xs
xsm
sm
md
lg

แจ้งจับน้องรมช.สุริยา แต่งบัญชียักยอกทรัพย์

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

ก.ล.ต.กล่าวโทษ"ธีรัชชานนท์-สุภาพร ลาภวิสุทธิสิน" น้องชายและน้องสาว รมช.สุริยา ต่อพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ เข้าข่ายแต่งบัญชี ทุจริต และเบียดบังทรัพย์สิน มาตรา 312, 307, 308, 311 พร้อมกล่าวโทษผู้ที่เกี่ยวข้องอีก 8 ราย


วันที่ 30 มิ.ย. 48 สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.)ได้กล่าวโทษ นายธีรัชชานนท์ ลาภวิสุทธิสิน อดีตกรรมการผู้จัดการ และนางสาวสุภาพร ลาภวิสุทธิสิน รองกรรมการผู้จัดการ บริษัทปิคนิค คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (PICNI) ต่อพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กรณีจัดทำเอกสารและบัญชีไม่ถูกต้อง รวมทั้งการกระทำหน้าที่โดยทุจริต พร้อมกันนี้ ได้กล่าวโทษผู้ที่เกี่ยวข้องอีกจำนวน 8 ราย กรณีให้ความช่วยเหลือผู้บริหารดังกล่าว

จากการตรวจสอบ ก.ล.ต. พบว่า ผู้บริหารของ PICNI ได้กระทำความผิด ฝ่าฝืนพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 (พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ) กรณีการทำสัญญาและการรับรู้รายได้จากการให้เช่าถังแก๊ส ทำให้รายได้และกำไรสูงกว่าความเป็นจริงโดยนายธีรัชชานนท์ และนางสาวสุภาพร ได้ร่วมกันลงนามในสัญญาให้เช่าถังแก๊สแก่โรงบรรจุแก๊ส 10 แห่ง ที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับผู้บริหารของ PICNI และอยู่ภายใต้การควบคุมทางการเงินของนายธีรัชชานนท์ การทำสัญญาให้เช่าดังกล่าว ผิดไปจากการดำเนินการกับลูกค้ารายอื่นที่อยู่ในรูปเงินมัดจำค่าถังแก๊ส และเป็นเหตุอ้างให้ PICNI รับรู้รายได้และกำไรในงบการเงินประจำปี 2547 เพิ่มขึ้น 178.4 ล้านบาท คิดเป็น 2.43% ของรายได้รวม และ 24.26% ของกำไรสุทธิ

ทำให้งบการเงินของ PICNI แสดงฐานะทางการเงินและผลการดำเนินงานดีกว่าความเป็นจริง การกระทำของบุคคลดังกล่าวจึงเข้าข่ายเป็นการปฏิบัติฝ่าฝืนมาตรา 312 แห่ง พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ ตามพ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯได้กำหนดว่าผู้ที่ปฏิบัติฝ่าฝืนมาตรา 312 ในกรณีกรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลใดซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของนิติบุคคลใดตามพระราชบัญญัตินี้กระทำหรือยินยอมให้กระทำการ โดยทำบัญชีไม่ครบถ้วน ไม่ถูกต้อง ไม่เป็นปัจจุบัน

หรือไม่ตรงต่อความเป็นจริง ถ้ากระทำหรือยินยอมให้กระทำเพื่อลวงให้นิติบุคคลดังกล่าวหรือผู้ถือหุ้นขาดประโยชน์อันควรได้ หรือลวงบุคคลใดๆต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่ห้าแสนบาทถึงหนึ่งล้านบาท

นอกจากนี้ การกระทำของผู้บริหาร PICNI ข้างต้นได้รับการสนับสนุนจาก นายอนุกูล ตั้งเรืองเกียรติ ,นายพิริยะ ถาวร, นายเฉลิมชัย ชุบผา, นางสาวนุชนาฎ ปริกสุวรรณ , นายปรเมษ ลอองสุวรรณ, นายทวีทรัพย์ เกริกเกียรติศักดิ์ และนายกฤษณ์ โปรยเจริญ ซึ่งอ้างว่าเป็นเจ้าของโรงบรรจุแก๊ส 10 แห่ง และ/หรือ เป็นกรรมการที่ลงนามในสัญญาเช่าถังแก๊สของโรงบรรจุแก๊สดังกล่าว บุคคลทั้ง 7 รายจึงเข้าข่ายเป็นผู้ช่วยเหลือ และ/หรือให้ความสะดวกในการกระทำข้างต้นอันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 315 แห่ง พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ กรณีการทำหน้าที่โดยทุจริต และจัดทำเอกสารและบัญชีไม่ถูกต้อง เกี่ยวกับการทำสัญญาให้กู้ยืมเงินแก่นิติบุคคลอื่น
ทั้งนี้นายธีรัชชานนท์ และนางสาวสุภาพร ได้ร่วมกันลงนามในสัญญาให้กู้ยืมเงิน จำนวน 85 ล้านบาท แก่นิติบุคคลอื่น 2 ราย แต่กลับปรากฏว่า เงินที่ให้กู้ยืมนั้นถูกนำไปเข้าบัญชี ส่วนตัวของนายธีรัชชานนท์ ดังนั้นนายธีรัชชานนท์จึงเข้าข่ายกระทำผิดหน้าที่ โดยได้เบียดบังทรัพย์สินของ PICNI เพื่อแสวงหาประโยชน์อันมิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายแก่ตนเองหรือผู้อื่นอันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 307 308 และ 311 แห่ง พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ

การกระทำของผู้บริหารทั้ง 2 ราย ที่ได้ร่วมกันลงนามในสัญญาให้กู้ยืมเงินนั้น ยังเป็นเหตุให้ PICNI มีการจัดทำเอกสารหลักฐานและบัญชีไม่ถูกต้อง ไม่ตรงต่อความเป็นจริง จึงเข้าข่ายฝ่าฝืนมาตรา 312 แห่ง การกระทำข้างต้นมีนายพินิจ พุทธศาสตร์ (กรรมการของนิติบุคคลอื่น) เป็นผู้ช่วยเหลือและ/หรือให้ความสะดวก จึงเข้าข่ายเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 315 เนื่องจากคดีข้างต้นมีความซับซ้อน ทั้งในด้านธุรกรรมและมาตรฐานการบัญชีที่เกี่ยวข้อง

ในการกล่าวโทษ ก.ล.ต. ได้ขอให้กรมสอบสวนคดีพิเศษพิจารณาดำเนินการตามมาตรา 33 แห่งพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 เพื่อให้มีการแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ของ ก.ล.ต. รวมทั้งหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อเข้าร่วมสอบสวนคดีนี้ให้เป็นไปโดยรอบคอบ ครบถ้วนยิ่งขึ้นด้วย
ทั้งนี้การดำเนินคดีข้างต้นเป็นผลจากการตรวจสอบส่วนหนึ่งที่เสร็จแล้ว โดยยังมีประเด็นที่ ก.ล.ต.อยู่ระหว่างตรวจสอบเพิ่มเติม

**DSIเตรียมชงกคพ.อนุมัติเป็นคดีพิเศษ

พล.ต.อ.สมบัติ อมรวิวัฒน์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) เปิดเผยภายหลังเจ้าหน้าที่จาก ก.ล.ต. ได้เข้าร้องทุกข์กล่าวโทษกลุ่มผู้บริหารบริษัทปิคนิค คอร์ปอเรชั่น พร้อมผู้เกี่ยวข้องรวม 10 ราย ว่า ก.ล.ต.ได้ยื่นเอกสารสรุปพฤติการณ์ความผิดรวม 16 หน้ากระดาษ บรรยายถึงการกระทำหน้าที่โดยทุจริตของผู้บริหาร และจัดทำเอกสารบัญชีไม่ถูกต้อง ซึ่งเป็นการกระทำต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2546 จนถึงปี 2548 เพื่อให้ตรวจสอบและดำเนินการตามมาตรา 33 แห่งพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 เนื่องจากเป็นการกระทำผิดที่ค่อนข้างซับซ้อน
ดังนั้นจึงถือเป็นคดีที่เกิดขึ้นก่อนประกาศใช้กฎหมายสอบสวนคดีพิเศษ(วันที่ 22 ก.ค. 47) จึงจำเป็นต้องเสนอให้คณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) ลงมติรับเป็นคดีพิเศษในการประชุมวันที่ 8 ก.ค. นี้ โดยในชั้นนี้ ได้มอบหมายให้ ผบ.สำนักคดีการเงินการธนาคาร รับเรื่องไว้ พร้อมดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง และเมื่อ กคพ.มีมติเป็นคดีพิเศษแล้ว ดีเอสไอ จะตั้งคณะทำงานสอบสวนร่วมระหว่างพนักงานสอบสวน อัยการ ก.ล.ต. กระทรวงการคลัง และธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อระดมผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายเกี่ยวกับการเงินและตลาดหลักทรัพย์มารับผิดชอบคดีดังกล่าว เพื่อให้เกิดความถูกต้อง และรอบคอบยิ่งขึ้น

พล.ต.อ.สมบัติ กล่าวอีกว่า สำหรับรายละเอียดในข้อกล่าวหา ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ทั้งหมด เนื่องจากยังเป็นเพียงการกล่าวหาว่ามีการกระทำความผิดของกลุ่มผู้บริหาร ซึ่งฉ้อฉลจากการลงนามการกู้ยืมเงินในนามบริษัทปิคนิค แต่ผู้บริหารนำเงินบางส่วนเข้ากระเป๋าตัวเอง โดย ก.ล.ต.ได้เชื่อมโยงข้อมูลให้เห็นถึงการโยงใยของการนำเงินกู้ซึ่งเป็นของบริษัท โอนไขว้ไปไขว้มาระหว่างกลุ่มบุคคล สุดท้ายได้นำเงินเข้าบัญชีตัวเอง ทำให้มีการจ่ายเงินกู้ให้บริษัทไม่ครบจำนวน ซึ่งกระบวนการทั้งหมดยังเป็นแค่การกล่าวหา โดย ก.ล.ต.ที่รวบรวมหลักฐานเบื้องต้นไว้ ยังไม่เข้าสู่การสอบสวนตามกฎหมาย

**ตม.ยังไม่ได้รับการประสานคุมออกนอกประเทศ

ด้าน พล.ต.ท.อัมรินทร์ เนียมสกุล ผู้บัญชาการตำรวจตรวจคนเข้าเมือง หรือ สตม.เปิดเผยถึงการตรวจสอบการเดินทางออกนอกประเทศของผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 10 คน ว่า ขณะนี้ ตม.ยังไม่ได้รับคำสั่งให้คอยตรวจสอบ หรือห้ามบุคคลใดที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้ ออกนอกประเทศแต่งอย่างใด

อย่างไรก็ตาม การสั่งห้ามผู้ต้องหา หรือ ผู้ถูกกล่าวหา ออกนอกประเทศ เป็นอำนาจหน้าที่ของ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และขณะนี้ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ก็ยังไม่มีคำสั่งใดๆมาที่ ตม.

**ปลดเอสพีหุ้นปิคนิคดิ่งหนัก

ก.ล.ต. ระบุว่า ผู้สอบัญชีของ PICNI ได้ชี้แจงว่าการที่ไม่สามารถตรวจสอบถังบรรจุแก๊สดังกล่าวได้ เนื่องจากถังบรรจุแก๊สกระจายอยู่ตามบ้านเรือนของลูกค้าของบริษัทโรงบรรจุแก๊ส และไม่อยู่ในวิสัยที่จะดำเนินการอื่นใดได้อีก ก.ล.ต.จึงพอใจกับคำชี้แจง และขอให้ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) พิจารณาเปิดให้มีการซื้อขายหุ้นดังกล่าว ส่วนประเด็นการพิจารณาค่าความนิยมจากการซื้อบริษัทย่อย 2 แห่ง ได้แก่ บริษัท เวิลด์แก๊ส (ประเทศไทย) จำกัด (WGT) และบริษัท เอส.เอส.ซี. เปโตร ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด ที่บันทึกในงบการเงินของ PICNI ซึ่งก.ล.ต. ได้สั่งการให้ PICNI แต่งตั้งที่ปรึกษาทางการเงิน และผู้ประเมินราคาสินทรัพยอิสระรายใหม่ ให้ทำการประเมินมูลค่าอีกครั้งหนึ่ง แต่ขณะนี้การประเมินมูลค่ายังไม่แล้วเสร็จ จึงขอให้ผู้ใช้งบการเงินใช้ข้อมูลด้วยความระมัดระวังใน ประเด็นนี้ด้วย
ด้าน ตลท. จึงปลดเครื่องหมาย NPและขึ้นเครื่องหมาย NR (Notice Received) หลักทรัพย์ของ PICNI และเปิดให้มีการซื้อขายรอบบ่ายของวันที่ 30 มิ.ย. 48 เป็นต้นไป หลังจากบริษัทนำส่งงบการเงินประจำปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2547 ฉบับที่ก.ล.ต.สั่งการให้แก้ไขมายัง ตลท. และได้เผยแพร่ต่อประชาชนทั่วไปแล้ว

อย่างไรก็ตามเนื่องจาก PICNI ไม่มีการซื้อขายหลักทรัพย์ติดต่อกันเกินกว่า 15 วันทำการ ประกอบกับงบการเงินประจำปี สิ้นสุดวันที่ 31 ธ.ค.47 (ฉบับแก้ไขใหม่ ตามคำสั่งของ กลต.) แสดงว่ามีการเปลี่ยนแปลงฐานะการเงินและผลการดำเนินงานของบริษัทอย่างมีนัยสำคัญ อาจส่งผลทำให้ราคาของหลักทรัพย์เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก จึงกำหนดให้ราคาซื้อขายรอบบ่ายของวันที่ 30 มิ.ย.48 มีราคาเสนอซื้อขายสูงสุดและต่ำสุดไม่เกิน 100% (Ceiling & Floor)

ผู้สื่อข่าวรายรายงานว่า หลังเปิดซื้อขายราคาหุ้น PICNI ก็รูดลงอย่างหนัก ต่ำสุดที่ระดับ 4.40 บาท และปิดได้ที่ระดับ 4.90 บาท ลดลง 6.10 บาท หรือลดลง 55.45% มูลค่าการซื้อขาย 2,496.37 ล้านบาท เป็นหุ้นที่มีมูลค่าการซื้อขาสูงสุดของวัน ส่วนใบสำคัญแสดงสิทธิ หรือ PICNI-W1 ราคาปิด 6.65 บาท ลดลง 7.55 บาทหรือ 53.17% มูลค่าการซื้อขาย 7.70 ล้านบาท

โดยหุ้น PICNI ได้มีการซื้อขายรายการใหญ่(บิ๊กล็อต) จำนวน 2 รายการจำนวนหุ้น 3,688,000 หุ้นมูลค่าการซื้อขาย 44.81 ล้านบาทในราคาเฉลี่ยหุ้นละ 12.14 บาท
นอกจากนี้บรรดาหุ้นเก็งกำไรเข้าข่ายปั่นราคา โดยเฉพาะหุ้นที่มีความเกี่ยวโยงกับกลุ่มปิคนิคต่างทรุดตัวลงกันถ้วนหน้า ไม่ว่าจะเป็นหุ้นอีสเทิร์นไวร์ (EWC) ราคาปิด 17.60 บาทลดลง 3 บาทหรือ 14.56% มูลค่าการซื้อขาย 553.31 ล้านบาท หุ้นอกริเพียว โฮลดิ้ง (APURE) ราคาปิด 3.60 บาทลดลง 0.42 บาทหรือ 10.44% มูลค่าการซื้อขาย 56.69 ล้านบาท APURE-W1ราคาปิด 2.60 บาท ลดลง 0.40 บาทหรือ 13.33% มูลค่าการซื้อขาย 6.38 ล้านบาท

หุ้นซิโน-ไทย รีซอร์เซส ดีเวลลอปเม้นท์ (STRD)ราคาปิด 20 บาทลดลง 0.20 บาทหรือ 0.99% มูลค่ากาารซื้อขาย 0.032 ล้านบาท หุ้นอีเอ็มซี (EMC) ราคาปิด 3.76 บาทลดลง 0.42 บาทหรือ 10.04% มูลค่าการซื้อขาย 38.97 ล้านบาท

ส่งผลดัชนีหุ้นไทยวานนี้ ปิดที่รับ 675.50 จุด ลดลง 10.06 จุด หรือ 1.47% ปรับตัวสูงสุดที่ระดับ 687.06 จุด ต่ำสุดที่ระดับ 675.50 จุด มูลค่าการซื้อขาย 19,181.31 ล้านบาท นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 61.44 ล้านบาท นักลงทุนสภาบันขายสุทธิ 351.56 ล้านบาท นักลงทุนรายย่อยซื้อสุทธิ 413.00 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีแรงขายออกมาในหุ้นขนาดใหญ่

แหล่งข่าวเจ้าหน้าที่การตลาด กล่าวว่า การปรับลดลงอย่างหนักของราคาหุ้น PICNI มาจาก 2 สาเหตุหลัก เนื่องจากมีการบังคับขายหุ้น หรือ ฟอร์ซเซล เนื่องจากราคาหุ้นปรับลดลงต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด ทำให้เกิดกระแสข่าวลือลุกลามยังโบรกเกอร์ว่าจะฟอร์ซเซลหุ้นลูกค้าในวงเงินมากกว่า 100 ล้านบาท คือ บล. ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย)

ส่วนอีกสาเหตุผลมากจากข่าวลือ คือ มีนักลงทุนบางรายใช้หุ้น PICNI ในการค้ำประกันการซื้อหุ้นอีสเทิร์นไวร์ ซึ่งหากราคาหุ้นที่นำมาค้ำประกันปรับลดลงก็จะส่งผลให้จำนวนเงินที่ค้ำประกันลดลงตาม สถานการ์จะบีบให้ต้องขายหุ้นอีสเทิร์นไวร์ออกมา ทำให้หุ้นทั้ง 2 บริษัทร่วงลงอย่างหนัก

นอกจากนี้ยังมีข่าวลือเกิดขึ้นในห้องค้าโบรกเกอร์อีกว่า บริษัท ปิโตรนัสของประเทศมาเลเซีย ผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ อยู่ระหว่างเจรจาเพื่อเข้าเทคโอเวอร์ PICNI

** "รมช.สุริยา"พร้อมลาออก

นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ผู้ช่วยเลขานุการรมว.พาณิชย์ คนทำงานใกล้ชิดนายสุริยา ลาภวิสุทธิสิน รมช.พาณิชย์ เปิดเผยถึงกรณีที่มีข่าวว่าทาง ก.ล.ต.กล่าวโทษนายธีรัชชานนท์ ลาภวิสุทธิสิน อดีตกรรมการผู้จัดการ บริษัทปิคนิค คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และน.ส.สุภาพร ลาภวิสุทธิสิน รองกรรมการผู้จัดการ บริษัทปิคนิค คอร์ปอเรชั่นจำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นน้องชายและน้องสาว รมช.พาณิชย์ว่า เมื่อเช้าวันที่ 30 มิ.ย. ได้มีการพูดคุยกับนายสุริยา ลาภวิสุทธิสิน รมช.พาณิชย์ ทางโทรศัพท์สอบถามถึงเรื่องดังกล่าว โดยทางนายสุริยา ระบุว่า รู้สึกท้อใจกับข่าวที่เกิดขึ้น และยินดีที่จะออกจากตำแหน่งรมช.พาณิชย์ ไปทำธุรกิจส่วนตัว หากนายกรัฐมนตรีเห็นว่าการทำงานที่ผ่านมาไม่เข้าเป้าหมาย แต่ในขณะนี้ทางนายกฯก็ยังไม่มีการส่งสัญญาณใดๆออกมา ซึ่งที่ผ่านมาทางนายสุริยาได้ทำงานให้กับประเทศชาติอย่างเต็มที่ และไม่ได้ทำงานเฉพาะกระทรวงพาณิชย์เท่านั้น แต่ยังประสานความร่วมมือไปยังกระทรวงเศรษฐกิจอื่น เพื่อผลักดันให้การส่งออกสินค้าไทยเติบโตมากที่สุด

"เรื่องราวที่เกิดขึ้น ทางรมช.พาณิชย์ เป็นกังวลมาก กลัวว่าจะกระทบกับภาพลักษณ์ของครม.ทั้งคณะ และอาจถูกนำไปเชื่อมโยงกับนายกรัฐมนตรี ทำให้ภาพเสื่อมเสีย และไม่อยากเป็นตัวฉุดครม. และถึงขนาดระบุว่า ออกคนเดียวดีกว่า ซึ่งอุปนิสัยส่วนตัวของนายสุริยาแล้วเป็นคนขี้เกรงใจ ใครให้ทำอะไรก็ทำหมด ไม่เคยเกี่ยง และเป็นคนทำงานจริงแต่ไม่เอาหน้า ซึ่งเรื่องที่เกิดขึ้น ทางนายสุริยา เปรยว่า เหนื่อยกายไม่เท่าไหร่ แต่เหนื่อยใจหนักกว่า"

ด้านดร. สุพจน์ พัฒนะศรี กรรมการผู้จัดการ บริษัทปิคนิค คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า คำกล่าวโทษดังกล่าวไม่มีผลกระทบต่อการดำเนินงานของบริษัทแต่อย่างใด เนื่องจากนายธีรัชชานนท์ได้ลาออกจากตำแหน่งกรรมการผู้จัดการของบริษัทไปแล้วตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน 2548 และได้มีการแต่งตั้งกรรมการผู้จัดการใหม่ คือ ดร. สุพจน์ พัฒนะศรี เข้าบริหารงานแทนตั้งแต่วันที่ 16 มิถุนายน 2548

ส่วนการกล่าวโทษนางสาวสุภาพร ก็ไม่กระทบต่อการบริหารงานของบริษัทด้วย เนื่องจากบริษัทมีการดำเนินงานเป็นคณะกรรมการประกอบด้วยกรรมการ 7 คน ซึ่งรวมกรรมการตรวจสอบ 3 คน และคณะผู้บริหารอีก 17 คน โดยมีเจ้าหน้าที่บุคลากรซึ่งมีความสามารถ ขณะนี้กิจการของบริษัทก็ดำเนินไปตามปกติอย่างราบรื่น การจัดซื้อสินค้าจากผู้จำหน่าย (Suppliers)และการส่งสินค้าและให้บริการแก่ลูกค้าและผู้บริโภคต่าง ๆ ก็ดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ

**EWCยันบีอีไม่มีปัญหา

นายสนทยา น้อยเจริญ หัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายปฏิบัติการ บริษัทอีสเทิร์นไวร์ จำกัด(มหาชน) (EWC) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 16 มิ.ย.48 บริษัทฯ ได้ชำระเงินจำนวน 77 ล้านบาท คืนตามตั๋วแลกเงินให้กับธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)เรียบร้อยแล้ว และหากตั๋วแลกเงินฉบับต่อไปครบกำหนด บริษัทฯ มีความสามารถชำระหนี้คืนได้ตามกำหนดเวลาดังกล่าวทุกประการ

***TSFCงดมาร์จิ้น EWC-BNT-PICNI

นายเจริญ เอี่ยมพัฒนธรรม หัวหน้าฝ่ายวิจัย บล. ทีเอสอีซี จำกัด เปิดเผยว่า ราคาหุ้น PICNI ปรับตัวลดลงมาหนัก เนื่องจากเป็นผลเชิงจิตวิทยาจากการที่ ก.ล.ต.ได้มีการกล่าวโทษอดีตผู้บริหาร ถึงแม้ว่าบริษัทจะชี้แจงว่าจะไม่ส่งผลกระทบ แต่นักลงทุนไม่แน่ใจว่าในอนาคตจะเป็นอย่างไร รวมถึงภาวะตลาดหุ้นที่ไม่เอื้ออำนวย ดังนั้นจึงเทขายหุ้นออกมาก่อนเพื่อลดความเสี่ยงซึ่งรวมถึงหุ้นเก็งกำไรที่มีปัญหาก่อนหน้านี้ เช่น EWC APURE ที่มีแรงเทขายออกมาด้วยเช่นกัน

ทั้งนี้ฝ่ายวิจัย บล.ทีเอสอีซี จะไม่แนะนำลูกค้าเข้าเก็งกำไรในหุ้นดังกล่าว เพราะเป็นหุ้นที่มีความเสี่ยงในการลงทุน

นางสาวอรุณรัตน์ จิวางกูร รองผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล. นครหลวงไทย จำกัด เปิดเผยว่า ในช่วงที่ภาวะตลาดหุ้นปรับตัวลดลง นักลงทุนเริ่มหันมาให้ความสนใจในหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานที่ดี ส่วนหุ้นประเภทเก็งกำไร ได้ถูกเทขายออกมาอย่างหนัก ดังนั้นนักลงทุนควรที่จะหลีกเลี่ยงหุ้นที่ขาดปัจจัยพื้นฐานรองรับ
ส่วนบริษัทหลักทรัพย์เพื่อธุรกิจหลักทรัพย์ (TSFC) ประกาศรายชื่อหลักทรัพย์จดทะเบียนที่ไม่อนุญาตให้ซื้อเพิ่มในบัญชีมาร์จิ้น และ/หรือนำเป็นหลักประกันเพิ่ม ประจำเดือน มิ.ย. 48 โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 30 มิ.ย. 48 เป็นต้นไป จำนวน 44 หลักทรัพย์ ในจำนวนนี้มี EWC, GBX, KMC, PICNI,