xs
xsm
sm
md
lg

การเมืองไทยหลังการเลือกตั้ง 2 เมษา

เผยแพร่:   โดย: ชัยอนันต์ สมุทรวณิช

สถานการณ์ทางการเมืองขณะนี้ บ่งบอกว่า พ.ต.ท.ทักษิณต้องการให้ผลการเลือกตั้งเป็นเครื่องมือจัดการกับกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย

แต่ปัญหาก็มีก่อนการเลือกตั้ง คือการกล่าวหาพรรคไทยรักไทยว่าไปจ้างผู้สมัครพรรคเล็กพรรคน้อยมาลงแข่งขัน และมีการคาดคะเนว่า พรรคไทยรักไทยคงได้คะแนนเสียงไม่ถึง 20% ในเขตเลือกตั้งหลายเขต เป็นเหตุให้มี ส.ส.ไม่ครบ 500 คน จึงไม่สามารถเปิดสภาได้ และไม่อาจมีการเลือกนายกรัฐมนตรีได้

การมี ส.ส.ไม่ครบจำนวนตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้นี้ ไม่มีทางอื่นใดนอกจากจะทำให้ครบ เพราะการขาด ส.ส.เท่ากับการขาดองค์ประกอบของความเป็นตัวแทนปวงชน รัฐบาลไม่อาจดำเนินการใช้อำนาจอธิปไตยได้ สภาผู้แทนราษฎรก็ไม่อาจใช้อำนาจนิติบัญญัติได้

หากรัฐบาลจะส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ศาลรัฐธรรมนูญก็ไม่อาจวินิจฉัยเป็นอื่นไปได้ ดังนั้น ปัญหาทางการเมืองจึงเกิดขึ้น เพราะจะมีแต่รัฐบาลรักษาการ การที่สังคมไทยเกิดความแตกแยกเช่นนี้ เป็นการสะท้อนถึงการไม่ยอมรับความชอบธรรมของตัวผู้นำ การได้มาซึ่งความชอบธรรมจึงขาดไปบางส่วนไม่ครบถ้วนสมบูรณ์

วิธีการแก้ไขปัญหาอาจทำได้ด้วยการลาออกของนายกรัฐมนตรีแล้วมีการออกกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งใหม่ โดยยังไม่ต้องมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะหากมี ส.ส.ไม่ครบ และแม้จะมีการเลือกตั้ง ส.ส.จำนวนที่ขาดไปอีกครั้งหนึ่ง ก็คงจะได้ ส.ส.ไม่ครบ หากรัฐบาลจะโกงการเลือกตั้งเพื่อให้ได้ ส.ส.ครบ ประชาชนก็จะไม่ยอมและคราวนี้คงจะเกิดการจลาจลวุ่นวายจนถึงขั้นเสียเลือดเสียเนื้อได้

การใช้อำนาจครอบงำกลไก และกระบวนการตามรัฐธรรมนูญโดย พ.ต.ท.ทักษิณเกิดขึ้นเพราะความกลัว เมื่อทักษิณเข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรีก็โดนเรื่องซุกหุ้น ทักษิณจึงต้องการความแน่ใจว่าจะไม่มีกรณีเช่นนี้อีก ดังนั้น จึงได้เข้าแทรกแซงการแต่งตั้งกรรมการในองค์กรอิสระเกือบทั้งหมด

อย่างไรก็ดี การชุมนุมต่อต้านทักษิณอย่างยืดเยื้อโดยสันติ ได้ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในเชิงคุณภาพอย่างมหาศาล ผู้คนเรือนแสนมีโอกาสเรียนรู้การเมืองอย่างเข้มข้นในเวลาสั้นๆ เรียกได้ว่าเป็นกระบวนการทางการเมืองที่คนได้เรียนรู้จากการมีส่วนร่วมโดยตรง ได้รับข้อมูลข่าวสารความรู้ และความเห็นเกี่ยวกับนโยบายสำคัญทุกๆ ด้าน นับเป็นการเรียนรู้การเมืองทางลัดที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในประเทศใดๆ ในโลก

ถ้าใครอยากเห็นการปฏิวัติของประชาชนแล้ว ก็ได้เห็นครั้งนี้แหละ คำแถลงการณ์ของแกนนำพันธมิตรฟังดูเหมือนแถลงการณ์ของคณะปฏิวัติ แต่เป็นกระบวนการปฏิวัติของประชาชนที่ประชาชนรับรู้ และมีส่วนร่วมโดยตรง แม้การเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 ก็ไม่มีลักษณะพิเศษเช่นนี้

แม้จะมีความแตกแยกทางความคิดในหมู่ประชาชน แต่ก็ไม่ใช่การแตกแยกทางอุดมการณ์ แต่เป็นด้านการสนับสนุนตัวบุคคลซึ่งไม่มีผลต่อความเป็นปึกแผ่นของสังคมในระยะยาว ดังนั้น เหตุการณ์ที่ยืดเยื้อต่อเนื่องเช่นนี้ จึงก่อให้เกิดผลดีต่อการเมืองไทยมากกว่าผลเสีย

ใครก็ตามหรือพรรคการเมืองใดก็ตามที่จะเข้ามามีอำนาจในอนาคตจะต้องมีความระมัดระวังอย่างมากในการใช้อำนาจ ต่อไปคงจะไม่มีความพยายามในการแทรกแซงครอบงำองค์กรอิสระ การเลือกตัวบุคคลเข้าไปเป็นกรรมการในองค์กรอิสระต่างๆ คงจะมีการกลั่นกรองเลือกผู้มีความซื่อสัตย์ มีความเป็นอิสระ เพราะเคยมีบทเรียนมาแล้ว

ประเทศไทยมีระบอบประชาธิปไตยที่ไม่ต่อเนื่อง และในสังคมประชาธิปไตยนั้น ประชาชนต้องมีการเรียนรู้ ต้องเป็นผู้เลือกตั้งที่มีข้อมูลข่าวสารทางการเมือง

บทบาทของสนธิในฐานะสื่อมวลชน เป็นสิ่งที่ควรวิเคราะห์ สนธิเป็นสื่อมวลชนที่มีความเป็นอิสระสูง และมีจิตวิญญาณเป็นสื่อมวลชนมากกว่าความเป็นนักธุรกิจ มีหลายครั้งที่สนธิตัดสินใจยอมเสียธุรกิจเพื่ออุดมคติทางสังคม และการที่สนธิมีความสามารถในการพูดเรื่องที่ยากๆ ให้เข้าใจง่าย จึงทำให้เขามีพลังอำนาจทางการเป็นแหล่งความรู้แหล่งอ้างอิงสูง

ข้อสังเกตอีกอย่างหนึ่งก็คือ การตื่นตัวของชนชั้นกลาง และชนชั้นสูงซึ่งไม่เคยสนใจการเมืองมาก่อน การชุมนุมครั้งนี้มีสุภาพสตรีวัย 60 ปีขึ้นไปเข้าร่วมมาก ผมรู้จักหลายท่านดี ท่านเหล่านี้ไม่เคยสนใจการเมืองมาก่อน มาคราวนี้ได้เข้าร่วมชุมนุมอย่างสม่ำเสมอ

ผมเคยทำนายไว้ว่ากว่าทักษิณจะออกไป ก็คงเป็นประมาณเดือนกรกฎาคม ที่คิดอย่างนี้ก็เพราะเห็นว่ากลุ่มพันธมิตรฯ ใช้แนวทางสันติ ทักษิณเองก็ดื้อ แม้พระราชกฤษฎีกาจะถูกศาลปกครองยกเลิก ก็ทำเป็นทองไม่รู้ร้อน มิหนำซ้ำคุณทนง พิทยะ ยังโบ้ยมาที่ผมอีกต่างหาก ไม่มีน้ำใจนักกีฬาเสียเลย เพราะเป็นที่ทราบกันดีว่า การดำเนินการออกพระราชกฤษฎีกา 2 ฉบับนั้น คณะกรรมการ กฟผ.ไม่ได้เกี่ยวข้องด้วย เป็นเรื่องของรัฐบาลโดยกระทรวงการคลัง และสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาล้วนๆ

หลังการเลือกตั้ง 2 เมษา ได้ ส.ส.ไม่ครบอีก 30 วันต้องมีการเปิดสภา ถ้าพฤษภาเปิดไม่ได้ ระหว่างพฤษภา-มิถุนาคงไม่มีเหตุการณ์วุ่นวาย เพราะต้องมีพิธีเฉลิมฉลองการครองราชย์ประมาณกลางเดือนมิถุนาไปแล้วนั่นแหละ จึงจะมีการเคลื่อนไหวทางการเมืองอีก ผมคาดว่าการเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นระหว่างกลางเดือนมิถุนาจนถึงปลายเดือนกรกฎาคม ผมไม่แน่ใจว่าคราวนี้จะสงบสันติเหมือนคราวนี้หรือไม่

ผมดีใจที่คนมาชุมนุมเป็นแสน แต่ไม่มีความรุนแรง นับว่าการเมืองไทยได้ยกระดับขึ้นไปสูงมาก เป็นบทเรียนที่สำคัญเพราะเป็นการวางมาตรฐานสำหรับการชุมนุมครั้งต่อไป

แต่ที่น่าศึกษาก็คือ จิตใจ และพฤติกรรมของคนอย่างทักษิณ ซึ่งนักจิตวิทยาจะต้องนำมาศึกษาวิเคราะห์ หมอหลายคนสงสัยว่าจะเป็นโรคจิต ผมเห็นว่าทักษิณมีสองโลก โลกแห่งความเป็นจริงกับโลกส่วนตัว ทักษิณอยู่ในโลกส่วนตัวมากกว่าโลกแห่งความเป็นจริง คนอย่างนี้น่าสงสาร แต่เป็นคนอันตรายหากมีหน้าที่ความรับผิดชอบต่อสาธารณะ
กำลังโหลดความคิดเห็น