xs
xsm
sm
md
lg

คนร้ายป่วน 3 จชต. ไม่เลิก ยิงอดีตนายก อบจ.นราฯ ดับ

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

คนร้ายยังก่อเหตุใน3 จชต.ไม่เลิก ที่นราฯ ถล่มอาวุธสงครามอดีตนายกอบจ.นราธิวาส ดับพวงมาลัยรถ พร้อมลอบวางระเบิด สายตรวจเจาะไอร้อง บาดเจ็บ4 นาย ชาวบ้านโดนลูกหลง 2 คน ส่วนคืนที่ผ่านมา ลอบบึ้ม คาราโอเกะในโรงแรมดังกลางเมืองยะลา ตาย 1 บาดเจ็บสาหัส 2 แถมลอบวางระเบิดรถสายตรวจเทพา แต่โชคดีไม่มีใครเจ็บ ขณะที่ นายกฯทักษิณเปรียบขบวนการอาร์เคคเคภาคใต้แค่หนู่วิ่งพล่าน เตรียมส่งแมว"สนธิ"ปราบ

การก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ที่เริ่มรุนแรงขึ้นอีกครั้งตั้งแต่วันที่ 15 มิ.ย. จนถึงขณะนี้ (18มิ.ย.)ยังเกิดเหตุร้ายอย่างต่อเนื่อง

เมื่อเวลาประมาณ 09.20 น.วานนี้ (18 มิ.ย.)คนร้ายใช้อาวุธสงคราม ปืนอาการ์ และปืนลูกซอง ยิ่งถล่มรถยนต์กระบะอีซูซุ ดีแมคซ์ 4 ประตู ที่บรอนซ์-เงินป้ายแดง ทะเบียน ก-9033 นธ ของนาย นิโซะ มือฆะ อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนราธิวาส(อบจ.) บนถนนสายบ้านเขากง-บ้านโคกสุมุ บริเวณบ้านทำเนียบ ม.6 ต.ลำภู อ.เมืองนราธิวาส ขณะที่นายนิโซะ กำลังขับรถไปเรียนที่วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีป่าไผ่ จ.นราธิวาส ทำให้นายนิโซะเสียชีวิตทันทีคาพวงมาลัยรถ

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า คนร้ายอาจต้องการสร้างสถานการณ์ความไม่สงบ หรือผู้ตายมีเรื่องขัดแย้งทางผลประโยชน์ด้านธุรกิจ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะเชิญผู้เกี่ยวข้องมาสอบปากคำเพิ่มเติมอีกครั้ง

บึ้ม! รถสายตรวจเจาะไอร้อง
ตร.เจ็บ 4 นาย ชาวบ้าน 2 ราย

ส่วนในเวลา 09.40 น. เกิดเหตุ รถยนต์ตราโล่ ชุดสายตรวจของ สภ.อ.เจาะไอร้อง จังหวัดนราธิวาส ถูกลอบวางระเบิดได้กดจุดชนวนระเบิดด้วยโทรศัพท์มือถือ ขณะออกลาดตระเวน ที่ บริเวณสามแยกเจาะไอร้อง บ้านเจาะไอร้อง หมู่ 1 ต.จวบ อ.เจาะไอร้อง แรงระเบิดทำให้เกิดหลุมลึกประมาณ 30 ซม. กว้าง 100 ซม. มีเศษกล่องเหล็ก เศษเหล็กเส้นตัดเป็นท่อนเล็กๆ เศษถุงพลาสติกสีดำ เศษโทรศัพท์มือถือและเชื้อปะทุกระจายเกลื่อน ส่วนรถยนต์ของเจ้าหน้าที่ กระจกด้านหลังแตกละเอียด มีเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บ 4 นาย ประกอบด้วย ส.ต.ต.นิติกร ศรีสุข ส.ต.ต.นิพนธ์ รอดปอง ด.ต.วิมล ตะโน ด.ต.จงเพียร ปาประไพ โดย ด.ต.วิมล ตะโน อยู่ในอาการสาหัสถูกนำส่งไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์

สำหรับชาวบ้าน 2 คน ที่ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย คือ น.ส.ยานา อูมา อายุ 24 ปี กับ น.ส.สุวารี ตีมอ อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 100 หมู่ 8 ต.มะรือโบออก อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส

บึ้มคาราโอเกะกลางเมืองยะลาดับ 1 สาหัส 2

นอกจากนี้ เมื่อเวลาประมาณ 21.40 น.ของวันที่ 17 มิ.ย.ที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดแสวงเครื่อง ใช้นาฬิกาเป็นเครื่องจุดระเบิด น้ำหนักไม่ต่ำกว่า 15 กิโลกรัม ที่ห้องคาราโอเกะ ในโรงแรมยะลารามา เขตเทศบาลนครยะลา ทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 รายและบาดเจ็บสาหัส 2 ราย แรงระเบิดทำให้ห้องคาราโอเกะวีไอพีเสียหายเป็นแถบ ผนังทะลุเป็นรูโบ๋กว้าง เศษกระจกแตกกระจัดกระจายไปทั่วบริเวณ มีเศษสะเก็ดระเบิดปลิวออกมาบนถนนจำนวนมาก

ป่วนเทพาวางเรือใบล่อตำรวจก่อนกดบึ้ม

ส่วนที่ อ.เทพา จ.สงขลา รอยต่อ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ในเวลาไล่เลี่ยกัน คนร้ายได้ก่อเหตุเผายางรถยนต์ และวางตะปูเรือใบ บนถนนสายตุยง – เทพา ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ 5 นาย ได้รีบไปตรวจสอบในที่เกิดเหตุทันทีที่ได้รับแจ้ง แต่ไปถึงที่เกิดเหตุ คนร้ายที่คาดว่าน่าจะซุ่มอยู่ในบริเวณดังกล่าว ได้กดจุดชนวนระเบิดขึ้น เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวได้ยินไปถึงย่านที่อยู่อาศัยของชาว จ.ปัตตานี ที่อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง โชคดีไม่มีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต

ผวจ.ยะลา อัดมาตรการรปภ.โรงแรมหละหลวม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เหตุลอบวางระเบิดคาราโอเกะนั้น ขณะที่นายบุณยสิทธิ์ สุวรรณรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา เข้าตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุพร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ เกิดอารมณ์เสียอย่างรุนแรง ถึงกับต่อว่าเจ้าของโรงแรมอย่างหนัก เนื่องจากไม่พอใจระบบการวางมาตรการรักษาความปลอดภัย ในการตรวจตราผู้ที่เข้าออก เพราะเพิ่งประชุมผู้ประกอบสถานบริการและเจ้าของร้านจำหน่ายโทรศัพท์มือถือเมื่อตอนบ่าย แต่ก็มาเกิดเหตุจากการประมาทไม่ตรวจตราผู้มาใช้บริการในสถานบันเทิงอย่างเข้มงวด

สั่งตรึงกำลังพื้นที่ชายแดนหวั่นบึ้มซ้ำ

สำหรับความคืบหน้า กรณีคนร้ายลอบวางระเบิดรถลาดตระเวนของ สภ.อ.เทพา จ.สงขลา เมื่อคืนวันที่ 17 มิ.ย.ที่ผ่านมา วานนี้ (18 มิ.ย.) ร.ต.อ.เดชา ดำวงศ์ หัวหน้าชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด กก.ตชด.ที่ 43 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่วิทยาการตำรวจภูธร จ.สงขลา ได้เข้าไปตรวจสอบในที่เกิดเหตุอย่างละเอียดอีกครั้ง

ทั้งนี้ พบว่าเป็นระเบิดชนิดแสวงเครื่องคนร้ายประกอบเข้ากับท่อเหล็กและนำมาฝังไว้ริมถนนโดยต่อสายไฟเข้าไปในป่าละเมาะยาวประมาณ 80 เมตร ก่อนที่จะจุดชนวนด้วยรีโมตคอนโทรล และวิถีของระเบิดทำงานผิดพลาด โดนรถของเจ้าหน้าที่เสียหายเล็กน้อยเท่านั้น โดยลักษณะของระเบิด มีลักษณะเดียวกับที่ใช้ก่อเหตุในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

ขณะเดียวกัน พล.ต.ท.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบช.ภาค 9 ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุก สภ.อ.ในพื้นที่เชื่อมต่อกับ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพิ่มความระมัดระวังในการออกตรวจพื้นที่ในช่วงนี้เป็นพิเศษ และให้จับตาความเคลื่อนไหวของกลุ่มแนวร่วมในพื้นที่เพราะว่าอาจจะก่อเหตุในลักษณะนี้อีกครั้ง ขณะเดียวกัน ก็ให้ดูแลรักษาความปลอดภัยสถานที่ราชการและที่ตั้งเพื่อป้องกันไม่ให้คนร้ายก่อเหตุได้สะดวก

“ทักษิณ” เตรียมส่ง"สนธิ"ปราบ
ด้าน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงเหตุระเบิดหลายจุดในพื้นที่ 3 จชต. ว่า ขณะนี้พล.ต.อ.ชิดชัย วรรณสถิตย์ รองนายกและรมว.ยุติธรรม ได้เรียกประชุมและมอบหมายงานให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปแล้ว และตนจะมอบหมายให้พล.อ.สนธิ บุณยรัตนกลิน ผบ.ทบ.ลงไปดูแลเป็นพิเศษ ส่วนจะมีการเพิ่มกำลังทหารหรือไม่นั้น ต้องให้มีผู้ใหญ่ดูแล เพื่อให้การทำงานเป็นเอกภาพมากขึ้น เพราะผู้ใหญ่มักไม่ค่อยอยู่ในพื้นที่อยู่แต่ในกรุงเทพฯ ในพื้นที่จึงเกิดปัญหาบ้างบางครั้ง

ส่วนกรณีที่ มีการปรับปรุงด้านการข่าวเป็นประจำ แต่ยังเกิดปัญหานั้น พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า แสดงว่าการข่าวยังไม่ดีเท่าที่ควร ต้องทำมากกว่านี้ และต้องทำงานสมานฉันท์ไปพร้อมๆกัน ไม่ใช่ทำงานด้านปราบปรามอย่างเดียว

“ การข่าวที่รู้ยังไม่ถึงกับชัดเท่าไร ก็ยังมีปัญหาอยู่ ซึ่งที่ผ่านมาเมื่อจับผู้ต้องสงสัยได้จำนวนมากจะสามารถขยายผลไปสู่การยึดอาวุธ และจับตัวคนเพิ่มได้ตลอด แต่พวกนี้เซลล์มันขยายตลอด ฉะนั้น ต้องทำงานการเมืองในเชิงของการสร้างความสมานฉันท์ไปควบคู่พร้อมๆกัน”นายกฯกล่าว และยืนยันว่าเชิงนโยบายเราไม่ต้องปรับเปลี่ยนอะไร แม้ว่าขณะนี้สถานการณ์ดูเหมือนความไม่เข้าใจของชาวบ้านที่มีต่อเจ้าหน้าที่จะกลับมาอีกก็ตาม

“คงไม่ถึงขนาดนั้น มันเฉพาะพวกกลุ่มอาร์เคเค ซึ่งเป็นกลุ่มที่เปรียบเสมือนหนูที่ออกวิ่งพล่านไปหมด แต่แมวเรามีน้อยไปหน่อย”พ.ต.ท.ทักษิณกล่าว

อย่างไรก็ตาม แม้สถานการณ์ในภาคใต้จะรุนแรงต่อเนื่อง แต่ นายกฯยืนยันว่า ตอนนี้เจ้าหน้าที่ขอไปปรับแผน ดังนั้นจึงขอดูงานของเขาก่อน และถ้าตนไปเมื่อไหร่ก็จะบอก

ปชป.จี้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาไฟใต้

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงสถานการณ์ใน 3 จชต.ว่า พรรคมีความเป็นห่วงปัญหาความรุนแรงที่เกิดขึ้นทางภาคใต้ เนื่องจากไม่มีแนวโน้มที่สถานการณ์จะคลี่คลาย แม้ว่าคนของรัฐบาลพยายามจะออกมาบอกว่าสถานการณ์ดีขึ้น แต่ในความเป็นจริง สถานการณ์ดูเหมือนจะสุกงอมมากขึ้น สิ่งที่รัฐบาลควรดำเนินการโดยเร่งด่วน คือ การเข้าไปคุ้มครองชีวิตของผู้บริสุทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นชีวิตของเจ้าหน้าที่ ภาครัฐบาล ข้าราชการ และประชาชน โดยประเด็นดังกล่าวเป็นปัญหาเฉพาะหน้าในเบื้องต้น ที่รัฐบาลควรเร่งเข้าไปดำเนินการ

"สิ่งที่ท่านชิดชัย พูดออกมาว่า เป็นเรื่องน่าเบื่อมาก ท่านได้เตือนเจ้าหน้าที่ให้ระวังแล้ว แต่ยังปล่อยให้คนร้ายก่อเหตุ จึงได้สั่งให้สอบเจ้าหน้าที่หาความผิดพลาดที่เกิดขึ้น พรรคฯเห็นว่าแทนที่ท่านชิดชัย ซึ่งเป็นแกนนำในการแก้ไขปัญหาทางภาคใต้จะไปหาความผิดของเจ้าหน้าที่ ท่านควรไปหาความผิดของรัฐบาล แกนนำในการแก้ไขปัญหา และตัวท่านเอง มากกว่า เพราะปัญหาที่แท้จริง ที่ก่อให้เกิดความรุนแรงไม่น่าจะเกิดขึ้น เฉพาะการทำงานของเจ้าหน้าที่เท่านั้น แต่น่าจะเกิดขึ้นจากความผิดพลาด ในการทำงานของรัฐบาล หรือจากแนวทางการแก้ไขปัญหาที่ไม่ตรงทิศทางมาโดยตลอด"นายองอาจกล่าว

ชท.ชี้รัฐบาลล้มเหลวแก้ปัญหาไฟใต้

นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล รองหัวหน้าพรรคชาติไทย กล่าวว่า ในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมาได้เกิดเหตุระเบิดครั้งใหญ่กว่า 60 จุดในพื้นที่ 29 อำเภอของ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ พรรคชาติไทยเชื่อว่า คนไทยทั้งประเทศคงจะหายใจไม่ทั่วท้อง และเหตุการณ์ดังกล่าว ได้ทำลายความรู้สึกของประชาชน แต่มีเรื่องน่าแปลกใจว่า คนที่รับผิดชอบในรัฐบาล ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า ทราบข้อมูล ว่าจะเกิดเหตุวางระเบิดทั้งหมดมาก่อนแล้ว แต่ทำไมยังปล่อยให้เกิดขึ้น แสดงให้เห็นถึงความล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง ของแนวนโยบายการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในภาคใต้

"ขณะนี้เหตุระเบิดและการวางเพลิง กลายเป็นเรื่องปกติในพื้นที่ 3 จังหวัดภาคใต้ ขณะเดียวกันมีแนวโน้มว่า จะเกิดมากขึ้นเรื่อยๆ นอกจากรัฐบาลจะล้มเหลวในแนวนโยบายการแก้ปัญหาแล้ว ยังถือว่าล้มเหลว ในเรื่องความมั่นคงและข่าวกรอง ทั้งๆที่ทราบว่า มีข่าวจะเกิดเหตุรุนแรงแต่ไม่สามารถหยุดได้ ไม่ทราบว่าหน่วยข่าวกรองและฝ่ายความมั่นคงทำอะไรกันอยู่ ที่ผ่านมาจับตัวผู้ก่อการได้กี่คน ซึ่งหลายคนไม่สบายใจว่าที่จับกุมมาได้นั้นเป็นแพะหรือเปล่า ผมไม่แปลกใจ ที่พรรคประชาธิปัตย์ได้ภาพลับ เรื่องการเจรจากับพรรคเล็กที่กระทรวงกลาโหมมา แค่นี้ก็ตอกย้ำแล้วว่าความมั่นคงของชาติล้มเหลว"