xs
xsm
sm
md
lg

พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์

เผยแพร่:   โดย: เกษม ศิริสัมพันธ์

เมื่อ พ.ศ. 2522 ในรัฐบาลเปรม 1 ผมเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พลตรีจำลอง ศรีเมือง ครั้งนั้นยังมียศเป็นพันเอก เป็นเลขาธิการนายกรัฐมนตรี

ตอนนั้นผมยังชอบพอกับคุณจำลอง ต่อมาได้มีเรื่องผิดใจกัน โดยคุณจำลองกล่าวหาผมซึ่งไม่เป็นความจริงว่า เป็นผู้ยุยงให้ท่านอาจารย์คึกฤทธิ์เขียนวิพากษ์วิจารณ์คุณจำลอง รายละเอียดเรื่องผมกับคุณจำลอง ให้ดูหนังสือของผมเรื่อง เหลียวมองหลัง (สำนักพิมพ์บ้านพระอาทิตย์ พิมพ์ครั้งที่สอง 2547) เรื่อง “ยังเติร์ก” หน้า 254 -259

สมัยนั้นเมื่อไปธุระราชการที่ทำเนียบฯ ผมจึงแวะขึ้นไปคุยกับคุณจำลองเสมอ โต๊ะทำงานของคุณจำลองอยู่หน้าห้องท่านนายกรัฐมนตรี หน้าโต๊ะคุณจำลองเป็นโต๊ะทำงานของอีกผู้หนึ่ง ผมสังเกตว่าบางครั้งบุคคลผู้นี้แต่งเครื่องแบบทหารยศเป็นพันโท

ต่อมาคุณจำลองได้แนะนำให้รู้จักท่านผู้นี้ ท่านชื่อพันโทสุรยุทธ์ จุลานนท์ คุณจำลองได้บอกว่าท่านผู้นี้เป็นกำลังสำคัญที่ได้ช่วยเหลือแบ่งเบาภาระของท่านในฐานะเป็นเลขาธิการนายกรัฐมนตรี

คุณจำลองได้กระซิบบอกด้วยว่า ท่านผู้นี้เป็น “ลูก” คนหนึ่งของ “ป๋า” และยังบอกด้วยว่าท่านผู้นี้เป็น “ลูก” ที่ “ป๋า” ไว้วางใจที่สุดคนหนึ่ง

ครั้งนั้นรัฐบาลมีนโยบายพยุงราคาข้าว โดยมีคณะกรรมการนโยบายข้าว มีคุณบุญชู ซึ่งเป็นรองนายกรัฐมนตรี เป็น “ซาร์เศรษฐกิจ” ในยุคนั้น เป็นประธาน ผมในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยได้เป็นกรรมการ และพันโทสุรยุทธ์ ก็เป็นกรรมการด้วยผู้หนึ่ง

คณะกรรมการนโยบายข้าว ได้ตั้งอนุกรรมการขึ้นคณะหนึ่ง มีหน้าที่อย่างใดผมก็จำไม่ได้แล้ว มีผมเป็นประธานอนุกรรมการ คุณสุรยุทธ์ ก็ได้เป็นอนุกรรมการชุดนี้กับผมด้วย

ครั้งหนึ่ง ผมและอนุกรรมการได้ไปตรวจบรรดาโรงสีในจังหวัดภาคกลาง เพื่อตรวจดูว่า บรรดาโรงสีเหล่านี้ ได้เอาเปรียบชาวนา ซึ่งนำข้าวเปลือกมาขายหน้าโรงสีหรือไม่

เมื่อชาวนานำข้าวเปลือกมาขาย ทางโรงสีจะนำตัวอย่างข้าวมาเกลี่ยบนโต๊ะแล้วเอาท่อนไม้ไปบดข้าวเหล่านั้น เพื่อดูเป็นตัวอย่างว่าเมื่อสีออกมาแล้วจะได้ข้าวสารคุณภาพเพียงใด จึงสามารถกำหนดราคาข้าวเปลือกของชาวนาได้

วิธีหนึ่งที่โรงสีสามารถกดราคาข้าวเปลือก ก็คือใช้ไม้บดข้าว ไม่ใช้ท่อนไม้ธรรมดา แต่เป็นท่อนไม้ที่ฝังกากเพชรไว้เต็ม เมื่อใช้ท่อนไม้ฝังกากเพชรบดข้าวตัวอย่างของชาวนา ข้าวเปลือกก็จะละเอียดลงมาก ทางโรงสีสามารถกดราคาข้าวเปลือกชาวนาได้ด้วยวิธีการเช่นนี้

ตรวจโรงสีกันคราวนั้น เมื่อถึงโรงสีแห่งหนึ่ง ก็เห็นท่อนไม้ที่ใช้บดข้าวเปลือกของชาวนาก็เป็นท่อนไม้ธรรมดา ขณะที่ผมพูดคุยกับเจ้าของโรงสีอยู่นั้น ผมสังเกตว่าคุณสุรยุทธ์หายไป สักครู่หนึ่งก็กลับมา แล้วชวนผมให้เดินตรวจโรงสีนั้นด้วยกัน

ผมและบรรดาอนุกรรมการที่ไปด้วยพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ ได้เดินตามคุณสุรยุทธ์ไปจนถึงบริเวณหลังโรงสี ก็ได้พบท่อนมีกากเพชรวางซุกอยู่!

นี่เป็นตัวอย่าง แสดงว่าคุณสุรยุทธ์เป็นผู้รอบคอบ ไม่ใช่ใครจะหลอกตบตาได้ง่ายๆ

อีกประการหนึ่งตอนนี้กำลังเป็นฤดูเก็บเกี่ยว รัฐบาลคงต้องมีมาตรการต่างๆ เพื่อรักษาระดับราคาข้าว ผมจึงขอบอกไว้ว่า นายกรัฐมนตรีสุรยุทธ์เป็นผู้หนึ่งที่มีความรู้เรื่องข้าวอย่างทะลุปรุโปร่ง เพราะท่านเป็นกรรมการนโยบายข้าวมาตลอด 8 ปีของรัฐบาลพลเอกเปรม

หลังจากนั้นอีกไม่นาน ผมก็พ้นหน้าที่รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เพราะพรรคกิจสังคมถอนตัวจากการร่วมรัฐบาลพลเอกเปรม

เช้ามืดวันที่ 1 เมษายน 2524 ผมได้รับโทรศัพท์จากคุณสุรยุทธ์ แจ้งว่า “พี่ลอง” ให้โทรศัพท์มาบอกผมว่า เมื่อคืนนี้ “พี่นูญ” และพรรคพวกได้พยายามก่อรัฐประหารโดยคุมตัว “ป๋า” ไว้ที่บ้านสี่เสา แต่ “ป๋า” หนีออกมาได้แล้ว

ผมได้ย้อนถามไปว่า ตอนนี้ “ป๋า” อยู่ที่ไหน? คุณสุรยุทธ์ตอบว่า เท่าที่ทราบตอนนี้ “ป๋า” อยู่ที่สวนจิตรฯ ผมถามต่อไปว่า ตอนนี้คุณจำลองอยู่ที่ไหน? มีเสียงตอบกลับมาว่า ไม่ทราบ แต่ “พี่ลอง” ได้สั่งแต่เพียงว่าให้โทรศัพท์บอกผมให้ทราบถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้เท่านั้น!

ตอนประมาณ 11 โมงเช้า คุณสุรยุทธ์ได้โทรศัพท์ถึงผมอีกครั้งหนึ่ง บอกว่า เมื่อเวลาประมาณ 10.00 น. พระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯได้เสด็จฯ ไปประทับที่โคราช มี “ป๋า” ตามเสด็จฯ ไปด้วย

คุณสุรยุทธ์ได้ถามผมว่า ท่านอาจารย์คึกฤทธิ์อยู่ที่ไหน? ผมได้ตอบว่าท่านคงอยู่ที่บ้านซอยสวนพลู คุณสุรยุทธ์ได้แนะนำว่าท่านควรไปอยู่ที่ไหนนอกกรุงเทพฯ เพราะถ้าอยู่ในนี้ พวก “พี่นูญ” อาจไปคุมตัวท่านมาก็ได้ ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง เรื่องจะยิ่งยุ่งยากมากขึ้น

ผมได้แจ้งให้ท่านอาจารย์คึกฤทธิ์ทราบ พอท่านได้ทราบว่าในหลวงได้เสด็จฯ ออกจากพระนครแล้ว ท่านก็รีบเก็บข้าวของ ออกเดินทางไปบ้านท่านที่เชียงใหม่ อันที่จริงท่านก็ชวนให้ผมไปด้วยกัน แต่ผมได้ขอตัว ขออยู่กรุงเทพฯ เพื่อติดตามข่าวคราวต่างๆ

ในตอนนั้น ทางคณะรัฐประหารได้ประกาศให้บรรดา ส.ส.ไปรายงานตัว ผมในฐานะเป็นเลขาธิการพรรค จึงได้บอก ส.ส.ที่สังกัดพรรคกิจสังคม ให้อยู่เฉยๆ ไม่ต้องไปรายงานตัว

ต่อมาทางฝ่ายรัฐบาลได้ประกาศให้หัวหน้าพรรคการเมืองต่างๆ ไปรายงานตัวต่อนายกรัฐมนตรีที่โคราช ท่านอาจารย์คึกฤทธิ์ ได้โทรศัพท์มาถามว่าท่านอยู่ถึงเชียงใหม่ ต้องให้เดินทางไปโคราชอีกหรือ? ผมได้ตอบท่านไปว่าให้ท่านไปรายงานตัวกับผู้ว่าราชการจังหวัดก็คงเพียงพอแล้ว

ท่านอาจารย์คึกฤทธิ์ได้ไปที่ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ ไม่พบผู้ว่าราชการจังหวัดเพราะได้เดินทางไปโคราชแล้ว พบแต่รองผู้ว่าราชการจังหวัดซึ่งก็ได้รับทราบการรายงานตัวของหัวหน้าพรรคกิจสังคม

ต่อมาได้ทราบจากท่านอาจารย์คึกฤทธิ์ว่า ท่านนายกฯ เปรมได้โทรศัพท์ไปขอบคุณท่านที่เชียงใหม่ บอกว่าได้รับทราบเรื่องที่ท่านอาจารย์ได้ไปรายงานตัวที่ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่แล้ว

ตลอดระยะเวลาที่วิกฤตครั้งนั้น คุณสุรยุทธ์ได้ติดต่อกับผมทางโทรศัพท์อีกหลายครั้ง ได้เล่าเรื่องความคืบหน้าต่างๆ อย่างเช่นเรื่องทางฝ่ายรัฐบาลได้ตระเตรียมการต่อสู้กับฝ่ายรัฐประหาร และได้เริ่มทยอยลอบส่งกำลังฝ่ายรัฐบาลเข้ามาในกรุงเทพฯ เดินทางมาทางสายการบินบ้าง บ้างก็เดินทางเข้าทางขบวนทางรถไฟ และบางส่วนก็มาทางรถบัส ทั้งหมดนี้มานอกเครื่องแบบ

เมื่อสถานการณ์ครั้งนั้นได้ผ่านไปแล้ว ผมกับคุณสุรยุทธ์ก็ไม่ได้ติดต่อกันอีก ผมได้ข่าวว่าคุณสุรยุทธ์ได้ย้ายกลับไปประจำที่ป่าหวาย ลพบุรี

การพบปะกับคุณสุรยุทธ์ครั้งต่อไป เป็นเรื่องความคาดฝัน!

เมื่อท่านอาจารย์คึกฤทธิ์ได้กล่าวถ้อยคำว่า “กูไม่กลัวมึง!” กลางการปราศรัยใหญ่ของพรรคกิจสังคม กลางท้องสนามหลวง คำกล่าวเชิงท้าทายอย่างห้าวหาญครั้งนั้น ได้เพิ่มดีกรีความร้อนทางการเมืองขึ้นอีกหลายองศา ถ้อยคำว่า “กูไม่กลัวมึง” ครั้งนั้นได้สร้างความตึงเครียดทางการเมืองอยู่ระยะหนึ่ง

เช้าวันหนึ่งในช่วงเวลานั่นเอง คุณสุรยุทธ์ ได้โผล่ไปหาผมที่บ้าน ซึ่งตอนนั้นผมยังอยู่ที่บ้านซอยพญานาค ในวันนั้นคุณสุรยุทธ์แต่งกายชุดลำลอง นอกเครื่องแบบ

หลังจากได้ทักทายปราศรัยกันแล้ว คุณสุรยุทธ์ได้ปรารภว่า ถึงแม้ตัวท่านจะเป็นนายทหาร แต่ไม่นิยมการทำปฏิวัติรัฐประหาร เพราะคนอย่างท่านซึ่งเป็นทหาร ก็ต้องออกมาเสี่ยงในการใช้กำลังเช่นนั้น

จุดมุ่งหมายของการมาเยือนผมถึงบ้านครั้งนั้น คุณสุรยุทธ์คงต้องการให้ผมยับยั้งท่านอาจารย์คึกฤทธิ์ไม่ให้กล่าววาจารุนแรงเพิ่มขึ้นมาอีก

อันที่จริงหลังจากกล่าวถ้อยคำดังกล่าวแล้ว ท่านอาจารย์คึกฤทธิ์ ก็ไม่ได้ต่อปากต่อคำต่อไป ในที่สุดความตึงเครียดทางการเมืองก็เริ่มลดลงจนหายไปในที่สุด

เมื่อไม่นานมานี้ หลังจากที่ท่านได้เป็นนายกรัฐมนตรีแล้ว พลเอกสุรยุทธ์ได้กล่าวปราศรัยในที่แห่งหนึ่งว่า ถึงแม้ท่านเป็นทหารมาตลอดเวลารับราชการก็ตาม แต่ท่านไม่นิยมการทำรัฐประหาร

ผมขอยืนยันว่าท่านเคยกล่าวถ้อยคำเช่นนี้กับผม เมื่อคราวมาพบผมที่บ้านเมื่อ 20 ปีมาแล้ว แต่ผมก็มาคิดคำนึงอยู่คนเดียวในตอนนี้ว่า โชคชะตามนุษย์นั้นมักมีมุมหักได้เสมอ!

พลเอกสุรยุทธ์ เป็นนายทหารที่ไม่นิยมการทำรัฐประหาร แต่รัฐประหารครั้งหลังสุดคราวนี้ ก็ผลักดันให้ท่านขึ้นมาครองตำแหน่งนายกรัฐมนตรีจนได้!

หลังจากนั้น ผมก็ไม่ได้ติดต่อกับท่านอีก จนท่านได้เป็นพลเอก เป็นผู้บัญชาการทหารบก ตอนนั้น สยามสมาคมได้เชิญท่านไปบรรยายเรื่องการทหาร ผมเป็นสมาชิกของสยามสมาคม เมื่อได้ทราบข่าวจึงไปฟังท่านพูด

ผมไปก่อนถึงกำหนดเวลาสักประมาณ 20 กว่านาที ขณะนั้นเขากำลังมีการเลี้ยงรับรองท่านอยู่ในสนามข้างห้องประชุม เจ้าหน้าที่ของสมาคมก็ได้มาเชิญให้ไปร่วมงานเลี้ยงรับรองด้วย แต่ผมปฏิเสธ เพราะไม่ประสงค์จะแสดงตัวว่ารู้จักมักคุ้นกับท่าน

ผมคงนั่งรออยู่ในห้องประชุม จนถึงเวลา ท่านจึงเดินเข้าในห้องประชุม เมื่อท่านเหลือบเห็นผมนั่งอยู่ ท่านก็เดินอ้อมมาทักทายด้วย!

หลังจากนั้น ท่านก็ขึ้นไปดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารสูงสุด แล้วท่านก็เกษียณในตำแหน่งดังกล่าว หลังจากนั้นท่านก็ได้รับพระมหากรุณาธิคุณ แต่งตั้งให้เป็นองคมนตรี แล้วท่านก็ได้ลาบวชเป็นพระภิกษุหนึ่งพรรษาที่วัดป่าแห่งหนึ่งในจังหวัดหนองคาย

ระหว่างที่ท่านบวช ผมเห็นภาพท่านในหน้าหนังสือพิมพ์ เดินบิณฑบาตอยู่ท้ายแถวของพระในวัดนั้น แต่ผมยังคิดอยู่ในใจว่า ท่านมีอาการสำรวมสมอยู่ในสมณเพศ

ชีวิตผมนับว่าได้อยู่มานาน ได้ผ่านได้พบกับบุคคลสำคัญในทางการเมือง ได้รู้จักมักคุ้นกับคนเป็นนายกรัฐมนตรีก็หลายคน

ผมเคยรู้จักมักคุ้นกับคุณทักษิณ ชินวัตร มาก่อนเป็นนายกรัฐมนตรี ไว้คราวหลังผมจะเปิดเผยถึงเรื่องราวที่ผมได้เคยรู้จักชอบพอกับคุณทักษิณ ตอนนี้คุณทักษิณตกจากอำนาจ ไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรีแล้ว ผมคงคุยได้สะดวก!

สำหรับพลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันนั้น ถึงตอนนี้ท่านจะรับภาระหนักและดูสับสนยิ่งนัก แต่ผมเป็นคนเชื่อในคติโบราณที่ว่า “คนดีตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้!”
กำลังโหลดความคิดเห็น...