มีหนังสือดีเพิ่งพิมพ์ออกมาเล่มหนึ่งคือ “จงรักเกียรติยิ่งชีวิต” เป็นประวัติของพลเอกพระยาเทพหัสดินทร์ คุณเนตรเสลา สังหะสุตเธียรกุล เป็นผู้เขียน คุณเนตรเสลานี้เป็นหลานตาของท่านเจ้าคุณเทพหัสดินทร์
คนสมัยนี้น้อยคนคงรู้จักพลเอกพระยาเทพหัสดินทร์ ท่านเป็นแม่ทัพไปร่วมรบในสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ต่อมาในสมัยจอมพล ป. ท่านถูกกล่าวหาว่าเป็นกบฏร่วมกับกรมขุนชัยนาทฯ และบุคคลอื่นๆ ในข้อหาว่าจ้างคนให้ไปฆ่าจอมพล ป. ท่านถูกศาลพิเศษพิพากษาประหารชีวิต แต่ลดหย่อนโทษเหลือจำคุกตลอดชีวิต ต่อมาได้รับพระราชทานนิรโทษกรรม ได้ยศคืน และได้เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพระนคร ได้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม สองสมัย
การเมืองสมัยก่อนน่ากลัวมาก ผู้ที่กำลังเถลิงอำนาจขจัดทั้งศัตรู และผู้ที่ไม่ได้เป็นศัตรู แต่ก็ไม่ได้เป็นพวกตัวโดยมีวิธีการขู่ และแสดงอำนาจขนาดเอาอดีตผู้สำเร็จราชการซึ่งเป็นพระบรมวงศานุวงศ์ชั้นผู้ใหญ่ อดีตแม่ทัพไปสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ขึ้นศาลพิเศษ และแม้จะไม่ประหารชีวิตพลเอกพระยาเทพหัสดินทร์ แต่ก็ประหารชีวิตบุตรชายทั้งสองคนของท่านเจ้าคุณ
ท่านเจ้าคุณเขียนว่า ท่านเคยเป็นแม่ทัพออกรบมาไม่หวั่นกลัวกระสุนของข้าศึก แล้วจะขี้ขลาดไปว่าจ้างคนให้ฆ่าคนอื่นกระนั้นหรือ ท่านเขียนอย่างสุภาพ เข้มแข็ง ไม่ได้แสดงอารมณ์ฉุนเฉียว หรือตีโพยตีพายแต่อย่างใด นับว่าเป็นชายชาติทหารแท้
ท่านสอนลูกหลานให้ “รักเกียรติยิ่งชีวิต” และการรู้จักอโหสิกรรมเป็นยอดแห่งความเป็นผู้ดี
สมัยนี้ เราไม่ค่อยจะได้ยินหรือได้เห็นคนที่รักเกียรติยิ่งชีวิตแล้ว แม้แต่คำว่า “เกียรติ” ก็ยังไม่เข้าใจกัน การเมืองทุกวันนี้จึงมีแต่คนหน้าด้าน เพราะเมื่อตรวจดูปูมหลังของหลายคนที่เป็นใหญ่เป็นโตแล้ว ก็ไม่เห็นใครที่มีความเป็นมาของชาติตระกูล หรือของตนเองที่ต้องรักษาเกียรติ
“เกียรติ” คือผลพวงของคุณงามความดีที่บรรพบุรุษของคนคนหนึ่ง และที่คนคนนั้นสั่งสมมาจนได้รับการยอมรับนับถือ เป็นที่ไว้วางใจของคนทั่วไป และได้รับการคาดหวังในความซื่อตรงคงมั่น
ในสมัยก่อน การมีราชทินนามก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่ช่วยให้บุคคลผู้มีราชทินนาม และลูกหลานมีสัญลักษณ์หรืออัตลักษณ์ การมีนามสกุลก็เช่นกัน
การรักเกียรติยิ่งชีวิตนั้น เป็นการนำความดีมาเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ เมื่ออ่านประวัติพลเอกพระยาเทพหัสดินทร์แล้วก็เห็นชัดว่า ท่านนึกถึงบรรพบุรุษซึ่งสืบเชื้อสายมาจากรัชกาลที่หนึ่ง การที่ได้เป็นมหาดเล็กหลวง ได้รับการชุบเลี้ยงส่งให้ไปเรียนเมืองนอกจากพระเจ้าอยู่หัว รากเหง้าความเป็นมานี้ทำให้ท่านระลึกอยู่เสมอถึงความสำคัญของเกียรติยศที่บรรพบุรุษสั่งสมมา การรักเกียรติทำให้คนเรามีเครื่องเหนี่ยวรั้งไม่ให้ทำความชั่ว
หลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 พวกเจ้าและขุนนางเก่าได้รับการเพ่งเล็งมาก คณะราษฎรได้อำนาจมา แต่ก็ยังผนึกกำลังไม่ได้ จึงมีวิธีการสร้างฐานอำนาจด้วยการทำลายแหล่งอำนาจเก่า ในยุคนั้น การเมืองจำกัดวงแคบ ประชาชนยังไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไร การขจัดศัตรูจึงทำโดยไม่ต้องเอาประชาชนมาเกี่ยวข้อง
มายุคนี้ การเมืองขยายวงกว้างมากขึ้น การเลือกตั้งทำให้เกิดความชอบธรรมทางอำนาจได้ง่าย แต่ไม่ใคร่จะคิดกันว่า จริงๆ แล้วการเลือกตั้งที่ใช้เงินมากก็คือ การใช้เงินซื้ออำนาจนั่นเอง
สังคมที่บูชาเงิน ย่อมไม่เห็นคุณค่าของเกียรติยศชื่อเสียง ในที่สุด คุณงามความดีก็จะไม่มีความสำคัญ คนสมัยก่อนได้รับการอบรมสั่งสอนมาตั้งแต่เด็ก ในใจนึกถึงความดีที่ตระกูลของตนได้เคยสั่งสมมา สมัยนี้คำว่า “เกียรติ” ฟังเหมือนกับเป็นเรื่องของสังคมศักดินา
“อโหสิกรรมเป็นสุดยอดของความเป็นผู้ดี” ผู้ดีในที่นี้ไม่ได้หมายถึงผู้มีชาติตระกูลดี แต่หมายถึงผู้ประพฤติดีทั้งกาย วาจา ใจ พลเอกพระยาเทพหัสดินทร์มีลูกชาย 2 คน นอกนั้นเป็นลูกสาว ลูกชายทั้งสองคนถูกประหารชีวิตหมด แต่ท่านก็ยังอโหสิกรรมให้กับผู้มีส่วนในการทำให้ลูกท่านตาย
ผมอยากให้มีคนเขียนประวัติชีวิตของคนสมัยก่อนมากๆ เราเรียนรู้จากชีวิตของท่านที่มีประสบการณ์ชีวิตได้มาก เรามีหนังสือประวัติของพระยาศราภัยพิพัฒน์ของ ม.ร.ว.นิมิตรมงคล นวรัตน ของ สอ เสถบุตร จึงเป็นที่น่ายินดีว่า มีเรื่องราวของพลเอกพระยาเทพหัสดินทร์ มาให้เราได้เรียนรู้อีก
คนสมัยนี้น้อยคนคงรู้จักพลเอกพระยาเทพหัสดินทร์ ท่านเป็นแม่ทัพไปร่วมรบในสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ต่อมาในสมัยจอมพล ป. ท่านถูกกล่าวหาว่าเป็นกบฏร่วมกับกรมขุนชัยนาทฯ และบุคคลอื่นๆ ในข้อหาว่าจ้างคนให้ไปฆ่าจอมพล ป. ท่านถูกศาลพิเศษพิพากษาประหารชีวิต แต่ลดหย่อนโทษเหลือจำคุกตลอดชีวิต ต่อมาได้รับพระราชทานนิรโทษกรรม ได้ยศคืน และได้เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพระนคร ได้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม สองสมัย
การเมืองสมัยก่อนน่ากลัวมาก ผู้ที่กำลังเถลิงอำนาจขจัดทั้งศัตรู และผู้ที่ไม่ได้เป็นศัตรู แต่ก็ไม่ได้เป็นพวกตัวโดยมีวิธีการขู่ และแสดงอำนาจขนาดเอาอดีตผู้สำเร็จราชการซึ่งเป็นพระบรมวงศานุวงศ์ชั้นผู้ใหญ่ อดีตแม่ทัพไปสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ขึ้นศาลพิเศษ และแม้จะไม่ประหารชีวิตพลเอกพระยาเทพหัสดินทร์ แต่ก็ประหารชีวิตบุตรชายทั้งสองคนของท่านเจ้าคุณ
ท่านเจ้าคุณเขียนว่า ท่านเคยเป็นแม่ทัพออกรบมาไม่หวั่นกลัวกระสุนของข้าศึก แล้วจะขี้ขลาดไปว่าจ้างคนให้ฆ่าคนอื่นกระนั้นหรือ ท่านเขียนอย่างสุภาพ เข้มแข็ง ไม่ได้แสดงอารมณ์ฉุนเฉียว หรือตีโพยตีพายแต่อย่างใด นับว่าเป็นชายชาติทหารแท้
ท่านสอนลูกหลานให้ “รักเกียรติยิ่งชีวิต” และการรู้จักอโหสิกรรมเป็นยอดแห่งความเป็นผู้ดี
สมัยนี้ เราไม่ค่อยจะได้ยินหรือได้เห็นคนที่รักเกียรติยิ่งชีวิตแล้ว แม้แต่คำว่า “เกียรติ” ก็ยังไม่เข้าใจกัน การเมืองทุกวันนี้จึงมีแต่คนหน้าด้าน เพราะเมื่อตรวจดูปูมหลังของหลายคนที่เป็นใหญ่เป็นโตแล้ว ก็ไม่เห็นใครที่มีความเป็นมาของชาติตระกูล หรือของตนเองที่ต้องรักษาเกียรติ
“เกียรติ” คือผลพวงของคุณงามความดีที่บรรพบุรุษของคนคนหนึ่ง และที่คนคนนั้นสั่งสมมาจนได้รับการยอมรับนับถือ เป็นที่ไว้วางใจของคนทั่วไป และได้รับการคาดหวังในความซื่อตรงคงมั่น
ในสมัยก่อน การมีราชทินนามก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่ช่วยให้บุคคลผู้มีราชทินนาม และลูกหลานมีสัญลักษณ์หรืออัตลักษณ์ การมีนามสกุลก็เช่นกัน
การรักเกียรติยิ่งชีวิตนั้น เป็นการนำความดีมาเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ เมื่ออ่านประวัติพลเอกพระยาเทพหัสดินทร์แล้วก็เห็นชัดว่า ท่านนึกถึงบรรพบุรุษซึ่งสืบเชื้อสายมาจากรัชกาลที่หนึ่ง การที่ได้เป็นมหาดเล็กหลวง ได้รับการชุบเลี้ยงส่งให้ไปเรียนเมืองนอกจากพระเจ้าอยู่หัว รากเหง้าความเป็นมานี้ทำให้ท่านระลึกอยู่เสมอถึงความสำคัญของเกียรติยศที่บรรพบุรุษสั่งสมมา การรักเกียรติทำให้คนเรามีเครื่องเหนี่ยวรั้งไม่ให้ทำความชั่ว
หลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 พวกเจ้าและขุนนางเก่าได้รับการเพ่งเล็งมาก คณะราษฎรได้อำนาจมา แต่ก็ยังผนึกกำลังไม่ได้ จึงมีวิธีการสร้างฐานอำนาจด้วยการทำลายแหล่งอำนาจเก่า ในยุคนั้น การเมืองจำกัดวงแคบ ประชาชนยังไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไร การขจัดศัตรูจึงทำโดยไม่ต้องเอาประชาชนมาเกี่ยวข้อง
มายุคนี้ การเมืองขยายวงกว้างมากขึ้น การเลือกตั้งทำให้เกิดความชอบธรรมทางอำนาจได้ง่าย แต่ไม่ใคร่จะคิดกันว่า จริงๆ แล้วการเลือกตั้งที่ใช้เงินมากก็คือ การใช้เงินซื้ออำนาจนั่นเอง
สังคมที่บูชาเงิน ย่อมไม่เห็นคุณค่าของเกียรติยศชื่อเสียง ในที่สุด คุณงามความดีก็จะไม่มีความสำคัญ คนสมัยก่อนได้รับการอบรมสั่งสอนมาตั้งแต่เด็ก ในใจนึกถึงความดีที่ตระกูลของตนได้เคยสั่งสมมา สมัยนี้คำว่า “เกียรติ” ฟังเหมือนกับเป็นเรื่องของสังคมศักดินา
“อโหสิกรรมเป็นสุดยอดของความเป็นผู้ดี” ผู้ดีในที่นี้ไม่ได้หมายถึงผู้มีชาติตระกูลดี แต่หมายถึงผู้ประพฤติดีทั้งกาย วาจา ใจ พลเอกพระยาเทพหัสดินทร์มีลูกชาย 2 คน นอกนั้นเป็นลูกสาว ลูกชายทั้งสองคนถูกประหารชีวิตหมด แต่ท่านก็ยังอโหสิกรรมให้กับผู้มีส่วนในการทำให้ลูกท่านตาย
ผมอยากให้มีคนเขียนประวัติชีวิตของคนสมัยก่อนมากๆ เราเรียนรู้จากชีวิตของท่านที่มีประสบการณ์ชีวิตได้มาก เรามีหนังสือประวัติของพระยาศราภัยพิพัฒน์ของ ม.ร.ว.นิมิตรมงคล นวรัตน ของ สอ เสถบุตร จึงเป็นที่น่ายินดีว่า มีเรื่องราวของพลเอกพระยาเทพหัสดินทร์ มาให้เราได้เรียนรู้อีก


