วิวาลดี้เผยธุรกิจพีอาร์ยังโตต่อเนื่องแม้เศรษฐกิจจะดีหรือไม่ก็ตาม พร้อมชี้สื่อสังคมที่มีผ่านสื่อออนไลน์กำลังจะกลายเป็นภัยคุกคามบริษัทต่างๆในไทยภายใน 2-3 ปีนี้ ขณะที่เทรนด์ทั่วโลกกำลังเผชิญปัญหานี้แล้ว เตรียมนำเสนอกลยุทธ์ป้องกันภัยนี้ พร้อมตั้งเป้าเป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับพีอาร์ในไทยเทียบชั้นยุโรปและอเมริกา ส่วนการเมืองไม่กระทบธุรกิจและยังเชื่อปีนี้ยอดรายได้จะโต 100%
นายโจเซฟ เฮนรี่ ประธานกรรมการบริหาร บริษัทวิวาลดี้ ซีซั่นส์ จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจด้านประชาสัมพันธ์ เปิดเผยว่า ภาพรวมธุรกิจประชาสัมพันธ์หรือพีอาร์ในประเทศไทยเติบโตต่อเนื่องถึงแม้ว่าเศรษฐกิจจะดีหรือไม่ดีก็ตาม โดยในทุกบริษัทต้องมีแผนกประชาสัมพันธ์ที่เป็นตัวกลางในการทำงานร่วมกับลูกค้า ยิ่งปัจจุบันสื่อมีความหลากหลายมากขึ้นทำให้พีอาร์มีความจำเป็นมากขึ้น
ประกอบกับปัจจุบันสื่อใหม่ๆอย่างสื่อออนไลน์เริ่มมีบทบาทมากพอกับสื่อหลักอื่นๆ ดังนั้นสื่อสังคม หรือสื่อที่สร้างสรรค์ขึ้นโดยชุมชนและปัจเจกชนผ่านทางออนไลน์ เช่น เว็บบล็อก, ห้องแชท, บริการอัพเดทข้อมูลข่าวสาร ฯลฯ เริ่มมีบทบาทมากขึ้นในสังคมไทยเช่นกัน ซึ่งการสื่อสารผ่านทางสื่อออนไลน์นี้ก็มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ซึ่งมีผลต่อชื่อเสียงของแบรนด์และองค์กรนั้นๆ
“ข้อดีของสื่อออนไลน์ คือ เปิดโอกาสให้คนทั่วไปสามารถเข้าถึงสินค้าได้ง่ายขึ้น และเจ้าของบริษัทสามารถรู้ถึงความต้องการของผู้บริโภค ซึ่งจะเป็นการช่วยพัฒนาสินค้าให้ดียิ่งขึ้น ส่วนข้อเสีย คือ เปิดโอกาสให้บุคคลหรือองค์กรโจมตีบริษัทคู่แข่งได้ง่ายขึ้น”
สำหรับสื่อสังคมในไทยถือเป็นเรื่องใหม่สำหรับองค์กรต่างๆและปัญหาที่เกิดขึ้นยังมีน้อย แต่เชื่อว่าอีกประมาณ 2-3 ปีนี้ปัญหาเหล่านี้จะเกิดขึ้น ซึ่งเป็นไปตามเทรนด์ของตลาดทั่วโลกที่หลายบริษัทเจอปัญหานี้แล้ว ดังนั้นบริษัทฯซึ่งดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับพีอาร์จึงได้เล็งเห็นว่าถึงภัยของสื่อสังคมนี้จึงได้ริเริ่มเป็นรายแรกในการรองรับภัยของสื่อสังคมนี้ ด้วยการกลยุทธ์ที่บริษัทคิดค้นเองและคาดว่าจะเปิดตัวได้ในเร็วๆนี้
นายเฮนรี่ กล่าวด้วยว่า บริษัทฯต้องการยกระดับพีอาร์ในไทยให้เติบโตขึ้น เทียบเท่ายุโรปและอเมริกา ซึ่งการที่จะไปถึงขั้นนั้นได้ต้องมีการพัฒนาทั้งส่วนการติดต่อสื่อสารและกลยุทธ์ด้วย รวมถึงการฝึกพีอาร์ตั้งแต่ศึกษาในระดับมหาวิทยาลัย เช่น มีโปรแกรมเฉพาะหรือการให้นักศึกษาได้รับประสบการณ์จริงควบคู่กับการเรียน เป็นต้น
ปัจจุบันบริษัทฯมีลูกค้าอยู่ประมาณ 10 ราย อาทิ เอ็มทีวี, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย,สายการบิน 2 แห่ง ฯลฯ ส่วนลูกค้าใหม่ เช่น รร.แพน แปซิฟิก กรุงเทพฯ และนาฬิกาคาเทียร์
ส่วนเรื่องสถานการณ์การเมืองในปัจจุบันนี้ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อบริษัท โดยปีนี้บริษัทฯยังเชื่อว่ายอดรายได้จะมีอัตราการเติบโต 100% และในปีหน้าคาดว่าจะก้าวติดอันดับท็อป 5 ของตลาดพีอาร์ได้
นายโจเซฟ เฮนรี่ ประธานกรรมการบริหาร บริษัทวิวาลดี้ ซีซั่นส์ จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจด้านประชาสัมพันธ์ เปิดเผยว่า ภาพรวมธุรกิจประชาสัมพันธ์หรือพีอาร์ในประเทศไทยเติบโตต่อเนื่องถึงแม้ว่าเศรษฐกิจจะดีหรือไม่ดีก็ตาม โดยในทุกบริษัทต้องมีแผนกประชาสัมพันธ์ที่เป็นตัวกลางในการทำงานร่วมกับลูกค้า ยิ่งปัจจุบันสื่อมีความหลากหลายมากขึ้นทำให้พีอาร์มีความจำเป็นมากขึ้น
ประกอบกับปัจจุบันสื่อใหม่ๆอย่างสื่อออนไลน์เริ่มมีบทบาทมากพอกับสื่อหลักอื่นๆ ดังนั้นสื่อสังคม หรือสื่อที่สร้างสรรค์ขึ้นโดยชุมชนและปัจเจกชนผ่านทางออนไลน์ เช่น เว็บบล็อก, ห้องแชท, บริการอัพเดทข้อมูลข่าวสาร ฯลฯ เริ่มมีบทบาทมากขึ้นในสังคมไทยเช่นกัน ซึ่งการสื่อสารผ่านทางสื่อออนไลน์นี้ก็มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ซึ่งมีผลต่อชื่อเสียงของแบรนด์และองค์กรนั้นๆ
“ข้อดีของสื่อออนไลน์ คือ เปิดโอกาสให้คนทั่วไปสามารถเข้าถึงสินค้าได้ง่ายขึ้น และเจ้าของบริษัทสามารถรู้ถึงความต้องการของผู้บริโภค ซึ่งจะเป็นการช่วยพัฒนาสินค้าให้ดียิ่งขึ้น ส่วนข้อเสีย คือ เปิดโอกาสให้บุคคลหรือองค์กรโจมตีบริษัทคู่แข่งได้ง่ายขึ้น”
สำหรับสื่อสังคมในไทยถือเป็นเรื่องใหม่สำหรับองค์กรต่างๆและปัญหาที่เกิดขึ้นยังมีน้อย แต่เชื่อว่าอีกประมาณ 2-3 ปีนี้ปัญหาเหล่านี้จะเกิดขึ้น ซึ่งเป็นไปตามเทรนด์ของตลาดทั่วโลกที่หลายบริษัทเจอปัญหานี้แล้ว ดังนั้นบริษัทฯซึ่งดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับพีอาร์จึงได้เล็งเห็นว่าถึงภัยของสื่อสังคมนี้จึงได้ริเริ่มเป็นรายแรกในการรองรับภัยของสื่อสังคมนี้ ด้วยการกลยุทธ์ที่บริษัทคิดค้นเองและคาดว่าจะเปิดตัวได้ในเร็วๆนี้
นายเฮนรี่ กล่าวด้วยว่า บริษัทฯต้องการยกระดับพีอาร์ในไทยให้เติบโตขึ้น เทียบเท่ายุโรปและอเมริกา ซึ่งการที่จะไปถึงขั้นนั้นได้ต้องมีการพัฒนาทั้งส่วนการติดต่อสื่อสารและกลยุทธ์ด้วย รวมถึงการฝึกพีอาร์ตั้งแต่ศึกษาในระดับมหาวิทยาลัย เช่น มีโปรแกรมเฉพาะหรือการให้นักศึกษาได้รับประสบการณ์จริงควบคู่กับการเรียน เป็นต้น
ปัจจุบันบริษัทฯมีลูกค้าอยู่ประมาณ 10 ราย อาทิ เอ็มทีวี, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย,สายการบิน 2 แห่ง ฯลฯ ส่วนลูกค้าใหม่ เช่น รร.แพน แปซิฟิก กรุงเทพฯ และนาฬิกาคาเทียร์
ส่วนเรื่องสถานการณ์การเมืองในปัจจุบันนี้ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อบริษัท โดยปีนี้บริษัทฯยังเชื่อว่ายอดรายได้จะมีอัตราการเติบโต 100% และในปีหน้าคาดว่าจะก้าวติดอันดับท็อป 5 ของตลาดพีอาร์ได้