xs
xsm
sm
md
lg

หนังสือพิมพ์จับมือสู้ภัยมืด ทนายทักษิณขู่ปิดปาก"สนธิ"

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

ผู้บริหารหนังสือพิมพ์รวมตัว ต้านภัยคุกคาม ชี้ สื่อไม่ได้สู้กับใครในรัฐบาล แต่สู้กับความไม่ถูกต้องในสังคม เสรีภาพของสื่อ คือ สิทธิในการรับรู้ข่าวสารของประชาชน "สนธิ" ชี้ ถ้าทักษิณ ชนะ ต่อไปใครว่านายกฯไม่ได้ เรียกร้องสื่อเป็นเอกภาพ ยามเพื่อนถูกรังแก อย่าถือเขาถือเรา เอาข่าวไปซุกไว้หน้าใน ด้านทนายขู่ รายการเมืองไทยรายสัปดาห์ คืนนี้ ถ้าแตะนายกฯอีก วันจันทรฺ์จะขออำนาจศาลสั่งห้ามวิจารณ์ชั่วคราว

วานนี้ ( 6 ต.ค.) สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ ได้เชิญผู้บริหารระดับสูงและบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ ซึ่งเป็นสมาชิกสภา มาร่วมประชุมในหัวข้อ " สถานการณ์สื่อมวลชนในปัจจุบัน" ซึ่งมีผู้บริหารและบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ทั้งจากส่วนกลางและภูมิภาคเข้าร่วมจำนวนมาก

ทั้งนี้ส่วนใหญ่ผู้บริหารหนังสือพิมพ์ต่างเห็นร่วมกันว่า จำเป็นที่สื่อหนังสือพิมพ์จะต้องสร้างเอกภาพร่วมกันในการนำเสนอข่าว หากมีกรณีฟ้องร้องสื่ออันเกิดจากการทำหน้าที่ตรวจสอบผู้มีอำนาจรัฐ หรือรักษาผลประโยชน์สาธารณะ เรียกค่าเสียหายเกินความจริง และควรมีการทำความเข้าใจกับสังคมว่า สิทธิเสรีภาพของสื่อก็คือสิทธิการรับรู้ข่าวสารที่ถูกต้องของประชาชน รวมทั้งควรได้มีการพูดคุยทำความเข้าใจกับศาลยุติธรรมเกี่ยวกับบทบาท หน้าที่ของสื่อมวลชน

นายพงษ์ศักดิ์ พยัฆวิเชียร ประธาน สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ กล่าวว่า ที่ต้องมีการประชุมครั้งนี้ เพราะสถานการณ์สื่อปัจจุบัน สังคมและผู้มีอำนาจมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนในหน้าที่ที่แท้จริงของสื่อ โดยมองว่า สื่อต่อสู้กับกลุ่มบุคคล หรือรัฐบาล ทั้งที่โดยข้อเท็จจริงสื่อทำหน้าที่ต่อสู้กับความไม่ถูกต้องในสังคมทั้งปวง

" ระยะหลังผู้มีอำนาจรัฐ ปฏิเสธความคิดเห็นที่แตกต่างของสังคม พยายามทำลายความเชื่อถือของสื่อหนังสือพิมพ์ โดยใช้ช่องว่างของกฎหมายเช่น ใช้กฎหมายหมิ่นประมาทฟ้องร้อง คุกคาม ทำให้เกิดความกลัว หวังให้สื่อระงับยับยั้งการเสนอข่าว มีการฟ้องแพ่งเรียกค่าเสียหายที่เกินกว่าที่ควรจะเป็น ตั้งแต่ระดับร้อยล้านถึงหมื่นล้าน ถือว่าเป็นการคุกคาม และครอบงำสื่อ "

นายมานิจ สุขสมจิต อดีตประธานสภาการหนังสือพิมพ์ และสมาชิกสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กล่าวว่า ปัญหาที่สื่อเผชิญขณะนี้คือ 1. การถูกคุมคามสิทธิเสรีภาพ ซึ่งข้อเท็จจริงเป็นสิทธิเสรีภาพของประชาชนด้วยเพราะหากสื่อไม่มีเสรีภาพในการแสวงหาข้อมูลมานำเสนอ ประชาชนก็จะไม่ได้รับข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องครบถ้วน 2. มีความพยายามทำลายความน่าเชื่อถือของสื่อโดยกล่าวหาว่า ชอบบิดเบือนความจริง ผูกขาดความรักชาติแต่เพียงผู้เดียว 3. กลุ่มธุรกิจการเมืองพยายามครอบงำธุรกิจสื่อ

นายทวีสิน สถิตย์รัตนชีวิน บรรณาธิการผู้พิมพ์ผู้โฆษณา หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ กล่าวว่า ตนไม่กลัวเรื่องแทรกแซงสื่อ แต่กลัวเรื่องแทรกแซงศาล เพราะถ้าศาลถูกแทรกแซงสื่อตายแน่ และจากประสบการณ์พบว่าแต่ละคดีได้รับการปฏิบัติจากศาลแตกต่างกัน จึงน่าที่จะมีการพูดคุยกับศาลเพื่อขอทราบว่ามีบรรทัดฐานในการวินิจฉัยคดีที่เกี่ยวกับสื่ออย่างไร

นายเทพชัย หย่อง บก.เครือเนชั่น กล่าวว่า สถานการณ์สื่อในขณะนี้เรียกว่าเข้าสู่วิกฤต ซึ่งคิดว่าในการหาทางออกนั้น 1. ผู้บริหารสื่อหรือเจ้าของเมื่อเกิดการคุกคามสื่อ ควรที่จะสร้างความมั่นใจให้กับผู้ปฏิบัติงานว่าผู้บริหาร และเจ้าของยืนยันที่จะทำหน้าที่ในการตรวจสอบอำนาจรัฐอย่างตรงไปตรงมา 2. จะต้องมีการทำความเข้าใจกับสังคมถึงความเป็นเอกภาพของสื่อ เพราะขณะนี้สังคมยังเคลือบแคลงว่าสื่อมีเอกภาพแค่ไหน เพราะแม้แต่นักการเมือง โดยเฉพาะนายกรัฐมนตรี ที่มักจะพูดถึงสื่อว่า "ฉบับนี้ไม่เป็นไรรู้จัก คุยกันดี" ซึ่งถือเป็นการตอกลิ่มให้สังคมเกิดความรู้สึกว่า สื่อถูกแทรกแซงจากรัฐได้จริงๆ จึงต้องแสดงให้สังคมเห็นว่าแม้จะถูกคุกคามแต่สื่อที่ทำหน้าที่ตรวจสอบ ยังมีความเป็นหนึ่งเดียวกัน

** ชี้คดีสนธิ จะเป็นบรรทัดฐาน

นายสนธิ ลิ้มทองกุล ผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ กล่าวว่า ไม่มีครั้งไหนที่การถูกคุกคามจะดุเดือด น่ากลัวเท่าครั้งนี้ เพราะการต่อสู้ของสื่อในยุคเผด็จการจะชัดเจนว่า ถ้าก้าวข้ามเส้นแบ่งนี้ไป มีสิทธิที่จะถูกปิด แต่ในยุคนี้มีการใช้อำนาจรัฐกลั่นแกล้งด้วยวิธีต่างๆ หรือบางครั้งก็มาในรูปแบบแอบแฝง เช่นการเข้าซื้อหุ้นมติชน ถือว่าน่ากลัวมาก และขณะนี้มีการนำเอากฎหมายหมิ่นประมาทมาเล่นงานสื่อทำให้เกิดความหวาดผวา อย่างที่ตนถูกพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ฟ้อง ถือว่าเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่พ.ต.ท.ทักษิณ ฟ้องสื่อในฐานะเป็นนายก โดยอ้างว่าตนดูหมิ่นเจ้าพนักงาน ซึ่งถ้าผลของคดีนี้ออกมาในเชิงได้เปรียบ จะเป็นบรรทัดฐานว่าต่อไปใครจะวิจารณ์นายกรัฐมนตรีไม่ได้

นายสนธิกล่าวว่า เห็นด้วยกับข้อเสนอที่ว่า สื่อจะต้องมีจุดยืนในเรื่องการถูกจำกัดสิทธิเสรีภาพ การครอบงำสื่อ ต้องผลักดันกระบวนทัศน์ วิสัยทัศน์ในกระบวนการยุติธรรมให้เข้าใจว่าสิทธิเสรีภาพในการเสนอข่าวสารนั้นถือเป็นการปกป้องสิทธิเสรีภาพการรับรู้ของประชาชนด้วย และต้องทำความเข้าใจกับประชาชนในเรื่องดังกล่าวด้วย

ขณะเดียวกันอยากให้สื่อแสดงความเป็นเอกภาพในการเสนอข่าวที่สื่อถูกรังแกในพื้นที่หน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์พร้อมกันทุกฉบับ ไม่ใช่นำเสนอหลบอยู่ภายในฉบับ 3- 4 บรรทัด และที่สำคัญเห็นว่าควรที่สภาการหนังสือพิมพ์จะได้รวบรวมคำพิพากษาที่เกี่ยวกับการที่สื่อถูกฟ้องร้องไม่ว่าจะชนะหรือแพ้ แล้วตั้งคณะทำงาน หรือทนายขึ้นมาวิเคราะห์เพื่อนำมาเป็นแนวทางในการต่อสู้คดีต่อไป

นายสมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ นักวิชาการจากสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) และกรรมการสภาการฯ กล่าวว่า การต่อสู้ขณะนี้ต้องใช้แนวคิดรวมกันเราอยู่ เฉพาะหน้าควรมีการตั้งกองทุนคณะทำงานสู้คดีหมิ่นประมาท โดยสื่อต้องร่วมกันลงขันทั้งด้านการเงิน และกำลังคน แล้วให้มีคณะกรรมการขึ้นหนึ่งชุดที่มีความเป็นอิสระขึ้นมาพิจารณาว่า เนื้อหาที่ทำให้สื่อถูกฟ้องนั้นเป็นกรณีการรักษาสิทธิเสรีภาพประชาชนตามระเบียบจริยธรรมที่สภาการหนังสือพิมพ์บัญญัติ หรือไม่ ถ้าใช่ก็สามารถใช้เงินกองทุนในการสู้คดีได้เลย แต่ถ้าเนื้อหาที่นำเสนอสื่อผิดจริงก็ต้องเป็นการต่อสู้ของ

**ทักษิณ ยัน ถูกละเมิดมีสิทธิฟ้อง

ในรายการนายกฯพบสื่อมวลชน เช้าวานนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ตอบคำถามผู้สื่อข่าว ที่ถามว่า การฟ้องร้องสื่อของคนในรัฐบาล เป็นการใช้อำนาจศาลปิดปากไม่ให้วิจารณ์รัฐบาล หรือไม่ว่า ศาลเป็นองค์กรอิสระ คนที่ถูกละเมิดสิทธิก็ต้องป้องกันสิทธิ เพราะอาจจะถูกดูหมิ่นเกลียดชังเสียหาย ศาลสถิตยุติธรรมจะเป็นคนชี้ขาดว่าใครละเมิดใคร เมื่อไม่ละเมิดก็จบ เมื่อละเมิดก็ต้องชดใช้ เป็นเรื่องระบบของกระบวนการในประชาธิปไตย

" ไม่มีใครมี อภิสิทธิ์ ไม่มีฐานันดรพิเศษ เมื่อวิจารณ์คนอื่นก็ต้องอยู่ในขอบข่ายของกฎหมาย ถ้าไม่อยู่ในขอบข่ายของกฎหมาย คนอื่นเขารู้สึกว่าถูกละเมิด เขามีสิทธิ์ที่จะฟ้องได้ ไม่ว่าคนนั้นจะเป็นใคร"

** ทนายขู่ ขออำนาจศาลปิดปาก

นายธนา เบญจาธิกุล ทนายความผู้รับผิดชอบในคดีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายสนธิ น.ส.สโรชา พรอุดมศักดิ์ และบริษัทไทยเดย์ ดอทคอม แพ่ง ฐานหมิ่นประมาท กล่าวว่า จะรอชมรายการเมืองไทยรายสัปดาห์ ที่จะออกอากาศทาง เอเอสทีวี ในคืนวันศุกร์ที่ 7 ตุลาคม 2548 นี้ก่อน ว่า นายสนธิ จะพาดพิงถึงคดีนี้หรือไม่ หากในรายการมีคำสัมภาษณ์หรือกล่าวในทำนองพาดพิงนายกรัฐมนตรีอีก ก็จะยื่นคำร้องต่อศาลแพ่งเพื่อให้ศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ห้ามไม่ให้จำเลยออกมาให้สัมภาษณ์ หรือไขข่าวหรือดำเนินรายการที่มีเนื้อหาพาดพิงนายกรัฐมนตรี อีกจนกว่าคดีจะสิ้นสุด โดยจะยื่นคำร้องในวันที่ 10 ตุลาคม 2548

สำหรับรายการเมืองไทยรายสัปดาห์สัญจรครั้งที่ 3 จะมีขึ้นระหว่างเวลา 16.30-20. 30 น. วันนี้( 7 ตค.) ที่หอประชุมศรีบูรพา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยจะมีการแสดงดนตรีเพื่อชีวิต วงคาราวาน ในเวลา 16.30-18.00 น. ก่อน

นายประสาท มีแต้ม อาจารย์ประจำภาควิชาคณิตศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ คณะดำเนินการวิทยาลัยวันศุกร์ เปิดเผยว่า วิทยาลัยวันศุกร์จะจัดให้มีการถ่ายทอดสดรายการ "เมืองไทยรายสัปดาห์สัญจรครั้งที่ 3 " ตั้งแต่ต้นจนจบ ที่ห้อง อี 107 คณะการจัดการสิ่งแวดล้อม
กำลังโหลดความคิดเห็น