xs
xsm
sm
md
lg

ชาวบ้านค้านโครงการ3พันล.เขื่อนลำปาว หวั่นน้ำท่วมหนัก-จี้ศึกษาผลกระทบสวล

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

ศูนย์ข่าวขอนแก่น-แกนนำชาวบ้านเครือข่ายลุ่มน้ำชี แถลงค้านโครงการขยายสันเขื่อนลำปาว แก้ปัญหาน้ำแล้ง-น้ำท่วมผลจากมติครม.สัญจร 4 ต.ค. ชี้งบฯกว่า3พันล้านที่ใช้ขยายสันเขื่อนจะสูญเปล่า ทั้งปัญหาน้ำท่วมจะหนักกว่าเดิม เสนอรัฐชะลอโครงการฯพร้อมศึกษาผลกระทบรอบด้าน

วานนี้( 10 ต.ค.) สำนักงานคณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กป.อพช.)ภาคอีสาน จ.ขอนแก่น ตัวแทนแกนนำเครือข่ายลุ่มน้ำชี ได้เปิดแถลงข่าว กรณีในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจร(ครม.)ที่จังหวัดกาฬสินธุ์ เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม ที่ ได้เห็นชอบอนุมัติงบประมาณราว 3,000 ล้านบาท เพื่อก่อสร้างเสริมสันเขื่อนลำปาว จ.กาฬสินธุ์ ขยายให้สูงขึ้นจากเดิมสามารถกักเก็บน้ำได้ 1,430 ล้านลูกบาศก์เมตร(ลบ.ม.) เพิ่มเป็น 1,900 ล้านลบ.ม.

มติครม.ดังกล่าว สมาชิกเครือข่ายลุ่มน้ำชี หลายจังหวัด ซึ่งอาศัยอยู่ด้านใต้เขื่อนลำปาวไม่เห็นด้วย เพราะวิตกว่าการขยายสันเขื่อนเพิ่มการกักเก็บน้ำ จะยิ่งทำให้ชุมชนที่อยู่เหนือและใต้เขื่อนลำปาว ได้รับผลกระทบน้ำท่วมหนักยิ่งขึ้น

นายบุญทอง สะดวก ผู้ประสานงานเครือข่ายลุ่มน้ำชี กล่าวว่า การเสริมสันเขื่อนลำปาวตามมติครม.เมื่อวันที่ 4 ตุลาคมด้วยงบฯสูงถึง 3 พันล้านบาทด้วยข้ออ้างต้องการกักเก็บน้ำให้ได้ปริมาณเพิ่มมากขึ้น รองรับการใช้เพื่อการเกษตรและอุปโภคบริโภคให้กับเกษตรกรได้อย่างเพียงพอ ไม่เกิดปัญหาแล้งอีกต่อไป ได้สร้างความวิตกกังวลต่อเกษตรกรที่อยู่เหนือเขื่อน และใต้เขื่อนลำปาวเป็นอย่างมาก

โดยเฉพาะพื้นที่ทำการเกษตรเหนือเขื่อน บริเวณอำเภอหนองหาน กุมภวาปี จ.อุดรธานี และพื้นที่ใต้เขื่อน บริเวณลุ่มน้ำชี ครอบคลุมหลายพื้นที่ ทั้งจังหวัดร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ ยโสธร ซึ่งเป็นพื้นที่ราบลุ่มและรองรับน้ำอยู่แล้ว ต่างเห็นพ้องกันว่าการเสริมสันเขื่อนลำปาว อาจจะไม่ใช่แนวทาง ในการแก้ปัญหาเรื่องน้ำท่วมและน้ำแล้งอย่างเป็นระบบตามที่กล่าวอ้าง

ขณะเดียวกัน กลับจะเป็นการเพิ่มปัญหาในเรื่องน้ำท่วม ในบริเวณพื้นที่การเกษตรทั้งเหนือเขื่อนและใต้เขื่อนมากขึ้นกว่าเดิม ไม่ต่างจากสถานการณ์ปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ซึ่งเป็นผลกระทบจากการดำเนินโครงการโขง ชี มูล ได้บทสรุปว่า ไม่สามารถแก้ไขปัญหาน้ำท่วมและน้ำแล้งได้

นายบุญทองกล่าวว่า นอกจากนี้ ชาวบ้านยังวิตกว่าระหว่างการก่อสร้างเสริมสันเขื่อน อาจจะทำให้โครงสร้างของเขื่อนเดิมเกิดชำรุด และเขื่อนอาจพังทลาย เนื่องจากสภาพเขื่อนปัจจุบันมีรอยร้าวรอยรั่วมากกว่า 30 จุด

ด้านนายสุข เจริญอาจ แกนนำจากกิ่งอำเภอทุ่งเขาหลวง จังหวัดร้อยเอ็ด กล่าวว่า หากมีการขยายสันเขื่อนเพิ่มขึ้นอีก เชื่อว่าพื้นที่ด้านใต้เขื่อนลำปาว จะต้องมีปัญหาท่วมหนักยิ่งกว่าเดิม เป็นการเพิ่มปัญหามากกว่าแก้ปัญหาให้ชาวบ้าน ควรจะศึกษากันให้รอบคอบก่อน ไม่อยากให้เกิดปัญหาซ้ำรอยกับโครงการโขง ชี มูล ทุกวันนี้พวกตนที่อาศัยอยู่ลุ่มน้ำชีเผชิญปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากติดต่อกันมา 5 ปีแล้ว เพราะการสร้างเขื่อนกั้นน้ำจากโครงการโขง ชี มูล

นายสุข ตั้งข้อสังเกตว่าก่อนจะมีโครงการโขง-ชี-มูล ชาวไร่ชาวนาลุ่มน้ำชีอย่างพวกตน มีวิถีชีวิตที่ไม่เดือดร้อน น้ำไม่เคยท่วม ไม่เคยแล้ง ทำนาได้เป็นปกติทุกปี น้ำชีเป็นอู่ข้าว อู่ปลา ที่หากินกันเท่าไหร่ ก็ไม่หมด แต่พอโครงการโขง ชี มูลมา วิถีชีวิตพวกตนเปลี่ยนไป ทุกปีในเดือนมิถุนายนจนถึงกันยายนเจอน้ำท่วม ไร่นาเสียหาย ไม่มีข้าวกินต้องไปกู้ยืมเงินมาซื้อข้าวซื้อปลากิน สภาพความเป็นอยู่ลำบาก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการเปิดแถลงข่าว ไม่เห็นด้วยกับโครงการ เสริมสันเขื่อนลำปาวของรัฐบาลของเครือข่ายชาวบ้านลุ่มน้ำชีครั้งนี้ ได้ทำจดหมายเปิดผนึก เพื่อเสนอข้อเรียกร้องต่อรัฐบาลใน 3 ประเด็น ประกอบด้วย

1.ให้รัฐชะลอโครงการเสริมสันเขื่อนลำปาวออกไปก่อน เพิ่มตั้งคณะทำงานขึ้นมาศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ทั้งบริเวณเหนือเขื่อนและท้ายเขื่อน โดยให้ชาวบ้านเข้าไปมีส่วนร่วมทุกกระบวนการ

2.ให้รัฐบาลทบทวนบทเรียนการจัดการน้ำที่ล้มเหลว และสร้างปัญหาผลกระทบต่อชุมชน เช่น กรณีโครงการโขง ชี มูล เพราะภายหลังโครงการฯระยะที่ 1 แล้วเสร็จได้ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมพื้นที่เกษตร ทั้งสองฝั่งแม่น้ำชี จนกลายเป็นปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากที่ติดต่อกันมานานถึง 5 ปีตั้งแต่ปี 2543-2547 และท่วมนาน 2-3 เดือนต่อปี มีพื้นที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วม 5 จังหวัด คือขอนแก่น มหาสารคาม กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด และยโสธร

3.ให้รัฐตั้งคณะทำงานเพื่อแก้ปัญหากรณีน้ำท่วม โดยให้มีภาคประชาชนและรัฐเข้าไปเป็นคณะทำงานในสัดส่วนที่เท่ากัน
กำลังโหลดความคิดเห็น