xs
xsm
sm
md
lg

เปิดปูมชีวิตอดีตโหรนายกฯจรจัด “ร.ต.สัมฤทธิ์ เกลาเกลี้ยง”

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ขณะนี้บุคคลในกระแสข่าวประจำสัปดาห์คนหนึ่ง ที่เชื่อเป็นอย่างยิ่งว่า หลายต่อหลายคนอยากรู้เรื่องราวเกี่ยวกับตัวเขาเป็นอย่างมากนั้น คงหนีไม่พ้นอดีตโหรประจำตัวรักษาการนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร ที่ชื่อ “ร.ต.สัมฤทธิ์ เกลาเกลี้ยง ร.น.”

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อ ร.ต.สัมฤทธิ์แปรสภาพจากหมอดูประจำตัว กระโดดขึ้นเวทีของเครือข่ายพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยปราศรัยโจมตีนายกรัฐมนตรีจรจัดอย่างถึงพริกถึงขิง พร้อมทั้งขอให้ลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรี ไม่เช่นนั้นแล้วจะนำลูกศิษย์ที่มีทั่วประเทศนับล้านคนออกมาไล่

...ร.ต.สัมฤทธิ์ เกลาเกลี้ยง ร.น. เกิดเมื่อวันที่ 21 เมษายน พ.ศ.2488 เวลาตกฟากคือ 12.30 น. ที่อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี เมื่ออายุ 5 ขวบ ด.ช.สัมฤทธิ์ได้ติดตามผู้เป็นปู่ ไปศึกษาวิชาโหราศาสตร์ที่แคว้นแคชเมียร์ ประเทศอินเดีย โดยบวชเป็นดาบสน้อย ฝากเนื้อฝากตัวเป็นลูกศิษย์ของมหาฤาษีภัตคุปต์

สำหรับวิชาโหราศาสตร์ที่ศึกษานี้เป็นการศึกษาโดยใช้ภาษาสันสกฤตและภาษาอังกฤษในการสื่อสารและศึกษา ทำให้เมื่อเรียนจบเมื่ออายุ 12 ปี และกลับเมืองไทย เด็กชายผู้ร่ำเรียนโหราศาสตร์จากแดนภารตะคนนี้ต้องมาให้ใช้ภาษาไทยใหม่หมดอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งเป็นสิ่งที่ค่อนข้างยากพอสมควรทีเดียว

อย่างเดียวที่ง่ายสำหรับเขาคือการดูดวงชะตาชีวิตให้แก่คนอื่น โดยเริ่มจากคนในครอบครัวก่อน จากนั้นก็ขยายเป็นวงกว้างจนเป็นที่เลื่องลือในความแม่นยำในการทำนาย

ภายหลังจากกลับจากอินเดีย โรงเรียนไทยที่ด.ช.สัมฤทธิ์เข้าศึกษาจนจบประถมประโยคนั้น คือโรงเรียนวัดเกาะลอย อ.พานทอง จังหวัดชลบุรี รุ่นที่อาจารย์ประไพ พิมพ์ใจชน บิดาของนายอุทัย พิมพ์ใจชน เป็นอาจารย์ใหญ่ เมื่อจบชั้นประถมได้เข้าศึกษาต่อในชั้นมัธยมที่โรงเรียนหัวไผ่ ซึ่งเป็นโรงเรียนคริสต์ แต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคในการปรับตัวด้านความเชื่อแต่อย่างใด เนื่องจากเจ้าตัวเชื่อว่าทุกศาสนาน้อมนำคนไปในทางที่ดีงาม

จนกระทั่งจบมัธยม อายุของนายสัมฤทธิ์ในวัยฉกรรจ์ก็เข้ารุ่นครบเกณฑ์ทหารพอดี เขาจับใบแดงได้เกณฑ์ไปอยู่ฐานทัพเรือสัตหีบ และหลังจากนั้นก็ได้ย้ายเข้ากรุงเทพฯ พร้อมกับสอบย้ายหน่วยจากทหารบู๊มาเป็นทหารการเงิน โดยระหว่างนั้นฝีไม้ลายมือการทำนายทายทักจากศาสตร์ที่เรียนมาของร.ต.สัมฤทธิ์ ทำให้ได้ควบตำแหน่งลูกน้องคนสนิทและโหรประจำตัวของผู้หลักผู้ใหญ่มากมาย ไม่ว่าจะเป็นพล.อ.สงัด ชลออยู่ หรือกระทั่งพล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ อดีตนายกรัฐมนตรี

สำหรับวงโคจรที่ทำให้โหรชื่อดังคนนี้ได้มาพบกับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรได้นั้น ร.ต.สัมฤทธิ์เล่าให้ฟังว่า เป็นเพราะเขารู้จักรักใคร่กับพล.ต.ท.เสมอ ดามาพงษ์ บิดาบังเกิดเกล้าของคุณหญิงพจมาน ภริยาพ.ต.ท.ทักษิณ ตั้งแต่ครั้งคุณหญิงพจมานยังอยู่ในวัยแรกสาว โดยหลังจากที่คุณหญิงพจมานกลับมาจากเมืองนอกใหม่ๆ พล.ต.ท.เสมอได้พาบุตรสาวมาดูดวง

ปรากฎว่าร.ต.สัมฤทธิ์ได้ทำนายดวงคุณหญิงพจมานไว้ว่าจะได้สามีดีมาก เป็นคนดวงดี มีเงินมาก มีอำนาจวาสนา แต่ห้ามเล่นการเมือง หรือหากจำเป็นต้องเข้าไปอยู่ในวงการการเมืองแล้ว ต้องอยู่ในตำแหน่งรอง อย่าขึ้นเป็นตำแหน่งสูงสุด มิเช่นนั้นจะต้องพัง

และหลังจากนั้นไม่นาน คุณหญิงพจมานก็ได้เข้าพิธีวิวาห์กับพ.ต.ท.ทักษิณ และได้พาเจ้าบ่าวหมาดๆ มาให้โหรประจำตระกูลทำนาย โดยร.ต.สัมฤทธิ์ได้ทำนายพ.ต.ท.ทักษิณไว้ว่า จะเป็นคนที่ร่ำรวยมหาศาล และดวงจะดีมากหากยึดอาชีพเป็นพ่อค้าไปเรื่อยๆ ซึ่งในขณะนั้นพ.ต.ท.ทักษิณก็ได้แต่ส่ายหัวบ่นอุบว่าไม่รู้จะรวยได้อย่างไร ยังมองไม่เห็นทางรวยเอาเสียเลย และจากวันนั้นถึงวันนี้ 35 ปีที่พ.ต.ท.ทักษิณได้รู้จักกับร.ต.สัมฤทธิ์มานั้น ไม่มีเรื่องใดที่ถูกทำนายแล้วผิดพลาด ทำให้ความศรัทธาเชื่อถือของพ.ต.ท.ทักษิณมีมากขึ้นเป็นลำดับ

“นับจากวันแรกที่เห็นกัน รู้จักกัน จนวันนี้ 35 ปีเข้าไปแล้วครับ ท่านรักผมมาก เชื่อผม ส่วนใหญ่ท่านจะถามผมเรื่องฤกษ์งามยามดีว่าวันนี้ดีไหม จะทำอะไรๆ วันไหน ได้ไหม ควรจะทำวันไหน อะไรแบบนี้ ผมเห็นตั้งแต่ท่านยังไม่เป็นตัวเป็นตน ผมก็ทายว่าท่านจะรวย รวยมาก รวยมหาศาล แต่ผมก็เตือนไว้แต่แรกแล้วว่าอย่าเล่นการเมือง หรือหากจำเป็นต้องเล่นจริงๆ ก็ให้อยู่ในตำแหน่งรองๆ เช่นรองนายกฯ หรือรองประธานอะไรแบบนี้ อย่าไปขึ้นเป็นตำแหน่งสุดยอด เพราะดวงท่านหากขึ้นไปในตำแหน่งสุดยอดทางการเมือง ทุกอย่างมันจะพัง แต่ท่านไม่เชื่อผม”

สำหรับคำถามสำคัญที่ว่า เหตุใดกุนซือด้านโหราศาสตร์อย่างร.ต.สัมฤทธิ์ จึงได้ยอมก้าวเท้าขึ้นเวทีร่วมกับพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเช่นนี้ หรือเป็นไปตามที่มีกระแสข่าวออกมาว่า “นายหญิง” แห่งบ้าน “จันทร์ส่องหล้า” เกิดอาการ “ฮีทแตก” กระทืบบาทตวาดอึงไล่ “พิเภก” ประจำตัวออกมาเพราะเสนอให้ “นายใหญ่” ลาออกหรือเปล่า

ร.ต.สัมฤทธิ์หัวเราะพร้อมกับบอกว่า

“คงไม่ถึงขึ้นไล่เปิดออกจากบ้านหรอกครับ แต่จริงครับที่ผมไปแนะให้ท่านนายกฯ ลาออก เพราะผมดูดวงท่าน ดวงท่านแตกแล้ว ไอ้ดวงแตกนี่มันไม่ใช่ดวงถึงฆาตนะครับ เดี๋ยวจะเข้าใจผิด ดวงแตกนี่ไม่ถึงตาย แต่พัง พังหมดไม่ว่าจะเป็นชื่อเสียง เกียรติยศ บารมี อำนาจ เงินทอง ผมดูดวงท่านพบว่าท่านดวงแตก ผมเลยแนะให้ท่านลาออก ไม่ใช่ไม่รักท่านนะครับ ผมน่ะรักท่านมาก ผมจึงแนะทางออกให้ท่าน ซึ่งคุณหญิงอาจจะไม่พอใจ”

และคำตอบสุดท้ายของมหาโหรรายนี้ ต่อข้อถามที่ว่า เหตุใดจึงหันมาขึ้นเวทีพันธมิตรและตะโกนออกไมค์เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีที่ชื่อ “ทักษิณ ชินวัตร” ยอมลาออกจากตำแหน่งนั้น ร.ต.สัมฤทธิ์ตอบสั้นๆ ทิ้งท้ายไว้อย่างกินใจว่า ..... “เพราะผม....รักชาติครับ"