข้าราชการจะมีภาพพจน์ที่มีคุณภาพ มีความโปร่งใส พนักงานและเจ้าหน้าที่จะมีความสุขในการทำงานที่กระทรวง
“คำว่าล้างบางผมไม่คิดเพราะไม่เชื่อว่าคนเราจะมีจิตใจที่ไม่ดีทุกคน แต่คนเราบางทีก็เลือกที่จะมีแรงต่อต้านและมีผลร้ายต่ออาชีพของตัวเองน้อยที่สุด ผมเชื่อว่าคนไทย 99 % อยากจะเดินในทางที่ถูกต้องมากกว่า และเท่าที่ดูตอนนี้ข้าราชการในกระทรวงมีความสุขขึ้นเยอะ”
นายสิทธิชัย กล่าวถึงโครงการ One laptop per child (โครงการเด็กนักเรียน 1 คน แล็ปท็อป 1 เครื่อง) สมัยรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ว่า การดำเนินการ โครงการคอมพิวเตอร์จะต้องทำด้วยความระมัดระวัง เพราะคอมพิวเตอร์เป็นอุปกรณ์ที่ประหลาด ถ้าล้าสมัยไปนิดหนึ่งคุณสมบัติไม่ดีไปนิดนึงก็จะใช้กับอุปกรณ์สมัยใหม่ไม่ได้ ทำให้ไม่มีใครอยากจะใช้ ฉะนั้น ถ้าราคาถูกเกินไปก็ไม่มีใครใช้ ทำให้เสียเงินเปล่าๆ
ทั้งนี้ ตนทราบดี เพราะเป็นเจ้าของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร ทุกๆ 3-4 ปี เราจะต้องเปลี่ยนคอมพิวเตอร์เป็น 1,000 เครื่อง ซึ่งเราคิดว่าเราบริจาค ให้เด็กตามโรงเรียนต่างจังหวัดอาจจะได้ผลดี ปรากฎว่าไม่ค่อยมีใครอยากรับบริจาค เพราะพอตกรุ่นแล้วมันใช้ไม่ได้ ซึ่งถ้าราคาถูกเกินไปก็จะเจอปัญหาขีดความสามารถ ในเครื่องมันน้อย ขณะเดียวกัน เราจะพยายามให้เยาวชน มีขีดความสามารถที่จะได้รับคอมพิวเตอร์ได้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม จะต้องทำด้วยความระมัดระวังและค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป เพราะถ้าสั่งเยอะ ทีละหลายแสนเครื่อง อย่างคอมพิวเตอร์เอื้ออาทร ถ้าผิดก็มีปัญหา ดีอย่างเดียวเวลาจัดซื้อมันใช้เงินเยอะ
ส่วนโครงการนี้จะเดินหน้าต่อไปหรือไม่นั้น นายสิทธิชัย กล่าวว่า โครงการที่จะให้เยาวชนไทยมีโอกาสเข้าสู่เทคโนโลยีมีต่อไป แต่จะต้องเป็นคอมพิวเตอร์ ที่ได้คุณภาพและมีมาตรฐาน ผู้ใช้พร้อมรับได้
ผู้สื่อข่าวถามว่าชื่อโครงการใหม่จะเป็นอะไร รมว.ไอซีที กล่าวว่า ยังไม่มีชื่อ ตนตั้งชื่อไม่เก่ง ส่วนปริมาณแต่ละปีจะเป็นเท่าใดนั้น ขึ้นอยู่กับงบประมาณ ซึ่งขณะนี้กำลังสำรวจว่าแต่ละโรงเรียนที่ขาดแคลนจริงๆ มีเท่าไหร่ และที่สำคัญคือ กระทรวงไอซีทีจะต้องผ่านหน่วยงานซีบราสอนครูให้มากขึ้นด้วย เพราะ 2-3 ปีที่แล้ว หลายๆ โรงเรียน ได้คอมพิวเตอร์ไป 12 เครื่องแต่ยังไม่มีไฟเลย ฉะนั้น จะต้องวางแผนในเชิงบูรณาการ เพื่อไม่ให้เสียเงินไปโดยเปล่าประโยชน์
ผู้สื่อข่าวถามว่าทางกระทรวงได้คุยกับผู้ประกอบการต่างประเทศ ที่เคยคุยกับรัฐบาลชุดที่แล้วหรือไม่ รมว.ไอซีที กล่าวว่า ตนไม่ทราบ แต่เคยมาคุยแล้วเขาหัวเราะ ซึ่งไม่รู้ว่าเป็นคนนี้หรือเปล่า จำไม่ได้ เพราะตนไม่ค่อยอยากให้บริษัทเข้าพบ ยิ่งมาเชิญตนยิ่งไม่รับเชิญ ส่วนของเก่าตนไม่ค่อยรู้ข้อมูล
“การกำหนดสเปคคอมพิวเตอร์มันง่ายมากเลย แต่คอมพิวเตอร์ที่ดี สเปคไม่มีทางทำให้ต่างกัน ไม่มีทางไปล็อคกันได้เลย แต่การจัดซื้อจัดหาคอมพิวเตอร์ โดยไปกำหนดสเปคที่ไม่มีความหมายกับขีดความสามารถคอมพิวเตอร์ เช่น ปลั๊กไฟต้องมี 3 ขา ต้องมีรูปทรงไข่แทนรูปทรงสี่เหลี่ยม เราไปคุ้นเคยกับการล็อคสเปค อย่างนี้มากกว่า ทำให้เกิดการล็อคสเปคง่าย และถ้าผู้จัดซื้อ มีจิตใจที่ต้องการ ให้เกิดความโปร่งใสจริงๆ การล็อคสเปคไม่น่าจะเกิดขึ้นได้”


