xs
xsm
sm
md
lg

แฉ “ชินคอร์ป” โก่งราคาขายเบื้องหลังจีน-ญี่ปุ่นถอนดีล

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

ผู้จัดการรายวัน/ไฟแนนเชียลไทมส์ – แฉตระกูลชินวัตรหวังโกยกำไรโขกราคาหุ้นชินคอร์ปเบื้องหลังไชน่าเทเลคอม-ยักษ์สื่อสารญี่ปุ่นใส่เกียร์ถอย เหลือความเป็นไปได้แค่สิงเทล ชี้บาทแข็งค่าเร็วเพราะตุนเงินที่สิงค์โปร์ไว้ซื้อ ด้าน “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” เทขายหุ้นแอดวานซ์อีกระลอก


ไฟแนนเชียลไทมส์ หนังสือพิมพ์แนวธุรกิจชื่อก้องโลกของอังกฤษ รายงานข่าวครอบครัว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พยายามขายหุ้นชินคอร์ป เอาไว้เป็นข่าวนำของหน้าหนึ่ง ในฉบับ ซึ่งวางจำหน่ายแถบเอเชียเมื่อวานนี้ (11 ม.ค.)

รายงานข่าวระบุว่า ครอบครัวของ พ.ต.ท.ทักษิณ กำลังพยายามที่จะขายอย่างน้อยก็ส่วนหนึ่งของอาณาจักรธุรกิจซึ่งมีตั้งแต่กิจการสื่อสารไปจนถึงสายการบิน โดยข้อตกลงนี้อาจจะทำเงินได้ถึง 1,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 70,000 ล้านบาท อีกทั้งยังจะช่วยขจัดเสียงวิพากษ์วิจารณ์เรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนได้ด้วย

ผู้คนที่ใกล้ชิดกับสถานการณ์ระบุว่า ช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมามีบริษัทสื่อสาร อาทิ เอ็นทีที โดโคโม ของญี่ปุ่น, ไชน่า โมบาย, และสิงคโปร์ เทเลคอม (สิงเทล) ได้รับการติดต่อให้มาซื้อหุ้นบริษัทชินคอร์ป ซึ่งครอบครัวนายกฯไทยครอบครองอยู่ 49.6% โดยอาจจะเป็นการซื้อเพียงบางส่วน หรือไม่ก็ซื้อทั้งหมด

เชื่อกันว่า การที่ครอบครัวนายกฯไทยพุ่งเป้าไปที่พวกบริษัทผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือเอเชีย เพราะทรัพย์สินมีราคาที่สุดของชินคอร์ป ก็คือ การถือหุ้นราว 43% ของบริษัทแอดวานซ์ อินโฟ เซอร์วิส (เอไอเอส) ซึ่งเป็นกิจการให้บริการโทรศัพท์มือถือรายใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

อย่างไรก็ตาม เป็นที่เข้าใจกันว่า ทั้งเอ็นทีที โดโคโม และไชน่า โมบาย ต่างปฏิเสธดีลนี้เนื่องจากปัญหาเรื่องราคา ทำให้สิงเทลกลายเป็นผู้มีโอกาสมากที่สุดที่จะเข้าซื้อ

สิงเทล ซึ่งเป็นบริษัทที่ควบคุมโดยเทมาเซก กิจการเพื่อการลงทุนของรัฐบาลสิงคโปร์ ก็เป็นเจ้าของหุ้นเอไอเอสอยู่ 21.4% อยู่แล้ว อีกทั้งกำลังมองหาลู่ทางขยายตัวนอกประเทศสิงคโปร์

พวกนักวิเคราะห์ต่างข้องใจว่า พวกบริษัทสื่อสารจะต้องการซื้อชินคอร์ปไปทำไม ในเมื่อชินคอร์ปยังมีหุ้นอยู่ในกิจการอื่นๆ นอกแวดวงสื่อสารอีกหลายอย่าง

อย่างไรก็ตาม ผู้คนใกล้ชิดกับสถานการณ์กล่าวว่า บริษัทสื่อสารที่เข้ามาซื้อย่อมจะสามารถเข้าควบคุมเอไอเอสไว้ด้วยราคาที่ต้องถือว่าจูงใจทีเดียว นอกจากนั้นยังอาจที่จะทำข้อตกลง แยกบรรดาธุรกิจซึ่งไม่ใช่แกนหลักออกมาขายคืนกลับไปได้ด้วย

ไฟแนนเชียลไทมส์ กล่าวว่า ไม่สามารถติดต่อกับพวกผู้บริหารชินคอร์ปเพื่อขอความเห็นเรื่องนี้ได้ แต่โฆษกผู้หนึ่งของบริษัทได้อ้างถึงคำชี้แจงที่ได้ส่งให้ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยตั้งแต่เดือนที่แล้ว ซึ่งปฏิเสธรายงานข่าวของสื่อท้องถิ่นในเรื่องการขายหุ้นดังกล่าวให้สิงเทลนี้

ด้าน สิงเทล และเอ็นทีที โดโคโม ก็ไม่ยอมให้ความเห็นอะไร ขณะที่ทางไชน่า โมบายนั้น ไฟแนนเชียลไทมส์ไม่สามารถติดต่อเพื่อสอบถามได้

นักวิเคราะห์ไทยจำนวนมากเชื่อว่า ครอบครัวนายกฯ ทักษิณ อาจต้องการกำจัดสิ่งที่ออกจะกลายเป็น “ภาระหนี้สินทางการเมืองไปสักหน่อยแล้ว” ซึ่งเมื่อขายออกไปเสียก็น่าจะสร้างคะแนนนิยมในตัว พ.ต.ท.ทักษิณเพิ่มขึ้น

ทว่าคนอื่นๆ กล่าวว่า มีเหตุผลทางการเงินอยู่เหมือนกันในการขายหุ้นชินคอร์ป ซึ่งยังคงซื้อขายกันในตลาดหุ้น ด้วยราคาต่ำกว่ามูลค่าของหุ้นเป็นตัวๆ ที่บริษัทแห่งนี้ถือครองอยู่ ถึงแม้ราคาหุ้นชินคอร์ปจะได้พุ่งทะยานขึ้นเป็นเกือบ 8 เท่าตัวในระยะ 5 ปีที่ผ่านมาก็ตามที

*บาทแข็งเพราะดีลชินฯ

นายเกียรติ สิทธีอมร ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า กระแสข่าวตระกูลชินวัตรจะขายหุ้นของบริษัท ชินคอร์เปอเรชั่น นั้นหากถามว่าจะมีการซื้อขายจริงไหมต้องขอบอกว่าจริงไม่จริงก็ให้ดูที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ รับข่าวไปแล้ว และทุกคนก็บอกว่าเป็นการเจรจาครั้งใหญ่ที่สุดในรอบศตวรรษ และเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นเร็วมากในระยะ 2-3 วันที่ผ่านมา เพราะมีการไปซื้อเงินที่ตลาดสิงคโปร์เพื่อรองรับการซื้อขายอันนี้ และก็คงจะมีการประกาศในเร็วๆนี้

*“แม้ว” แกล้งหูดับตามฟอร์ม

วานนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ปฏิเสธที่จะตอบคำถามถึงกรณีการขายหุ้นบริษัทชินคอเปอร์เรชั่น จำกัด มหาชนอีกครั้ง โดยก่อนหน้านี้เขาเคยระบุว่า เรื่องนี้ต้องไปถามลูก โดยกล่าวเพียงสั้นๆ ว่า “ไม่ได้ยิน” พร้อมกับเดินดิ่งขึ้นตึกไทยคู่ฟ้าทันที

นายทนง พิทยะ รมว.คลัง กล่าวว่า เรื่องนี้คงจะต้องรอดูพฤติกรรมว่าจะเป็นอย่างไรบ้าง คิดว่าการตัดสินใจทางธุรกิจ คงไม่สามารถไปห้ามใครได้

* “ยิ่งลักษ์” ขายแอดวานซ์อีกแล้ว

รายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) แจ้งแบบรายงานการเปลี่ยนแปลงการถือครองหุ้นของผู้บริหารบริษัทจดทะเบียนว่า เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2549 นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้ขายหุ้นบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด(มหาชน) (ADVANC) จำนวน 60,000 หุ้นในราคาหุ้นละ 110 บาท

นอกจากนี้ จากการรวบรวมข้อมูลแบบรายงานการเปลี่ยนแปลงการถือหลักทรัพย์ของผู้บริหาร (แบบ 59-2) ที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ของบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC พบว่า นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้มีการขายหุ้นออกมาตั้งแต่ต้นปี 48 - วันที่ 9 ม.ค.49 จำนวน 541,700 หุ้น รวมมูลค่า 58.25 ล้านบาท ราคาต่ำสุดที่ 97 บาท ราคาสูงสุด 107.50 บาท

ขณะที่วานนี้พบว่า มีการซื้อขายหลักทรัพย์บนกระดานใหญ่ (BIG LOT) จำนวน 1,838,100 หุ้น มูลค่า 203,709,000 บาท ราคาเฉลี่ย 110.83 บาท