xs
xsm
sm
md
lg

สำรวยสาบานวัดพระแก้ว ยันไม่กุข่าวมุกดาแย่งสามี

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

ผู้จัดการรายวัน - เมียโชเฟอร์เตี้ย สาบานที่หน้าวัดพระแก้ว ยืนยันเรื่องส.ส.มุกดาแย่งสามีเป็นความจริง ขณะที่คู่กรณีไม่มีใครโผล่มาเลย ด้าน"ชูวิทย์"อ้างติดประชุมกมธ.ตำรวจ พร้อมระบุเป็นเรื่อง 2 หญิง 1 ชาย จวก"สมัคร"ด่าออกทีวี ลั่นขอเทปออกอากาศเตรียมฟ้อง ด้านสามีส.ส.เชื่อภรรยาไม่กล้าสวมเขา แต่หากทำผิดจริงจะยอมตายพร้อมกันทั้งสองคน

เมื่อเวลา 10.00 น.วานนี้ (21 ธ.ค.)นางสำรวย ปิยไพร และนายเอกพันธ์ ปิยไพร ภรรยาและบุตรของนายสาธิต ปิยไพร หรือนายเตี้ย อดีตคนขับรถของนายชูศักดิ์ แอกทอง อดีตผู้สมัครส.ส.พรรคชาติไทย เดินทางไปวัดพระแก้ว พร้อมทีมงานของนายชูวิทย์ โดยไม่มีนายชูวิทย์ร่วมเดินทางไปด้วย ท่ามกลางสื่อมวลชนที่มารอทำข่าวเป็นจำนวนมาก

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังไม่อนุญาตให้นางสำรวย เข้าไปสาบานในวัดพระแก้ว จึงเชิญออกมาทำการสาบานนอกวัดหน้าประตูมณีนพรัตน์ โดยนางสำรวยได้กล่าวว่า นายชูวิทย์ ไม่ได้เดินทางมาด้วยเพราะไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้ ซึ่งเรื่องนี้เกี่ยวข้องเพียง 3 คน คือ ตน นายสาธิต และ ส.ส.มุกดา และที่เดินทางมานี้ ก็ไม่เกี่ยวข้องกับนายชูวิทย์ เป็นควมประสงค์ของตนที่จะเดินทางมาสาบานครั้งนี้ก็เพราะก่อนหน้านี้นายสาธิต และส.ส.มุกดา เคยออกมาท้าให้สาบานกรณีที่สามีไปมีความสัมพันธ์กับส.ส.ที่ตนได้เปิดเผยมาก่อนหน้านี้

จากนั้นนางสำรวยและบุตรชายได้จุดธูปและถือพวงมาลัยดอกไม้สด กล่าวว่า ขอสาบานต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ว่า สิ่งที่ตนพูดเป็นความจริงทุกประการโดยไม่ได้แต่งหรือกุเรื่องขึ้นมา หากว่าแต่งหรือกุเรื่องขึ้นมาขอให้มีอันเป็นไปภายใน 3 วัน 7 วัน แต่หากว่าใครที่ใส่ร้ายป้ายสี หรือพูดเท็จ ไม่เป็นความจริงในเรื่องนี้ก็ขอให้มีอันเป็นไปภายใน 3 วัน 7 วันเช่นกัน จากนั้นได้ปักธูป และวางพวงมาลัยไว้ริมกำแพงวัด

ผู้สื่อข่าวถามว่า นายสาธิต ออกมาให้สัมภาษณ์ว่าได้หย่าขาดแล้วโดยคำสั่งศาล และขณะที่เกิดเรื่องนางสำรวยได้กินยาลดความอ้วนจนมีอาการผิดปกติ นางสำรวย กล่าวว่า ไม่เป็นความจริง เพราะใบทะเบียนสมรสก็ยังอยู่ที่ตน หากมีคำสั่งศาลก็ต้องมีใบคำสั่งศาลมาแสดงขอให้นำหลักฐานมาแสดงด้วย ส่วนกรณีที่นายสาธิต ระบุว่าตนมีอาการผิดปกติเพราะกินยาลดความอ้วนนั้น ตนเปิดร้านเสริมสวยและนายสาธิต เป็นคนไปรับยาลดความอ้วนมาให้ตนขาย อยากถามว่าถ้าตนมีสติไม่ดี หรือผิดปกติจะมีปัญญาเลี้ยงลูกได้มาจนถึงขณะนี้หรือเพราะสามีไม่ส่งเสียเลี้ยงดูมา 2 ปีแล้ว

เมื่อถามว่ามีหลักฐานยืนยันถึงความสัมพันธ์ของสามี และส.ส.คนดังกล่าวหรือไม่ นางสำรวย กล่าวว่า ตนเคยโทรไปถามเพื่อนสามีที่นับถือเหมือนพี่ชายว่า เสาร์-อาทิตย์ ซึ่งเป็นวันหยุดของสามีทำไมไม่กลับบ้าน พี่เขาก็บอกว่าสามีไปทำธุระกับ ส.ส.มุกดา รับจ็อบพิเศษ และยืนยันได้เพราะตนกล้ามาสาบานในสิ่งที่ตนพูดกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ อีกทั้งมีการส่งข้อความเข้ามือถือของสามีมาตลอด

ผู้สื่อข่าวถามว่ามั่นใจในหลักฐานที่มีมากน้อยเพียงใด เพราะนางมุกดาบอกว่า ได้ยกเลิกเบอร์โทรศัพท์ดังกล่าวไปแล้ว นางสำรวย กล่าวว่า ก่อนที่ ส.ส.มุกดาจะเปลี่ยนเบอร์มือถือตนยังติดต่อได้ เพราะเป็นเบอร์เดียวกับที่ส่งข้อความมาที่สามี และเคยมีเบอร์โทรศัพท์บ้านโทรมาด้วย แต่ไม่ทราบว่าปัจจุบันมีการเปลี่ยนหมายเลขไปหรือยัง หรือถ้าไม่เชื่อให้ไปที่ อ.ปราสาท ที่บางหมู่บ้านที่ชาวบ้านรู้กันทั่วว่าสามีหนูไปได้ดีแล้วได้เมียแก่ เมียรวยก็ปล่อยเขาไป

นางสำรวย กล่าวว่า อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีการตรวจสอบเบอร์โทรศัพท์ย้อนหลังเหมือนกันและน่าสังเกตว่าก่อนหน้านี้ทั้งส.ส.มุกดาและสามีของตน บอกว่าไม่รู้จักกันและพอตนมาเปิดเผยว่ามีคนชื่อดาส่งข้อความเข้าว่า “ดาขาดคุณไม่ได้แม้แต่วันเดียว” สามีกลับออกมายอมรับว่าเป็นนักร้องชื่อดาจริง แต่ไม่ใช่นางมุกดา ทั้งที่ก่อนหน้านี้ปฏิเสธ ถ้าแน่จริงก็ให้เอานางลัดดา มายืนยัน เพราะเรื่องนี้ตนมั่นใจที่กล้ามาสาบานว่า ส.ส.มุกดา และนายสาธิตมีความสัมพันธ์กันจริง และเป็นเรื่องของคนสามคน แต่เขากลับไม่กล้ามาสาบานทั้งที่ก่อนหน้านี้มีการท้าผ่านสื่อ และอยากฝากบอกถึงส.ส.มุกดา ว่า รักพ่อของเขาแล้วก็ควรจะรักลูกของเขาด้วย ให้โอกาสพ่อลูกได้พบหน้ากันบ้างอย่างน้อยครึ่งชั่วโมงก็ยังดี แม้กระทั่งปัจจุบันหลังจากเกิดเรื่องนี้แล้วนายสาธิต ก็ยังไม่ได้ติดต่อหรือคุยกับลูก พอโทรไปหาก็บอกว่าติดธุระ

ผู้สื่อข่าวถามว่าจะทำเรื่องถึงสภาให้มีการตรวจสอบเรื่องจริยธรรมกับส.ส.มุกดา หรือไม่ นางสำรวย กล่าวว่า ต้องรอดูท่าทีของส.ส.มุกดาก่อนว่าจะเอาอย่างไรกับเรื่องนี้ เพราะตนยังให้เกียรติท่านอยู่ ที่ออกมานี้ก็ไม่ได้ต้องการอะไร เพียงแต่ต้องการทวงสิทธิ์และบอกความจริงว่ายังไม่ได้หย่า อีกทั้งมีการท้าสาบานตนก็รับคำท้า เมื่อถามย้ำว่าจะทำหนังสือสอบจริยธรรม เพื่อให้ขับออกจากการเป็นส.ส.หรือไม่ นางสำรวยกล่าวว่า ตนคงไม่ใจร้ายและคิดถึงขนาดนั้น และยังไม่รู้ว่าหลังจากกลับบ้านไปแล้วจะโดนอะไรอีก ทั้งนี้ จะยังคงอยู่ที่กทม.อีกระยะหนึ่งเพื่อรอให้เรื่องจบ

ด้านนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ รองหัวหน้าพรรคชาติไทย กล่าวถึงสาเหตุที่ไม่ไปร่วมสาบานที่วัดพระแก้วกับนางสำรวย ปิยไพร ว่า เนื่องจากติดประชุมคณะกรรมาธิการตำรวจ สภาผู้แทนฯ ซึ่งพิจารณาเรื่องที่ตนเป็นผู้ยื่นญัตติเกี่ยวกับเรื่องตู้ม้า ในเขตพื้นที่นครบาล จึงจำเป็นต้องชี้แจง และที่ตนไม่ไปเพราะเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับตน เพียงแต่มาเปิดเผยตามข้อร้องเรียน จึงถือว่าเป็นคนนอก คนที่เกี่ยวข้องก็คือ 2 หญิง 1 ชาย สำหรับตนถือว่าได้ทำหน้าที่ไปแล้ว ส่วนสังคมจะเชื่อใครก็ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของแต่ละคน

"ยังมีนักการเมืองอย่างนี้อีกเยอะ เช่นนายสมัคร สุนทรเวช พิธีรายการทีวีช่องหนึ่ง เมื่อเช้านี้ว่าผมเป็นคนจัญไร หากินกับผู้หญิง ผมก็อยากบอกว่า ผมเป็นนักการเมืองรุ่นใหม่สมัยแรกใครจะด่าว่าอะไรก็ยอมรับ ไม่เหมือนนักการเมืองอาวุโสบางคนที่ผ่านตำแหน่งใหญ่โตมามากมาย สุดท้ายไม่มีที่ไปต้องมานั่งจ้อตามทีวี เขาเลี้ยงไว้เป็นไม้ประดับ วันนี้ใครฟังรายการเขาบ้าง แม้ผมหากินกับผู้หญิงแต่ก็ไม่เคยโกงกินชาติบ้านเมือง ไม่เคยทำให้คนเขาฆ่ากันตาย และไม่รู้ว่าใครก่อนออกจากตำแหน่งเซ็นอะไรทิ้งทวนเอาไว้ หากจะฟ้อง ผมก็จะฟ้องก่อน เพราะได้ติดต่อขอเทปที่ออกอากาศไว้แล้ว อยู่ดีๆ ก็มาด่าผม"นายชูวิทย์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า สามีของนางมุกดา เตรียมจะฟ้องร้องผู้ที่ออกมาเปิดเผยเรื่องนี้ นายชูวิทย์ กล่าวว่า ตนเป็นเพียงคนรับเรื่องและทำตามหน้าที่ ขณะที่นางสำรวย เป็นคนพูดหากเขาจะฟ้องก็มีสิทธิ์ฟ้อง ตนก็จะต่อสู้ว่าทำตามหน้าที่ เพราะได้รับเรื่องร้องเรียนมา อีกทั้งไม่เคยรู้จักกับนางสำรวยมาก่อน และก็ไม่ได้เอ่ยถึงชื่อใครด้วย ถ้าอยากได้เรื่องยาวก็ยาวได้ ถ้าอยากให้เรื่องสั้นก็สั้นได้ ขึ้นอยู่กับเขา

ด้านนายสนั่น พงษ์สมบัติ สามีนางมุกดา กล่าวว่าเมื่อทราบข่าวนี้ รู้สึกตกใจมากและได้พูดคุยกับภรรยาแล้ว เชื่อว่าเป็นเรื่องภายในครอบครัวนายสาธิต และเป็นความเข้าใจผิดของนางสำรวยมากกว่า เพราะนายสาธิตไม่เคยขับรถให้ภรรยาของตนเลย เมื่อพบกัน ก็ทักทายธรรดาไม่มีอะไรพิเศษ จึงมั่นใจว่านางมุกดาไม่ทำเรื่องนี้แน่ ขอเอาชีวิตเป็นเดิมพัน หากพบว่าภรรยาทำความผิดจริง ก็พร้อมยอมตายไปพร้อมกัน

"ผมขอพูดตามประสาคนบ้านนอกว่า ถ้านายชูวิทย์แน่จริงก็เอาชีวิตเป็นเดิมพัน อย่าเอาแค่ตำแหน่งทางการเมืองเป็นเครื่องต่อรอง ถ้าเมียผมทำผิดผมต้องลงโทษ เพราะถือเป็นนักการเมืองสร้างความเสียหายกับคนอื่นได้อย่างไร ถ้าแน่จริงเอาชีวิตกันเลยไหม หากพิสูจน์ว่าภรรยาผมทำผิด เรายินดีตายพร้อมกัน คุณชูวิทย์จะกล้าหรือไม่" นายสนั่น กล่าว

นายสนั่น กล่าวด้วยว่า ขณะนี้เตรียมมอบหมายให้ทนายความเข้าแจ้งความและฟ้องร้องดำเนินคดีกับนายชูวิทย์ และนางสำรวยเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของภรรยา

"ชีวิตผมทำงานการเมืองมากว่า 20 ปี เจอเรื่องไม่ดีมาหลายครั้ง โดยเฉพาะช่วงเลือกตั้งแต่ครั้งนี้เจ็บปวดมากที่สุด เหมือนกับตายทั้งเป็น ผมเข้าใจว่านักการเมืองต้องโดนทุกคน พยายามให้กำลังใจภรรยา บอกว่าเราไม่ได้ทำความผิดไม่ต้องไปกลัว ไม่อย่างนั้นคนดีก็คงไม่กล้ามาเล่นการเมือง"นายสนั่น กล่าว