xs
xsm
sm
md
lg

รอยพระบาท 'ทองคำ'จึงจะควรต่อพระบารมี

เผยแพร่:   โดย: สปาย หมายเลขหก


พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณ พระราชทานประทับ 'รอยพระบาท' ทั้งพระบาทขวาและซ้าย กับปูนปลาสเตอร์ ณ ดอยพญาพิภักดิ์ อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2525 เป็นสิ่งที่ได้รายงานเหตุการณ์ประวัติศาสตร์นี้ไปเมื่อฉบับสัปดาห์ก่อน สัปดาห์ที่แล้ว และมีรายงานพิเศษนี้อีกในฉบับนี้, ด้วยความรู้สึกที่ว่า ควรจะต้องนำมาเป็นบันทึกประวัติศาสตร์ไว้จากทุกแง่มุม อัญเชิญพระบรมฉายาลักษณ์ ซึ่งล้วนแต่เป็นภาพประทับใจมาสู่ผู้อ่านให้มากที่สุด ให้มีความสมบูรณ์พร้อม เป็นการน้อมเกล้าฯ ถวายความจงรักภักดีต่อองค์พระประมุขจอมทัพไทย ในวโรกาสการฉลองทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี

มีความซาบซึ้ง ปีติใจเป็นอย่างยิ่งในเรื่องที่พระองค์ทรงถุงพระบาท (ถุงเท้า) มีรอยขาด อันเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดความรู้สึกว่า พระองค์มิได้มีแต่ทรงพร่ำสอนในเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง การประหยัด การดำรงชีวิตอย่างมีความสุขโดยไม่ต้องมีความฟุ้งเฟ้อ แต่พระองค์ทรงปฏิบัติให้เป็นตัวอย่างว่าพระองค์ก็ทรงปฏิบัติเช่นนั้นด้วยพระองค์เอง

เมื่อถอดรองพระบาท (รองเท้า) เห็น ถุงพระบาทที่ขาด ก่อนจะถอดถุงพระบาท และได้ประทับพระบาทลงในเบ้าพิมพ์ที่เป็นปูนปลาสเตอร์ผสมหมาดๆ ถุงพระบาทนั้น คือสิ่งที่ได้แสดงให้เห็นว่า พระองค์คือ ทรงเป็นทั้งนักทฤษฎีและปฏิบัติ พระองค์น่าจะมิใช่พระมหากษัตริย์ซึ่งทรงครองสิริราชสมบัติยาวนานที่สุดในโลกแต่เพียงสถานเดียว แต่ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงปฏิบัติพระองค์อย่างเรียบง่าย สมถะ รู้จักคุณค่าของการใช้สิ่งของมากยิ่งกว่าพระมหากษัตริย์ใดในโลก หรือยิ่งกว่าสามัญชน แม้กระทั่งพสกนิกรอีกมากหลายที่ยังดำเนินชีวิตอย่างถูกต้องมีความพอเพียงเช่นนั้นไม่ได้ ผู้ที่มีชีวิตมีการใช้จ่ายอย่างฟุ้งเฟ้อ ก็ควรจะได้คิดสักนิดว่า ถ้าหากเป็นผู้ที่รักในหลวงอย่างปากพูด ก็ควรจะนำจุดหลักที่ได้ทราบจากรายงานนี้ว่า ในหลวงยังทรงใช้ถุงพระบาทที่ขาดได้ แล้วเราซึ่งเป็นข้าแผ่นดิน จะทำตนหรือดำเนินชีวิตให้หรูหรา ไม่อดออม รู้จักใช้ รู้จักค่าของสิ่งของได้ยิ่งกว่าพระเจ้าแผ่นดิน หรือยิ่งกว่าผู้ที่เรารักและเทิดทูนหรือ?-ถ้าหากว่าเป็นคนที่รักในหลวง จะต้องดำเนินรอยตามพระยุคลบาท ต้องเป็นผู้ที่ยึดเอาพระองค์เป็นตัวอย่างได้ ตามหลักของการใช้ชีวิต และเศรษฐกิจอย่างพอเพียง

ฉบับที่แล้ว, ได้เห็นภาพประทับใจ คือ รอยพระบาททั้ง 2 ข้างของพระองค์ ที่มีความชัดเจนไปแล้ว รอยพระบาทของจริงนั้น ขณะนี้ประดิษฐานอยู่ที่ศาลารอยพระบาท ในบริเวณ กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 7 (ร. 17 พัน 3) ค่ายเม็งรายมหาราช จังหวัดเชียงราย ซึ่งสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จฯ ไปทรงวางศิลาฤกษ์การก่อสร้างศาลานี้ ส่วนรอยพระบาทอีกคู่หนึ่ง ซึ่งจะอัญเชิญไปประดิษฐานที่ดอยพญาพิภักดิ์ อำเภอเทิง จังหวัดเชียงรายนั้น การดำเนินงานยังไม่เสร็จสิ้น เชื่อว่าทางกองทัพบกจะได้ดำเนินการให้เป็นไปตามความมุ่งหมายโดยเร็ว

ได้มีผู้อ่านที่กล่าวแย้งมาว่า สถานที่ประดิษฐานรอยพระบาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวนั้น เมื่อมีการเรียกว่า 'ศาลารอยพระบาท' นั้น น่าจะเป็นการเรียกที่ผิดลักษณะ ไม่ถูกต้องอีก เพราะเป็นสถานที่ประดิษฐานรูปรอยพระบาท อันมาจากพระวรกายของพระองค์ เสมือนเป็นสื่อแทนพระองค์โดยแท้ เท่ากับว่ามีพระองค์ประทับอยู่ ณ ที่นั้น จึงน่าจะเรียกว่าเป็น 'พลับพลารอยพระบาท' อันมีความหมายอย่างตรงลักษณะ และมีความสำคัญในรูปศัพท์ภาษาไทยมากกว่า 'ศาลารอยพระบาท' ที่ดูออกจะเป็นพื้นๆ เกินไป, ในข้อนี้ที่มีผู้ได้ท้วงติงให้ความเห็นมา จึงน่าจะเป็นข้อพิจารณาของผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งปวง คือในส่วนสถานที่ เช่น ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 3 กองทหารราบที่ 17 หรือผู้บังคับการจังหวัดทหารบกเชียงราย หรือทางหน่วยเหนือขึ้นไป คือ ทางกองพลทหารราบที่ 4 กองทัพภาคที่ 3 ไปจนถึงผู้บัญชาการทหารบก น่าจะให้ดำเนินการทบทวนกันใหม่ว่า ควรจะเป็นชื่อศาลารอยพระบาท หรือเป็น 'พลับพลารอยพระบาท' รวมทั้งมีการปรึกษาหารือกับทางสำนักพระราชวัง ซึ่งมีผู้รู้แบบธรรมเนียมที่จะให้คำแนะนำ และเป็นข้อสรุปได้อย่างถูกต้องเหมาะสมที่สุด

อีกทั้งมีผู้ให้ความคิดว่า รอยพระบาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ได้ทรงประทับ ณ ดอยพญาพิภักดิ์นี้ จะต้องมีความคงทนถาวรอยู่ชั่วกาลนาน เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้มีพระมหากรุณาธิคุณเช่นนี้แล้ว รอยพระบาทซึ่งมีความละเอียด เช่น รอยฝ่าพระบาทของพระองค์จริงๆ บนแท่นปูนปลาสเตอร์นั้น อาจจะมีการเสื่อมสภาพของเนื้อปูนปลาสเตอร์ตามธรรมชาติและตามกาลเวลา เมื่อเวลานานผ่านไป อาจจะเกิดการสึกกร่อนหรือริ้วรอยต่างๆ เปลี่ยนไป แม้ว่าจะดูแลรักษากันไว้อย่างดีเพียงใดก็ตาม เพราะเนื้อปูนปลาสเตอร์มีความคงทนอยู่ได้ชั่วเวลาหนึ่งเท่านั้น ควรจะมีการถอดถ่ายแบบรูปรอยพระบาทบนแผ่นปูนปลาสเตอร์นั้น ให้เป็นเนื้อโลหะที่มีความคงทนถาวรตลอดไป ไม่ต้องห่วงใยว่า จะมีการเสื่อมสภาพหรือเปลี่ยนแปลงไปในอนาคต

โดยทางกองทัพบก เป็นผู้ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาต ถ่ายถอดแบบจากปูนปลาสเตอร์ดังกล่าว จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แล้วจึงดำเนินการต่อไป โดยที่การถอดถ่ายแบบจากปูนปลาสเตอร์ที่ทรงประทับรอยพระบาทไว้นั้น จะได้รูปรอยเนื้อโลหะออกมาอย่างสมบูรณ์ให้รายละเอียดได้เท่ากับปูนปลาสเตอร์ที่เป็นแม่พิมพ์ทุกประการ เมื่อถอดถ่ายแบบออกมาเป็นเนื้อโลหะแล้ว ก็ประดิษฐานไว้คู่กับรอยพระบาทจริงที่ปูนปลาสเตอร์นั้น พร้อมมีข้อความอธิบายกำกับไว้ให้เห็นกันชัดเจนว่า รอยพระบาทจริงที่ทรงประทับไว้นั้น อยู่ที่ปูนปลาสเตอร์ ส่วนที่ปรากฏในเนื้อโลหะนั้น เป็นรูปจำลองถ่ายแบบออกมาเพื่อความคงทนถาวรดังกล่าว

ผู้ที่มีความเห็นว่า ควรจะถอดถ่ายแบบเป็นเนื้อโลหะนี้ ยังให้ความเห็นที่น่าสนใจยิ่งว่า

'ทองคำบริสุทธิ์' เท่านั้น ที่ควรคู่ต่อการเป็นเนื้อโลหะสำหรับการถอดถ่ายแบบรอยพระบาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวดังกล่าว


หากว่า กองทัพบกมีการดำเนินการต่อไปในการขอพระราชทานพระบรมราชานุญาต ก็เชื่อว่าทองคำที่จะนำมาหลอมและถอดถ่ายรูปรอยพระบาทนั้น จะมีล้นเหลือจนเกินพอความต้องการเสียด้วยซ้ำ เพราะในช่วงมหามงคลแห่งการทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปีนี้ ความจงรักภักดีของพสกนิกรที่ใคร่จะแสดงออก ย่อมหลอมประสานเป็นทองแท่งเดียวกันเพื่อพระเจ้าอยู่หัวของเรา โดยที่เนื้อที่ของผิวบนที่เป็นส่วนรอยพระบาทนั้น แม้จะมีพื้นที่จำกัดก็จริง แต่ขนาดของแท่นฐานนั้น ไม่ได้จำกัดความสูงและเนื้อของทองจะมีปริมาณหรือน้ำหนักเท่าใดก็ได้ โดยรอยพระบาทที่หล่อด้วยทองคำแท้นี้ จะประดิษฐานอยู่ ณ ค่ายเม็งรายมหาราช จังหวัดเชียงราย ส่วนรอยพระบาทอีกคู่หนึ่ง ที่จะประดิษฐานที่ดอยพญาพิภักดิ์นั้น อาจจะมิใช่โลหะเช่นทองคำ แต่เพื่อให้ชาวไทยภูเขาซึ่งเป็นผู้มีความจงรักภักดีได้ร่วมกันแสดงออกถึงการ 'รักพ่อหลวง' ต้องการให้ชาวไทยภูเขาซึ่งเคยอยู่ในเขตงานที่ 8 ของ พคท.ในอดีตมีส่วนร่วมด้วย

ชาวไทยภูเขาเผ่าม้งมีโลหะ 'เงินแท้' ที่เรียกกันว่า 'เงินทาง' อยู่ทุกครอบครัว

หากป่าวประกาศออกไปว่า จะหล่อรอยพระบาทของ 'พ่อหลวง' ด้วยโลหะเงิน ก็เชื่อว่าผู้จงรักภักดีบนดอยสูง ซึ่งขณะนี้อยู่ดีมีสุข มีการประกอบอาชีพทางเกษตรกรรมพืชเมืองหนาวอย่างได้ผล เป็นผู้มีฐานะดี จะมีความปลื้มปีติใจที่พวกเขามีส่วนร่วมด้วย จำนวนของโลหะเงินที่เป็นเงินทางดังกล่าวจะมีจำนวนเกินพอเช่นเดียวกัน ซึ่งจะเป็นการดีอย่างยิ่งที่รอยพระบาทของพ่อหลวง ซึ่งพวกเขามีความจงรักภักดีนั้น เท่ากับว่า ชาวไทยภูเขาที่ดอยพญาพิภักดิ์ ดอยผาหม่น ในเขตงานที่ 8 เมื่ออดีต เป็นผู้ร่วมสร้างประวัติศาสตร์นี้ ประดิษฐานอยู่ใกล้ชิดกับพวกเขา เป็นที่เคารพสักการะและยึดเหนี่ยวตลอดไป

แม้ว่า 'การเมือง' จะมาถึงหัวเลี้ยวสำคัญ เมื่อสำนักงานอัยการสูงสุด มีความเห็นส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัย 'ยุบพรรค' ไทยรักไทย ประชาธิปัตย์ และพรรคการเมืองขนาดเล็กอีก 3 พรรค โดยมีความซับซ้อนและ 'เงื่อนไข' ซึ่งเป็นความลึกและความลับอยู่อย่างคาดกันไม่ถึง, รายงานนี้ก็จะเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับการประทับรอยพระบาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ณ ดอยพญาพิภักดิ์ อย่างไม่มีกังวลต่อสถานการณ์ทางการเมืองใดๆ ขอนำประมวลภาพและเหตุการณ์อันแสดงออกถึงความจงรักภักดี ซึ่งเป็นสิ่งประเสริฐกว่า มีความบริสุทธิ์ผุดผ่องยิ่งกว่า มาให้ได้ชื่นชมพระบารมีกันต่อไป

โดยมีหลายสิ่งที่ควรจะนำมากล่าวถึงเป็นการบันทึกประวัติศาสตร์ การประทับรอยพระบาท เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2525 มากล่าวไว้ เช่น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว องค์จอมทัพไทย ได้ทรงปฏิบัติเช่นทหารคนหนึ่ง แม้ว่าพระองค์จะทรงเป็นจอมทัพไทย ก็ได้แสดงให้เห็นว่า พระองค์ทรงได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยน้ำพระทัยกล้าหาญ ทรงรับการมอบตัวและมอบอาวุธเป็นผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยของ ผกค.ในเขตงานที่มีความรุนแรงที่สุด เพราะเขตงานที่ 8 ของ พคท.นี้ เป็นเขตงานที่ถือว่าเป็น 'ประตู' ของการปฏิบัติการที่พรรคคอมมิวนิสต์ไทยร่วมกับพรรคของลาว และเวียดนามได้ประสานกัน เช่น การฝึกอาวุธยุทธวิธี ที่มีผู้หลงผิดจากเขตงานนี้ไปรับการฝึกอาวุธยุทธวิธีถึงเวียดนาม และกลับเข้ามาดำเนินการสงครามอาวุธในไทยจากการที่ดอยพญาพิภักดิ์นี้ เป็นดอยยาวทอดจากตะวันออกเฉียงเหนือลงมาตะวันตกเฉียงใต้ ปลายดอยอยู่ชิดติดกับแม่น้ำโขง เส้นพรมแดนไทย-ลาวที่ใช้แม่น้ำโขงมาตั้งแต่บ้านสบรวก อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย มาสิ้นสุดที่จุดนี้ จากนั้นเป็นเขตแดนแผ่นดินกับแผ่นดิน โดยใช้สันดอยเป็นเส้นพรมแดน และเป็นจุดเหนือสุดของแขวงไชยบุรีของลาว ที่ทอดยาวลงมาจนถึงแม่น้ำเหือง บรรจบกับแม่น้ำโขง และเป็นเส้นพรมแดนโดยแม่น้ำโขงอีกครั้งที่อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย การเคลื่อนไหวของกำลังพลและการสนับสนุนด้วยอาวุธ ทำได้โดยง่ายเพราะอยู่ในชัยภูมิที่เกื้อกูล หมู่บ้านแรกบนดอยพญาพิภักดิ์ที่อยู่ติดกับลาวคือ บ้านสูง ต่ำลงมาคือ บ้านป่าแดง บ้านม่อนเคอ บ้านพญาพิภักดิ์ บ้านป่าตาล บ้านห้วยโป่ง บ้านห้วยไคร้ และทางตะวันออกของดอยยาวหรือดอยพญาพิภักดิ์ คือ ดอยผาหม่น ที่มีร่องเขาเป็นพื้นราบคั่นกลางระหว่างทิวดอยทั้งสอง บ้านปางหัก บ้านผาแล บ้านขุนห้วยจะยิน บ้านห้วยคุ บ้านห้วยโป่ง บ้านเล่าอู บ้านปางค่า อยู่ที่ดอยผาหม่น และจากเขตนี้ขยายเขตงานลงไปทางใต้คือเขตจังหวัดพะเยา จังหวัดน่าน

สำหรับที่ตั้งของทหาร พัน. ร. 473 ผู้รับผิดชอบในเขตนี้อยู่ทางด้านตะวันตกของดอยยาวหรือดอยพญาพิภักดิ์ มีชื่อค่ายว่า 'ค่ายเม็งกาโต' อันเป็นชื่อค่ายที่แปลก เพราะชื่อนี้เกือบจะเป็นรหัสแทนความหมายจากนามค่ายของทหารกรมทหารราบที่ 17 ที่หมุนเวียนกันเข้ามาปฏิบัติงาน และมีฐานอยู่ที่ค่ายนี้คือ พัน. ร. 473 ทหารที่มาปฏิบัติการรบจากค่ายเม็งรายมหาราช จังหวัดเชียงราย มีคำว่า 'เม็ง' เป็นคำแรกของค่ายเม็งกาโต, ส่วนคำที่สองคือ 'กา' นั้น คือชื่อค่ายกาวิละ จังหวัดเชียงใหม่ และคำท้ายคือ 'โต' มาจากชื่อค่ายสุรศักดิ์มนตรี (เจิม แสงชูโต) จังหวัดลำปาง โดยนำคำท้ายนามสกุลแสงชูโตมาใช้

สิ่งที่ต้องได้รับการบันทึกไว้ นอกจากพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการทรงประทับรอยพระบาทแล้ว พระบรมฉายาลักษณ์ที่สำคัญคือ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงประทับนั่งในท่าที่เรียกกันอย่างสามัญชนว่าคุกเข่า ในพระหัตถ์ทรงถือแผนที่บริเวณดอยยาว และดอยผาหม่น เขตงานที่ 8 ของ พคท.มีบรรดาอดีต ผกค.ชั้นหัวหน้านั่งเข้าเฝ้าฯ เรียงอยู่เป็นแถว ทรงซักถามเกี่ยวกับที่ตั้งของหมู่บ้านแต่ละแห่ง และการประกอบอาชีพทำมาหากิน เพื่อจะได้ทรงฟื้นฟูชีวิตความเป็นอยู่ต่อไป บรรดาหัวหน้า ผกค. (อดีต) นั้น ต่างก็แปลกใจที่พระองค์มิได้ทรงซักถามถึงการเข้าร่วมขบวนการ และการสู้รบกับตำรวจทหารอย่างใดเลย และพวกเขาเองกลับต้องเป็นฝ่ายกราบบังคมทูลเองว่า ได้หลงผิดไปแล้ว และต่อไปจะเริ่มตั้งต้นใหม่ สิ่งที่ผ่านมานั้นขอพระราชทานอภัย และได้ถวายคำมั่นสัญญากับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวว่า จะเลิกปลูกพืชเสพติด (ฝิ่น) และยังกราบบังคมทูลว่า ทุกหมู่บ้านที่เคยเป็นหมู่บ้านสู้รบ ได้ชักธงชาติไทยทั้งหมด ธงดาวแดงของ พคท.ที่เคยอยู่เหนือหมู่บ้านถูกเอาลงและทำลายทิ้ง และพวกเขาเชื่อว่า ด้วยพระบารมีต่อไปพื้นที่ดอยยาว ดอยผาหม่น ต่อไปถึงดอยสูงเขตงานต่างๆ ในจังหวัดพะเยา และน่าน ก็จะมีผู้หลงผิดวางอาวุธมอบตัว และเข้าสู่ฐานะผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยต่อไป โดยเห็นตัวอย่างจากเขตงานที่ 8 ซึ่งเข้าเป็นผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยแล้ว ทุกอย่างพลิกโฉมหน้าหมด ชีวิตเป็นสุขเมื่อสันติกลับคืนมา