xs
xsm
sm
md
lg

อเมริกันเริ่มยกเลิกเที่ยวไทยชี้สุวรรณภูมิไม่พร้อมอย่าดื้อเปิด

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

คาเธ่ย์ เตือนรัฐบาลไทย ไม่พร้อมก็อย่ารีบเปิดใช้สนามบินสุวรรณภูมิ  ชี้ให้ดูตัวอย่างสนามบิน Chek Lap kok  ฮ่องกง ก็ยังเลื่อนเปิดออกไป 1 ปี ระบุให้เห็นประโยชน์ของผู้โดยสารและสายการบินเป็นหลัก  ด้านสถานการณ์การเมืองส่อแววกระทบนักท่องเที่ยว แดนไกล ล่าสุด  พบสัญญาณคนอเมริกายกเลิกเที่ยวบินแล้ว

นายแพทริก เยือง ผู้จัดการทั่วไปประจำภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัท คาเธ่ย์ แปซิฟิค แอร์เวย์ ผู้ให้บริการสายการบิน คาเธ่ย์ แปซิฟิค  เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัทฯอยู่ระหว่างการจัดสร้างออฟฟิศ และเลาจน์ ที่สนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งหากรัฐบาลยังยืนยันที่จะเปิดใช้สนามบินให้ได้ภายในปีนี้ คือในเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม บริษัทฯเชื่อว่าเราสามารถทำออฟฟิศและให้บริการลูกค้าได้ดีที่สุด ณ ขณะนั้น

จากประสบการณ์ที่ผ่านมา เมื่อครั้งที่ประเทศฮ่องกงต้องการเปิดใช้สนามบิน Chek Lap kok ให้ทันในปี 2540 เพื่อเฉลิมฉลองประเทศอังกฤษคืนเกาะฮ่องกงกลับสู่ประเทศจีน  แต่สุดท้ายก็ยังต้องเลื่อนออกไปอีก 1 ปี มาเปิดให้บริการในปี 2541 อีกทั้งเมื่อเปิดให้บริการ ก็ยังมีปัญหาติดขัดในเรื่องของระบบ เช่น ระบบสายพานลำเลียงสัมภาระ เป็นต้น  

“มีหลายสนามบินสร้างใหม่ทั่วโลก ที่เปิดไม่ทันเวลาที่กำหนดไว้  จึงถือเป็นเรื่องปกติ ดังนั้นจึงต้องการให้รัฐบาลไทย นำตัวอย่างจากหลายๆประเทศมาวิเคราะห์ และให้ความสำคัญเรื่องความพร้อมใช้งานจะดีที่สุด หากเปิดแล้วมีปัญหาและสายการบินน่าจะเป็นทางเลือกที่ดี”

นายเยือนกล่าวอีกว่า ในส่วนของคาเธ่ย์ แปซิฟิก ปีนี้เรายังตั้งเป้าเติบโตมากกว่า 10% ขึ้นไป   ส่วนหนึ่งมาจากการเพิ่มฝูงบินเป็น 101 ลำ ในกลางปีนี้ ทำให้บริษัทฯเพิ่มเส้นทางบินใหม่ และ เพิ่มเที่ยวบินในเส้นทางเก่า  โดยเส้นทางใหม่ที่จะเปิด เช่น เซี่ยงไฮ้ จากปัจจุบัน คาเธ่ย์ มี 2 เส้นทาง คือ กรุงเทพ-ฮ่องกง-ปักกิ่ง และ กรุงเทพ-ฮ่องกง-เซี๊ยะเหมิน ส่วนเส้นทางเก่าที่จะเพิ่มเที่ยวบิน ได้แก่ ฮ่องกง-ลอนดอน จากเดิม 3 เที่ยวบิน/วัน เป็น 4 เที่ยวบิน/วัน

สำหรับผลประกอบการ ในปี 2548 บริษัทฯมีรายได้ รวม 50,909 ล้านเหรียญฮ่องกง เพิ่มขึ้นจากปี 2547  ราว 19.1% คิดเป็นกำไรสุทธิ 3,238 ล้านเหรียญฮ่องกง ลดลงจากปี 2547 25.3% สาเหตุที่กำไรลดลง เพราะค่าเชื้อเพลิงที่ปรับสูงขึ้น ส่งผลให้บริษัทฯต้องรับภาระสัดส่วนต้นทุนที่เป็นค่าน้ำมันที่ขึ้นมาอยู่ที่ 30% ของต้นทุนทั้งหมด จากก่อนหน้านี้ที่ต้นทุนดังกล่าวจะอยู่ในสัดส่วนประมาณ 24%  

อย่างไรก็ตาม เรื่องของสถานการณ์ทางการเมืองของประเทศไทยขณะนี้ นายเยือน กล่าวว่า  นักท่องเที่ยวระยะไกล โดยเฉพาะตลาดอเมริกา ได้ส่งสัญญาณถึงความไม่เชื่อมั่นมาบ้างแล้ว โดยเริ่มเห็นการยกเลิกการเดินทางมาบ้าง แต่ยังเป็นจำนวนไม่มาก  ซึ่งเป็นไปได้ว่า อาจไม่เข้าใจถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างแท้จริง
 
 แต่โดยภาพรวมของนักท่องเที่ยวในหลายประเทศ ก็ยังไม่ส่งผลกระทบใดๆ  โดยยังคงเดินทางเข้ามาเป็นปกติ ทั้งต่างชาติที่เข้ามาประเทศไทย และตลาดคนไทยที่ออกไปเที่ยวต่างประเทศ  เบื้องต้นหากเหตุการณ์ยืดเยื้อ คงเป็นไปได้ที่จะกระทบเรื่องของตลาดนักธุรกิจและการลงทุน  รวมถึงกลุ่มอินเซนทีฟ
กำลังโหลดความคิดเห็น