xs
xsm
sm
md
lg

กรรมกรมีเฮประกันสังคมยอมเพิ่มสิทธิ

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

ผู้จัดการรายวัน - “สมศักดิ์ เทพสุทิน” สั่งเพิ่มสิทธิประโยชน์ประกันสังคม หลัง พสป.เรียกร้องไม่นาน ทั้งเรื่องเพิ่มเงินสงเคราะห?บุตรเดือนละ 300 บาท เบิดค่าฝากครรภ์ ตรวจครรภ์ได้

จากกรณีที่พันธมิตรสหภาพแรงงานประชาธิปไตย (พสป. ) ได้ยื่นข้อเรียกร้อง ต่อกระทรวงแรงงานเมื่อวันที่ 28 ก.ย. 2548 ในการเพิ่มสิทธิประโยชน์ทดแทนประกันสังคม คือ1. ให้สำนักงานประกันสังคมเพิ่มและขยายสิทธิผลประโยชน์ทดแทนให้กับผู้ประกันตนครอบคลุมถึงบุตร คือ ให้บุครของผู้ประกันตนจำนวนไม่เกิน 2 คน มีสิทธิ ได้ประโยชน์ทดแทนค่ารักษาพยาบาลเช่นเดียวกันกับผู้ประกันตน

2. เพิ่มเงินค่าคลอดบุตรจาก 6,000 บาทเป็น 10,000 บาท และให้สามารถเบิก ค่าฝากครรภ์ได้ รวมทั้งเพิ่มเงินสงเคราะห์บุตรจากเดือนละ 200 บาทเป็น เดือนละ 300 บาท และให้ขยายสิทธิการสงเคราะห์บุตรสำหรับบุตรซึ่งมีอายุจากเดิมไม่เกิน6ปีเป็น12 ปีบริบูรณ์

3. ให้คนตกงานที่ใช้สิทธิตามมาตรา 39 จ่ายเงินประกันสังคมในอัตราเดียว คือ 192 บาท ทั้งนี้โดยการเปลี่ยนแปลงฐานการคำนวณอัตราเงินสมทบใหม่ เนื่องจากอัตราเงินสมทบของคนตกงานในปัจจุบันอยู่ที่ 432 บาทเป็นอัตราที่สูงเกินไป

วานนี้ (6 ต.ค.) นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.แรงงาน ได้เป็นประธานการประชุมร่วมกับ สำนักงานประกันสังคม พร้อมองค์กรแรงงานกว่า 50 คน โดยกล่าวว่า จากการศึกษาสถานะของกองทุน้ได้ข้อสรุปเบื้องต้นว่าจะเพิ่ม เงินสงเคราะห์บุตร ได้เดือนละ 300 บาทตามข้อเรียกร้อง

ส่วนการขยายสินธิการสงเคราะห์บุตรจากเดิมไม่เกิน 6 ปี เป็น 12 ปีนั้น จะนำไปหารือและแถลงในวันที่ 12 ต.ค.นี้ ที่กระทรวงแรงงาน สำหรับข้อเรียกร้อง ให้คนงานหญิงที่ตั้งครรภ์ ซึ่งเป็นผู้ประกันตน สามารถเบิกค่าฝากครรภ์และการตรวจรักษาได้นั้นจะประกาศเป็นกฎกระทรวงให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย.นี้ เป็นต้นไป

ส่วนข้อเรียกร้องที่จะให้บุตรผู้ประกันตน 2 คนสามารถเบิกค่ารักษาพยาบาล ได้นั้นกระทรวงแรงงานจะทำการศึกษาตัวเลขและข้อมูลต่าง ๆ อย่างรอบด้านก่อน เพื่อสร้างหลักประกันในเสถียรภาพของเงินกองทุนและให้ผู้ประกันตนได้ประโยชน์สูงสุด รวมไปถึงสมาชิกในครอบครัวด้วย

ด้านนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข ประธานพันธมิตรสหภาพแรงงานประชาธิปไตย (พสป.) ได้ให้สัมภาษณ์ว่า การประชุมในครั้งนี้มีความคืบหน้าเป็นที่พอใจ ของผู้ใช้แรงงานมาก ขอชมเชยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ที่ได้ดำเนินการ ตอบสนองต่อผู้ใช้แรงงานได้อย่างรวดเร็ว

ส่วนการจัดชุมนุมของผู้ใช้แรงงาน ซึ่งนำโดยคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงาน ในวันที่ 14 ตุลาคม 2548 นั้น จะยังคงเป็นไปตามปกติ เพราะยังมีข้อเรียกร้องเกี่ยวกับค่าจ้างขั้นต่ำวันละ 233 บาท และการแก้ไขกฎหมายแรงงานให้ยกเลิกการจ้างงาน เหมาค่าแรง ที่ทางกระทรวงแรงงานยังไม่มีการแก้ไขให้ดีขึ้น