xs
xsm
sm
md
lg

แม้วบอกเองทนายสมชายเสียชีวิตแล้ว

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

วานนี้(13 ม.ค.)พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงกรณีศาลพิพากษาคดีอุ้มนายสมชาย นีละไพจิตร อดีตประธานชมรมนักกฎหมายมุสลิม ซึ่งก่อนหน้านี้รัฐบาลสั่งให้หาพยานหลักฐานทางคดี เนื่องจากคดีมีการหน่วงเหนี่ยว ไม่ใช่คดีฆ่าคนตาย เนื่องจากว่าไม่พบศพ ปกติการจะระบุว่าเป็นคดีฆ่าคนตายจะต้องพบหลักฐานว่าคนนั้นตายแล้ว และมีผลพิสูจน์ได้ว่าคนนั้นตายแล้วถึงจะบอกว่าเป็นคดีฆ่าคนตาย อย่างเช่นคดีของ พ.ญ.ผัสพร บุญเกษมสันติ ที่พิสูจน์ได้ว่าหมอผัสพรตายแล้ว จึงสามารถตั้งข้อหาฆ่าคนตายได้ ขณะนี้กรมสอบสวนคดีพิเศษ( ดีเอสไอ)กำลังทำสำนวนเรื่องนี้เพื่อนำไปสู่คดีการตั้งข้อหาฆ่าคนตาย

ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะที่ยังไม่มีหลักฐานตรงนี้เราจะเชื่อได้อย่างไร นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า อันนี้เป็นเรื่องรายละเอียดที่
ดีเอสไอ กำลังทำงานอยู่ เมื่อถามว่าการติดตามตัวทนายสมชาย จะทำอย่างไร นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ได้มีการพบร่องรอยบางอย่าง ซึ่งดีเอสไอ ทำตามหน้าที่และเขามีหน้าที่เพราะเป็นคดีพิเศษ และเวลานี้การสืบสวนของดีเอสไอ คดีมีความคืบหน้ามาก

เมื่อถามว่า ตอนนี้ทราบแล้วใช่หรือไม่ว่านายสมชาย เสียชีวิตแล้ว พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า ทราบว่าเสียชีวิตแล้ว เพราะพบร่องรอยหลักฐานแต่ยังพูดอะไรไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องทางคดีให้ดีเอสไอ เขาสรุปสำนวนเพื่อดำเนินการเสียก่อน เมื่อถามว่าจะเริ่มจากจุดตรงนี้ใช่หรือไม่ โดยหาคำยืนยันการเสียชีวิต พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า แน่นอน ต้องรู้ก่อนว่าเขาเสียชีวิตถึงจะตั้งข้อหาฆ่าคนตายได้ อย่างไรก็ตาม ทางดีเอสไอ จะสามารถสรุปสำนวนการสืบสวนสอบสวนได้ภายในเดือนกุมภาพันธ์นี้

เมื่อถามว่า ศาลได้ระบุชัดเจนว่ามีคนเข้าไปเกี่ยวข้องกับการอุ้มนายสมชายไป 3-4 คน พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า รอให้ดีเอสไอ สรุปสำนวนก่อนแล้วตนค่อยพูด เพราะตนถือว่าไม่ใช่พนักงานเจ้าหน้าที่ เมื่อถามว่าเวลานี้ถือว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐเกี่ยวข้องหรือไม่ เพราะศาลชี้ว่า พ.ต.ต.เงิน ทองสุก เกี่ยวข้อง นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า มีเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องแน่นอนและมีมากกว่า 4 คน แต่พยานหลักฐานจะทำให้ศาลลงโทษนั้นอีกเรื่องหนึ่ง แต่ในแง่พยานหลักฐานที่ปรากฏนั้นมีมากกว่า 4 คน แต่ศาลจะลงโทษกี่คนนั้นต้องเป็นไปตามพยานหลักฐาน ซึ่งขึ้นอยู่กับหลายอย่าง

เมื่อถามว่าการสืบสวนของดีเอสไอ มีพยานหลักฐานชัดเจนหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า มีพยานแวดล้อมที่ยืนยันได้ว่ามีการตาย เมื่อถามว่าทำไมการสอบสวนถึงได้ล่าช้า พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า มันไม่ง่าย คดีอย่างนี้ถ้ามันเกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่รัฐการหาพยานหลักฐานไม่ง่าย แต่การทำได้ขนาดนี้คิดว่าเจ้าหน้าที่โดยเฉพาะระบบการถ่วงดุลของความยุติธรรมดีมาก ไม่งั้นทำไม่ได้

พล.ต.อ.สมบัติ อมรวิวัฒน์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยถึงการสอบสวนคดีการหายตัวของนายสมชาย ว่าคดีดังกล่าวอยู่ในขั้นตอนของการสืบสวน ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดหรือนำเสนอความคืบหน้าในสำนวนคดีได้ โดยดีเอสไอ ได้สอบสวนตามพยานหลักฐาน ไม่ว่าหลักฐานจะเชื่อมโยงถึงใครก็ต้องถูกดำเนินคดี แต่ถ้าคดีไม่มีหลักฐานโยงใยก็ต้องยอมรับเช่นกัน ส่วนจะสรุปสำนวนได้เมื่อไรนั้นตนไม่สามารถเปิดเผยได้ รวมทั้งไม่สามารถให้รายละเอียดเกี่ยวกับพยานแวดล้อมที่บ่งชี้ว่านายสมชาย เสียชีวิตแล้ว โดยจะต้องรอจนกว่าคณะพนักงานสอบสวนสรุปความเห็นในสำนวนคดีเสียก่อน แต่ยืนยันได้ว่าการสอบสวนมีพยานเพิ่มมากขึ้นจนสามารถนำไปสู่การออกหมายจับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด

รายงานข่าวจากดีเอสไอ เปิดเผยว่า พยานบุคคลและพยานแวดล้อมที่บ่งชี้ถึงการเสียชีวิตของนายสมชาย ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ เพราะพนักงานสอบสวนเกรงว่าจะเกิดอันตรายต่อพยาน โดยจะสามารถเปิดเผยตัวพยานได้ในชั้นศาลเท่านั้น ทั้งนี้ มีความเป็นไปได้ที่พนักงานสอบสวนและอัยการจะยื่นคำร้องขอให้ศาลให้เบิกความลับ

นายวัยชัย สร้อยทอง อธิบดีอัยการฝ่ายคดีอาญา กล่าวว่า ขณะนี้อัยการคดีอาญา 6 ที่รับผิดชอบคดีกำลังยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอคัดคำพิพากษา เพื่อมาวิเคราะห์ถึงเหตุผลต่าง ๆที่ศาลพิพากษายกฟ้อง รวมทั้งพยานหลักฐานในการนำสืบมีจริงหรือไม่ และตรงกับในชั้นสอบสวนหรือไม่อย่างไร อย่างไรก็ตาม โดยหลักแล้วเมื่อคดีมีโจทก์ร่วม แนวโน้มที่อัยการจะต้องยื่นอุทธรณ์อยู่แล้ว ประกอบกับคดีนี้ทราบมาว่าโจทก์ร่วมก็ไม่เห็นด้วยกับคำพิพากษา แต่ทั้งนี้จะต้องมีการพิจารณาคำพิพากษาให้ละเอียดก่อน และจะต้องส่งความเห็นให้อัยการสูงสุดเป็นผู้ชี้ขาดอีกครั้ง

วันเดียวกัน นายเมธา มาสขาว ผู้ประสานงานคณะทำงานปกป้องนักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชน กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า การที่นายกรัฐมนตรี ออกมาบอกว่า นายสมชายตาย แล้ว โดยเชื่อว่ามีผู้เกี่ยวข้องมากกว่า 4 คนนั้น ถึงแม้จะออกมาพูดเรื่องนี้ช้าไปเกือบ 2 ปี แต่ก็เป็นการดีที่จะทำให้คดีมีความคืบหน้าได้ แต่การที่จะสรุปคดีให้เสร็จเดือน ก.พ.นั้น อาจจะทำให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องหลายคน พยายามโยกย้ายถ่ายโอน หรือทำลายหลักฐานบางส่วนได้ เพราะนายกฯ ก็พูดเองว่า มีผู้เกี่ยวข้องในคดีนี้เป็นเจ้าหน้าที่รัฐหลายคน และเป็นที่ชัดเจนว่า คดีเกือบ 2 ปีที่ผ่านมา มีการช่วยเหลือกันของเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจในการสืบสวนสอบสวน จนทำให้พยานหลักฐานในการต่อสู้คดีอ่อนเกินไป ดังนั้น สิ่งที่นายกฯจะต้องหาคำตอบเพิ่มเติมคือ นายสมชาย ถูกอุ้มไปเพราะเหตุใด มีใครเกี่ยวข้องในเรื่องนี้บ้าง

นอกจากนั้นนายเมธา ยังเรียกร้องให้รัฐบาล คุ้มกันพยานในคดีนี้อย่างถึงที่สุด เพราะเป็นที่ชัดเจนว่า พยานทั้ง 7 คนที่ให้การในชั้นศาลเต็มไปด้วยความหวาดกลัว และสอบสวนเอาผิดว่า เหตุใด พ.ต.ท.ชัดชัย 1 ในอดีตจำเลย ทำไมถึงได้กลับเข้ารับราชการก่อนคดีพิพากษาตามที่เป็นข่าวที่ผ่านมา

นายสัก กอแสงเรือง ส.ว.กทม.ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญติดตามการหายไปของนายสมชาย กล่าวว่า จากการที่ศาลอาญาได้มีคำพิพากษาให้จำคุก พ.ต.ต.เงิน ทองสุก เป็นเวลา 3 ปี ในข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยวและทำร้ายนายสมชาย ส่วนนายตำรวจอีก 4 คนที่ตกเป็นจำเลยร่วม ศาลมีคำสั่งยกฟ้อง เนื่องจากพยานหลักฐานไม่เพียงพอนั้น ตนมองว่าในข้อเท็จจริงของคำพิพากษานั้นศาลเชื่อว่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับ นายสมชาย นั้นมีการอุ้มหายไปจริงโดยเป็นการกระทำของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ซึ่งในคำพิพากษาของศาลนั้นแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า พนักงานสอบสวนที่รับผิดชอบในคดีนี้ไม่ได้มุ่งขยายความในรายละเอียดที่เกิดขึ้นกับคดีนี้เลย

ด้านนายทองใบ ทองเปาว์ ส.ว.มหาสารคาม กล่าวว่า การตัดสินของศาลในครั้งนี้คงจะไม่ไปละเมิดหรือวิพากษ์วิจารณ์ เพราะศาลคงจะตัดสินตามข้อมูลและเอกสารที่ได้รับมา ซึ่งก็สามารถเอาผิดกับนายตำรวจได้เพียงแค่คนเดียว ซึ่งในประเด็นนี้หากฝ่ายโจทก์ยังไม่พอใจกับคำตัดสินก็สามารถยื่นอุทธรณ์ได้

ส.ว.มหาสารคาม กล่าวว่า ตนอยากถามนายกรัฐมนตรีรู้ได้อย่างไรว่านายสมชาย เสียชีวิตแล้ว และไปได้ข้อมูลมาจากตรงไหนและใครรายงานให้ทราบ เพราะถ้านายกรัฐมนตรี รู้ข้อมูลจริงก็ควรจะเข้าไปให้รายละเอียดกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เขาจะได้ไปติดตามและจับกุมคนผิดมาลงโทษ เพราะการที่นายกฯออกมาแสดงความคิดเห็นอย่างชัดเจนเช่นนี้ทำให้สงสัยได้ว่านายกรัฐมนตรีต้องมีข้อมูลอะไรมา ซึ่งต้องให้นายกรัฐมนตรีอธิบายให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและประชาชนได้รับทราบด้วย และในฐานะที่นายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้าของตำรวจทั้งหมดเพราะตำรวจขึ้นตรงต่อสำนักนายกรัฐมนตรี นายกก็ควรสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามคดีนี้อย่างเป็นรูปธรรมที่สุด