สคบ.สั่งจับตาสินค้าและบริการโปรโมชั่นช่วงฟุตบอลโลกฟีเวอร์ เอาเปรียบผู้บริโภคหรือไม่ เผยล่าสุดพบพ่อค้าหัวใส่ไม่ยอมให้รางวัลตามที่โฆษณาไว้ อ้างรางวัลหมด แถมไม่ระบุเงื่อนไขและวันเวลาในการจัดรายการให้ชัดเจน ขณะเดียวกันยังพบพ่อค้าแสบโฆษณาถวายพระพรแอบแฝง พร้อมเตือนระวังประชาชนถูกสถานบริหารฟิตเนสหลอก
นายนิโรธ เจริญประกอบ รองเลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เปิดเผยว่า ได้สั่งเจ้าหน้าที่ประสานงานกับผู้ว่าราชการจังหวัดในการตรวจสอบ การโฆษณา และจัดทำรายการส่งเสริมการขายของสินค้าและบริการต่างๆ ทั่วประเทศ ให้ถูกต้อง ครบถ้วนและไม่เอาเปรียบผู้บริโภค เนื่องจากผู้ประกอบการจำนวนมากเริ่มจัดกิจกรรมทางการตลาด ให้สอดคล้องกับกระแสฟีเวอร์ของการแข่งขันฟุตบอลโลก 2006 ที่เยอรมัน เพื่อดึงลูกค้าเข้ามาซื้อสินค้าและบริการ เบื้องต้นพบว่ามีการจัดทำโปรโมชั่น ลด แลก แจก แถม และการเสี่ยงโชคที่ไม่ถูกต้องหลายรายการ เช่น รางวัลไม่เพียงพอ, ไม่ระบุเงื่อนไขที่ชัดเจน และไม่ระบุวันเวลาของการเข้าร่วมรายการ เป็นต้น
สำหรับปัญหาที่มีการร้องเรียนต่อ สคบ.มากสุดเกี่ยวกับการจัดการรายการ ส่งเสริมการขาย คือ รางวัลหมดก่อนกำหนด เนื่องจากประชาชนให้ความสนใจมาก ซึ่งที่ผ่านมาเชิญผู้ประกอบการและผู้ร้องมาไกล่เกลี่ย และให้ชดเชยรางวัลแก่ผู้ร้องด้วยการให้รางวัลอื่นที่มีมูลค่าไม่ต่ำกว่ารางวัลที่ได้โฆษณาไว้
ทั้งนี้ต้องการเตือนร้านค้าที่จะจัดทำรายการดังกล่าว ควรจัดทำรายละเอียดอย่างชัดเจน ส่วนการทำรายการเสี่ยงโชคในต่างจังหวัดต้องขออนุญาตต่อกระทรวงมหาดไทย และ กทม. ต้องอนุญาตกับเจ้าหน้าที่ตำรวจก่อน เบื้องต้น หากพบว่าการทำรายการส่งเสริมการขายต่างๆ ไม่ถูกต้องจะถูกลงโทษตามกฎหมาย คุ้มครองผู้บริโภค คือปรับไม่เกิน 30,000 บาท และ จำคุกไม่เคย 6 เดือน หรือทั้งจำและปรับ ขณะที่ผู้บริโภคก็ควรจะอ่านรายละเอียดเงื่อนไขก่อนเลือกซื้อสินค้า ให้ครบถ้วน และหากข้อความโฆษณาใดมีปัญหาก็แจ้งมาที่เจ้าหน้าที่ สคบ.ได้
“การจัดทำรายการส่งเสริมการขายช่วงเทศกาลบอลโลก อยากให้ร้านค้าวางแผนให้ดี เช่น เตรียมรางวัลให้ครบถ้วน และติดรายละเอียดให้ครบ ซึ่งหากภาครัฐตรวจพบว่าตั้งใจเตรียมรางวัลน้อยกว่าที่ได้โฆษณาไว้อย่างไม่มีเหตุผล อาจมีโทษที่หนักขึ้นในข้อหาหลอกลวงผู้บริโภคได้ แต่หากรางวัลหมดแบบไม่ได้ตั้งใจก็ควรจะให้รางวัลอื่นที่มีมูลค่าไม่ต่ำกว่าของเดิม”
นายนิโรธ กล่าวว่า ขณะนี้ยังมีบริษัทห้างร้านหลายแห่งได้โฆษณาถวายพระพรที่ไม่ถูกต้อง เช่น มีการโฆษณาสินค้าลักษณะแอบแฝงโดยเฉพาะในต่างจังหวัด ซึ่งที่ผ่านมาก็ได้ตักเตือนเพื่อให้แก้ไขให้ถูกต้องแล้ว
รายงานข่าวจาก สคบ.แจ้งว่า ในช่วงเดือน ม.ค.-มี.ค. 49 อนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคประจำจังหวัดได้รายงานผลการตรวจสอบการโฆษณาจด แลก แจก แถม และ เสี่ยงโชค ชิงรางวัล จำนวน 130 รายการ พบว่าผู้ประกอบการได้กระทำความผิดจำนวน 49 ราย ซึ่งได้ปรับและตักเตือนให้ดำเนินการใหม่ให้ถูกต้องตามกฎหมายแล้ว
นายนพปฏล เมฆเมฆา ผู้อำนวยการกองคุ้มครองผู้บริโภคด้านโฆษณา สคบ. กล่าวว่า ขณะนี้ผู้บริโภคในเมืองหลวงได้รับเดือดร้อนกรณีที่ไปใช้บริการฟิตเนส ในการบริหารสุขภาพอย่างมาก โดยผู้ประกอบการได้โฆษณาชวนเชิญในลักษณะที่เกินความจริง แต่เมื่อผู้บริโภคทำสัญญากลับพบว่าไม่ได้รับการดูแลที่ดี และไม่สามารถยกเลิกสัญญาที่ทำได้ก่อนกำหนดด้วย
ส่วนโฆษณาประเภทอื่นๆ ที่มีปัญหา เช่น เรื่องดาวน์โหลดภาพโป๊ หรือข้อความไม่ลามกผ่านโทรศัพท์ แล้วโฆษณาในหน้าหนังสือพิมพ์และนิตยสารต่างๆ ซึ่งอยู่ระหว่างกำเนินการตรวจสอบเพื่อลงโทษผู้กระทำความผิด นอกจากนี้ยังจับตาการโฆษณาแอร์, โปรโมชั่นโทรศัพท์ การบินราคาประหยัด เป็นต้น
นายนิโรธ เจริญประกอบ รองเลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เปิดเผยว่า ได้สั่งเจ้าหน้าที่ประสานงานกับผู้ว่าราชการจังหวัดในการตรวจสอบ การโฆษณา และจัดทำรายการส่งเสริมการขายของสินค้าและบริการต่างๆ ทั่วประเทศ ให้ถูกต้อง ครบถ้วนและไม่เอาเปรียบผู้บริโภค เนื่องจากผู้ประกอบการจำนวนมากเริ่มจัดกิจกรรมทางการตลาด ให้สอดคล้องกับกระแสฟีเวอร์ของการแข่งขันฟุตบอลโลก 2006 ที่เยอรมัน เพื่อดึงลูกค้าเข้ามาซื้อสินค้าและบริการ เบื้องต้นพบว่ามีการจัดทำโปรโมชั่น ลด แลก แจก แถม และการเสี่ยงโชคที่ไม่ถูกต้องหลายรายการ เช่น รางวัลไม่เพียงพอ, ไม่ระบุเงื่อนไขที่ชัดเจน และไม่ระบุวันเวลาของการเข้าร่วมรายการ เป็นต้น
สำหรับปัญหาที่มีการร้องเรียนต่อ สคบ.มากสุดเกี่ยวกับการจัดการรายการ ส่งเสริมการขาย คือ รางวัลหมดก่อนกำหนด เนื่องจากประชาชนให้ความสนใจมาก ซึ่งที่ผ่านมาเชิญผู้ประกอบการและผู้ร้องมาไกล่เกลี่ย และให้ชดเชยรางวัลแก่ผู้ร้องด้วยการให้รางวัลอื่นที่มีมูลค่าไม่ต่ำกว่ารางวัลที่ได้โฆษณาไว้
ทั้งนี้ต้องการเตือนร้านค้าที่จะจัดทำรายการดังกล่าว ควรจัดทำรายละเอียดอย่างชัดเจน ส่วนการทำรายการเสี่ยงโชคในต่างจังหวัดต้องขออนุญาตต่อกระทรวงมหาดไทย และ กทม. ต้องอนุญาตกับเจ้าหน้าที่ตำรวจก่อน เบื้องต้น หากพบว่าการทำรายการส่งเสริมการขายต่างๆ ไม่ถูกต้องจะถูกลงโทษตามกฎหมาย คุ้มครองผู้บริโภค คือปรับไม่เกิน 30,000 บาท และ จำคุกไม่เคย 6 เดือน หรือทั้งจำและปรับ ขณะที่ผู้บริโภคก็ควรจะอ่านรายละเอียดเงื่อนไขก่อนเลือกซื้อสินค้า ให้ครบถ้วน และหากข้อความโฆษณาใดมีปัญหาก็แจ้งมาที่เจ้าหน้าที่ สคบ.ได้
“การจัดทำรายการส่งเสริมการขายช่วงเทศกาลบอลโลก อยากให้ร้านค้าวางแผนให้ดี เช่น เตรียมรางวัลให้ครบถ้วน และติดรายละเอียดให้ครบ ซึ่งหากภาครัฐตรวจพบว่าตั้งใจเตรียมรางวัลน้อยกว่าที่ได้โฆษณาไว้อย่างไม่มีเหตุผล อาจมีโทษที่หนักขึ้นในข้อหาหลอกลวงผู้บริโภคได้ แต่หากรางวัลหมดแบบไม่ได้ตั้งใจก็ควรจะให้รางวัลอื่นที่มีมูลค่าไม่ต่ำกว่าของเดิม”
นายนิโรธ กล่าวว่า ขณะนี้ยังมีบริษัทห้างร้านหลายแห่งได้โฆษณาถวายพระพรที่ไม่ถูกต้อง เช่น มีการโฆษณาสินค้าลักษณะแอบแฝงโดยเฉพาะในต่างจังหวัด ซึ่งที่ผ่านมาก็ได้ตักเตือนเพื่อให้แก้ไขให้ถูกต้องแล้ว
รายงานข่าวจาก สคบ.แจ้งว่า ในช่วงเดือน ม.ค.-มี.ค. 49 อนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคประจำจังหวัดได้รายงานผลการตรวจสอบการโฆษณาจด แลก แจก แถม และ เสี่ยงโชค ชิงรางวัล จำนวน 130 รายการ พบว่าผู้ประกอบการได้กระทำความผิดจำนวน 49 ราย ซึ่งได้ปรับและตักเตือนให้ดำเนินการใหม่ให้ถูกต้องตามกฎหมายแล้ว
นายนพปฏล เมฆเมฆา ผู้อำนวยการกองคุ้มครองผู้บริโภคด้านโฆษณา สคบ. กล่าวว่า ขณะนี้ผู้บริโภคในเมืองหลวงได้รับเดือดร้อนกรณีที่ไปใช้บริการฟิตเนส ในการบริหารสุขภาพอย่างมาก โดยผู้ประกอบการได้โฆษณาชวนเชิญในลักษณะที่เกินความจริง แต่เมื่อผู้บริโภคทำสัญญากลับพบว่าไม่ได้รับการดูแลที่ดี และไม่สามารถยกเลิกสัญญาที่ทำได้ก่อนกำหนดด้วย
ส่วนโฆษณาประเภทอื่นๆ ที่มีปัญหา เช่น เรื่องดาวน์โหลดภาพโป๊ หรือข้อความไม่ลามกผ่านโทรศัพท์ แล้วโฆษณาในหน้าหนังสือพิมพ์และนิตยสารต่างๆ ซึ่งอยู่ระหว่างกำเนินการตรวจสอบเพื่อลงโทษผู้กระทำความผิด นอกจากนี้ยังจับตาการโฆษณาแอร์, โปรโมชั่นโทรศัพท์ การบินราคาประหยัด เป็นต้น