xs
xsm
sm
md
lg

ป๋าเปรมปลุกให้ปรองดองเพื่อชาติ ยกย่อง"สุรยุทธ์"เทียบ"วินส์ตั้น เชอร์ชิลด์"

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

"ป๋าเปรม"เรียกร้องให้คนไทยยึดหลัก 11 ประการ เพื่อความปรองดอง ความสามัคคี ในการพัฒนาและรักษาชาติบ้านเมือง ยกย่อง"สุรยุทธ์"เทียบ"วินส์ตั้น เชอร์ชิลด์"นายกฯอังกฤษในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่เป็นคนดี ยอมเสียสละเพื่อชาติ ย้ำชาติบ้านเมืองเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ใครที่คิดจะยึดถือเป็นของตนเอง หรือของพรรคพวกเพื่อประโยชน์อันไม่ชอบธรรม จะพบกับความหายนะในที่สุด

เมื่อเวลา 15.00 น.วานนี้ (15พ.ย.)ที่หอประชุมใหญ่ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ได้ปาฐกถาพิเศษเนื่องในงานนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระจอมเกล้าลาดกระบังนิทรรศ 49 เทิดไท้ 60 ปี ครองราชย์พระบิดาแห่งเทคโนโลยีของไทย ในหัวข้อ"การปลูกจิตสำนึกให้เกิดความรักสามัคคี ปรองดอง เพื่อรักษาและพัฒนาบ้านเมือง"โดยมีพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี และนายกสภาสถาบันเทคโนโลยีฯ มาให้การต้อนรับ

พล.อ.เปรม กล่าวว่า ปัจจุบันโลกาภิวัตร เข้ามาในประเทศไทย ทุกสิ่งก็พัฒนาไปในทางที่ดีและไม่ดี คล้ายกับว่าเราไม่มีจุดรวมที่จะให้เราไปยึดเหนี่ยว ให้เกิดความสามัคคีปรองดอง แต่ความจริงเรามีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งพระองค์ท่านเป็นสิ่งที่เราต้องยึดเหนี่ยว เป็นศูนย์รวมแห่งความรักความสามัคคีปรองดอง ดังนั้นหากทุกคนไม่รู้ว่าจะมีความรักความสามัคคีปรองดองกันเพื่ออะไร ก็ขอให้ตอบตัวเองว่า เราจะสามัคคีเพื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเรา

"ความสามัคคี แปลว่าความพร้อมเพรียง ความร่วมมือร่วมใจ ปรองดอง หมายถึง ความประนีประนอมไม่แก่งแย่งกัน ตกลงกันด้วยไมตรีจิต ทุกวันนี้ชาติบ้านเมืองของเรามีความไม่สามัคคีปรองดอง บางส่วนบางภาคมีความแตกแยกเห็นได้ชัดเจน มีการกล่าวหากันไปมา ไม่มีใครยอมใคร ไม่มีกรรมการตัดสิน ดังนั้น การปลูกจิตสำนึกของคนไทยให้มีความรักสามัคคีปรองดองกัน เพื่อรักษาและพัฒนาชาติบ้านเมือง ผมอยากใช้คำว่า เพื่อรักษาและพัฒนาชาติบ้านเมืองอันเป็นที่รักของเรา หากใส่คำนี้เข้าไปจะทำให้คนรู้สึกว่า ชาติบ้านเมืองเป็นที่รักของเราจริงๆ เรื่องปลูกและปลุกจิตสำนึก เป็นเรื่องที่ค่อนข้างยาก แต่เป็นสิ่งที่จำเป็นที่เราต้องปฏิบัติ ให้มั่นคงและยั่งยืน มิฉะนั้นความสัมฤทธิ์ของความสามัคคีปรองดองก็จะไม่เกิดขึ้น"

การจะทำให้เกิดความปรองดอง ความสามัคคี เพื่อพัฒนาและรักษาชาติบ้านเมือง คิดว่า 1.ต้องยึดมั่นในความเสียสละ เพื่อให้ท่านได้เข้าใจชัดเจนมากขึ้น ขออัญเชิญพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันข้าราชการพลเรือนปี 2548 มีความตอนหนึ่งว่า ข้าราชการผู้ปฏิบัติบริหารงานของแผ่นดิน จะต้องรู้ ตระหนักในการเสียสละอันได้แก่การสละสำคัญ 2 ประการ คือ สละเพื่อส่วนรวมอันยิ่งใหญ่ และเหนือกว่าประโยชน์ส่วนตัว ประการหนึ่ง กับ สละความคิด จิตใจ ที่ต่ำทราม กักขฬะ อีกประการหนึ่ง จึงจะเป็นที่เชื่อถือของคนทั้งปวง และสามารถดำรงตำแหน่งหน้าที่อย่างมีเกียรติ ศักดิ์ศรี และ มีความมั่นคง ตลอดไป ข้อนี้พวกเราน่าจะจำและนำไปปฏิบัติ คือการสละนั้น คือ การสละเพื่อส่วนรวมอย่างหนึ่งและ ก็สละจิตใจที่รู้สึกไม่ดี อีกประการหนึ่ง

"ทุกคนต้องรู้จักมิสเตอร์วินส์ตั้น เชอร์ชิลด์ เป็นนายกรัฐมนตรี เหมือนคุณสุรยุทธ์ นี่แหละ เขาเป็นนายกรัฐมนตรีของอังกฤษ ตอนสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง ที่มาที่ไปก็คล้ายๆกับคุณสุรยุทธ์ คือไม่ได้เป็นผู้แทนราษฎร แต่เขาถูกเชิญให้มาเป็นนายกรัฐมนตรี ตอนสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง เพราะควีนส์ เห็นว่าเขาเป็นคนที่เหมาะสม คุณเชอร์ชิลด์ ได้พูดเรื่องเสียสละเป็นเป็นประโยคภาษาอังกฤษ ที่แสดงให้เห็นว่า จำเป็นต้องเสียสละเพื่อชาติบ้านเมือง นายกฯสุรยุทธ์ ของเราก็เหมือนกัน คล้ายๆกับเชอร์ชิลด์ ที่มาเป็นนายกฯโดยไม่ได้ตั้งใจมาเป็น แต่ก็เพื่อชาติบ้านเมือง เชอร์ชิลด์ได้พูดไว้ตอนสงครามโลกครั้งที่สองว่า สงครามโลกครั้งที่สองเกิดขึ้นเพราะความอยากมีอำนาจของคนไม่ถึง 10 คน ซึ่งคน 10 คนนี้ ทำให้คนทั้งโลกรบกัน เป็นเวลาหลายปีเพราะอยากมีอำนาจ เพราะฉะนั้นผมไม่ทราบเหมือนกันว่า อำนาจมีกลิ่นหอมหวนอย่างไร คนจึงอยากได้กันนัก เมื่อผมเป็นนายกรัฐมนตรี ผมไม่รู้สึกว่าอำนาจมันเป็นเครื่องดึงดูดให้เราทำโน่นทำนี่เลย ผมกลับเห็นว่าเราไม่ควรมีอำนาจมากนัก"

2.ยึดมั่นในความซื่อสัตย์ สุจริต ไม่ใช่แค่ตัวเรา แต่จำเป็นต้องทำให้คนรอบข้างเรามีความซื่อสัตย์สุจริตด้วย 3. คนไทยควรยึดมั่นในกฎหมาย และศีลธรรม ใช้กฎหมาย และปฏิบัติตามกฎหมาย เพื่อประโยชน์ของตนและพวกพ้อง มีศีลธรรมในการปฏิบัติตนตามกฎหมาย 4 .ยึดมั่นในคุณธรรม และ จริยธรรม ซึ่งคนดีเท่านั้นถึงจะมีคุณธรรม และจริยธรรมได้ ส่วนคนไม่ดีนั้น มีไม่ได้ และไม่อยากมี โดยเฉพาะผู้บริหาร ถ้าไม่มีและไม่ยึดมั่นในคุณธรรม จริยธรรม เชื่อเถอะว่า บริหารไม่ได้ ได้ก็ไม่ดี แต่การจะบอกว่าคนดีอย่างไรบอกไม่ได้ แต่ถ้าบอกว่า คุณสุรยุทธ์ดี คนก็บอกว่า ดีจริงๆ พูดอย่างนี้ได้ว่า คนดีคือ คนที่ไม่ทำให้ผู้อื่น สังคม ประเทศชาติ เดือดร้อน

5.ต้องยึดมั่นในความเป็นธรรม ซึ่งความเป็นธรรมก็หมายถึงความยุติธรรมด้วย ความยุติธรรม คือความไม่มีอคติที่มีอยู่ 4 ประการ รัก โกรธ กลัว เขลา ความเป็นธรรมดูได้ด้วยมาตรฐานในการทำหน้าที่ และ มีมาตรฐานเดียว ไม่ว่าจะใช้ที่ไหนก็ตาม ไม่ใช่ทำอะไรตามชอบใจ นอกจากมีมาตรฐานเดียวแล้วต้องไม่มี ระบบ ระบอบ พรรคพวก เพื่อนฝูง พี่น้อง เพื่อประโยชน์อันไม่เป็นธรรม หรือทำอะไรไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งเรื่องความเป็นธรรม ทำให้เกิดคำศัพท์ที่มีคนใช้กันมากคือ"ล้างบาง"

6.ต้องยึดมั่นในความโปร่งใสของการปฏิบัติ คือ สะอาดหมดจดบริสุทธิ์ 7. ต้องเข้าใจเรื่องค่านิยมที่ดี และถูกต้อง คนรวยไม่จำเป็นต้องเป็นคนดี คนจนไม่จำเป็นต้องเป็นคนไม่ดี ความจนไม่ใช่เป็นเครื่องวัดความดีความเลว ไม่ใช่เครื่องวัดไอคิว หรือ อีคิว แปลกแต่จริงว่าส่วนใหญ่ที่เข้าใจว่าความร่ำรวย สามารถสร้างชื่อเสียงเกียติยศได้ สร้างฐานะได้ จึงรีบสร้างความร่ำรวยกันมาก

8. การยอมรับผิด ขอโทษให้อภัยซึ่งกันและกัน ไม่หวาดระแวงซึ่งกันและกัน และที่สำคัญอีกเรื่องที่จะทำให้เกิดความสามัคคีปรองดอง คือ พวกเราเป็นคนไทยต้องรักษาความเป็นไทย ถ้าเราเห็นว่าการเป็นคนไทยด้วยกันอยู่ใต้ร่มโพธิ์ ร่มไทรของชาติ ศาสนา หรือต่างศาสนาก็ไม่เป็นไร และพระมหากษัตริย์องค์เดียวกัน

9. ความมั่นคงของรัฐ เป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้เกิดความสามัคคีปรองดองตั้งแต่ยุคโลกาภิวัตน์เข้ามาสังคมก็เปลี่ยนแปลงไปมาก บางคนก็ยึดเอามาทั้งดุ้นโดยไม่ได้ประยุกต์เลย นำมาใช้แล้วเกิดความเห็นที่ขัดแย้งกัน เช่น สิทธิมนุษยชนหรือเสรีภาพในการพูด เขียน ฟัง ถ้าทุกคนแปลเหมือนกันก็ โอเค.หมายถึงแปลอย่างถูกต้องเป็นธรรมก็ใช้ได้ แต่ถ้าเราแปลเป็นอย่างอื่นคนละอย่างสองอย่างก็จะทำให้เกิดความแตกแยก

10.คนไทยทุกคนต้องยึดมั่นอยู่ใน การตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน 11. พระบรมราโชวาทและพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นสิ่งที่บริสุทธิ์ และสะอาด ถ้าเรายึดมั่น ปฏิบัติตาม ความสามัคคีก็จะเกิดขึ้นในชาติบ้านเมืองของเรา อย่างไม่ต้องสงสัย

ถ้าพวกเรายึดมั่นทั้ง 11 ข้อที่กล่าวมานี้ ความสามัคคีปรองดองจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน และจะปลูก และปลุก ได้ตอลดเวลา ทำให้เกิดพลังกล้าแข็งรักษาชาติบ้านเมืองไว้ได้

พล.อ.เปรม ยังได้กล่าวถึง การพัฒนาชาติบ้านเมือง จำเป็นต้องมีผู้นำที่ดี ซึ่งมีคุณลักษณะ 4 ประการดังนี้

1.ผู้นำต้องบริสุทธิ์ประชาชนต้องยอมรับและศรัทธา ผู้นำชาติบ้านเมืองต้องเห็นว่า ชาติบ้านเมืองสำคัญและต้องมาก่อนการเมือง ตนเป็นองคมนตรี และ พล.อ.สุรยุทธ์ ก็เป็นองคมนตรี รัฐธรรมนูญได้บัญญัติห้ามองคมนตรียุ่งเกี่ยวกับการเมือง เมื่อตนไปพูดอะไรก็ถูกตำหนิว่าเป็นองคมนตรี จะพูดอย่างนั้นไม่ได้ เพราะรัฐธรรมนูญบัญญัติห้ามไว้ ก็บอกเขาว่า ที่พูดไม่ใช่เรื่องการเมือง แต่เป็นเรื่องของชาติบ้านเมือง เพราะฉะนั้นย่อมมีสิทธิ์ที่จะพูด

2.ผู้นำต้องรู้ปัญหา และเข้าใจปัญหา แก้ปัญหาได้และแก้เป็น 3.ผู้นำต้องมีสปิริต ต้องใช้อำนาจเป็นธรรมไม่หลงอำนาจ และไม่ยึดติดกับอำนาจ 4. ผู้นำต้องรู้จักพอและต้องเข้าใจในทฤษฎีใหม่ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว คือเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง ทั้งหมดนี้คือ สิ่งที่ตนคิดเองว่า ผู้นำที่จะทำให้เกิดความสามัคคีปรองดองในชาติบ้านเมืองของเราควรจะมีลักษณะดังที่กล่าวไปแล้วที่ได้มาจากประสบการณ์ที่ได้รับมา ขอเรียนว่าที่พูดทั้งหมดไม่ใช่วิชาการ เพราะว่าตนไม่ใช่นักวิชาการแต่ตนเป็นนักการทหาร

"ข้อความต่อไปนี้เป็นข้อความที่คิดเอง และพูดไปหลายที่แล้วแต่อยากพูดให้ฟังอีกครั้งว่า ชาติบ้านเมืองเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ใครก็ตามแม้เพียงแต่คิดจะยึดถือเป็นของตนเอง หรือของพรรคพวกตนเองเพื่อประโยชน์อันไม่ชอบธรรมต่อตนเอง หรือต่อพรรคพวกของตนเอง จะพบกับความหายนะในที่สุด พระสยามเทวาธิราชจะปกป้องคุ้มครองคนดีของชาติบ้านเมืองเสมอ และจะสาปแช่งคนไม่ดีให้ตกมีอันเป็นไป ต้องตกทุกข์ได้ยากแสนสาหัสตลอดชีวิต นี่คือสิ่งที่ผมเชื่อมั่น"พล.อ.เปรม กล่าว

พล.อ.สุรยุทธ์ กล่าวว่า สิ่งที่พล.อ.เปรม พูดจะทำให้ทุกคนเข้าใจในพระบรมราโชวาท และพระราชดำรัส และนำปฏิบัติได้ และหากนำไปปฏิบัติให้ถูกต้องก็จะเป็นประโยชน์อย่างมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในช่วงที่บ้านเมืองต้องการสมานฉันท์ และ ต้องการความปรองดอง

เมื่อถามว่า ท่านเป็นผู้ใหญ่ในบ้านเมืองมีความเห็นอย่างไรที่พ.ต.ท.ทักษิณ จะเดินทางกลับมา พล.อ.เปรม กล่าวพร้อมชี้มือไปทางพล.อ.สุรยุทธ์ว่า ให้ไปถามนายกฯ ในขณะที่พล.อ.สุรยุทธ์ ก็ชี้กลับมาที่ พล.อ.เปรม
กำลังโหลดความคิดเห็น...