ศูนย์ข่าวหาดใหญ่- ชาวจะนะผวา โรงแยกก๊าซไทย-มาเลย์รั่ว ขณะรองผู้จัดการปฏิบัติการ TTM ระบุต้นเหตุเกิดจากหม้อแปลงไฟฟ้าระเบิด ทำให้กระแสไฟฟ้าไหลเข้าสู่วาล์วควบคุมความดันก๊าซ จนก๊าซเอสพีจีรั่ว ระหว่างทดสอบระบบ ยืนยันไม่อันตรายและไม่กระทบต่อระบบการควบคุมกับสถานีอื่นๆ อีก 7 แห่ง คาดว่าราวสัปดาห์หน้าจะมีการเปิดใช้ทั้งระบบ
เมื่อเวลาประมาณ 10.00 น.วานนี้( 6 ก.พ.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้เกิดเหตุก๊าซของโรงแยกก๊าซบริษัททรานส์ไทย-มาเลเซีย(TTM) รั่วที่สถานีควบคุมก๊าซที่ 1 ริมถนนสายเอเชีย พื้นที่ขาเข้าตัวเมืองหาดใหญ่ ต.ควนมีด อ.จะนะ โดยมีชาวบ้านพบว่า มีประกายไฟเกิดขึ้นพร้อมกับก๊าซทำให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจร
ต่อมาเจ้าหน้าที่ควบคุม ได้เข้าไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมกับปิดช่องทางการจราจรบนถนนให้สัญจรได้เส้นเดียว และนำรถดับเพลิงของเทศบาลตำบลจะนะ คอยรับสถานการณ์อีก 2 คัน โดยใช้เวลาไม่นานนักเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้
นายสมชาย กูใหญ่ รองผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการ บริษัททรานส์ไทย-มาเลเซีย (TTM) เปิดเผยว่า จุดที่ก๊าซรั่วอยู่ที่วาล์วควบคุมความดันก๊าซ ซึ่งมีก๊าซพุ่งออกมาสูงประมาณ 1 เมตร แต่วิศวกรสามารถควบคุมเหตุได้ภายใน 10 นาที และไม่ได้ส่งผลกระทบต่อชาวบ้านที่อยู่ในชุมชนใกล้เคียง ซึ่งจากการตรวจสอบในเบื้องต้นทราบว่าเสียหายเพียงเล็กน้อย และหลังจากแก้ไขก็จะสามารถใช้งานได้ตามปกติ
ทั้งนี้ สาเหตุของก๊าซรั่ว เกิดจากหม้อแปลงไฟฟ้า ซึ่งตั้งอยู่หน้าสถานีควบคุมก๊าซ ได้เกิดระเบิด ทำให้มีกระแสไฟฟ้าลงทางสายดิน และไหลเข้าสู่วาล์วควบคุมความดันก๊าซ ซึ่งตั้งอยู่ห่างกันประมาณ 50 เมตร โดยเจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบในรายละเอียดว่ามีกระแสไฟฟ้าไหลเข้าไปได้อย่างไร
ทั้งนี้ สถานีควบคุมก๊าซที่1 เป็นจุดแรกที่เชื่อมต่อกับโรงแยกก๊าซธรรมชาติไทย-มาเลเซีย ในพื้นที่ต. ตลิ่งชัน อ.จะนะ โดยก๊าซที่รั่วเป็นก๊าซแอลพีจี หรือก๊าซหุงต้มที่กำลังอยู่ระหว่างการทดสอบระบบการส่ง ซึ่งจะมีการเปิดใช้ทั้งระบบราวสัปดาห์หน้า โดยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการส่งก๊าซไปให้กับลูกค้าแต่อย่างใด โดยท่อก๊าซที่รั่วเป็นคนละท่อกับก๊าซ ที่ใช้สำหรับพลังงาน ซึ่งมีการเดินคู่ขนานกัน
สำหรับสถานีควบคุมก๊าซทั้งหมด ที่เชื่อมต่อจากโรงแยกก๊าซไปยังจุดเชื่อมต่อกับประเทศมาเลเซีย มีทั้งหมด 8 สถานี และไม่ได้ส่งผลกระทบต่อระบบการควบคุมกับสถานีอื่นๆ
อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้ทางฝ่ายวิศวกรของบริษัททรานส์ไทย-มาเลเซีย จะตรวจสอบรายละเอียดเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้อีกครั้งหนึ่ง แล้วจะทำการแก้ไข


