xs
xsm
sm
md
lg

กรีไทยเข็ดรับงานรัฐบาล

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

ผู้จัดการรายวัน – “กรีไทย” เข็ดวิกฤตเศรษฐกิจงดรับงานใหญ่-งานภาครัฐ หวั่นความผันผวนเศรษฐกิจ ขอรับงานปีละ 400-500 ล้านบาท ใช้เวลาก่อสร้างไม่เกิน 15 เดือน ระบุศักยภาพยังรับงานใหญ่ได้ แถมมีกลุ่มทุนมาเลเชีย-สิงคโปร์เจรจาร่วมทุนเพื่อรับงานเมกะโปรเจกต์แต่ปฏิเสธ ล่าสุดเซ็นสัญญาก่อสร้างโครงการเดอะฟิฟท์ อเวนิว ของบ.อุบลชาติ กรุ๊ป มูลค่างาน 220 ล้านบาท

นายอาจณรงค์ เกตุวรวิทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท กรีไทย คอนสตรั๊คชั่น จำกัด บริษัทรับเหมาที่มีชื่อเสียง เปิดเผยว่า ภายหลังจากที่บริษัทประสบภาวะวิกฤตเศรษฐกิจ บริษัทได้ดำเนินการบนพื้นฐานของความเป็นจริง ด้วยการยึดหลักการกระจายความเสี่ยง โดยจะรับงานปีละประมาณ 400-500 ล้านบาท หรือประมาณ 4-5 โครงการ ใช้ระยะเวลาในการก่อสร้าง 12-15 เดือน เพื่อป้องกันความผันผวนของเศรษฐกิจ

ในส่วนของงานภาครัฐนั้น บริษัทยังไม่มีความสนใจที่จะเข้าไปประมูลงานโดยเฉพาะโครงการเมกะโปรเจกต์ แม้ว่าจะมีผู้รับเหมาจากต่างประเทศทั้งมาเลเซีย และสิงคโปร์เข้ามาเจรจา เพื่อขอร่วมทุนในการเข้าไปประมูลงานโครงการดังกล่าว แต่บริษัทได้ปฏิเสธไป เนื่องจากไม่มั่นใจในสภาวะเศรษฐกิจ ที่จะส่งผลกระทบกับต้นทุนการก่อสร้าง ซึ่งอาจทำให้บริษัทประสบปัญหาการขาดทุนได้ หากมีการบริหารจัดการไม่ดี หรือผลตอบแทนไม่คุ้มค่าการลงทุน

" ก่อนวิกฤตเศรษฐกิจ บริษัทเคยรับงานประมาณ 20 โครงการมูลค่ารวมกว่า 10,000 ล้านบาท มีพนักงานประจำกว่า 1,200 คน และมีแรงงานก่อสร้างกว่า 10,000 คน แต่ปัจจุบันเรามีคนงานเหลือแค่ 30% ยอมรับว่า ในช่วงวิกฤตที่ผ่านมาเราเจ็บตัวค่อนข้างมาก ได้รับบทเรียนมากมาย ทำให้ในปัจจุบัน ต้องหันมาดำเนินธุรกิจแบบเศรษฐกิจพอเพียงเป็นสิ่งที่ดีที่สุด ในปัจจุบันเราไม่ได้กู้เงินมาใช้ในการก่อสร้าง โดยใช้ทุนตัวเองมาโดยตลอด และโดยศักยภาพของบริษัท จะยังสามารถรับงานใหญ่ได้แต่ไม่อยากรับ โดยเฉพาะโครงการเมกะโปรเจกต์ เนื่องจากไม่ถนัดงานภาครัฐ อีกทั้งมองว่ารับงานภาคเอกชนดีกว่า"

สำหรับภาพรวมของตลาดรับเหมาก่อสร้างในปัจจุบัน ผู้รับเหมารายใหญ่ต่างมีงานเต็มมืออยู่แล้ว ทำให้เหลืองานให้ผู้รับเหมารายย่อยเข้าไปรับงานอย่างทั่วถึง ในปัจจุบัน ปัญหาเรื่องแรงงานและวัสดุได้คลี่คลาย เนื่องจากโครงการสนามบินสุวรรณภูมิและสยามพารากอนก่อสร้างแล้วเสร็จ แต่เชื่อว่า หลังจากรัฐประมูลโครงการเมกะโปรเจกต์และเริ่มมีการก่อสร้าง ก็จะทำให้เกิดปัญหาดังกล่าวเหมือนเดิม ดังนั้น ผู้รับเหมาจะต้องมีวินัยทางการเงินและการบริหารงานอย่างเคร่งครัด ดำเนินงานอย่างรอบครอบ เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นจากปัจจัยลบต่าง ๆ ทั้งจากค่าแรง ราคาวัสดุ และความผันผวนของเศรษฐกิจ

นายอาจณรงค์กล่าวว่า ในปีนี้บริษัทตั้งเป้าเข้าประมูลอีก 4-5 โครงการมูลค่างานรวม 1,000 ล้านบาท โดยคาดว่าน่าจะได้รับการคัดเลือกประมาณ 2-3 โครงการมูลค่าไม่ต่ำกว่า 500 ล้านบาท ขณะเดียวกันก็มีงานอยู่ในมือ (แบล็กล็อค) ประมาณ 200 ล้านบาท ได้แก่ งานปรับปรุงอาคารศูนย์รักษาโรคหัวใจ โรงพยาบาลศิริราช , โครงการเดอะไลท์ คอนโดมิเนียม ย่านลาดพร้าว และโครงการเดอะฟิฟท์ อเวนิว ของกลุ่มอุบลชาติ

ทั้งนี้ คาดว่าในปีนี้บริษัทจะมีรายได้ประมาณ 300-400 ล้านบาท จากธุรกิจก่อสร้าง หรือ 50% ของทั้งกลุ่ม ส่วนธุรกิจอื่น อาทิ เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ , โรงแรม , การรับออกแบบตกแต่งภายใน ,การรับบริหาร และการพัฒนาโครงการบ้านจัดสรรอีก 50% ซึ่งคาดว่าบริษัทจะมีรายได้จากส่วนโรงแรมเพิ่มขึ้นอีก หลังจากมีการเปิดใช้โรงแรมโนโวเทล สุวรรณภูมิ แอร์พอร์ต โฮเทล ที่บริษัทได้รับสัมปทานมา 20 ปี

**อุบลชาติจ้างกรีไทยสร้างคอนโดฯ
นายวสันต์ อุบลชาติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อุบลชาติ กรุ๊ป กล่าวถึงความคืบหน้าของโครงการเดอะฟิฟท์ อเวนิว รัชดา-รัชดาวงศ์สว่างคอนโดมิเนียมสูง 9 ชั้น 2 อาคาร รวม 248 ยูนิต ราคาเริ่มต้น 9 แสนเศษ ซึ่งเปิดขายเมื่อต้นปี 2548 ล่าสุด มียอดขายในส่วนของอาคารแรก ประมาณ 60% โดยขณะนี้บริษัทได้เซ็นสัญญาก่อสร้างกับ บริษัท กรีไทย คอนสตรั่คชั่น จำกัด วงเงิน 220 ล้านบาท และเพื่อเป็นการกระตุ้นยอดขาย บริษัท ได้จัดโปรโมชันส่วนลดเงินทำสัญญา 50% สำหรับผู้ที่ซื้อภายในเดือนก.พ.นี้

สำหรับการแข่งขันของธุรกิจพัฒนาอสังหาฯในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล ทวีความรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่ผู้ประกอบการรายใหญ่ต่างหันมาพัฒนาบ้านระดับราคากลาง-ล่างมากขึ้น ส่งผลให้ผู้ประกอบการรายเล็ก และบริษัทที่อยู่นอกตลาดหลักทรัพย์ฯเสียเปรียบ ดังนั้น แผนงานของบริษัทในปีนี้ จะหันไปเน้นการพัฒนาที่ในต่างจังหวัด อย่างจังหวัดหัวหิน , พัทยา และเขาใหญ่ ในลักษณะบ้านพักตากอากาศซึ่งจับตลาดลูกค้าเฉพาะกลุ่มเป็นหลัก โดยปีนี้คาดว่าจะลงทุน 2 โครงการ ไม่รวมโครงการคีรีนครา บ้านตากอากาศสไตล์บาหลี-ไทยประยุกต์ ห่างจากชายหาดหัวหิน 3 กม. ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการก่อสร้างบ้านตัวอย่าง และจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในเดือนมี.ค.นี้ ประกอบด้วยบ้านเดี่ยวชั้นเดี่ยวราคาเริ่มต้น 2.7 -4.5 ล้านบาท รวม 100 ยูนิต บนเนื้อที่ 40 ไร่