ศูนย์ข่าวนครราชสีมา- อุตสาหกรรม จ.นครราชสีมา แจงปัญหาโรงงานนาเกลือโคราช เผยทุ่มแก้ปัญหาทั้งระบบมาอย่างต่อเนื่องจนกลายเป็นจังหวัด ที่มีปัญหาน้อยที่สุด ด้วยการนำรูปแบบ ไตรภาคีและกองทุนสิ่งแวดล้อมมาเป็นกลไกสำคัญสร้างให้โรงงานกับชุมชนอยู่ร่วมกันได้ แฉเบื้องหลังม็อบนาเกลือ อ.โนนสูง แกนนำป่วนหวังกดดันขายที่ดิน 12 ไร่ ให้นายทุนนาเกลือแต่ตกลงกันไม่ได้
นายอรรณพ กลิ่นทอง อุตสาหกรรมจังหวัดนครราชสีมา ได้ชี้แจงกรณี กลุ่มชาวบ้านจาก บ.เสลา หมู่ 4 ต.พลสงคราม อ.โนนสูง จ.นครราชสีมา ได้ชุมนุมร้องเรียนปัญหาผู้ประกอบการโรงงานนาเกลือ 5 ราย บุกรุกที่สาธารณประโยชน์ของหมู่บ้านและก่อปัญหาสิ่งแวดล้อม ทำให้นาข้าว พื้นที่การเกษตรและแหล่งน้ำรอบโรงงานได้รับผลกระทบ สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนมานานกว่า 10 ปี
ชี้นาเกลือโคราชปัญหาน้อยสุด
นายอรรณพ กล่าวว่า การให้ใบอนุญาตและสามารถประกอบกิจการโรงงานนาเกลือสินเธาว์ ต้องอยู่ในพื้นที่ตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม ปี 2534 ที่ได้กำหนดพื้นที่ไว้อย่างชัดเจน โดยในภาคอีสาน สามารถทำนาเกลือได้แค่ 5 จังหวัดเท่านั้น และในแต่ละจังหวัด ประกาศดังกล่าวยังระบุขอบเขตพื้นที่ไว้ด้วยว่า สามารถทำได้ตรงไหนบ้าง ซึ่งในแต่ละแห่ง ส่วนใหญ่จะเป็นพื้นที่ที่มีปริมาณเกลือสูง มีปัญหาดินเค็ม น้ำเค็มไม่สามารถเพาะปลูกพืชเกษตรได้อยู่แล้ว ทั้งนี้เพื่อป้องกันไม่ให้ส่งผลกระทบต่อนาข้าว หรือพื้นที่การเกษตรของประชาชนเกิดขึ้น
สำหรับในจังหวัดนครราชสีมา กำหนดให้สามารถขอใบอนุญาตและประกอบกิจการนาเกลือได้ 4 แห่งใน 4 อำเภอ ประกอบด้วย 1. ม. 2 บ.พลสงคราม ต.พลสงคราม อ.โนนสูง 2. บ.สำโรง ต.สำโรง กับ บ.วัง ต.บ้านวัง อ.โนนไทย 3. บ.โพนไพล ต.พังเทียม กิ่ง อ.พระทองคำ และ 4. บ.หนองสรวง ต.หนองสรวง อ.ขามทะเลสอ และปัจจุบันทั้ง 4 อำเภอมีโรงงานนาเกลืออยู่รวม 23 ราย ผลผลิตเกลือประมาณ 1 แสนตัน/ปี เมื่อเปรียบเทียบกับผลผลิตเกลือทั้งหมดราว 2 ล้านตัน/ปี (ทั้งเกลือสินเธาว์และเกลือทะเล) ทำให้จังหวัดนครราชสีมา มีปัญหาน้อยที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับจังหวัดอื่นๆ
"โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของ อ.โนนสูง ที่มีแกนนำบางคนพาชาวบ้านออกมาเคลื่อนไหวสร้างกระแสข่าว ถือเป็นพื้นที่ที่มีปัญหาน้อยมากในบรรดา 4 อำเภอของโคราช เพราะมีผู้ประกอบการโรงงานนาเกลือเพียงแค่ 5 รายรวมพื้นที่ทำนาเกลือประมาณ 1,200 ไร่เท่านั้น และที่สำคัญผู้ประกอบการกับชาวบ้านในท้องถิ่น มีความเข้าใจ ช่วยเหลือร่วมมือกันเป็นอย่างดี " นายอรรณพ กล่าว
ตั้งไตรภาคี-กองทุนแก้ปัญหาทั้งระบบ
นายอรรณพ กล่าวต่อว่า หลังจากที่เข้ามารับตำแหน่งอุตสาหกรรมจังหวัดนครราชสีมาปลายปี 2546 ตนได้ศึกษาเรื่องเกลือทั้งสภาพปัญหาสิ่งแวดล้อม และความสำคัญเชิงเศรษฐกิจอย่างละเอียดในทุกด้าน ซึ่งเกลือถือว่าเป็นวัตถุดิบต้นน้ำของอุตสาหกรรมอีกจำนวนมาก โดยตลอดกว่าปีครึ่งที่ผ่านมา ได้ผลักดันการแก้ปัญหานาเกลือทั้งระบบร่วมกับจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยเฉพาะองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) และชาวบ้านในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ ได้จัดตั้ง "คณะกรรมการไตรภาคี" ขึ้นมาเป็นกลไกสำคัญของการร่วมกันแก้ปัญหาในแต่ละพื้นที่ โดยมี นายอำเภอเป็นประธาน คณะกรรมการประกอบด้วย ผู้แทนประชาชน ผู้แทนหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง และฝ่ายผู้ประกอบการ
พร้อมทั้งในแต่ละพื้นที่ที่มีโรงงานนาเกลือ ได้ให้มีการจัดตั้งกองทุนขึ้นมา โดยผู้ประกอบการเป็นผู้จ่ายเงินสมทบเข้ากองทุน ทั้งนี้เพื่อไว้ใช้สำหรับการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมที่อาจจะเกิดขึ้น รวมทั้งเพื่อการพัฒนาสาธารณประโยชน์ และช่วยเหลือส่งเสริมกิจกรรมชุมชนในรูปแบบต่างๆ
ส่วนการแก้ปัญหา การลักลอบผลิตหรือละเมิด เงื่อนไขท้ายใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานนาเกลือ ได้ประสานความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่ และตำรวจทางหลวง เข้าดำเนินการตามกฎหมายขั้นเด็ดขาดกับผู้ประกอบการสามารถจับกุมได้หลายราย ซึ่งมักจะเกิดขึ้นเขต กิ่ง อ.พระทองคำ และ บ้านวัง อ.โนนไทย อีกทั้งได้ขอความร่วมมือกับ อบต.,อาสาสมัครและพลเมืองดี ช่วยเป็นหูเป็นตาแจ้งข้อมูลให้ทราบ ทำให้ขณะนี้ปัญหาเบาบางลงแทบจะไม่มีเกิดขึ้นแล้ว
สำหรับในมิติด้านผลประโยชน์ของชุมชนท้องถิ่น นอกจากท้องถิ่นจะได้รับประโยชน์โดยตรง ทั้งในรูปค่าธรรมเนียมและภาษีต่างๆ ที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้รับ และประชาชนมีรายได้จากการมีงานทำแห่งละ 30-200 คน เกิดการจ้างงานรวมกว่า 1,000 คน รวมถึงการสร้างรายได้นำเม็ดเงินเข้ามาพัฒนาเศรษฐกิจของจังหวัดแล้ว การพิจารณาให้ใบอนุญาตโรงงานนาเกลือ ทางการจะให้ความสำคัญกับผู้ประกอบการในพื้นที่ก่อนเป็นหลัก เพราะต้องการให้ท้องถิ่นได้รับประโยชน์มากที่สุด
"เป้าหมายทั้งหมดของการแก้ปัญหาทั้งระบบข้างต้นนี้ เพื่อต้องการให้โรงงานและชุมชนสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างปกติสุข ซึ่งท้ายที่สุดจะเกิดประโยชน์ ต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของท้องถิ่นและประเทศชาติโดยรวม" นายอรรณพ กล่าว
กรณี"อ.โนนสูง" แค่ผลประโยชน์แกนนำ
นายอรรณพ กล่าวต่อว่า กรณีปัญหาเกิดการร้องเรียนโรงงานนาเกลือในพื้นที่ ต.พลสงคราม อ.โนนสูง จ.นครราชสีมา จากการลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยละเอียดแล้ว พบว่า ประเด็นที่บอกว่า ผู้ประกอบการลักลอบผลิตนอกเวลาในเงื่อนไขท้ายใบอนุญาต ที่ให้หยุดผลิตในช่วงระหว่างเดือนเมษายน-กันยายน เป็นความเข้าใจคลาดเคลื่อนของชาวบ้าน เพราะช่วงเวลาดังกล่าวเป็นการห้ามไม่มีการผลิต คือการสูบ ตาก ต้มเกลือ แต่ผู้ประกอบการสามารถทำกิจกรรมอื่นๆ ที่ไม่ใช่การผลิตได้ เช่น การเคลื่อนย้ายเกลือ หรือขนเกลือเข้า-ออกโรงเก็บเกลือเพื่อจำหน่าย เป็นต้น แต่เมื่อชาวบ้านเห็นทำกิจกรรมต่างเหล่าๆ นี้ จึงคิดว่ามีการลักลอบผลิตเกิดขึ้น
เช่นเดียวกับปัญหาผลกระทบต่อพื้นที่การเกษตร ซึ่งทุกฝ่ายต้องยอมรับว่าพื้นที่แถบนี้ ปัจจุบันประสบปัญหาภัยแล้งอยู่แล้ว แต่เมื่อมีฝนตกลงมามีน้ำเพียงพอ ชาวบ้านก็สามารถเพาะปลูกทำนาข้าวได้ และพื้นที่โดยรวมก็เขียวชอุ่มไปด้วยนาข้าวหรือพืชผลการเกษตรทั้งนั้น
อย่างไรก็ตาม หากมีปัญหาเกิดขึ้นทางหน่วยงานที่รับผิดชอบ โดยเฉพาะสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด ไม่เคยนิ่งนอนใจและจะลงไปเร่งแก้ปัญหาอย่างเต็มที่ให้ทันที แต่มีบางคนไม่ต้องการให้เรื่องจบ และจะคอยออกมาเคลื่อนไหวสร้างกระแสวุ่นวายให้เป็นข่าวอยู่ตลอดเวลา ซึ่งเบื้องหลังที่แท้จริงแล้ว เป็นการกระทำเพื่อหวังประโยชน์ส่วนตัวเท่านั้น
"เป็นที่ทราบกันดีว่า นายสรรเพชญ์ นิ่มกัน ที่บอกว่าเป็นแกนนำชาวบ้าน ต้องการขายที่ดินจำนวน 12 ไร่ ซึ่งเป็นที่ดินพ่อตาแม่ยาย ให้กับผู้ประกอบโรงงานนาเกลือ 1 ใน 5 รายในพื้นที่ดังกล่าวโดยเบื้องต้นจะซื้อในราคาไร่ละ 2 หมื่นบาทและได้จ่ายเงินมัดจำไปแล้วจำนวนหนึ่ง แต่ก็ยังมีปัญหาคาราคาซังอยู่ผู้ประกอบการยังไม่ยอมซื้อ เพราะนายสรรเพชญ์ มีพฤติกรรมสร้างข้อมูลไม่เป็นความจริงโจมตีเขาตลอดเวลา และต้องออกมาเคลื่อนไหวกดดันเป็นระยะๆ อยู่อย่างนี้ไม่รู้จักจบสิ้น" นายอรรณพ กล่าวในตอนท้าย


