xs
xsm
sm
md
lg

ดวงดับ ดาวตก นายกฯ พลัดถิ่น ประชาชนใกล้วันมีชัย

เผยแพร่:   โดย: อมร อมรรัตนานนท์

สัปดาห์นี้ หากมองจากมุมมองของนักโหราศาสตร์ หลายสำนักเห็นตรงกันว่า

ดวงของคุณทักษิณ มีดาวเสาร์เป็นดาวโทษทุกข์ทับดาวอาทิตย์ มีปัญหาเรื่องชื่อเสียงตำแหน่ง ดาวเสาร์ทับดวงจันทร์ จะมีปัญหาเรื่องจิตใจ สุขภาพ ความรู้สึกเสน่ห์น้อยลง มีเรื่องการเสื่อมศรัทธา และดาวพุธซึ่งเป็นดาวประจำตัวนายกฯ ที่ถูกดาวเสาร์ทับ ที่ถือเป็นกาลกิณีจึงต้องระวังเรื่องของความปลอดภัย สุขภาพ เสาร์ทับ 3 องค์ คือทั้ง อาทิตย์ จันทร์ พุธ เป็นราหูที่เล็งลัคนา ที่เป็นเรื่องหุ้นส่วนทางการเมือง เกิดการแตกแยกที่ชัดเจน

อีกทั้งฟันธง ว่าช่วงเดือนกันยายนนี้จะเกิดอุปราคาขึ้น 2 ครั้ง คือ วันที่ 8 ที่ถือเป็นจันทรุปราคา ถึงวันที่ 22 ที่ถือเป็น สุริยุปราคา จะเป็นช่วงที่วิกฤตที่สุด และจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อคุณทักษิณ

ซึ่งเป็นไปตามกฎแห่งกรรม คุณทักษิณ จึงต้องพึ่งพ่อมด หมอผี มนต์ดำจากทุกสำนัก แม้กระทั่งหมอดู ET จากพม่าก็เคยเดินทางมาแก้ชะตาชีวิต ถึงเมืองไทยมาแล้ว ข่าวการสะเดาะเคราะห์ ด้วยวิธีการพิสดารจึงเห็นอยู่เนืองๆ ก็ไม่อาจแก้ดวงชะตาที่ตกต่ำลงทุกวัน

การเร่ร่อนของนายกฯ พลัดถิ่น เดินทางออกตะเวนเตร็ดเตร่อยู่ต่างประเทศ ก็เป็นไปตามคำทำนาย เพื่อแก้ปมชะตาชีวิตที่กำลังตกต่ำ

แปลกแต่จริง ดวงของคุณทักษิณ มักเป็นด้านตรงข้ามกับดวงเมืองมาโดยตลอด นั้นหมายถึงว่า

หากคุณทักษิณรุ่งโรจน์ ดวงเมืองก็จะวิบัติ

หากคุณทักษิณตกต่ำ ดวงเมืองก็จะเจริญรุ่งเรือง

ยามตกอับ ทำอะไรก็มักผิดไปหมด เพื่อนเก่าก็ทอดทิ้ง


มีเรื่องเล่า ว่าการไปประชุมต่างประเทศเที่ยวนี้ ตั้งใจจะร้องแรกแหกกระเชอ ฟ้องผู้นำต่างประเทศ ซึ่งคุณทักษิณ เทิดทูนดังบิดา ว่าประชาธิปไตยเมืองไทยเพี้ยน

กาลกลับเป็นว่าไม่มีผู้นำต่างประเทศคนไหน สนใจถามถึงปัญหาที่กำลังเกิดขึ้นในบ้านเรา เพราะเขาเหล่านั้นรู้ดี ว่า

ประชาธิปไตยไทยกำลังเบ่งบาน ประชาชนกำลังเผชิญหน้ากับการทดสอบครั้งใหญ่ ที่จะพิสูจน์สัจธรรม ว่าอำนาจอธิปไตย เป็นของประชาชนไทย


การได้มา และปกป้องหลักการกติกาประชาธิปไตยนั้น ต้องเสียสละ เหนื่อยยาก นาวนาน

ที่สำคัญไม่เคยมีครั้งไหนเลย ที่ประชาชนได้เสรีภาพ ได้ประชาธิปไตย ได้มีพื้นที่ในการมีส่วนร่วมในการจัดการประเทศ มาด้วยการร้องขอ มีแต่ต้องต่อสู้ ด้วยความยากลำบาก บางครั้งอาจต้องสูญเสีย เลือดเนื้อ

ตลกขำไม่ออก

เมื่อไม่สามารถโพนทะนา บอกใครได้ ก็เลยงัดมุขใหม่ สร้างความสนใจให้เด่นดัง ด้วยการประกาศที่เล่นทีจริง

เสนอการจัดตั้งพรรค enjoy my life ซึ่งเป็นพรรคระดับนานาชาติ

โดยการเชิญชวน “โคอิซูมิ” นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นมาเป็นประธาน


ปรากฏว่ามุขฝืด จะมีขำบ้างก็เป็นแค่พิธีการ

โถ... โคอิซูมิ......

ไม่ได้เป็นผู้นำที่ประชาชนไล่ ที่ไม่มีแผ่นดินอยู่ จะมารับตำแหน่งนี้ได้อย่างไร

มีเสียงแซวกันในหลายวงสนทนา เห็นตรงกันว่า คนเหมาะสมที่สุด คือ คุณเฉิน สุยเปี่ยน ประธานาธิบดี ไต้หวัน ซึ่งกำลังประสบชะตากรรมเดียวกับคุณทักษิณ

มุขนี้ ฮา...ตรึม


คนที่ ไม่ฮาด้วย แถมปวดร้าวถึงขั้วหัวใจ จึงได้จังหวะตัดสินใจเลื่อนการเดินทางกลับประเทศไทย ด้วยข้ออ้าง ไม่สบาย และถือโอกาสเยี่ยมลูกสาว

การเลื่อนเดินทางกลับของคุณทักษิณ

มีนัยทางการเมือง ซึ่งเป็นไปตามยุทธศาสตร์ถอย เพื่อตั้งหลัก

จะเห็นได้ว่า ก่อนไป สถานการณ์การเมืองอยู่ในภาวะอึมครึม

จากคาร์บ๊องกลายพันธุ์เป็นคาบาเรต์


การล้วงลูกโผทหาร ได้สร้างความแตกแยก แบ่งทหารอาชีพกับทหารการเมือง ความขัดแย้งพัฒนาถึงขั้นวิกฤต รอเพียงเงื่อนไขเวลา โอกาส และความเหมาะสมเท่านั้น ประชาชนจะลุกฮือขึ้นขับไล่

คุณทักษิณ จึงต้องไปสั่งเสีย เพื่อนร่วมรุ่น ตท.10 ซึ่งมีกองกำลังอยู่ส่วนหนึ่ง ให้คุมเชิง ดูแลเก้าอี้แห่งอำนาจ

ขณะเดียวกัน ก็จัดฉากให้สัมภาษณ์ คุณจักรพันธุ์ ยมจินดา อดีตสมาชิกพรรคไทยรักไทย ซึ่งคนวงการสื่อรู้ดีเป็นสื่อประเภทไหน แท้หรือเทียม

บทสัมภาษณ์ วันแรกที่ได้ฟัง

จะใช้คำพูดอะไรแทนความรู้สึกที่เวทนา สงสารคุณทักษิณ

สำหรับคนที่รู้จักคุณทักษิณ

อาจใช้คำว่า โอ...ยังไม่รู้สึกตัวอีกเหรอ

สงสัยยังไม่นอนโลง จึงยังไม่หลั่งน้ำตา


ด้วยใบหน้าที่เหี่ยวย่น แววตาที่หม่นหมอง ท่วงท่าที่โอหัง คำพูดที่พร่ำพรรณนา ออดอ้อน โอ้อวด ความเก่งกาจของตนเอง ในขณะเดียวกันก็บิดเบือน ปิดบัง พูดเฉพาะส่วน ตัดตอนประวัติศาสตร์ ป้ายสีผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับตนเอง เอาใส่ตัว เอาชั่วใส่ผู้อื่น

หวังเบี่ยงเบนกระแสสังคม การหยั่งกระแสประชาชน พูดกำกวม เหยียบเรือสองแคม ฟังดูสับสน วกวน คล้ายคนวิกลจริต

พฤติกรรมเยี่ยง นี้ น่าเป็นห่วงครับ

คุณหมอมิ้งและคุณหมอเลี้ยบ ช่วยดูอาการใกล้ชิดหน่อยนะครับ

ขณะเดียวกัน ก็เล่นเกมการเมืองภายในพรรค

การที่คุณสมชาย สุนทรวัฒน์ ออกมาให้ข่าว เปิดรายชื่อนายกฯ นอมินี ในความฝัน ถึง 3คน

เป็นการปล่อยข่าว เพื่อหวังผลให้ภายในพรรค เกิดการแตกแยกจับขั้วกันใหม่ เป้าหมายสูงสุดคือการทำลายมิตร สลายฐานของกลุ่มวังน้ำยม ซึ่งสนับสนุนคุณสมคิด นายกฯ นอมินี คนที่คุณทักษิณ และบรรดากุนซือ ตัดออกจากบัญชีนานแล้ว ด้วยเหตุ เกรงวัดรอยเท้าท่านผู้นำ เพราะเป็นคนเดียวที่พอจะมีบารมี และความสามารถอยู่บ้าง

นี่คือเกมการเมืองภายในพรรค ซึ่งสลับซับซ้อน และเหี้ยมโหดมาก

คำว่าไม่มีมิตรแท้ และศัตรูถาวรในวงทางการเมือง

เป็นสัจธรรมครับ

สำหรับพรรคการเมือง ที่รวมตัวกันด้วยผลประโยชน์แห่งอำนาจ และไม่มีอุดมการณ์ร้อยรัด ไม่มีวินัยที่กำหนดจากผลประโยชน์ของประชาชน ไม่มีโครงสร้างที่เป็นประชาธิปไตย

เหตุการณ์เยี่ยงนี้จึงเป็นเรื่องธรรมดา

ในความเป็นธรรมดา นี้เราได้สัจจะอีกข้อหนึ่งว่า

การเมืองคือสงคราม

แต่เป็นสงครามที่ไม่หลั่งเลือด

และสงครามคือการเมือง

แต่เป็นการเมืองที่หลั่งเลือด


การโจมตีฝ่ายตรงข้ามอย่างเลือดเย็น กล่าวหาว่ามาเฟียหวยเถื่อนอยู่เบื้องหลังการชุมนุม อย่างน่าละอาย เล่นบทพระเวสสันดรอย่างไม่เกรงต่อบาป อหังการ์ท้าทายประชาชน หากไม่ชอบอย่าเลือก ข่มขู่บังคับ เลือกแล้วต้องศิโรราบ

มันเป็นประชาธิปไตยเพี้ยน ที่แท้จริง ซึ่งระบอบทักษิณได้สถาปนาขึ้นมาในสังคมไทย

คำกล่าวคุณทักษิณที่ว่า “อย่าลืมว่าหวยใต้ดินมันเป็นตัวที่ทำให้เกิดความไม่เป็นประชาธิปไตย เพราะการซื้อเสียงเจ้ามือหวยใต้ดิน ซื้อเสียงได้ง่ายที่สุด เพราะซื้อแล้วคนเชื่อว่าจ่าย พวกนี้อิทธิพลมาก นักการเมืองต้องไปซูฮกเจ้ามือหวยใต้ดิน เจ้ามือหวยใต้ดินคุมคะแนนเสียง คุมฐานเสียง และในที่สุดก็จะตั้งรัฐมนตรีเองด้วย เพราะมีฐานเสียงเยอะ”

คุณทักษิณพูดถูกครับ เพราะมันคือการสารภาพ เปิดเผยตัวตนอย่างล้อนจ้อนเลย ต่อหน้าประชาชนทั้งประเทศ

พฤติกรรมทั้งหมดที่กล่าวมา ช่างเหมือนกับคนพูดราวกับแกะ

วันนี้คุณทักษิณ คือมาเฟียหวยตัวจริงครับ


ใครก็รู้อยู่ว่า เงินทำบุญ เงินบริจาคเพื่อคะแนนเสียง เงินสารพัดโครงการที่บรรดาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในสังกัดทำเรื่องขอไป เพื่อนคุณทักษิณทำหน้าที่อย่างซื่อสัตย์ คือเซ็นอนุมัติให้หมด

เงินขายหวยบนดินที่ไปช่วยเหลือเด็กที่มีฐานะยากจน ได้มีการศึกษา เป็นเพียงเม็ดเงินจำนวนน้อยนิด เมื่อเปรียบเทียบเงินที่ถูกใช้ไป เพื่อดูแลหัวคะแนนของตนเอง

แน่จริง เปิดบัญชีมาตรวจสอบซิครับ

ไม่มีใครปฏิเสธ เรื่องเอาหวยใต้ดิน ขึ้นบนดินหรอก


แต่เมื่อจัดการแล้ว รายได้ควรจัดการด้วยความโปร่งใส และมีกรอบที่ชัดเจน ที่สำคัญต้องตรวจสอบได้

ไม่ใช่ แปลงมันเป็นกระเป๋าเงินส่วนตัวของคุณทักษิณ ที่เที่ยวแจกทำตัวเป็นพระเวสสันดร

แก้ไม่ยากครับ เพื่อ

จัดการด้วยการปรับโครงสร้าง ให้เงินจากการขายหมุนเวียนอยู่ในจังหวัด มีคณะกรรมการดูแลบริหารเงิน ซึ่งต้องมีประชาชนเข้าไปเป็นคณะกรรมการร่วมกำหนด กรอบกติกา การใช้เงินให้เป็นประโยชน์สูงสุดกับจังหวัดนั้นๆ

แต่คุณทักษิณ คงไม่ทำหรอก

ใครจะกล้าตัดแขน ตัดขา ตนเอง

ช่วงท้าย คุณทักษิณ กล่าวว่า ในวันที่มีเหตุระเบิด 24 สิงหาคม ซึ่งเป็นวันพฤหัสบดี พอถึงวันเสาร์ผมอยู่บ้าน ทั้งวันไม่ได้ไปไหนเลย ผมนั่งคิดถึง อองซาน ซูจี

คุณทักษิณ คงเพ้อ หรือก็กำลังเบลอ จากอาการเมาค้าง

เอ่ยอ้างขึ้นมาหวังอะไรหรือครับ

ต้องการให้ประชาชนเชื่อว่าถูกขังหรือ

ไม่มีใครเชื่อคุณทักษิณหรอก เพราะวันนี้ คาร์บ๊องมันกลายพันธุ์เป็นคาบาเรต์แล้ว

หรือจะพยายามโฆษณาชวนเชื่อ ว่าท่านเป็นนักประชาธิปไตย เสมือนนางอองซาน ซูจี

เปรียบกันไม่ได้หรอก

หงส์กับกา แตกต่างกันฉันใด

อองซาน ซูจีกับทักษิณ ก็ย่อมแตกต่างกันเช่นนั้น


อองซาน ซูจี ท่านเป็นหญิงเหล็ก ที่ต่อสู้เพื่อบ้านเพื่อเมือง เพื่อประชาธิปไตย เสียสละทุกอย่างเพื่อประเทศพม่า

ที่สำคัญ อองซาน ซูจี เป็นศัตรูกับคณะนายทหารพม่าเจ้าเล่ห์เพทุบายจอมเผด็จการ ซึ่งเป็นเพื่อนของคุณทักษิณและทำธุรกิจร่วมกัน ไม่ใช่ดอกหรือ?

ทั้งหมดเป็นเพียงฉากหนึ่ง ของลิเกโรงใหญ่ ที่ใกล้จบแล้ว และกำลังจะลาโรง

อย่ากะพริบตา วันนี้ ความไม่พอใจของประชาชนต่อระบอบทักษิณ แปรเปลี่ยนเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่ เป็นคลื่นของการขับเคลื่อน คนทุกกลุ่ม ทุกภาคส่วน ประชาชนได้ลุกขึ้นมาแล้ว

การต่อสู้ครั้งนี้ จะเป็นการยกระดับการเมืองไทยไปสู่คุณภาพใหม่

หลังยุคระบอบทักษิณ

ประชาชนจะต้องมีอำนาจ มีประชาธิปไตยทางตรงที่เข็มข้น มีองค์กรที่เป็นเครือข่าย ขนาดใหญ่ครอบคลุมทั้งประเทศ

นักการเมืองผู้อาสาจะต้องคำนึงถึงปัญหาจริยธรรม

จะต้องมีพรรคการเมืองที่เป็นสถาบันการเมือง

พรรคต้องมีประชาธิปไตย มีส่วนร่วมอย่างแท้จริง

สื่อมวลชนต้องเป็นของประชาชน

การปฏิรูปการเมืองต้องเป็นอย่างทั่วด้าน
ฯลฯ

เหล่านี้เป็นเพียงประเด็นตัวอย่าง เท่านั้น

หลังพายุฝน เมฆหมอก ผ่านไป ฟ้าเปิด น้ำใส

ภารกิจกวาดบ้าน เก็บขยะ สร้างรั้ว ซ่อมหลังคา ปูพื้นฐานประเทศไทยใหม่ เป็นภาระโตยตรงของประชาชนไทยทุกคน


แล้วความเคลื่อนไหวค่อยปรากฏคือความงดความงามใช่ความชั่ว

อันอาจขุ่นอาจข้นอาจหม่นมัวแต่ก็เริ่มจะเป็นตัวจะเป็นตน

เมื่อเสียงร่ำรัวกลองประกาศกล้าก็รู้ว่าวันพระมาอีกหน

เมื่อเสียงปืนแปลบไปในมณฑลก็รู้ว่าประชาชนจะชิงชัย


“เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ กวีของประชาชน เขียนขึ้นไว้ในเหตุการณ์ พฤษภาคม 35”
กำลังโหลดความคิดเห็น...